• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 2789
  • จำนวนผู้ชม : 7992782
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8866 คน
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/black
วันพฤหัสบดี ที่ 15 เมษายน 2553
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 10720 , 17:00:35 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ผมอ่านรายงานของ "กลุ่มเพื่อนรับฟัง" ที่ไปพูดคุยกับทั้งคนเสื้อแดงและทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ 10 เมษาฯ แล้วก็เห็นภาพชัดเจนว่าพวกเขาไม่ว่าจะเป็นผู้ชุมนุมหรือทหารก็ไม่ได้ต้องการให้เกิดความรุนแรง ไม่ต้องการให้คนไทยฆ่ากันเอง ต้องการให้มีการเจรจาเพื่อหาทางออกให้ประเทศชาติ

ทักษิณ, แกนนำผู้ประท้วง, นายกฯ, ผบ.ทบ. ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายและบาดเจ็บของชีวิตของคนที่ถูกใช้เป็นเครื่องสังเวยความขัดแย้งทางการเมืองของพวกเขา

ผมอยากให้อ่านรายงานของ "กลุ่มเพื่อนรับฟัง" ที่ได้คุยกับผู้บาดเจ็บแต่ละราย ทั้งที่ใส่เสื้อสีแดงและทหารวันนั้น

กลุ่มเพื่อนรับฟัง ระดมอาสาสมัครเพื่อทำหน้าที่ “เพื่อนรับฟัง”  เพื่อเดินทางไปเยี่ยมฝ่าย นปช. ที่โรงพยาบาลวชิระ และเยี่ยมฝ่ายทหารที่โรงพยาบาลพระมงกุฎ ทั้งหมดเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นบริเวณสี่แยก คอกวัวเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายนที่ผ่านมา  โดยคณะอาสาสมัครมีจุดมุ่งหมายเพื่อไปรับฟังความทุกข์ เรื่องราว และความรู้สึกของผู้ได้รับผลกระทบทั้งสองฝ่าย  และเพื่อให้กำลังใจและความเห็นใจต่อทุกฝ่ายในฐานะเพื่อนมนุษย์คนหนึ่งที่ได้ รับความทุกข์ ความเจ็บปวดและการสูญเสียจากเหตุการณ์ดังกล่าวไม่แตกต่างกัน  เราไม่ได้มีหน้าที่ไปชี้ถูกชี้ผิด ไม่ได้ไปแนะนำหรือเอาเหตุผลใดไปตัดสินหรือกล่าวโทษฝ่ายใดทั้งสิ้น  หน้าที่ของเราคือการไปรับฟังผู้ที่ได้รับความทุกข์ในฐานะเพื่อนมนุษย์คน หนึ่ง

       ที่รพ.วชิระ   มีรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ราว ๑๖๐ คน (เฉพาะที่รพ.วชิระ)  จากรายชื่อที่ติดอยู่หน้าตึก  ผู้บาดเจ็บ ๑ คน เพิ่งเสียชีวิตเมื่อเช้า บางคนยังอยู่ในห้องไอซียู  บางคนเป็นผู้ป่วยหนัก บางคนเตรียมจะกลับบ้าน และบางคนรอญาติมารับ  วันนี้เป็นวันที่ ๓ หลังเหตุการณ์ปะทะกันที่สี่แยกคอกวัว  จึงมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยทยอยกลับไปพักฟื้นที่บ้าน  บ้างก็กลับไปที่ชุมนุมเพื่อเป็นกำลังใจให้กับคนอื่นๆ ซึ่งยังชุมนุมกันอยู่  

       ที่รพ.พระมงกุฏ  มี ทหารที่ได้รับบาดเจ็บอยู่เกือบ ๒๐๐ คน มีผู้ป่วยหนักอยู่ในห้องไอซียู  ๕ ราย  และกำลังจะเสียชีวิต ๑ ราย  มีพลทหารที่อยู่ในวัยหนุ่มและอาจต้องพิการ ๒ ราย  ที่เหลือก็ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด เศษแก้ว และถูกทุบตีด้วยไม้  ส่วนใหญ่อาการดีขึ้นมากแล้วและอยู่ในช่วงพักฟื้น

       ต่อไปนี้เป็นข้อมูลที่อาสาสมัครทั้ง ๘ คนได้รับฟังจากผู้บาดเจ็บ ซึ่งพวกเราอาสาสมัครถือว่าเป็นสิ่งที่มีค่า และมีชีวิตจากประสบการณ์ตรงของผู้ที่อยู่ในสถานที่เกิดเหตุ พวกเราหวังอย่างยิ่งที่ “เสียง” เหล่านี้จะดังขึ้น ให้สังคมได้ยินความต้องการของคนที่กำลังบาดเจ็บ และช่วยกันระแวดระวังไม่ให้ความสับสนแทรกตัวเข้ามาสร้างความรุนแรงได้อีก


ผู้ชุมนุมคนที่ ๑
ชาย วัยกลางคนอายุ ๓๕ ปี ผู้เข้าร่วมการชุมนุมของกลุ่ม นปช. เป็นระยะๆ มีอาการบาดเจ็บจากการถูกตีด้วยของแข็งที่แขนซ้าย กระดูกหักสองท่อน และข้อเท้าขวาบวมช้ำ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพราะสลบจากการถูกตีบริเวณศีรษะ “ผมจะมาร่วมชุมนุมเมื่อเขาขอระดมคน หรือมีเหตุการณ์ใหญ่ๆ แต่ถ้าทั่วๆ ไป ผมไม่มา จะดูทีวี ตามข่าวอยู่บ้าน” ในวันที่ ๑๐ เมษายน เขามาถึงบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อเวลาใกล้ค่ำ และกำลังมีการตั้งแถวของทหารและแถวของผู้ชุมนุมเผชิญหน้ากัน “ผมอยู่ในแถวที่สามกับเพื่อนๆ เห็นทหารบางคนร้องไห้ น้ำตาไหล ผมก็รู้ว่าทหารเขาไม่ได้อยากมาทำหรอก แต่มีคำสั่งเขาก็ต้องทำ ก็คุยกันกับทหาร ส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กๆ รุ่นน้องผมทั้งนั้น... ตอนวิ่งหลบแก๊สน้ำตา ยังวิ่งมาเจอกันในซอกเล็กๆ นั่งหันหลังชนกัน หันมาอีกที อ้าว...ทหาร พี่ว่ามันตลกมั้ยล่ะ พอควันแก๊สจาง ลุกขึ้นมาตะลุมบอนกันต่อ ผมยังตลกตัวเองเลย  คนเจอหน้ากันครั้งแรก ไม่ได้โกรธได้เกลียดกันมาก่อน อยู่ดีๆ ให้มาชกกัน ผมว่ามันไม่ใช่” หนุ่มนปช.เล่าติดตลกจากเตียงโรงพยาบาล
“ทหารเขาก็บอกว่ามาทำตามหน้าที่ เขาได้รับคำสั่งมา ผมก็มาทำหน้าที่ของผมเหมือนกัน ผมก็ไม่อยากทำ แต่พอเห็นเพื่อนผู้หญิงถูกตีมันก็ทนอยู่ไม่ได้... ผมก็อยากให้เรื่องมันยุตินะ อยากให้มีการเจรจากัน ไม่อยากให้มีใครมาเจ็บอีก”


ทหารคนที่ ๑
เขา เป็นพลทหารเกณฑ์ที่เพิ่งถูกเกณฑ์มาปฏิบัติหน้าที่ได้เพียง ๖ เดือน ยังเหลือเวลาอีก ๑ ปีครึ่งจึงจะครบกำหนด  เขาเล่าว่าเดิมเขาประจำการอยู่ที่สระแก้วซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิด แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้นเขาก็ถูกส่งตัวมาประจำการในกรุงเทพฯ เพื่อรักษาความสงบ  โดยช่วงแรกนั้นเขาถูกส่งไปประจำการอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิระยะหนึ่ง  และได้ถูกส่งตัวมารักษาความสงบที่บริเวณสี่แยกคอกวัวในวันที่เกิดเหตุปะทะ กัน   เขาบอกว่าตอนที่เกิดเหตุนั้นเขารู้สึกงงและตกใจมากที่จู่ๆ ก็มีระเบิดถูกปาเข้ามาในกลุ่มทหาร  จนเป็นเหตุให้เพื่อนทหารหลายคนบาดเจ็บสาหัส ที่ตกใจเพราะเขาไม่คิดว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะมีอาวุธหรือมีระเบิด  เพราะตัวเขาเองก็มีแค่โล่และกระบองเท่านั้น    เมื่อฉันถามเขาว่าในตอนนี้เขารู้สึกอย่างไรต่อกลุ่มผู้ชุมนุมบ้าง   เขาบอกว่าไม่ได้รู้สึกโกรธหรือเกลียดผู้ชุมนุมแต่อย่างใด แม้ว่าตนจะได้รับบาดเจ็บก็ตาม   โดยส่วนตัวนั้นเขาก็ไม่อยากปะทะกับผู้ชุมนุม  ไม่อยากปะทะกับคนไทยด้วยกันเอง  แต่ที่ต้องทำเพราะเป็นหน้าที่   ใจจริงก็อยากจะกลับบ้านไปประจำการอยู่ใกล้ๆครอบครัวที่สระแก้วมากกว่า   แต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราะต้องทำตามหน้าที่   และสิ่งที่เขาต้องการจะเห็นมากที่สุดในตอนนี้คือ อยากให้เหตุการณ์ ยุติ   อยากให้ทุกคนเลิกการชุมนุมแล้วหันหน้ามาคุยกัน  มาช่วยกันคิดว่าจะพัฒนาประเทศร่วมกันต่อไปได้อย่างไร   อยากให้มองไปข้างหน้าร่วมกัน 


