• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 2789
  • จำนวนผู้ชม : 8184205
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8866 คน
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/black
วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม 2558
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 1234 , 13:53:19 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย ดร. ประสาร ไตรรัตน์วรกุล บอกว่าการส่งออกของไทยกำลังเผชิญกับ Perfect Storm

ดร. กอบศักดิ์ ภูตระกูลในฐานะสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสมาชิกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญบอกว่าปัญหาเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างของประเทศนับวันดูเหมือนจะถอยหลัง โดนเพื่อนแซง ข้าวเราก็เสียแชมป์การส่งออก การท่องเที่ยวก็เสียแชมป์

ท่านบอกว่าประเทศไทยเหมือนรถเก่า มันค่อย ๆ ขับ ขณะที่เพื่อนเป็นรถสปอร์ต เขาไปเร็วอย่างเกาหลีใต้สิงคโปร์ เขาไปไหนแล้ว
แปลว่าไทยจะต้องปรับตัวจากการเป็น “รถบุโรทั่ง” เป็น “สปอร์ตคาร์” ให้ได้

ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทำวิสัยทัศน์และออกแบบอนาคตประเทศไทยบอกว่าประเทศไทยทุกวันนี้ถือว่าอยู่ใน “โลกที่ 2” หรือเป็นประเทศกำลังพัฒนา ท่ามกลางยุคการขับเคลื่อนของประเทศต่าง ๆ ในเวทีโลกที่สิงคโปร์และเกาหลีใต้สามารถปฏิรูปประเทศจนได้เข้าไปสู่ “โลกที่ 1” หรือประเทศที่พัฒนาแล้ว

ท่านบอกว่าถ้าประเทศไทยอยู่กับที่ในโลกที่ 2 หรือปฏิรูปประเทศไม่ได้ มีแต่ถอยไปข้างหลัง ไม่สามารถไปแข่งขันประเทศใดได้เลย
ดร. สุวิทย์บอกว่าประเทศไทยยังมีปัญหาเชิงซ้อนในเรื่องสมรรถนะการแข่งขันระยะยาวเพราะคุณภาพของคนไทยแย่ลง และกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น

กลายเป็นปัญหา 2 เด้งที่ทำให้เติบโตไม่ได้เต็มที่

อีกทั้งยังเผชิญ “กับดัก” ประเทศที่มีรายได้ปานกลางและหากผ่านตรงไปนี้ไปไม่ได้ ยังต้องเผชิญ “กับดัก” ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนต่ำสุดกับคนรวยสูงสุด

อย่างนี้ก็เท่ากับต้องเจอกับ Perfect Storm อีกลูกหนึ่ง

คุณอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยรับตำแหน่งนี้เป็นวาระที่สองบอกว่าธุรกิจไทยโดยเฉพาะด้าน SME ไม่ได้เพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันเลย

ท่านบอกว่าจากข้อมูลของ World Economic Forum (WEF) ในปี 2557 อันดับความสามารถในการแข่งขันของไทยอยู่ที่ 31 จากทั้งหมด 144 ประเทศ

ฟิลิปปินส์อยู่ที่ 52, อินโดฯอยู่ที่ 34, มาเลเซีย 24, สิงคโปร์อยู่ที่ 1

เขาคาดการณ์ว่าในอีก 3 ปีข้างหน้าหรือปี 2560 ฟิลิปปินส์และอินโดฯจะดีขึ้น แต่ไทยจะลดลง

คุณอิสระมีข้อมูลเพียบในความอ่อนแอของเศรษฐกิจด้านต่าง ๆ ของไทย และเสนอว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมกันสร้างความสามารถในการแข่งขันเพื่อขับเคลื่อนไทยไปสู่การเป็นผู้นำในอาเซียน พัฒนาไปสู่การเป็น “ชาติแห่งการค้า” หรือ Trading Nation และพัฒนาธุรกิจบริการของไทยไปสู่ระดับโลก

ท่านยืนยันว่า “ถ้าไม่ทำวันนี้ ในอนาคตไทยจะแข่งขันไม่ได้

ในการสัมมนาอีกเวทีหนึ่ง ดร. พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์ภัทร จำกัดบอกว่าทุกวันนี้ประเทศในเอเซียโตเกิน 5% ขณะที่เมืองไทยโต 3% ถือว่ายากแล้ว

สาเหตุที่ทำให้ประเทศไทย “ป่วย” คือปัญหาด้านปริมาณและคุณภาพแรงงาน และความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย
ท่านบอกว่าไทยเจออยู่สองโรคใหญ่ ๆ คือ “โรคแก่ก่อนรวย” และ “หย่อนสมรรถภาพ

“แก่ก่อนรวย” เพราะประชากรหรือแรงงานในวัยทำงานน้อยลงเรื่อย ๆ จนทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ขณะที่ทรัพยากรคนวัยทำงานที่จะต้องใส่เข้าไปเพื่อดูแลคนแก่และเด็กมากขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้ทรัพยากรด้านนี้มีประสิทธิภาพน้อยลง

ทุกวันนี้การเจริญเติบโคของคนวัยทำงาน คนไทยอยู่ระดับต่ำกว่าของเอเซียแล้ว แม้ประชากรไทยจะไม่ลดเหมือนในญี่ปุ่น แต่ในอีก 5 ปีข้างหน้า เราก็จะเริ่มลดลง แม้สิงคโปร์ที่เราคิดว่าคนของเขาเริ่มแก่แล้ว แต่ประชากรวัยทำงานของเขาก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

คำถามก็คือว่าหากนักลงทุนต่างประเทศจะย้ายฐานการผลิต เขาจะเลือกประเทศไหน หากแนวโน้มประชากรแรงงานของเรายังมีความเสี่ยงเช่นนี้

“โรคหย่อนสมรรถภาพ” หมายถึงคุณภาพแรงงานที่ใส่ลงไปในเครื่องจักรเศรษฐกิจไม่ดีอย่างที่ควรจะเป็น ส่งผลให้รายได้ของแรงงานแต่ละคนเริ่มโตช้าลงอย่างต่อเนื่อง

ท่านถามว่า “ประเทศไทยไม่ได้กำลังเจอวิกฤตขนาดประเทศแตกหรือวิกฤตเศรษฐกิจแบบรุนแรง แต่กำลังเข้าสู่ภาวะที่โตช้า ๆ แทนที่จะเป็นต้นไม้โตเร็ว เรากำลังจะกลายเป็นบอนไซหรือเปล่า?”

อาการทั้งหมดที่ผมรวบรวมจากผู้รู้ที่ได้แสดงออกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมายืนยันว่าประเทศไทย “ป่วย” จริง

หมอ” วินิจฉัยโรคตรงกัน

คำถามคือ “หมอ” ทั้งหลายแนะนำให้รักษาโรคนี้อย่างไร? จะได้ว่ากันในคอลัมน์นี้ต่อไปครับ
 


 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานเปิดตัวหนังสือ " ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา "

บรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ "ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา"

View All