• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 2789
  • จำนวนผู้ชม : 7918500
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8866 คน
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/black
วันอังคาร ที่ 16 กันยายน 2557
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 1244 , 10:22:58 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 8 คน สิงห์นอกระบบ , นายยั้งคิด และอีก 6 คนโหวตเรื่องนี้

ตั้งวงสนทนากับรองนายกฯ ดร. ยงยุทธ ยุทธวงศ์ เมื่อหลายวันก่อนหนีไม่พ้นต้องแสดงความห่วงว่าประเทศไทยจะแข่งขันกับคนอื่นเขาได้อย่างไรถ้างบประมาณสำหรับวิจัยและพัฒนา หรือ R&D (Research & Development) ยังต่ำกว่าใครต่อใครเขาในแถบนี้

ไม่ต้องพูดถึงว่าประเทศที่ประสบความสำเร็จด้านการผลักดันตัวเองให้พ้นจากระดับกำลังพัฒนาไปสู่การพัฒนานั้นต้องมีนโยบายการส่งเสริมการวิจัยอย่างจริงจัง โดยที่รัฐบาลกับเอกชนจะต้องจัดงบประมาณด้านนี้อย่างเป็นรูปธรรม

ดร. ยงยุทธซึ่งทำเรื่องวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาตลอดชีวิตบอกรัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศอย่างจริงจัง เห็นได้ชัดจากงบประมาณที่ไม่ได้จัดสรรตามที่รับปากเอาไว้

งบวิจัยภาครัฐอยู่ที่ประมาณ 0.2% ของรายได้ประชาชาติ

สมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรํฐบาล สัญญาว่าจะเพิ่มให้เป็น 1% ต่อมารัฐบาลพรรคเพื่อไทยบอกว่าจะขึ้นให้เป็น 2%

เอาเข้าจริง ๆ นักการเมืองไม่ได้ทำตามสัญญาเลย นอกจากจะไม่ได้เพิ่มแล้ว ยังมีแนวโน้มว่าจะลดลงด้วยซ้ำ

ดร. ยงยุทธบอกว่าแม้จะมีการบรรจุวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งในแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แต่ในความเป็นจริงก็เป็นเพียงแผน ไม่ได้ปฏิบัติตามแผนแต่อย่างใด

รองนายกฯคนนี้บอกว่าความแข็งแกร่งของไทยอยู่ที่การเกษตร ซึ่งอาจจะต่อยอดเป็นอุตสาหกรรมอาหารหรือส่งออกผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืนได้ในระยะยาว แต่ถ้าไม่ทำงานวิจัยและพัฒนาเพิ่มมูลค่าเพิ่ม ประเทศจะตกอยู่ในสภาพที่น่าเป็นห่วงมาก

“อย่าว่าแต่จะออกจากกับดักรายได้รายปานกลางหรือ Middle Income Trap เลย แม้แต่จะรักษาระดับรายได้ปานกลางก็อาจจะเป็นเรื่องยากด้วยซ้ำไป” ดร. ยงยุทธบอก

ประเทศที่เจริญแล้ว งบวิจัยของชาติจะอยู่ที่ระดับ 2-3% ของรายได้ประชาชาติ แต่ของไทยเรายังคงเส้นคงวาอยู่ที่ระดับต่ำคือ 0.2% ซึ่งทำให้การสร้างอะไรใหม่ที่มีคุณค่ามากกว่าเดิมเป็นไปไม่ได้

ผมเคยได้ยินผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรหรือ สวก. ดร. พีรเดช ทองอำไพบอกว่ารัฐลงทุนด้านวิจัยน้อยมาก เพราะมองว่าเป็นการลงทุนที่สูญเปล่า เพราะการลงทุนกับงานวิจัยไม่ได้หมายความว่าลงทุนแล้วจะได้ผลงานเสมอไป ต้องทดลอง ต้องใช้เวลา ต้องอดทน และต้องรับความเสี่ยง แต่เมื่อได้ผลแล้วจะส่งผลตอบแทนให้กับประเทศมหาศาล

เกาหลีใต้พิสูจน์แล้วว่าที่สามารถเอาชนะญี่ปุ่นได้มาบางด้านของเทคโนโลยีเพราะทุ่มลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา

มีการวิเคราะห์แล้วว่าซัมซุงของเกาหลีใต้ชนะโซนี่ญี่ปุ่นก็เพราะตัดสินใจลุยทางด้านการลงทุน เลิกลอกเลียน เลิกตามหลัง หันมาสร้างนวัตกรรมใหม่ด้วยการวิจัยหาสิ่งใหม่ ๆ ที่ล้ำหน้ากว่า

พองบวิจัยน้อย นักวิจัยเก่ง ๆ ก็ไม่เกิด และเมื่อไม่มีนักวิจัย, ประเทศไทยก็ได้แต่ขายแรงงานและเป็นลูกจ้าง ไม่อาจจะสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และไม่สามารถขับเคลื่อนให้เกิดความตื่นตัววงการต่าง ๆ อย่างที่หลาย ๆ ประเทศได้ทำเป็นตัวอย่างมาก่อนเรา

ผมได้รับทราบข่าวว่าเอกชนหลายกลุ่มได้พยายามผลักดันให้มีการปรับเพิ่มงบวิจัยทั้งในภาครัฐและเอกชน โดยที่เอกชนเสนอว่าหากงบวิจัยของบริษัทต่าง ๆ สามารถหักภาษีได้เพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ ก็จะเป็นแรงผลักดันอีกด้านหนึ่งในทิศทางที่ถูกต้อง