ผู้ชุมนุมคนที่ ๒
คุณ ลุงคนนี้เป็นการ์ดนปช. โดนกระสุนยางยิงที่ใต้ตาซ้าย ทำให้กระดูกแตก ต้องรอให้แผลยุบและผ่าตัดเสริมเหล็กเข้าไป ลุงแกมาจากราชบุรี แกเล่าถึงการที่แกมาเป็นการ์ดนปช. เพราะความคับแค้นใจที่เกิดจากความไม่เท่าเทียม และการกดขี่ของคนในสังคม สถานะของครอบครัวแกบอกว่าไม่ได้ร่ำรวย แต่ก็พออยู่ได้ ต้องไปๆ มาๆ กลับไปสั่งงานคนงานบ้าง แต่มีคนที่ยากจนกว่าแกมากที่ถูกเอาเปรียบ แกเหลืออดมากๆ กับคนที่พอมีอำนาจแล้วก็เปลี่ยนไปไม่เห็นใจคน  แก อยากให้เกิดความยุติธรรมขึ้นในสังคมจริงๆ อยากให้สังคมไม่มีสองมาตรฐาน และอยากให้รับฟังเสียงคนจนและปัญหาของพวกเขาบ้าง เขาบอกว่าถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากมา แต่ไม่มาไม่ได้ ต้องมาต่อสู้เพื่อลูกหลาน อยาก ให้คนรุ่นใหม่ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมในสังคมกันเยอะๆ ไม่ต้องเป็นเสื้อแดงก็ได้ จะสีอะไรก็ได้ เมื่อถามว่าอยากให้สถานการณ์เป็นอย่างไรต่อไป เขาบอกว่า อยากให้เจรจากัน อย่าให้ถึงขั้นลงไม้ลงมืออีก อยากให้ยุบสภา ๓ เดือนก็ได้ แต่ที่สำคัญอยากให้คุยกันดีๆ  ในระหว่างที่พูดคุยกัน ลุงแกยังคงมีเลือดซึมออกมาทางจมูกเรื่อยๆ พยาบาลต้องคอยมาทำแผลเป็นระยะ  ความเจ็บปวดจากบาดแผลดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย ความทุกข์ยากที่สะสมมานานต่างหากที่แกอยากจะได้การรับฟังและความช่วยเหลือ เมื่อเห็นแกหายใจลำบาก จึงถามแกว่าอยากคุยต่อหรือไม่ ลุงก็บอกว่าอยากคุย อยากบอกเล่าเรื่องราวกับคนรุ่นใหม่แบบพวกเรา และย้ำอีกครั้งว่าอยากให้คนรุ่นใหม่มาสนใจและออกมาแสดงจุดยืนทางการเมืองกัน เยอะๆ พอแกพูดจบ แกก็ถามเรากลับ อยากจะฟังความคิดเห็นของเราเกี่ยวกับสถานการณ์บ้าง จะคิดต่างจากแกก็ได้


ทหารคนที่ ๒
ฉัน ไปเยี่ยมทหารคนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดที่ขา (ยังมีสะเก็ดระเบิดฝังอยู่ และหมอบอกว่าอาจต้องอยู่โรงพยาบาลระยะยาว) และโดนตีที่ขาและแขน เขาเล่าว่าเป็นคนจันทบุรี ไปประจำอยู่ชลบุรี และมาอยู่กรุงเทพเป็นกองหนุนมาหนึ่งเดือนแล้ว โดยเป็นทหารเกณฑ์มาประจำการได้ ๖ เดือน ในวันเกิดเหตุถูกส่งมาทำหน้าที่บริเวณคอกวัว อยู่แถวหน้าที่ปะทะกับผู้ชุมนุม ได้รับบาดเจ็บตอนประมาณสามทุ่ม เขาคาดไม่ถึงว่าผู้ชุมนุมจะมีอาวุธแรงแบบนี้ (เขาบอกว่าโดน M79) เขาได้รับบาดเจ็บแถววัดบวรนิเวศ และมีคนในร้านข้าวต้มแถวนั้นช่วยไว้ ลากเขาเข้าไปในร้าน ทำแผลให้ เปลี่ยนชุดให้ใส่ชุดธรรมดาแทนชุดทหาร แล้วพาออกมาส่งข้างนอกบอกว่าเป็นเด็กในร้านที่โดนลูกหลงจากการออกมาสังเกตุ การณ์ เพราะว่ากลัวคนเสื้อแดงมารุมทำร้าย เขาถูกส่งไปรพ.วชิระคืนวันที่ ๑๐  และได้รับการย้ายมารพ.พระมงกุฏฯเช้า ๑๑ เขาบอกว่าระหว่างที่อยู่ที่รพ.วชิระ แวดล้อมด้วยคนเสื้อแดง กลัวมากว่าจะโดนทำร้าย ได้ข่าวว่าคนเสื้อแดงจะมาบุกโรงพยาบาลก็ยิ่งกลัวมาก แต่โชคดีที่เขาเข้ามากันไม่ได้ เมื่อถามว่าอยากให้สถานการณ์เป็นอย่างไรต่อไป เขาบอกว่า อยากให้สงบโดยเร็ว อยากให้เจรจากัน ระหว่าง ที่คุยแม่ของผู้ป่วยเฝ้าอยู่ด้วย เธอบอกว่าได้ยินว่าลูกบาดเจ็บตอนประมาณ ๔ ทุ่มของวันที่ ๑๐ ตกใจมาก รีบออกจากบ้านมาหาและจะมาเฝ้าลูกที่นี่ตลอด เพราะลูกช่วยตัวเองไม่ได้ เป็นห่วงลูกมากและเสียใจที่คนไทยทำกันเองได้ เห็นว่าคนเสื้อแดงก็เป็นพี่เป็นน้องเป็นญาติกันทั้งนั้น ลูกชายคนนี้เป็นตนโตเป็นเสาหลักของบ้าน พ่อก็แก่แล้วและน้องก็ยังเล็กมาก หากเป็นอะไรไปก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
ผู้ชุมนุมคนที่ ๓
ชายหนุ่มอายุ ๓๐ ปี  กำลังนอนให้ออกซิเจนอยู่บนเตียง มีสายยางสอดเข้าไปที่บริเวณปอดข้างขวาเพื่อเอาเลือดที่คั่งอยู่ในปอดออกมา ข้างนอก  บริเวณชายโครงมีบาดแผลจากสะเก็ดระเบิด และมีเศษโลหะบางส่วนฝังลึกอยู่ในตับ  คุณหมอบอกกับผู้บาดเจ็บว่าหากไม่มีอาการแทรกซ้อนจากตับ  เขาอาจต้องปล่อยให้เศษโลหะชิ้นนี้อยู่กับเขาไปตลอดชีวิตแทนการผ่าตัดเอาออก ซึ่งเสี่ยงมากกว่า

ผู้ป่วยกำลังใจดีมาก  สีหน้ายิ้มแย้มสดใส  แม้จะมีอาการเหนื่อยเล็กน้อย  มีคุณแม่ซึ่งเดินทางมาจากกาญจนบุรีคอยดูแลอย่างใกล้ชิด  ผู้บาดเจ็บเล่าว่า ขณะเกิดเหตุการณ์ตนเองอยู่ในกลุ่มข้างหน้าที่พยายามจะกันไม่ให้ทหารรุกคืบ เข้ามาโดยมีโล่และมือเปล่า เกิดการปะทะ 2 ครั้ง ครั้งแรกดันกันไปกันมา ยังไม่มีเหตุรุนแรง มีการขว้างปาข้าวของเพื่อที่จะให้ทหารถอยกลับไป  ครั้งที่ 2 ประมาณทุ่มเศษ  เขาอยู่ตรงกลาง  ข้างหน้าเริ่มมีการปะทะกันแล้ว  เขาบอกตัวเองว่า “ยังไงก็ต้องสู้ ผมไม่กลัว รู้สึกมั่นใจว่าคนของเราเยอะกว่าน่าจะเอาอยู่” เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง รับรู้แต่ว่าตนเองมีหน้าที่ตรึงแนวไม่ให้ทหารยึดพื้นที่เข้ามาได้   ได้ยินเสียงปืนหลายนัดต่อเนื่องกัน  แล้วก็มีเสียงระเบิด  เขาไม่คิดว่าตัวเองจะโดนด้วย  พอรู้ว่าทหารเริ่มถอยกลับไป  เขาก็เดินออกมาหาเพื่อน  เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ทรุดลงกับพื้น  รู้สึกว่ามีเลือดไหลออกเยอะมาก หลังจากนั้นเขาก็ถูกนำส่งโรงพยาบาล  ถามเขาว่า รู้สึกยังไงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  เขาบอกว่า “ไม่คิดว่าทหารจะทำรุนแรงกับประชาชนขนาดนี้  มีทั้งปืนและอาวุธสงคราม”  เขาเชื่อว่าทหารมีความตั้งใจที่จะสลายการชุมนุม  ระหว่างนี้มีการรายงานว่าทหารเตรียมพร้อมเต็มที่ มีอาวุธครบมือทั้งปืน และแก๊สน้ำตา  “ความรู้สึกตอนนั้น ไม่มีความกลัวเลย  ถ้าเขาลุยมาก็พร้อมสู้เต็มที่”  เขาเองก็ไม่คิดว่าสถานการณ์จะรุนแรงขนาดนี้  เพราะประชาชนไม่มีอาวุธอย่างมากก็ดันกันไปดันกันมา  พอทหารเริ่มเคลื่อนเขาคิดว่าทหารคงจะลุยแน่ๆแล้ว  ตอนนั้นก็พยายามป้องกันสุดกำลัง ช่วงชุลมุนก็เห็นว่ามีผู้ชุมนุมถูกยิง  เขาเชื่อว่าต้องมาจากฝ่ายทหาร เพราะวิถีกระสุนมาจากฝั่งตรงข้ามกับผู้ชุมนุม  เขาเองก็อยากให้สถานการณ์คลี่คลายโดยไม่ต้องทำร้ายกัน เพราะคนไทยด้วยกัน  “ผม ไม่โกรธทหารหรอก เพราะเค้าก็ทำหน้าที่ของเค้า  เชื่อว่าเค้าไม่ได้อยากมาปราบปรามผู้ชุมนุมหรอก แต่เมื่อนายสั่งก็ต้องมา  ผมโกรธคนที่สั่งการมากกว่า  ทางเดียวที่จะทำให้ทุกอย่างจบก็คือ  รัฐบาลต้องยุบสภา หรืออย่างน้อยก็ต้องปล่อยให้ผู้ชุมนุมสามารถชุมนุมได้อย่างสงบ หายดีเมื่อไหร่ผมก็จะไปชุมนุมต่อ ไม่กลัว” เขาตอบด้วยความมั่นใจ

