• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 2789
  • จำนวนผู้ชม : 7923610
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8866 คน
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/black
วันอังคาร ที่ 19 กันยายน 2560
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 1144 , 08:17:55 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน พันธุ์สังหยด , นายธรรมยุติ และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

เมื่อวานผมเขียนถึงเรื่องที่เพื่อนคนจีนบอกผมว่า “คนไทยรักพวกพ้องแต่ไม่รักชาติ” ทำให้ผมมีประเด็นที่ต้องคิดต่อเนื่องอีกหลายมิติ

คำว่า “รักชาติ” ตีความได้มากมาย เพราะทำให้คิดถึงคำว่า “คลั่งชาติ

ฝรั่งมีคำว่า patriotism และ nationalism ไปถึง jingoism ซึ่งวัดระดับความรุนแรงและเข้มข้นของความรู้สึกผูกพันต่อประเทศของผู้คนในแต่ละสังคม

สำหรับคนไทยผมเชื่อว่าความรักพวกพ้องไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่เลวร้าย แต่หากเราไม่ระวังและคอยเตือนตัวเอง ความรักพรรคพวกและเพื่อนฝูงอาจนำไปสู่การไม่รักไม่แคร์กับคนที่ไม่ใช่พรรคพวกหรือไม่ใช่เพื่อนฝูง

และนั่นอาจนำไปสู่สิ่งที่เพื่อนคนจีนของผมคนนั้นสรุปว่าคนไทยรักแต่พรรคพวกแต่ไม่รักชาติ

ย้อนกลับไปในช่วงสิบกว่าปีที่คนไทยจมปลักอยู่กับความขัดแย้ง แบ่งพวกแบ่งฝ่าย เล่นกีฬาสีกันอย่างรุนแรง หากมองให้ลึกก็อาจจะสอดคล้องกับความเชื่อที่ว่าคนไทยรักพรรคพวก แต่ไม่รักชาติก็ได้

ปัญหานี้ได้นำไปสู่การที่คนไทยเลือกที่จะเชื่อและผูกพันเฉพาะกับคนที่มีความเห็นที่สอดคล้องกับตัวเอง และชอบเฉพาะบุคคลที่เป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อของฝ่ายตนโดยไม่ยอมรับความเห็นอีกฝ่ายหนึ่งโดยอัตโนมัติ

ความเห็นแตกแยกที่ว่านี้มาจาก “ความเชื่อและศรัทธา” ไม่ได้มีพื้นฐานของการวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารหรือตรวจสอบความถูกต้องแม่นยำของสิ่งที่ได้รับการป้อนมาจากแหล่งของข้อมูลนั้น ๆ

ปรากฏการณ์เช่นว่านี้จึงตอกย้ำถึงความเชื่อที่ว่าคนไทยรัก “พวกพ้อง” อันหมายถึงกลุ่มคนที่ใกล้ชิดสนิทสนม และต่อมาก็ขยายไปถึงคนที่เห็นพ้องกับตัวเอง

กลายเป็นว่าเมื่อจะคบหรือไม่คบใคร คนไทยกลุ่มหนึ่งก็จะถามทันทีว่า “คุณเป็นพวกเดียวกับเราหรือเปล่า” และจะคบหากับเฉพาะคนที่เป็น “พวกเดียวกัน” เท่านั้นโดยไม่สนใจว่าคนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ “พวกเดียวกัน” นั้นต่างก็เป็นสมาชิกของสังคมไทยเช่นกันแม้อาจจะมีความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันก็ตาม

ซ้ำร้าย “ความเห็นทางการเมือง” ที่แตกต่างกันนั้นก็มิได้อยู่บนพื้นฐานของการแยกแยะวิเคราะห์ข้อมูลหรือตรวจสอบความถูกต้องแต่ประการใด หากแต่กลายเป็นว่าหากเป็น “พวกเดียวกัน” แล้วความถูกผิดชั่วดีจะหมดความสำคัญไปทันที