ดร. ยงยุทธเข้ามาเป็นรองนายกฯรอบนี้ยืนยันกับผมว่าจะผลักดันเรื่องวิทยาศาสตร์, การศึกษาและสวัสดิการสังคมอย่างเต็มที่อีกรอบหนึ่ง

รับปากว่าจะไม่ให้ “เสียของ” เป็นอันขาด





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
39step วันที่ : 23/09/2014 เวลา : 12.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naphatara

คนไทย(ที่ให้เงินนักวัจัย) มักคิดว่า ให้เงินไปแล้ว ต้องได้งาน และมีกจะติดว่า ทำงานครั้งเดียวก็สำเร็จ ซึ่งในความเป็นจริง มันไม่ใช่อย่างนั้น ผมเคยทำวิจัย สร้างเครื่องมือชนิดหนึ่ง กรรมการให้งบเฉพาะซื้อวัตถุดิบ ที่เพียงพอสำหรับ 1 เครื่อง แต่ พอทำจริง ครั้งแรกเครื่องไม่เป็นตามที่ต้องการ จะทำเครื่องใหม่ เงินไม่มี เลยต้องสรุปผลงานตามมีตามเกิดที่ได้ ซึ่งหากมีงบเพิ่มอีกนิดหนึ่ง ก็จะสามารถทำเครื่องที่มีประสิทธิภาพได้ อยากจะฝากท่านที่ดูแลงานวิจัย โดยเฉพาะการผลิตเครื่องมือ เครื่องจักรใหม่ ๆ ว่า ควรให้งบมากกว่า 1 เครื่อง เพราะการสร้างเครื่องมือเครื่องจักร ไม่ใช่สร้างครั้งเดียวเสร็จ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Hiriotappa วันที่ : 18/09/2014 เวลา : 00.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

งานวิจัยนั้นบางทีก็มีเรื่องการจดสิทธิบัตรมาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งหลายๆประเทศที่ประสบความสำเร็จกับงานวิจัยต่างๆนั้นส่วนใหญ่มีเปอร์เซนต์การจดสิทธิบัตรสูงกว่าประเทศที่ล้มเหลวด้านงานวิจัย หรือ มีการค้นคว้าวิจัยงานต่างๆแบบขาดการสนับสนุน
สิ่งสำคัญคือส่วนใหญ่มันเป้นภาคเอกชนไม่ใช่ภาครัฐบาลที่ทำให้งานวิจัยต่างๆประสบผลสำเร็จขึ้นมาแล้วขยายตัวแบบที่เป้น บางบริษัทมีงบด้านวิจัยเหลือเฟือ เพราะบริษัทตัวเองนั้นมีอะไรครอบคลุมทุกอย่างในระบบเศรษฐกิจซึ่งแต่ก่อนไม่มีแต่มีการวางแผนโรยเมล็ดไว้ตลอดว่าธุรกิจแบบไหนจะโต ดังนั้นการวิจัยและพัฒนานั้นไม่ได้หมายความว่ามันจะต้องเป้นผลงานผลผลิตหรือเครื่องอะไรต่อมิอะไร เทคโนโลยีอะไรต่อมิอะไร แต่อาจหมายถีง การวิจัยและพัฒนารูปแบบการดำเนินธุรกิจ การบริหารธุรกิจ ที่เป็นนามธรรม เพราะสิ่งเหล่านี้จะต้องดำเนินงานควบคู่ไปกับสิ่งที่เรียกว่ารูปธรรม หากจะบอกว่าต่างประเทศเขามีรูปแบบงานวิจัยพวกนี้เท่ากันทั้งสองส่วนแล้วประสบความสำเร็จได้อย่างไรก็คงต้องถามว่าในประเทศเรานั้นให้ความสำคัญการศึกษาวิจัยและพัฒนาอะไรที่เป็นนามธรรมกันสักเท่าไหร่ ?

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 17/09/2014 เวลา : 06.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

เสียดายครับ งานวิจัยของบ้านเราส่วนใหญ่ขึ้นหิ้งหมด ควรให้ทุกสถานบันทั้งวิจัยและวิชาการ ตั้งธงไว้เลยว่า งานวิจัยต้องได้ผลทั้งด้านวิชาการและความสามารถในการนำไปใช้จริงครับ http://www.oknation.net/blog/nfedlion/2014/09/12/entry-2

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 17/09/2014 เวลา : 06.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ แล้วก็จีน เขาทะยานไปข้างหน้าก็เพราะเขาวิจัยกันมาก แต่ไทยเราเอาเงินไปโกงกินกันหมดครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
hayyana วันที่ : 17/09/2014 เวลา : 04.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

มหาลัยไทยก็อันดับตกจาก 239 มา 243 (QS Ranking)

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Obtimusa.. วันที่ : 16/09/2014 เวลา : 13.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NamUn

สิ่งที่ได้ยินประจำตอนที่งบประมาณวิจัยถูกลดลงคือ
นักการเมืองคิดว่างานวิจัยคือบะหมี่สำเร็จรูป เติมน้ำร้อนแล้วส่งให้ชาวบ้าน(ฐานคะแนนเสียง) ทานได้เลย อันไหนไม่เป็นแบบนี้ตัดงบหมดเลย หรืองานวิจัยไหนที่ต้องใช้เวลาเกิดสมัยเลือกตั้ง ก็ตัดหมด

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานเปิดตัวหนังสือ " ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา "

บรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ "ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา"

View All