                             
ทหารคนที่ ๓
ได้ ไปเยี่ยมพลทหารหนุ่มคนหนึ่ง  เพิ่งเข้าประจำการได้ ๒ ปี  มีเฝือกพลาสติกที่บริเวณข้อเท้าและขาข้างซ้าย  มีรอยช้ำจากการถูกกระแทกด้วยของแข็งบริเวณท้ายทอย  เขาถูกเรียกตัวมาจากกาญจนบุรีตั้งแต่วันที่ ๒๔ มีนาคม  มีหน้าที่ประจำการตามจุดต่างๆ รอบๆ กรุงเทพฯ 

ช่วงเย็นของวันที่ 10 เขาได้รับคำสั่งให้มาประจำการอยู่ที่สี่แยกคอกวัว    โดยมีหน้าที่ตรีงแนวด้านหน้า  ไม่อนุญาติให้ถือปืนหรือมีอาวุธอย่างอื่น  มีเพียงแค่โล่กับกระบองเท่านั้น  การปะทะช่วงแรกก็เป็นแบบดันกันไปดันกันมาก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย  จากไม้ ขวด และข้าวของที่ปาเข้ามา  ก็พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด  หลังเคารพธงชาติก็ได้รับคำสั่งให้รุกคืบไปข้างหน้า  “เดินไปได้แค่ ๓ ก้าวเท่านั้น ก็ไม่รู้อะไรเป็นอะไรแล้ว  มาเต็มไปหมด  แนวของทหารล้มไปข้างหน้า  คนที่อยู่แถวสี่และห้าโดนหนักกว่าเพื่อน  ผมถูกตีที่ท้ายทายหลายครั้งจนมึนไปหมด  มีคนพยายามจะดึงโล่และหมวกไป  ผมพยายามจับไว้แน่น  เพราะรู้ว่าต้องรักษาตัวเองให้ดีที่สุด จนมันวูบไป” เขามารู้ตัวอีกทีเมื่อถูกหามมาที่อยู่ที่รถแล้ว  ส่วนที่ขาซ้ายเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไปโดนอะไรมา  ถามเขาว่ารู้สึกอย่างไรกับสถานการณ์ตอนนั้น  เขาบอกว่า รู้สึกอึดอัดใจที่ทำอะไรไม่ได้  อาวุธก็ไม่ได้รับคำสั่งให้ใช้  ในขณะที่ผู้ชุมนุมมีทั้งปืนจริงและระเบิด  “พวกเสื้อแดงมีทั้งไม้ท่อนใหญ่ๆ กระสุนที่เป็นหัวน๊อต แล้วก็ขวดแก้ว  พอโดนหนักๆ เข้าก็โมโหเหมือนกัน  เหมือนเราปล่อยให้เค้าตีอยู่ฝ่ายเดียว  ผมหยิบได้ขวดก็ขว้างกลับไปทีนึง ” 

เมื่อถามว่าเขารู้สึกโกรธมั้ยที่ถูกตีจนได้รับบาดเจ็บ  “ผมไม่โกรธหรอก  ผมก็พยายามทำหน้าที่ของผม  เค้าก็ต้องพยายามขัดขวางไม่ให้ทหารเข้าไปยึดพื้นที่ได้  ก็ไม่คิดว่าจะรุนแรงขนาดนี้หรอก  คิดว่าอย่างมากก็ดันกันไปมา  ที่มันรุนแรงก็น่าจะเป็นช่วงที่ชุลมุนกัน  มีคนถูกยิงล้มลง และทหารบางคนถูกลากไปตี  แต่ก็มีเสื้อแดงหลายคนที่พยายามส่งเสียงห้ามว่าพอแล้วๆ อย่าไปตีเขา” 

แม้ ว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บไม่น้อย  แต่ทหารหนุ่มคนนี้ก็มองด้านบวกว่า  เป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่เขาได้เผชิญ  แต่เขาก็มีความหวังว่าบ้านเมืองจะสงบในเร็ววัน “ผมไม่ได้เล่นสงกรานต์มาสองปีแล้วพี่  ปีที่แล้วก็เสื้อเหลือง ปีนี้ก็เสื้อแดง  เมื่อไหร่มันจะจบสักที  ก็อยู่ที่ผู้บังคับบัญชาระดับบนนั่นแหล่ะว่าจะเอายังไง  ถ้ายังเผชิญหน้ากันอยู่อย่างนี้  เดี๋ยวพวกผมก็ต้องถูกเรียกตัวมาอีกนั่นแหล่ะ”


ผู้ชุมนุมคนที่ ๔
เขาเล่าว่าในตอนเกิดเหตุนั้น  เขาตกใจและนึกไม่ถึง เพราะเขาไปอยู่บริเวณนั้นในฐานะผู้ที่ไปให้กำลังใจผู้ชุมนุม  และตั้งใจจะไปร่วมงานสงกรานต์ที่ถนนข้าวสาร  ตอนที่ผู้ชุมนุมปะทะกับเจ้าหน้าที่รัฐและวิ่งหนีนั้น เขาวิ่งไม่ทันจึงนั่งลงเพราะคิดว่าการนั่งลงคงจะช่วยให้ตนไม่ถูกทำร้าย  แต่ในภาวะชุลมุนนั้นผู้คนต่างไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เขาจึงถูกเจ้าหน้าที่รัฐใช้กระบองฟาดจนได้รับบาดเจ็บกระดูกมือหักและกระดูก ขาร้าว   เขาบอกว่าจนถึงตอนนี้ยังไม่อยากจะเชื่อว่าตนจะประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้  เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากและรุนแรงมากราวกับไม่ใช่เรื่องจริง “ไม่อยากเชื่อเลยว่ามันเกิดเหตุอย่างนี้ขึ้นจริง ยังนั่งนึกอยู่เลยว่า เราฝันไปหรือเปล่า”  และไม่เชื่อว่าคนไทยที่เป็นชาวพุทธจะทำร้ายกันเองได้ขนาดนี้  เคราะห์ดีที่เขาได้รับความช่วยเหลือจากชาวบ้านในบริเวณนั้นให้เข้าไปหลบภัย และนำส่งโรงพยาบาลในที่สุด   ผู้บาดเจ็บรายนี้ยังคงรู้สึกโกรธและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “พอเกิดการวุ่นวาย เราวิ่งหนีกระจัดกระจาย เราวิ่งไม่ทัน จึงนั่งลง คิดว่าคงไม่ถูกทำอะไร แต่ทหารก็เอากระบองฟาด เรายกแขนบังหัว จึงถูกฟาดที่มือและแขน กระดูกนิ้วหัก และถูกฟาดที่ขา จนกระดูกร้าว เราแกล้งนอนสลบ พอเหตุการณ์สงบก็มา รพ.”  เขาเล่าว่า การที่ชาวบ้าน รวมตัวกันมาชุมนุมก็เพราะเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือ  ต้องการความเป็นธรรม  รวมทั้งต้องการความจริงใจของรัฐบาลในการแก้ปัญหาต่างๆ  ทั้งในเรื่องประชาธิปไตยและการจัดการกับปัญหาสองมาตรฐาน      เขาอยากให้รัฐบาลฟังเสียงคนยากคนจนบ้าง ไม่ใช่ห่วงแต่ผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจหรือภาคธุรกิจเท่านั้น   หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้เขาคงต้องพักรักษาตัวนานหลายอาทิตย์เพื่อให้กระดูก ที่ร้าวสมานตัว


ทหารคนที่ ๔
ทหารหาญผู้นี้ มีแนวโน้มว่าขาจะพิการตลอดชีวิต เขาเล่าว่า“ผมก็ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะรุนแรงขนาดนี้ ช่วงบ่ายแถวสะพานมัฆวาน คนเสื้อแดงเอาน้ำ ผ้าเย็น และอาหารมาให้ทหารกิน เราก็ยังคุยกันดีๆ ทุกคนก็เป็นพี่น้องกัน เป็นคนไทยเหมือนกัน ผมไม่อยากให้เราต้องมาทำร้ายกันเอง ไม่น่าเลย” “ผมไม่โกรธเกลียดคนเสื้อแดงหรอก ผมเข้าใจว่าเขาอยากให้ประเทศไทยดีขึ้น เขาต้องการประชาธิปไตย ผมก็อยากให้ประเทศสงบ” "ที่คอกวัว ผมได้รับปืนบรรจุกระสุนจริง ไว้ยิงขึ้นฟ้า ๓๐ นัด แต่ยังไม่ได้ยิงสักนัด เพราะโดนระเบิดซะก่อน"  "ผมว่าเราไม่น่าทำร้ายกันเองอย่างนี้ บางทีทหารก็ทำเกินไปด้วย ผมเห็นกับตาว่า มีผู้หญิงเสื้อแดง เดินยกมือยอมให้จับแต่โดยดี ทหารคนหนึ่งกลับยกกระบองฟาดใส่เขา ผมคิดว่าเราไม่น่าจะทำร้ายกันเองได้ขนาดนี้" "ผมไม่อยากมาทำร้ายผู้ชุมนุม ผมอยากมาช่วยรักษาความสงบต่างหาก"


