• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 2789
  • จำนวนผู้ชม : 7899858
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8866 คน
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/black
วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 1957 , 14:20:30 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ni_gul , สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

คำนี้อาจารย์ปณิธาน วัฒนายากร ในฐานะที่ปรึกษารองนายกฯฝ่ายความมั่นคงใช้เพื่ออธิบายถึงความสลับซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมหาอำนาจทั้งในเอเซียและระดับโลก

เป็นประเด็นที่เกิดจากความขุ่นมัวของความสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยกับสหรัฐฯในยามนี้

ดร. ปณิธานตั้งข้อสังเกตว่าผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯแดเนียล รัสเซลไม่ได้พูดถึงประเด็นที่ควรจะพูดถ้าหากจะแสดงถึงความเป็นมิตรอันยาวนาน

ผมฟังวิทยุจุฬาฯวันก่อน ได้ยินท่านแสดงความเห็นตอนหนึ่งว่า

“เขาพูดแสดงความกังวลเรื่องประชาธิปไตยในไทย เราเข้าใจ แต่ว่าเรามีข้อสังเกตว่าเวลาเขาเดินทางไปอีกหลายประเทศทำไมไม่เห็นพูดเรื่องนี้เลย ไม่ว่าจะเป็นประเทศเพื่อนบ้านของเราหรือประเทศในตะวันออกกลาง แสดงว่าเขามีหลายมาตรฐาน อีกประเด็นหนึ่งเขาต้องเข้าใจว่าคดีถอดถอนอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์นั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ถ้าหากรัฐบาลปัจจุบันไปสั่งระงับยับยั้ง ก็จะเป็นการแทรกแซงอีกรูปแบบหนึ่ง จึงต้องปล่อยให้คดีเดินไปตามกลไกใหม่ที่มีอยู่ แต่ต้องระมัดระวังอย่างที่เขาพูดคือไม่ให้มีการกลั่นแกล้งหรือเกิดความไม่เป็นธรรม”

อาจารย์ปณิธานอ้างอีกเหตุผลหนึ่งที่ “แปลกมากเลย” ก็คือสหรัฐฯซึ่งมักอ้างเสียงประชาชนและการสำรวจความเห็นประชาชน แต่ไม่ยอมรับฟังการสำรวจประชาชนคนไทยหลายครั้งจากหลายสำนักว่าคนส่วนใหญ่ก็ยังอยากให้รัฐบาลรักษาความเข้มข้นในการรักษาความสงบ ไม่ต้องการเห็นความยุ่งยากวุ่นวายทางการเมือง

พูดถึงความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ, ย้อนไปตั้งแต่หลังสงครามเย็น สหรัฐฯแพ้สงครามเวียดนาม ถอนตัวออกจากภูมิภาคนี้ รัฐบาลไทยขณะนั้นภายใต้การนำของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมชริเริ่มให้สหรัฐฯถอนทหารออกจากไทย หลีกเลี่ยงทฤษฎี Domino Theory นำไปสู่ “ความสัมพันธ์ไทยกับสหรัฐที่รอบด้านและซับซ้อนมากขึ้น” ด้วยการจับมือกับจีน

หลังจากนั้นทุกรัฐบาลไทยก็จะปรับความสัมพันธ์กับประเทศอื่น ๆ ในลักษณะที่มี “ความสลับซับซ้อน”มากขึ้นเช่นการคบหาจีนกับญี่ปุ่นซึ่งก็ไม่เท่ากันไม่ว่าจะเป็นการค้า, การเมือง, เศรษฐกิจและความมั่นคง

ญี่ปุ่นยังเป็นประเทศที่ลงทุนด้านอุตสาหกรรมในประเทศไทยสูงสุด ขณะที่จีนเข้ามาในไทยรูปแบบต่าง ๆ ทั้งด้านเกษตรและอุตสาหกรรมรวมถึงนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมากกว่าประเทศอื่น

