• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 2789
  • จำนวนผู้ชม : 7842448
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8866 คน
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/black
วันจันทร์ ที่ 15 สิงหาคม 2559
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 1401 , 15:39:09 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน rattiya , แม่หมี และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

สัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้รับหนังสือที่ทรงคุณค่าสองเล่มจากมูลนิธิมั่นพัฒนา เนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษวิเคราะห์และเล่าขานถึง “ศาสตร์พระราชา...เศรษฐกิจพอเพียง” ไปยังสังคมโลก

น่าสนใจมากที่ชื่อหนังสือเล่มใหม่ Sufficiency Thinking นั้นมีพาดหัวรองว่า “Thailand’s gift to an unsustainable world.” ซึ่งผมแปลของผมว่า

ความคิดคำนึงเรื่องความพอเพียง...ของขวัญประเทศไทยแด่โลกอันไม่ยั่งยืน

หนังสือเล่มนี้ได้อาจารย์ระดับโลกอย่าง Dr Gayle C. Avery กับ Harald Bergsteiner เป็นบรรณาธิการ โดยที่ ดร. เอเวอรีเป็นผู้บุกเบิกในแวดวงวิชาการด้านภาวะผู้นำแบบพอเพียง เป็นที่ยอมรับทั้งในเอเซีย, ยุโรป, อเมริกาเหนือและออสเตรเลีย

เธอบอกว่าประเทศไทยได้สร้างความน่าประทับใจเพราะประสบความสำเร็จในการทำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้ง ๆ ที่ไทยเราเป็นประเทศเล็ก ระบบเศรษฐกิจก็เล็ก คนข้างนอกไม่คิดว่าประเทศนี้จะคิดอะไรลึกซึ้งแบบเศรษฐกิจพอเพียงและนำมาปฏิบัติในภาคส่วนต่าง ๆ ทั่วประเทศจนเรียกได้ว่าเป็นผู้นำทางด้านนี้ของโลก

ดร. เอเวอรีเกริ่นไว้ในหนังสือเล่มนี้ว่าประเทศไทยเป็น “แม่แบบที่เหนือความคาดหมาย” (Thailand: An Unexpected Role Model) ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเพราะประเทศส่วนใหญ่ในโลกกำลังเผชิญกับปัญหาแนวทางเศรษฐกิจที่คิดแต่ระยะสั้นเพราะติดกับระบบทุนนิยมไร้ขีดจำกัดและขาดคุณธรรม จึงมีปัญหาว่าจะไม่ยั่งยืนซึ่งนำไปสู่การพัฒนาประเทศที่รังแต่จะพบทางตัน ทรัพยากรธรรมชาติร่อยหรอ, ภาวะโลกร้อน, ความเหลื่อมล้ำต่ำสูง, และการขาดผู้นำที่มีคุณธรรม

หนังสืออีกเล่มหนึ่งเป็นคู่มือที่ให้ข้อมูลและแนวคิดรวมไปถึงเรื่องราวที่เกี่ยวกับ “การพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทย” หรือ Thailand’s Sustainable Development Sourcebook: Issues & Information – Ideas & Inspiration ที่รวบรวมทุกประเด็นเกี่ยวกับปรัชญาและแนวทางแห่งเศรษฐกิจพอเพียงที่ค้นหาง่าย, อ่านง่ายและใช้อ้างอิงได้อย่างน่าสนใจยิ่ง

คนไทยเองอาจจะแปลกใจว่าต่างชาติเห็นว่าไทยเราเป็น “แม่แบบ” ของเรื่อง “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ผ่าน “เศรษฐกิจพอเพียง” ได้อย่างไร แต่สำหรับนักวิชาการและนักวิจัยที่ลงไปค้นคว้าศึกษาอย่างนักวิชาการทั้งไทยและต่างประเทศอย่างที่เขียนวิเคราะห์ไว้ในหนังสือสองเล่มนี้ สิ่งที่ประเทศไทยได้ทำตามแนวทางนี้มีผลงานเด่นชัดที่วัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างน่าตื่นตาตื่นใจทีเดียว

คุณจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองเลขาธิการพระราชวัง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนาซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อ 25 กรกฎากคม 2557 เพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืนในประเทศไทยในมิติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ, สังคม, สิ่งแวดล้อม, และวัฒนธรรมได้นำหลัก “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาประยุกต์ใช้ในวงกว้าง

คุณจิรายุให้สัมภาษณ์ “มติชน” เล่าถึงที่มาของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงว่า

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงครั้งแรกเมื่อปี 2517 คนไทยให้ความสนใจมากคือเมื่อปี 2540 เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ก่อนเกิดต้มยำกุ้ง พระองค์ทรงเคยรับสั่งว่าเราอย่าเป็นเสือกันเลย ไปพัฒนาเศรษฐกิจให้ทุกคนยกระดับขึ้นมา กระทั่ง 2540 เศรษฐกิจล่มสลาย พระองค์รับสั่งแนะว่า อย่าไปทำแบบไม่ยั่งยืน มาสร้างพื้นฐานให้คนทั่ว ๆ ไป ได้มีความอยู่ดีกินดีตามอัตภาพเสียก่อน แล้วค่อยสร้างบนพื้นฐานที่มั่นคง ประเทศจะเจริญเติบโตไม่ล้มครืนลงมาระหว่างที่ฐานไม่ดี...”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเปรียบเทียบ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เหมือน “เสาเข็ม”

“พระองค์รับสั่งว่าบ้านเรือน ถ้าจะให้มั่นคงต้องมีเสาเข็ม แต่เสาเข็มอยู่ใต้ดิน เพราะฉะนั้นจะไม่มีใครเห็น จะลืมเกี่ยวกับบทบาทของเสาเข็ม ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงก็เหมือนเสาเข็ม ที่เป็นรากฐานแห่งความมั่นคง แต่มองไม่เห็น ถ้าพื้นฐานคนไม่มีความอยู่ดีกินดีตามอัตภาพแล้ว ไปสร้างอะไรที่ใหญ่โตบนสิ่งที่ไม่มีพื้นฐานมั่นคง จะล้มลงมาง่าย...”