ผู้ชุมนุมคนที่ ๕
อายุ ประมาณ ๓๑ ปี  มีสายยางต่อจากปอดข้างซ้าย  มีบาดแผลจากสะเก็ดระเบิดหลายแห่ง  ทั้งที่หน้าอก ขา และแขน  ที่บริเวณต้นแขนข้างขวาแพทย์ใส่เหล็กดึงกระดูกไว้ เพราะกระดูกแตกตัดเส้นประสาทไปสองเส้น  ผู้ป่วยดูอิดโรย หายใจเร็วและเหนื่อย ต้องให้ออกซิเจนไว้ตลอด  มีพี่ชายและญาตินั่งเฝ้าอยู่หลายคน  สังเกตเห็นความกังวลอยู่บนใบหน้าของพี่ชายที่ไม่รู้จะช่วยน้องชายอย่างไรดี  ผู้ป่วยรู้สึกตัว เพียงแต่ยังอ่อนเพลีย  พูดมากไม่ได้เพราะจะเหนื่อย  มีอาการปวดเป็นพักๆ จากบริเวณแขนที่ดามเหล็กไว้  หากขยับตัวหรือไอ ก็จะเจ็บที่หน้าอก  ฉันไม่อยากรบกวนผู้ป่วยมากเกินไป  จึงหันไปคุยกับญาติแทน  พี่ชายผู้บาดเจ็บเล่าว่าช่วงที่สถานการณ์ตึงเครียดได้พยายามติดต่อกับน้อง ชายตลอด  โทรคุยกันทางโทรศัพท์เป็นระยะ “ผมรู้ว่ายังไงเค้าก็ไม่ยอมกลับ เพราะเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นทางการเมืองมาก  จึงพยายามเตือนเขาให้อยู่ในฝูงชนไว้  อย่าออกไปไกลเพราะจะเป็นเป้าได้ง่าย” 

“หลังสามทุ่มเริ่มติดต่อ น้องเค้าไม่ได้  นึกในใจว่าขอให้เค้าแค่ทำโทรศัพท์หล่นหายเท่านั้น  พยายามโทรจนเกือบเที่ยงคืนตีหนึ่ง  ก็ยังติดต่อไม่ได้  ภาวนาให้เค้าปลอดภัย หรืออยู่ที่ไหนสักแห่งหนึ่ง”  รุ่งเช้ามีโทรศัพท์มาจากรพ.วชิระ  ถึงได้รู้ข่าวการบาดเจ็บของน้องชายและรีบเดินทางมาเยี่ยม  ถามพี่ชายว่ารู้สึกยังไงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  “ตัวผมเองไม่ได้เป็นสีอะไรทั้งนั้น  แต่ผมก็เข้าใจและเคารพในความคิดของเค้า (น้องชาย) ผมเองไม่ได้เข้าข้างฝ่ายไหน  เพียงแต่รู้สึกผิดหวังที่รัฐบาลตัดสินใจสลายการชุมนุมในช่วงนั้น เพราะมันมืดแล้ว “ถ้าเป็นช่วงกลางวันก็ยังพอเห็นว่าอะไรเป็นอะไร  แต่นี่คุณทำตอนกลางคืนซึ่งมันเสี่ยงมาก  เกิดความชุลมุนวุ่นวายได้ง่าย  ทั้งๆ ที่รัฐบาลก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าถ้าสลายตอนนั้นจะเกิดอะไรขึ้น  แต่ก็ยังทำ อันนี้เป็นสิ่งที่รู้สึกแย่ที่สุดจากเหตุการณ์คราวนี้”    เมื่อถามว่าอยากเห็นสถานการณ์คลี่คลายอย่างไร  เขาก็ตอบว่า ผมเองก็ยังนึกไม่ออกเหมือนกัน แต่ คิดว่าผู้หลักผู้ใหญ่น่าจะคิดหาวิธีที่จะพูดคุยตกลงกันให้ได้ 


ทหารคนที่ ๕
ทหาร ผู้นี้โดนสะเก็ดระเบิดเข้าที่ขา ทำให้ต้องนอนรักษาตัวอีกอย่างน้อยสองอาทิตย์ เขาเป็นทหารเกณฑ์จากจังหวัดสระแก้ว มีกำหนดเป็นทหาร ๑ ปี และได้รักการฝึกมา ๔ เดือน ก่อนเข้ามาปฏิบัติการในกรุงเทพตั้งแต่วันที่ ๑๐ เดือนมีนาคม ตอนเข้ามาไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องรุนแรงแบบนี้ รู้สึกลำบากใจในการปฏิบัติหน้าที่แบบนี้ เพราะว่าเป็นคนไทยด้วยกัน ต่างก็เป็นคน ไม่อยากจะทำร้ายกัน เมื่อถามถึงความต้องการของเขาก็ตอบอย่างชัดถ้อยคำเหมือนกันว่า อยากให้เกิดความสงบ ไม่อยากให้เกิดความรุนแรงอีก “อยากให้เกิดความสงบ รู้สึกลำบากใจมากที่ต้องปฏิบัติหน้าที่แบบนี้ เพราะต่างก็เป็นคนเหมือนกัน”


ผู้ชุมนุมคนที่ ๖
คุณลุงวัย ๕๒ ปีจากเชียงใหม่ เดินทางมาเข้าร่วมการชุมนุมอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ “ ผมต้องการความยุติธรรม ต้องการประชาธิปไตย” เมื่อถามถึงรูปธรรม? แกว่า “ต้องยุบสภา”
แต่ ตอนนี้ต้องมานอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลมีสายระโยงระยาง ใช้เครื่องช่วยหายใจเป็นครั้งคราว หมอยังงดน้ำและอาหาร และยังมีเศษโลหะอยู่ในตับ แกขอผ้าชุบน้ำให้หลานชายช่วยลูบเนื้อลูบตัว ด้วยอากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าว ถามว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง? “เบื่อ” ดูสีหน้าก็เห็นว่าเป็นอย่างนั้น แต่ก็เสไปพูดเรื่องอื่นอยู่พักหนึ่ง เมื่อกลับมาถามอีกทีว่าเบื่ออะไร? แกว่า “เบื่อพวกนี้แหละ มากันสี่แสน แต่พอเกิดอะไรขึ้น เรียกกันได้สองแสน แต่อีกสองแสนก็นั่งๆนอนๆ ตบมือกันอยู่ในเต๊นท์ ไม่ยอมไปไหน แต่ผมนี่เวลาเวทีเรียกเมื่อไหร่ก็ไปทุกครั้ง ถ้าหายก็ยังอยากกลับไปอีก” เมื่อถามว่าอยากให้เรื่องนี้ลงเอยอย่างไร? “อยากให้ผู้ใหญ่คุยกัน ตกลงกันให้ได้ อยากให้เจรจากัน จะได้จบเสียที” ถาม ว่ามีใครมาเยี่ยมบ้าง? “ส่วนใหญ่ก็เป็นญาติๆกัน เห็นว่าผู้ว่าจะมาแต่ก็ยังไม่เห็นมา” ถ้าคนในรัฐบาลมาเยี่ยมเห็นอย่างไร “ก็แล้วแต่เขาไม่ว่าอะไร แต่ อยากให้ผู้ใหญ่ของเรามามากกว่า ไม่มีผู้ใหญ่ของเรามาเลย ” ประโยคนี้ดูจะน้อยใจอยู่บ้าง เพราะเมื่อถามก่อนจะจากลา ว่าจะฝากข้อความอะไรไปถึงผู้นำของทั้งสองฝ่ายบ้าง  “ฝาก ถึงผู้ใหญ่ฝ่ายเรา ๒ ข้อ (ฝ่ายผู้ชุมนุม) หนึ่ง มาเยี่ยมกันบ้าง สอง อยากให้ผู้ใหญ่คุยกัน หาข้อตกลง ถึงฝ่ายรัฐบาล ก็ขอให้มาเจรจากัน อยากให้ยุบสภา”


ทหารคนที่ ๖ : สิบเอ็ดอนุพล หอมมาลี เสียชีวิตที่รพ.พระมงกุฏเกล้า เมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน
เขา นอนไม่รู้ตัวอยู่ในห้องไอซียู มีแผลปิดแผลอยู่บนศรีษะหลายชิ้น แม่กับน้องสาวยืนเฝ้าอยู่ข้างเตียง หมอเข้ามาดูตัวเลขต่างๆ จากเครื่องมือช่วยชีวิต แล้วก็บอกว่า “เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว มีอะไรจะพูดกับเขาก็พูดเสีย มีคนสำคัญกับผู้ป่วย ก็เรียกกันมาได้แล้ว” แม่ฟังอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง “มันเร็วเกินไป เคยคิดว่าจะมีเวลามากกว่านี้ ทำใจไม่ทัน” พลันน้ำตาก็ไหลออกมาจากหัวใจ เธอสะอื้นตัวสั่นไหว จนต้องกอดเธอไว้ แล้วร้องไห้ด้วยกัน เธอมีลูก ๓ คน เป็นผู้ชาย ๒ หญิง ๑ สิบเอกอนุพล เป็นลูกคนกลาง พ่อของพวกเขาก็เป็นทหารซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ดูเธอเป็นคนเรียบๆสุขุม มีความเข้มแข็งอยู่ภายใน ต้องต่อสู้ชีวิตเลี้ยงลูกมาโดยลำพัง พอลูกโตพอได้ชื่นใจก็ต้องมาตายจากไป สังเวยชีวิตให้กับความขัดแย้งทางการเมือง ที่ต่างฝ่ายก็กล่าวโทษคู่กรณี 

       หลังเยี่ยมผู้บาดเจ็บอาสาสมัครมีความรู้สึกหดหู่ใจ และรับรู้ถึงความรู้สึกห่วงกังวลของญาติ  ไม่ว่าเขาเหล่านั้นจะสวมเสื้อสีอะไร  เป็นทหารหรือกลุ่มนปช.  เราต่างรับรู้ถึงความรู้สึกสูญเสียที่เกิดขึ้น  เราต่างเจ็บปวดที่คนไทยต้องมาทำร้ายกันเอง  ได้แต่หวังว่าว่าหยาดน้ำตา และความเจ็บปวดของสังคมไทยในวันนี้จะช่วยให้เรามีสติและร่วมกันหาทางออกที่ ไม่ใช้ความรุนแรงได้ในที่สุด  ไม่ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน ขอให้เรายังคงศรัทธาในความเป็นมนุษย์ของเรา  อย่าให้สีเสื้อที่เราสวมใส่ทำลายความเข้าใจ และความเห็นอกเห็นใจที่เรามีต่อกันเลย

วันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๕๓
อาสาสมัครเพื่อนรับฟัง




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 48 (0)
piggylin วันที่ : 20/04/2010 เวลา : 09.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/piggylin

ความแตกแยกทางแนวคิดของผู้คนในสังคมไทย เกิดขึ้นนานแล้ว ภายใต้วิกฤติบ้านเมืองทีดำเนินอยู่ปัจจุบัน

ความแตกแยกที่เกิดขึ้นนี้ เกิดขึ้นจากการไม่ยอมรับกฎกติกาของสังคม ในหลักปฎิบัติของระบอบทักษิณ ก่อให้เกิด กฎหมายซ้อนกฎเถื่อน(กฎตู) รัฐบาลซ้อนรัฐเถื่อน (รัฐแบบตูดีที่สุด)

นี่คือกลียุคย่อมๆ อย่างปฏิเสธมิได้ สามารถหาเหตุผลข้ออ้างที่แถ แบบเอาสีข้างเข้าว่า เพื่อให้ตัวเองดูดี ในสายตาคนที่พวกเขาสามารถหลอกได้ จูงได้ ฝ่ายไหนทำให้ตนเสียประโยชน์ถือเป็นศัตรูหมด โดยไม่จำเป็นต้องฟังความใดๆ ไม่จำเป็นต้องฟัง/เชื่อ ข่าวที่ผิดไปจากกลุ่ม เลือกและฟังเฉพาะข้อมูลที่ถูกใจ โดยปราศจากเหตุผลใดๆ ขอแค่เอาถูกใจเข้าทางตนเข้าว่า แหม แกนนำยังอดกินปูนร้องท้องไม่ได้นะ ที่เห็นกลุ่มเสื้อหลากสี ออกมาต่อต้านพวกคุณ

และอีกความแตกแยกอันเกิดจากภาวะกลางกลวง คล้อยตามข้อมูลเปะปะ ได้ง่าย เป็นกลุ่มคนที่ไม่คิดจะแสวงหาความจริงจนบางทีก็ไม่สามารถแยกแยะข้อมูลที่ได้รับมาได้ จนเกิดภาวะสับสน น่าเบื่อ ต่อต้านทุกเรื่องราว ทุกข่าวสารที่เป็นการเมือง ไม่ว่าภาวะบ้านเมืองเข้าขั้นวิกฤติ ก็เฉย ชิวๆ พวกเขาก็สามารถดำรงชีวิตเป็นปกติ ผู้นำประเทศจะดีไม่ดี อย่างไร ไม่มีผล เพราะเขาได้ปิดหูปิดตาไปแล้ว และคอยติติงว่ากล่าวคนรอบข้างว่าจะอะไรกันนักหนา การเมืองก็มีแต่เรื่องผลประโยชน์ ทีใครทีมัน ถ้าสนใจการเมืองแล้วไงต่อ คิดถึงบ้านเมือง แล้วไงต่อ แล้วเราจะได้อะไรหรือ มีใครมาให้อะไรเราหรือ ไม่ต้องมีจุดยืนเพราะไม่รู้เรื่อง 555 ไม่เกี่ยวกับเรา แล้วจะได้ไม่ต้องแตกแยกกันด้วย ตามใจกฎหมู่ไป ก็จะได้ไม่ขัดแย้งกัน เห็นแก่ตัวเองไว้ก่อนดีกว่า โดยที่ไม่รู้อะไรเลยว่า ถ้าบ้านเมืองเดินไม่ได้ เราทุกคน เป็นอณูเล็กๆ ในสังคม ที่ได้รับผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน

แต่ถ้าภาวะกลางกลวง เกิดกับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง พวกเขาก็จะเกียร์ว่าง แทงกั๊ก ทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าอะไรคือตัวปัญหาของชาติ และกฎหมู่ ก็จะอยู่เหนือกฎหมาย ปล่อยประเทศ เดินไปตามกฎหมู่ ไม่ว่าจะชอบธรรมหรือไม่ ไม่ได้มีความคิดที่จะปฏิบัติหรือกระทำการเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติโดยรวม ขอแค่คิดให้อายุราชการรอดไปก่อน เห็นแก่ประโยชน์เฉพาะหน้าของตัวเอง ยิ่งนานวันก็ยิ่งแก้ยาก พวกเขาจะอยู่ในภาวะ กล้าๆ กลัวๆ ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่กล้าใช้อำนาจที่มีในมือ ในการแก้ปัญหา ตัดสินใจผิดพลาดได้ง่าย เพราะความกลางกลวง จึง แก้ปัญหาแบบมดคลำช้าง ปล่อยให้พวกเขาซ่องสุมกองกำลังติดอาวุธ จนแข็งแกร่ง แบบข่าวกรองของกองทัพ ก็กลางกลวงด้วยหรือเปล่านี่

ส่วนพวกนักวิชาเกิน และสื่อ กลางกลวงทั้งหลาย ไม่กล้าวิจารณ์ ไม่กล้าวิเคราะห์ อยู่กะแหล่งข่าวแท้ๆ แต่ แคร์วัฒนธรรมกลางกลวง เสนอข้อมูลหลากหลายๆแบบสับสน เพราะไม่ได้ชี้แจงในความหลากหลายนั้นๆ ประชาชนที่เสพสื่อ เขารับทราบข่าวได้ไม่เท่ากัน การมีวิจารณญาณกับข้อมูล ก็ไม่เท่ากัน ควรมีการชี้แจงวิเคราะห์ข่าวให้ด้วยตามจรรยาบรรณ ที่คุณ เรียนรู้มา ไม่ใช่ว่า เสนอข่าวแบบว่า เขาพูดว่า..... แล้วก็จบข่าวซะงั้น ทั้งๆที่รู้ว่า เป็นข้อมูลข่าวบิดเบือน โกหก ก็ปล่อยผ่าน เลิกกลางกลวงกันสักที

อย่างกรณี สื่อเท็จ ก็ปล่อยให้พวกเขาแพร่ภาพ แพร่เสียง สร้างความสับสนให้ประชาชนชาวชนบท อยู่ได้ อย่างยาวนาน เป็นต้น ก็เพราะกลางกลวง เลยไม่รู้ว่านี่คือตัวปัญหาหนึ่งในการหลอกลวงชาวบ้าน

ข้อมูลหลากหลายแบบสร้างสรรค์ ควรเป็นข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง ความคิดเห็นที่อิงจากข้อเท็จจริง ไม่ใช่ความคิดเห็นที่อิงจากการบิดเบือนข้อมูล แล้วสร้างความสับสนให้กับประชาชนที่เสพสื่อ จนเกิดวิกฤติอยู่ในขณะนี้

******* เลิก กลางกลวง เสียแต่วันนี้ เพื่อ ประเทศไทยอยู่รอด ********

ความคิดเห็นที่ 47 (0)
adamus วันที่ : 18/04/2010 เวลา : 17.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/

คลิปลับ.........
http://www.youtube.com/watch?v=3Owckcgwqw8
ไพร่ตาสุดท้าย...
http://www.oknation.net/blog/vincentoldbook3/2010/04/05/entry-3
ข่าวขบวนการปูทางสู่ไพร่ตาสุดท้าย
http://www.osknetwork.com/modules.php?name=News&file=article&sid=2867
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000062284
http://www.ryt9.com/s/tpd/863241
http://www.bangsaphan.com/boardd/data/1936-1.html
http://www.rssthai.com/reader.php?t=politic&r=16476

ความคิดเห็นที่ 46 (0)
สัณฐิตา วันที่ : 18/04/2010 เวลา : 06.39 น.

อ่านระหว่างบรรทัดของแต่ละรายให้ดี มันสะท้อนถึงข้อมุลข่าวสารที่ได้รับของแต่ละคนว่า ฝ่ายหนึ่ง(นปช)พยายามป้อนและให้ข้อมุลที่มีเพียงด้านเดียวแถมยังเป็นข้อมุลเท็จที่น่าเศร้า โกหก บิดเบือน เพราะฐานกำลังทรัพย์ที่ได้มานั้นมากมายทั้งสื่อทีวี-หนังสือพิมพ์ที่วางขายบนแผงชนิดมีให้ได้เสพด้วยราคาที่ถูกแสนถูกเหมือนได้เปล่า แต่ขณะที่อีกฝ่ายซึ่งเป็นฝ่ายรัฐกลับไม่ทำเอี้ยอะไรทั้งๆที่มีอยู่ในมือ ทีวีสองช่องกับฟรีทีวีอีกหลาย กลับไม่ใช้ตรงนี้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเอง เพราะไม่อยากทำหรือเพราะทำไม่เป็น ในสถานการณ์ที่ดำรงความเป็นรัฐบาลมาเกือบหนึ่งปีกว่าๆเหมือนสากกระเบือ พอครั้นเจียนตัวเพิ่งมาทำตอนเกิดวิกฤติแล้ว มันจะไปทันอะไร คิดแล้วน่าสังเวชจริงๆกับการกระทำของรัฐบาลชุดนี้ มันแย่ยิ่งกว่ารัฐบาลขิงแก่เสียอีก

ความคิดเห็นที่ 45 (0)
ดอกราชาวดี วันที่ : 17/04/2010 เวลา : 23.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bolek

ไม่น่าเชื่อว่าเสื้อแดงที่มายันกับทหารยังไม่รู้ว่าการมารักษามันเกี่ยวกับประชาธิปไตยตรงไหน เขาไม่รู้จริงๆว่าสิ่งที่ผู้ชุมนุนมทำไปมันเกินขอบเขตของคำว่าประชาธิปไตยไปแล้ว

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
พิมเสนน้ำ วันที่ : 17/04/2010 เวลา : 00.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pimsennam

อ่านแล้วก็สะเทือนใจค่ะ

บุรรพบุรุษเราปกป้องบ้านเมืองจากศัตรูนอกประเทศ

แต่นี่คนไทยกลับต้องมารบราฆ่าฟันกันเอง

แล้วต่อไป เราจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
ต้นหญ้าในป่าใหญ่ วันที่ : 16/04/2010 เวลา : 23.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ponder

น่าเห็นใจมากๆครับ
เป็นกำลังใจให้ทุกๆท่านหายดีครับ

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
MooLex วันที่ : 16/04/2010 เวลา : 22.13 น.