ไทยกับสหรัฐฯคบหากันมา 182 ปี มีความแนบแน่นทุกด้าน มีสนธิสัญญาต่อกันในหลาย ๆ กรณี บางครั้งเราถลำลึก บางครั้งเราเย็นชา แต่ในท้ายที่สุดก็ต้องรักษาความสัมพันธ์ที่ “สลับซับซ้อน” เพื่อให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของดุลแห่งอำนาจในเวทีสากล

ไทยกับจีนเคยยืนอยู่คนละข้างของอุดมการณ์ทางการเมือง จีนปรับเปลี่ยนแนวทางการเมืองและมีความสัมพันธ์กับสหรัฐฯในลักษณะที่ “ซับซ้อน” เช่นกัน มีทั้งด้านที่ขัดแย้งกันและมีทั้งที่ต้องพึ่งพากัน จึงเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับไทยที่จะต้องไม่พลาดพลั้งในการประเมินสถานการณ์เพื่อเข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบต่อไทยเราหลาย ๆ ด้านพร้อม ๆ กัน

บทบาทของจีน, สหรัฐฯและญี่ปุ่นในไทยไม่อาจทดแทนซึ่งกันและกัน เพราะต่างก็มีลักษณะที่แตกต่างกัน ไทยจึงต้องคบหาทุกประเทศเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติในทุก ๆ ด้าน

ที่สำคัญไม่น้อยกว่าก็คือการสร้างความสัมพันธ์ในระดับที่ถูกต้องและเหมาะสมกับประเทศในยุโรป,รัสเซีย, ออสเตรเลียและอินเดียทั้งในรูปแบบทวิภาคีและการทำผ่านอาเซียนในฐานะเป็นเครือข่ายของความสัมพันธ์แห่งยุคดิจิตัลนี้อีกด้วย

อันตรายของการมองเรื่องสลับซับซ้อนจากมิติเดียวคือการก่อให้เกิดการถกแถลงในประเทศที่คับแคบและมีอคติ ทำให้เรามองประเมินผิดพลาดและมีผลเสียต่อการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ยิ่งวันยิ่งมีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศไทย

อย่านับต้นไม้ทีละต้นจนมองไม่เห็นป่า

ขณะเดียวกันเข้าป่าแล้วต้องไม่ลืมพินิจต้นไม้แต่ละต้นด้วย





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Hiriotappa วันที่ : 01/03/2015 เวลา : 23.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

มันมีที่ซับซ้อนกว่านั้นอีกครับรวมถึงเรื่อง จีเอสพี ที่เพิ่งหมดลงในรัฐบาลชุดนี้พอดี เพระาดูเหมือนว่าทางอเมริกาเองก็จะเน้นการพึ่งพาตัวเองหรือเน้นเศรษฐกิจแบบภายในเพื่อซัพพอร์ทประเทศตัวเองมากขึ้นกว่านโยบายการนำเข้า และอีกแง่หนึ่งที่ทราบกันดีว่ารัฐบาลในแต่ละชุดนั้นมีความเชี่ยวชาญงานด้านต่างประเทศแตกต่างกัน เรื่องนี้จริงๆแล้วอาจจะเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการฑูตโดยเฉพาะเท่านั้นก็ได้เพราะไทยเองก็ยังไม่ค่อยมีนโยบายต่างที่แน่ชัดออกไป แทนที่จะมีการแถลงให้คนในประเทศรู้อย่างเดียวหากอยากให้สายตาคนภายนอกมองมาดีขุึ้นแบบโปร่งใสก็ควรจะมีแถลงการณ์ที่ออกมาทุกฉบับแจ้งให้ประเทศคู่ค้าหรือประเทศที่เกี่ยวพันกันในด้านต่างๆรับทราบเหตุผลและความคืบหน้าของสิ่งที่รัฐบาลจะทำด้วย ไม่เช่นนั้นคนอื่นก็คงจะมองแบบใช้สิ่งที่ตนรู้สึกและประวัติศาสตร์มาประเมินเอาเอง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานเปิดตัวหนังสือ " ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา "

บรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ "ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา"

View All