คุณจิรายุเสริมว่าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมี 3 ข้อ คือพอประมาณ, มีเหตุผล, มีภูมิคุ้มกัน บวก 2 เงื่อนไขคือความรู้คู่คุณธรรม
สิ่งที่จะมาลดความเสี่ยง ทำให้รากฐานมั่นคงไม่ล้มลงง่ายคือการมีความคิดแบบพอเพียง ไม่โลภ และมีความรู้คู่คุณธรรม...”

ความรู้แบ่งได้เป็น 3 อย่างคือ

1. ความรู้ของชาวบ้านหรือปราชญ์ชาวบ้าน

2. ความรู้จากศาสตร์พระราชา ตามโครงการพระราชดำริต่าง ๆ หรือตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

3. ความรู้ใหม่ ๆ ซึ่งเราไม่ปฏิเสธที่จะใฝ่รู้

และอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ “ผู้นำที่มีคุณธรรม

คุณจิรายุยืนยันว่าถ้ามีครบทั้งหมดนี้จะประสบความสำเร็จในการพัฒนาที่ยั่งยืนแน่นอน

ใครยังไม่ได้หนังสือสองเล่มนี้ ผมแนะนำให้หามาอ่าน รับรองว่าได้ความรู้, ความกระจ่างและแรงบันดาลใจอย่างเหลือล้น 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
rattiya วันที่ : 17/08/2016 เวลา : 10.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

ชอบข้อความนี้มากคะ


"คุณจิรายุให้สัมภาษณ์ “มติชน” เล่าถึงที่มาของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงว่า

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงครั้งแรกเมื่อปี 2517 คนไทยให้ความสนใจมากคือเมื่อปี 2540 เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ก่อนเกิดต้มยำกุ้ง พระองค์ทรงเคยรับสั่งว่าเราอย่าเป็นเสือกันเลย ไปพัฒนาเศรษฐกิจให้ทุกคนยกระดับขึ้นมา กระทั่ง 2540 เศรษฐกิจล่มสลาย พระองค์รับสั่งแนะว่า อย่าไปทำแบบไม่ยั่งยืน มาสร้างพื้นฐานให้คนทั่ว ๆ ไป ได้มีความอยู่ดีกินดีตามอัตภาพเสียก่อน แล้วค่อยสร้างบนพื้นฐานที่มั่นคง ประเทศจะเจริญเติบโตไม่ล้มครืนลงมาระหว่างที่ฐานไม่ดี...”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเปรียบเทียบ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เหมือน “เสาเข็ม”"


ความคิดเห็นที่ 4 (0)
4BANK วันที่ : 17/08/2016 เวลา : 09.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK

พูดอย่าง ทำอีกอย่าง
พอเพียง นะดีนะ
แต่กลับให้ กู้
Money expo
รถคันแรก
เอสเอ็มอี
Start up ............5555

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 15/08/2016 เวลา : 18.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

18 พฤศจิกายน 2558 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ปาฐกถาพิเศษเรื่อง "ยกเครื่องเศรษฐกิจไทย"

ซึ่งจัดโดย หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ตอนหนึ่งว่า

“10 ปีที่แล้ว ผมมาเป็นรัฐบาลก็พูดคุยเรื่องขายข้าวขายยาง อีก 10 ปีต่อมาก็ยังขายข้าวขายยาง ขายหน้าจริง ๆ อายลูกอายหลานจริง ๆ”

ต่อมาไม่นานเราก็ได้ยินคำว่า สตาร์ทอัพ และที่กำลัง "บูม" ในขณะนี้คือ ไทยแลนด์ 4.0 ( ไทยแลนด์ 1.0 การเกษตร 2.0 อุตสาหกรรม 3.0 คือยุคนี้ และอนาคต 4.0)

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 15/08/2016 เวลา : 18.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

วันนี้ ผมได้นำไปถ่ายทอดไว้ในสำนักข่าวเจ้าพระยา โดยแยกเป็น 2 ตอนคือช่วงแรกที่พูดถึงภาพรวม

ส่วนช่วงที่สองเป็นบทสัมภาษณ์ของ ดร.จิรายุ กับ มติชน

ที่แยก เพราะผมกำลังจะชู "ศาสตร์พระราชา" ให้คนไทยได้เห็น เหมือนที่คุณสุทธิชัยเขียน

แต่ของผมระเบิดออกไปเรื่อย ๆ เพื่อสู้กับ ไทยแลนด์ 4.0 ของทีมเศรษฐกิจ คสช.ครับ

ที่คุณ ni_gul จะรอดูเป็นนโยบายคงลำบาก หากทีมนายสมคิดฯ ยังดูแลเรื่องเศรษฐฺกิจ เพราะเขา "อายที่จะต้องขายข้าวขายยางอีก" 555

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ni_gul วันที่ : 15/08/2016 เวลา : 17.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

จะรอดูหลังจากบรรจุเป็นนโยบายประเทศไทยค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานเปิดตัวหนังสือ " ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา "

บรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ "ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา"

View All