ผมคิดว่า นี่เป็นข้อมูลดิบที่น่าสนใจ ซึ่งสามารถทำได้ในขณะนี้ การวิเคราะห์นั้น หากผมเข้าใจไม่ผิด คุณสุทธิชัยอาจจะอยากให้พวกเราคิดกันเองมากกว่ามั้ง
ประเด็นของการถามญาติผู้ตาย หรือความเป็นกลางของคนถาม ผมก็ว่าสำคัญ ตอนนี้กำลังดูรายการที่คนนี้เป็นพิธีกรอยู่ ปวดหัวครับ เครียด เพราะเธอไม่ฟัง ทำท่าจะรุกถามโดยเอาคำพูดของคนในภาพมาโต้ตอบ แต่คนดูเขาฟังแล้วครับ เขาอยากฟังว่า ทหารตอบอย่างไร ผมจำชื่อทหาร 2 ท่านไม่ได้ ทั้งที่ผมไม่ค่อยชอบทหารนัก แต่ผมว่าคำตอบของท่านกล้าหาญมาก
และผมชอบจอมขวัญน้อยลงทุกที ทั้งที่เธอเคยเป็น "จอมขวัญ" ของผมอยู่นานทีเดียว (แม้ส้าเพื่อนของผมจะบอกว่า ตั้งแต่ดังขึ้นมา เธอยิ้มผิดกาละเทศะเสมอ)

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
adamus วันที่ : 16/04/2010 เวลา : 20.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/

รสนา โตสิตระกูลเล่านิทานเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องของยักษ์ที่มันอยากจะกินเด็ก มันเลยปลอมเป็นแม่เด็กแล้วบอกว่านี่คือลูกของฉัน นักปราชญ์ก็เข้ามาตัดสินว่าใครกันแน่ที่เป็นแม่เด็ก นักปราชญ์ก็บอกว่าไม่รู้จะทำยังไง ดูไม่ออกว่าใครเป็นแม่เด็กตัวจริง เอาอย่างนี้แล้วกันต่างคนก็ดึงลูกไป แบ่งกันไปคนละครึ่ง ตอนแรกผู้หญิงทั้ง 2 คนต่างก็ดึงแย่งตัวเด็ก พอดึงไปดึงมาเด็กร้องปุ๊บ แม่ตัวจริงไม่กล้าดึง ยอมปล่อยลูกเพราะกลัวลูกตาย เท่านั้นแหล่ะ นักปราชญ์ก็สามารถตัดสินด้ว่าแม่ที่แท้จริงคือใคร ฉันใดก็ฉันนั้น ก็ลองดูแล้วกันว่าคนที่รักประเทศชาติอย่างแท้จริงควรจะเป็นใคร ใครที่พร้อมจะฉีกประเทศออกเป็นชิ้นๆเพื่อผลประโยชน์หรือความสะใจของตัวเอง

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
กำหนัน วันที่ : 16/04/2010 เวลา : 11.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

สวัสดีครับ แกนนำมันฉลาด มันไม่เอาทักสินมาเป็นข้อต่อรองเลย คนเจ็บคนตาย คือเหยื่ออันโง่เขลา

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
บางกระสอ วันที่ : 16/04/2010 เวลา : 11.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tim

ในสังคมปัจจุบันความจริงมักซ่อนอยู่อย่างซับซ้อน ยกเว้นทุกคนจะมีความหวังดีต่อกัน ลดความเป็นตัวกู ของกู เห็นอกเห็นใจกันมากขึ้น สังคมน่าจะกลับมาดี ไม่หวังว่าดีมาก เอาแค่ดีพอประมาณก้ถือว่าอยู่ได้แล้ว

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
NiiiiZ วันที่ : 16/04/2010 เวลา : 11.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NiiiiZ

สุดท้ายก็ยังโง่ไม่หาย

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
สันธิลา วันที่ : 16/04/2010 เวลา : 10.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saynathy

ดิฉันอยู่ในประเทศที่ประชาชนยากจนกว่าบ้านเรามากๆ ครอบครัวดิฉันอยู่ในฐานะปานกลาง แต่เราก็ประหยัดทุกๆอย่าง ใช้จ่ายอย่างพอเพียง และอาศัยการทำงานหนักเพื่อดูแลครอบครัว เมื่อเปรียบเทียบกับคนบ้านเราที่มาประท้วง แม้ครอบครัวเราจะเป็นคนชั้นกลางของที่นี่ แต่หากเทียบกับคนชั้นล่างของไทย ในภาคอีสานที่มาประท้วง ครอบครัวเราจนกว่าเขามากๆ แต่เราก็มีความสุขค่ะ และไม่คิดว่าเราถูกเอารัดเอาเปรียบจากคนในสังคมเลย ดิฉันไม่เข้าใจว่าเขาคิดอย่างไรว่าเขาถูกเอารัดเอาเปรียบ

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
สันธิลา วันที่ : 16/04/2010 เวลา : 10.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saynathy

มีรายนึงถามว่าจะไปประท้วงกับเขาทำไม เขาตอบว่าอยากให้ทักษินกลับมา ถ้าเผื่อฝ่ายทักษิณชนะเขาอาจจะได้รับผลประโยชน์จากการไปประท้วงก็ได้ แต่หากแพ้เขาก็ไม่เสียอะไร แล้วถามต่อว่า ไม่กลัวระเบิดหรือตายหรือ หากชุมนุมแล้วกลับมาพิการ ขาขาดจะเป็นอย่างไร เขาตอบว่า ไม่กลัวหรอกเพราะรู้ว่ารัฐบาลไม่กล้าทำหรอก

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
สันธิลา วันที่ : 16/04/2010 เวลา : 10.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saynathy

ดิฉันไม่ได้อยู่ในประเทศไทยหลายปี พอกลับไปบ้านที่ขอนแก่นทีไร บ้านอยู่บ้านนอกด้วย ตกใจทุกทีเพราะทุกคนร่ำรวยกันมาก บ้านเรือนสะอาด ถนนหนทางลาดยางมะตอยหมด บ้านเป็นทรงยุโรปส่วนใหญ่ ทุกๆหมู่บ้านมีประปาใช้ การคมนาคมสะดวก เกือบทุกบ้านมีรถยนต์ขับ แล้วไม่เข้าใจว่าเขาจะมาเรียกร้องอะไรว่าเขาทุกข์ เขายากจน เขาได้รับการปฏิบัติไม่เท่าเทียมกัน แต่สิ่งที่เห็นชัดคือ เขาเล่นหวยเถื่อนกันเยอะมากๆ ถ้าจะจนเพราะการพนันนี่ไม่น่าเห็นใจค่ะ

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
สันธิลา วันที่ : 16/04/2010 เวลา : 10.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saynathy

อ่านแล้วเศร้าค่ะ สงสารทหาร และสงสารคนเสื้อแดงค่ะ พวกเขายังอยู่ในความมืดจริงๆ พวกเขาถูกล้างสมองว่า ถูกกดขี่ข่มเหง ได้รับความไม่ชอบธรรมในสังคม มีสองมาตรฐาน ความจริงสิ่งนี้เป็นข้ออ้างของท่านทักษิณ แต่ความเป็นจริงพวกเขาได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันในสังคม หากเป็นเมื่อ30ปีที่แล้วจะเชื่ออยู่ แต่ปัจจุบันนี้คนอีสานคนเหนือแทบจะไม่มีคนยากจนแล้ว มีก็น้อยมากๆ ส่วนมากพอเพียงกัน แต่อาจจะจะยากจนที่ติดหนี้นอกระบบเพราะการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น การพนัน เหล้า บุหรี่ หวยเถื่อน และการใช้จ่ายเกินตัว หากทุกคนเลิกอบายมุขและการใช้จ่ายเกินตัวได้ ความเท่าเทียมก็จะเกิดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
ปฐมนิเทศกระเพาะ วันที่ : 16/04/2010 เวลา : 10.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunfah


ขาดยังไม่ได้ถามญาติ คนตายเลยว่าคิดอย่างไร


ผมว่ามีแต่ข้อมูล เอามาลง ก็ได้ประโยชน์อะไรละครับ ไม่มีคำถามตามที่ ความคิดที่23 ว่าไว้จริงๆ ไม่อาจทราบความเป็นกลางของผู้ถามได้

เหมือนรายการคมชัดลึก
http://www.oknation.net/blog/khunfah/2010/04/15/entry-1

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
Whetstone วันที่ : 16/04/2010 เวลา : 09.58 น.

ผมมีทฤษฎีที่ว่า

เมื่อคนเจ็บตัวมากๆ สติปัญญาจะกลับมา

ยิ่งนอนนานเท่าใด ยิ่งมีเวลาใคร่ครวญเท่านั้น


จึงอาจจำเป็นให้พวกทำลายบ้านเมือง ได้นอน นานๆ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 16/04/2010 เวลา : 09.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  

มันเป็นความจริงที่แสนเศร้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
พฤจิกา วันที่ : 16/04/2010 เวลา : 08.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bigeye2009
"... ณ ทางแยก... บนทางเดินชีวิต..."

ผู้ชุมนุมเพียงเปิดใจ เพียงมีสติ พวกเขาก็จะมองเห็นความจริงได้มากขึ้น

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
โคมทอง วันที่ : 16/04/2010 เวลา : 02.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ji2551

ความแตกแยกและความเสียหายเหล่านี้ ทักษิณต้องรับผิดชอบ ส่วนม็อบเสื้อแดงไม่สงสารค่ะ ประชาธิปไตยที่พวกเขาหามันคืออะไรกันแน่ๆ (มีความเข้าใจผิดนั้นมากมาย)
เพราะพวกเขากร่างแบบนี้มานานแล้ว โดนสะบ้างก้ดี สงสารทหารมากกว่า อดทนมากมาย...ใครที่อดทนกับเสื้อแดงเกินชั่วโมงโดยไม่โหนี้ ถือว่าเทวดา

ที่รู้สึกไม่ดีคือคนไทยฆ่ากันเอง...คนที่ตั้งใจให้มีการฆ่ากันเองคนนั้นคือทักษิณและแกนนำเสื้อแดง...ขอประณาม

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
ThailandNeverDie วันที่ : 16/04/2010 เวลา : 01.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thailandneverdie
"รักวัวให้ผูก รักลูกให้กอด..."

หดหู่ในหัวใจมากครับ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
อีหนูซู่ซ่า วันที่ : 16/04/2010 เวลา : 01.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/smallwife

เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นเลย เห็นใจทุกฝ่ายนะค่ะ
สะเทือนใจมากจริงๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
meen วันที่ : 16/04/2010 เวลา : 01.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ameennews
Ameen

ทหารเกณที่คิดฝันถึงอนาคตหลังจากผ่านการเกณทหาร แต่กลับต้องมาเจอเหตุการที่เหมือนสงครามที่ควรจะเกิดแค่ในตะวันออกกลาง

เสียใจกับเสื้อแดงที่บาดเจ็บที่ไม่ได้รับการเห็นคุณค่าจากแกนนำ(นอกจากคนตาย)
เสียใจกับเสื้อที่คิดจะกลับไปร่วมชุมนุม

เสียใจกับแม่ที่ความจิงแล้วเหตุการณ์มันควรจะเป็นแค่ไม่ได้เห็นหน้าลูกซักพัก

เสียใจกับประเทศไทยที่คนรักมันน้อยลง

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
BFW วันที่ : 16/04/2010 เวลา : 00.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bfw
 

มันน่าสะท้อนใจ ถ้าพวกเสื้อแดงที่ชุมนุมอยู่ได้มารับรู้มุมมองแบบนี้บ้าง เค้าก็คงจะรู้ว่าอะไรจริง อะไรเท็จ แต่น่าเสียดายที่เค้าโดนกรอกหู มอมเมา แต่เรื่องเท็จ จนฝังลึกเสียแล้ว

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ฟ้าบ่กั้น วันที่ : 15/04/2010 เวลา : 23.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/underthesamesun

เหยื่อกบฎ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
tanatach วันที่ : 15/04/2010 เวลา : 23.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanatach
การเมืองเรื่องใกล้ตัว  แต่ขอมองอย่างธนธัช // Tanatach  Kosirisant

คุณสุทธิชัยจะไม่วิเคราะห์หน่อยหรือครับ
การนำคำตอบมาบอกเล่า
เพื่อการวิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์
โดยไม่รู้เลยว่าอาสาสมัครได้รับการอบรมให้ทำงานอยู่ในกรอบตรงไหน
ชอบเขตุแค่ไหน
คำถามนำ..ถามอย่างไร?
ที่สำคัญ..ต้องการคำตอบอะไร?
มีจุดประสงค์อะไร?
เพราะแบบสอบถามทุกอย่าง...
หากวิเคราะห์กันจริงๆแล้ว...ล้วนมีเป้าหมายแอบแฝงเสมอ
นอกจากเป้าหมายจุดมุ่งมายที่เห็นชัด
ผมเห็นว่าหากยังไม่ได้วิเคราะห์แบบสอบถามก็ป่วยการที่จะวืเคราะห์ถึงความต้องการที่แท้จริงได้
ฉะนั้นคำตอบลักษณะเช่นนี้จึงขาดความน่าเชื่อถือ
ธนธัช

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ห้องนั่งเล่น วันที่ : 15/04/2010 เวลา : 23.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LifeSkills

ช้างชนกัน สิ่งที่เสียหายคือหญ้าที่ช้างย่ำ ถ้าให้เลือกได้ผู้บาดเจ็บเหล่านั้นก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ ในเมื่อเหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้วความสูญเสียก็ต้องเกิดขึ้นเป็นธรรมดา ก็มามั่วแต่หาคนผิด ต่างคนต่างโทษกันไปโทษกันมา แทนที่จะหาทางป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงอย่านี้ขึ้นอีก ถ้าต่างฝ่ายลดทิฏฐิลงน่าจะคุยกันได้ การใช้ความรุนแรงไม่สามารถตัดสินปัญหาได้เสมอไป ประเทศไทยมีศาสนาไว้เป็นสถาบันเพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจ หวังว่าประเทศไทยคงผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้นะครับ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
แม่มด วันที่ : 15/04/2010 เวลา : 22.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/deardog

ถึงวันนี้...ก็ยังไม่รู้สึกสงสารผู้ชุมนุมแม้แต่นิด

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
pboyz วันที่ : 15/04/2010 เวลา : 22.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/zmixclub

ผมว่าการเป็นผู้นำที่ดีมันไม่ใช่เรื่องง่ายนะ..

ในบ้านหลังนี้ที่เรียกว่าประเทศไทย..
พวกผมก็คือเด็กชาย ที่เดินตามรอยผู้นำของพี่ชายทั้งสองคน
"คนหนึ่งที่ชื่อว่า อภิสิทธิ์ อีกคนหนึ่งก็ชื่อว่าทักษิณ"

ผมไม่ชอบที่จะเห็นพี่ชายสองคนมาทะเลาะเบาะแว้งเพราะ
ความเห็นที่ต่างกัน และผมก็คิดว่าถ้าผมเป็นคนกลางที่พอจะ
ชวนให้พี่ชายทั้งสองสามัคคีกันได้ก็คงดี

แม้คิดว่ามันไม่ใช่ปัญหาของน้องชายที่ด้อยประสบการณ์
และผมคิดว่า พี่ทั้งสองก็ไม่ควรมาเกลี้ยกล่อมให้ผมเห็นดี
เห็นงามไปตามความคิดของพวกเขา

ผมคิดว่า "แบบอย่างที่ผมอยากเห็น"
คือ "คนที่มีความเป็นผู้นำที่ดี ที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม"
"ไม่ชักจูงนำพาไปในสิ่งที่ผิด" "และไม่เห็นแก่ตัว"
"เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น"

เมืองไทยมีหลายชนชาติศาสนา คนไทยเป็นคนดี
เมื่อคนไทยเป็นคนดี คนไทยก็ต้องรักและสามัคคีกัน
เมื่อคิดว่าคนไทยไม่ควรรักและสามัคคีกัน แล้วใครจะเห็นว่า
คนไทยเป็นคนดี จะเห็นว่าคนไทยเป็นแบบอย่างที่ดีน่าคบหา
"เป็นประเทศ เป็นครอบครัว เป็นชาติ ที่รักสงบและสามัคคี"

ผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนเป็นคนดี หากเข้าใจในหน้าที่ของตัวเอง โชคลาภหรือวาสนาใดใด เราก็ต้องพึ่งพาตัวเองทั้งสิ้น

"เมื่อคิดว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตนได้ ไม่ไปเบียดเบียนผู้อื่น"

ผมก็คิดว่า ความสุขเล็กน้อยที่พึงจะได้รับ ก็ล้วนมาจากตัวเรา
ก่อน มากกว่าจะมองเห็นประโยชน์ส่วนตนแล้วคิดว่าทำเพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่.....

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
thekop_girl วันที่ : 15/04/2010 เวลา : 22.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thekopgirl1989

ไม่ต้องหาใครมารับผิดชอบหรอกค่ะ เราทุกคนที่พลเรือนของแผ่นดินไทยนี่ต่างหากที่ต้องร่วมกันรับผิดชอบ
เราว่าสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ณ ขณะนี้ คงต้องใช้กาลามสูตร 10 แล้วค่อยมาร่วมกันหาทางออกกันดีกว่ามานั่งหาคนรับผิดชอบในขณะนี้
ปล. ฟังแล้วคิดตริตร่องให้ถี่ถ้วนกับสารที่รับ อย่าเชื่อทันทีกับสารรับมา

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
Vodka2Go วันที่ : 15/04/2010 เวลา : 21.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vodka2go
What Kind Of WORLD Do You Want?

คุณความเห็นที่ 1 คะ เรื่องความคิดเห็นแตกแยกเป็นฝักเป็นฝ่ายมันมีมาตั้งแต่สมัยคุณทักษิณเป็นนายกฯแล้วไม่ใช่เหรอคะ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ไม้ม๊อบ วันที่ : 15/04/2010 เวลา : 21.32 น.

ข้อสังเกต
1. ผู้ชุมนุมทุกคน เรียกร้องอยากได้ประชาธิปไตย และความเป็นธรรม คนที่ 2 บอกว่า เขามาเพราะความคับแค้นใจ เพราะความไม่เท่าเทียมกันและการกดขี่ของคนในสังคม อยากรู้จังเขาได้รับการกดขี่อย่างไร มีใครไปทำอะไรเขาหรือ และที่บอกความไม่เท่าเทียมกันในสังคมนั้น มันแน่นอนอยู่แล้ว มีอะไรบ้างที่เท่าเทียมกัน ถ้าพูดถึงฐานะจะเท่เทียมกันไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับรากฐานการก่อร่างสร้างตัว สร้างฐานะของบรรพบุรุษ และตัวเองรวมทั้งครอบครัว (แข่งอะไรแข่งได้แต่แข่งวาสนาแข่งไม่ได้) ชายหญิงแม้กฎหมายให้สิทธิเท่าเทียมกัน แต่ก็ไม่อาจเท่าเทียมกันได้ เพราะรูปร่าง ลักษณะโครงสร้างและการวางตัวตามจารีตประเพณี (เข้าใจว่าอย่างนี้) แล้วสิ่งที่เขาบอกไม่เท่าเทียมนั้น หมายความว่าอย่างไร งงจัง

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
วิศวศิลป์ วันที่ : 15/04/2010 เวลา : 21.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sarapansanmalao

คนที่มาชุมนุมมากมายที่ไม่รู้ว่าตนทำตามแผนใครใครที่มีเบื้องหลังจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
อธิฏฐาน วันที่ : 15/04/2010 เวลา : 20.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sandstone
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

แกนนำคนเสื้อแดงและทักษิณต้องรับผิดชอบ เพราะไม่ได้ชุมนุมโดยสันติ มีแต่ความรุนแรงละเมิดสิทธฺของผู้อื่น ประเทศไทยไม่ใช่เป็นของเสื้อแดงกลุ่มเดียว

นายกอภิสิทธิ์ทำถูกต้องตามขั้นตอน เพื่อความสงบสุขของประชาชน ในเมื่อคนเสื้อแดงมันอยากจะตายแทนทักษิณก็ช่างมันเถอะ

ฝากให้ คห.1 อ่านด้วย

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
KaaTip วันที่ : 15/04/2010 เวลา : 20.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kaatip

เหมือนคนเสื้อแดง ไม่รู้ตัวว่า ตัวเองโดนใครทำ และที่ทำไป ทำเพื่ออะไร เหมือนมีคนคิดแทนให้ แล้วก็ยกคำพูดพวกนั้นมาบอก ถ้าให้เค้าขยายความ คงเหวงแน่
แต่สิ่งนึง ที่น่าสงสารคนเสื้อแดง คือ เค้าเชื่อในเรื่องวาสนา เค้าคิดว่าการที่เค้าจนเพราะมีคนแกล้งและจงใจทำ เค้าคิดว่าการที่เค้าจนมันไม่เป็นธรรม และเชื่อตามที่คนอื่นๆบอกมาว่า ถ้ายุบสภา พอทักษิณเข้ามา เค้าจะรวยขึ้น
อยากจะถามเหลือเกินว่า แกนนำได้เงินไปเท่าไหร่ และคนที่มาชุมนุมได้เท่าไหร่ เท่ากับแกนนำหรือไม่ แล้ว คนๆเดียว จะทำให้คน 63ล้านคน รวยเท่ากับทักษิณรึเปล่า การที่ทักษิณหยิบยื่นให้ เค้าให้ได้ 63ล้านคนรึเปล่า และคน 63 ล้านคน จะรวยติดอันดับ 1ใน50คนของโลก เหมือนทักษิณรึเปล่า

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
kookai วันที่ : 15/04/2010 เวลา : 20.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kookai

ขอชื่นชมกลุ่มอาสาสมัครเพื่อนรับฟัง และคุณสุทธิชัยที่นำสิ่งเหล่านี้ออกมาให้ได้พิจารณากัน เพราะในชั่วโมงนี้มีแต่คนเอาแต่พูด โดยไม่ได้หยุดฟังจริงๆ หวังว่าจะช่วยให้เกิดความเข้าใจกันมากขึ้น มากกว่าที่จะเอาแต่เครียดแค้น และ เพิ่มความชิงชัง

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
franker วันที่ : 15/04/2010 เวลา : 20.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/franker
มิตรภาพ...และ...ความหวัง

แล้วคนชุมนุม เป็นหน้าที่ของคุณเหรอ ที่ต้องออกมาตีกับทหาร

เพราะว่าดูแล้ว จากบทสนทนา ไม่มีใครเลย ที่สำนึกผิด หายแล้วจะกลับไปชุมนุมต่อ โห สถุนได้ที่

แล้วจะมาเรียกร้องขอการอภัยจากใครครับ ????

ทหารหน่ะ เขาทำตามหน้าที่ แต่ผู้ชุมนุม ตอบหน่อย ว่ามีหน้าที่อะไร

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
มะพร้าวแห้ว วันที่ : 15/04/2010 เวลา : 19.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/myfingerprint
เรื่อยๆมาเรียงๆนกบินเฉียงไปทั้งหมู่......

สวัสดีค่ะคุณลุงสุทธิชัย เห็นใจผู้บาดเจ็บทุกคนค่ะ ผู้ชุมนุมนี่ยิ่งน่าสงสาัร โดนแกนนำหลอกไปเจ็บไปตายฟรี แต่ไม่เคยไปเยี่ยม ส่วนผู้บาดเจ็บที่เป็นทหาร ยังมีปชชแห่กันไปเยี่ยม แต่อย่างไรก็ดี ไม่อยากเห็นไทยฆ่าไทยด้วยกันอีกเลย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน
ไม่เคยมีใครทำให้แผ่นดินไทยแตกแยกได้มาก เท่ากับชายคนที่ชื่อทักษินอีกแล้ว

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
-Took- วันที่ : 15/04/2010 เวลา : 18.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nonceword

อ่านแล้วเศร้าใจ ขอบคุณ อาสาสมัครเพื่อนรับฟัง ที่นำข้อความมาแบ่งปัน

ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของทหารผู้กล้า ที่เสียชีวิต

และขอเป็นกำลังใจให้ทหารที่บาดเจ็บ หายไวๆ และกลับมามีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง ในเร็ววันด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ศรีอโยธยา วันที่ : 15/04/2010 เวลา : 18.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vikings

เป็นเรื่องน่าแปลกที่แกนนำ สามารถใช้ความรุนแรง ประกาศล่าผู้นำประเทศ จะฆ่าผู้เห็นต่าง ---> แต่ไม่ต้องรับผิดชอบหรือ

เป็นเรื่องแปลกกลุ่มผู้ชุมนุมใช้กำลังทำร้ายผู้เห็นต่าง ทั้งๆที่สร้างความรำคาญและเดือดร้อนไปทั่ว ----> แต่ไม่ต้องรับผิด

ประชาชนแตกแยกมากสุดสมัยไหน หากไม่แดงแจ๋ น่าจะตอบได้ว่าใครเป็นต้นเหตุ การที่มีการปลุกระดมด้วยข้อมูลที่เป็น "เท็จ" ทำให้สังคมแตกแยก เป็นฝ่ายไหน

เห้อ เหนื่อยใจครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
redribbons07 วันที่ : 15/04/2010 เวลา : 17.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

คนบงการนี่ใจร้ายมากเลย


++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ผู้ชุมนุมน่าจะกลับบ้านได้แล้ว จะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อ

ของคนชุดดำอีกต่อไป




.

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ชายแม้น วันที่ : 15/04/2010 เวลา : 17.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/changman

สงสารประชาชนและทหาร ที่ต้องเป็นผู้ได้รับผลกระทบ
คนไทยด้วยกัน คุยกันได้ทำไมไม่คุยกัน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ตุ๊กกะตุ๊กล้มลา วันที่ : 15/04/2010 เวลา : 17.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tukkatuk

ผมว่าคนที่ทำให้คนไทยแตกแยกน่าจะเป็นทักษิณนะครับ
อย่าเอาความเท็จมายัดใส่หัวคนอื่นอีกเลย
ใครคิดไม่เหมือนก็ไปไล่ตีเขา..เบื่อม๊อบเหวง

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
หนุ่มแปลกหน้า วันที่ : 15/04/2010 เวลา : 17.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/untameheart

จาก ความคิดเห็นที่ 1
ใช่ครับ นายกต้องรับผิดชอบและแก้ไขสถานการณ์ให้ดีที่สุด
แต่ถ้าเสื้อแดงสันติ อหิงสาก็คงไม่เป็นแบบนี้

ผมเห็นมีแต่เสื้อแดงป่าเถื่อน ทำร้ายทหารก่อน
ไม่เห็นมีภาพทหารทำร้ายประชาชนก่อนเลย
ท่านนายกก็ย้ำแล้วย้ำอีก ในเรื่องนี้
อย่าโทษนายกคนเดียวเลยครับ
ควรจะโทษแกนนำเสื้่อแดง และ ทักษิณก่อนเป็นอันดับแรก
ที่ยั่วยุความรุนแรงทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
borderer วันที่ : 15/04/2010 เวลา : 17.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/borderer

ไม่มีใครอยากให้ความรุนแรงเกิดขึ้น
เราคงได้บทเรียนกันอีกบท
แล้วก็คงมีบทใหม่อีกต่อไป
ตราบที่ยังมีคนที่ละโมภในอำนาจและเงิน
อย่างไร้ศักดิ์ศรีและมนุษยธรรมในใจ
สงสารทุกคนที่เป็นเหยื่อในเกมอำมหิตนี้...

อยากให้สัมภาษณ์ผู้บาดเจ็บแบบนี้
เผยแพร่อีกหลาย ๆ มุมมอง

สงสารทหารที่โดนหมาลอบกัด...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
marcie วันที่ : 15/04/2010 เวลา : 17.20 น.

รายงานอย่างนี้น่าจะมีออกมามากๆ แทนท่ีจะมีแต่ข้อมูลว่าเศรษฐกิจเสียหายวัวละกี่ล้านบาทเพียงอย่างเดียว

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ananya วันที่ : 15/04/2010 เวลา : 17.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kobnoi
รักในหลวง ร่วมใจปกป้องสถาบัน

คห.ที่ 1 ใช่เลยค่ะ แตกแยกมากเพราะมีคนชื่อ ทักษิณ ตัวเสี้ยม ชักใยอยู่เบื้องหลัง เพื่อหวังจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง โดยไม่สนใจว่าจะใช้วิธีการใดๆ ก็ตาม แกนนำเองก็ควรรับผิดชอบเหมือนกัน ที่พาคนมาตายและยังมีกองกำลังสนับสนุนจากเสธ...อีกต่างหาก หวังว่าคงไม่ว่ากันนะคะที่เห็นต่าง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พ.พระทองคำ วันที่ : 15/04/2010 เวลา : 17.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamamamakakakananananakorn
makanakorn

ใช่.. ต้องรับผิดชอบ โดยเฉพาะนายยกรัฐมนตรี ผู้นำประเทศ เพราะได้สร้างตราบาปไว้แก่แผ่นดิน เป็นประวัติศาสตร์และตราบาปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานว่า สมัยนายยกอิภิสิทธิ์ เป็นสมัยที่คนไทยแตกเป็นฝักเป็นฝ่าย จนถึงขนาดเข่นฆ่ากันตายเลือดนองแผ่นดิน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานเปิดตัวหนังสือ " ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา "

บรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ "ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา"

View All