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ความเป็น “พรรคพวก” ก็สำคัญกว่าความเป็น “สมาชิกสังคมเดียวกัน” และผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มก็มาเหนือผลประโยชน์ของส่วนรวม

ความหมายของคำว่า “รักชาติ” ต้องอยู่บนพื้นฐานของการมีเป้าหมายของชาติร่วมกันของประชาชนไม่ว่าจะมีพื้นภูมิอย่างไรหรือมีความคิดอ่านแตกต่างกันเพียงใด

แต่เมื่อสังคมเกิดการแบ่งแยกผลประโยชน์เป็นกลุ่ม ๆ โดยไม่มองภาพใหญ่ในฐานะ “ชาติ” แล้ว, สภาพจิตใจของผู้คนจึงแตกกระจายเป็นกลุ่มเป็นก้อนที่มิอาจจะหลอมรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้

นี่กระมังที่ทำให้เพื่อนคนจีนของผมคนนั้นสรุปให้ผมฟังว่าคนไทยรักพวกพ้องแต่ไม่รักชาติ

เขาอาจจะจงใจปรามาสเพื่อนร่วมชาติให้ผมฟังเพื่อทดสอบว่าคนไทยมีเหตุผลแย้งเพื่อพิสูจน์ว่าเขาประเมินคนไทยต่ำไปหรือผิดพลาดอย่างให้อภัยไม่ได้

เรามีเหตุผลจะยันกลับไปว่าเขาเข้าใจคนไทยผิดโดยสิ้นเชิงหรือไม่ครับ?





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อารยา วันที่ : 20/09/2017 เวลา : 08.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arya-tirawej
"เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง"

คงต้องแก้ไขโดยเริ่มที่ค้นหาสาเหตุที่คนไทยอาจเป็นส่วนใหญ่ด้วยซ้ำที่เป็นเช่นนั้นให้เปลี่ยนทัศนคติและค่านิยมที่เป็นอันตราย เพื่อให้เหลือคน "ไม่รักชาติ" น้อยที่สุด

มี 2 แนวที่ยังไม่ได้ทำ คือการให้ผู้มีอำนาจเป็นต้นแบบ กับ การปฏิรูประบบการศึกษา คือจากบนมาล่ากับจากล่างขึ้นบย จะทำพร้อมกันหรือไม่พร้อมก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้ทำ

การทำจากบนลงล่างคือผู้มีอำนาจต้องทำตัวเให้สังคมประจักษ์ว่าเห็นแก่ตัวน้อยให้น้อยที่สุด เคารพความยุติธรรม สุจริตจริงใจ ให้เห็นในหน้าที่ และไม่ใช่เพียงคำพูด แต่มีผลงานจากการกล้าตัดสินใจและใส่ใจกับ feedback ที่มาจากฝ่ายปฏิบัติด้วย

แน่นอนว่าไม่ง่ายกับการหวังให้ “ไม้แก่” ดัดตัวเอง แต่เป็นไปได้จะเป็นทางลัดเพราะคนไทยยังมีวัฒนธรรมของการเคารพและเชื่อฟังผู้อาวุโสฝังอยู่ และสามารถใช้เป็นฐานรองรับการถ่ายทอดความรักชาติที่งดงามได้ภายในเวลาที่ค่อนข้างทันใจ

แต่ถ้าหมดหวังแล้ว คงต้องรอผลการปฏิรูประบบการศึกษา แต่น่าประหลาดที่ยังไม่ขยับมาตลอดสามปี

มีอุปสรรคอะไรหรือ?

น่ากลัวว่าผู้มีอำนาจบ้านเราเลือกที่จะได้ปกครองประชาชนที่ด้อยสติปัญญา พูดง่ายๆมีความคิดว่าปกครองคนโง่สบายกว่าสนับสนุนให้มีคนที่เห็นต่างจากตน เพราะไม่เคยเป็นผู้มีอำนาจในบ้านเมืองรู้หนาวรู้ร้อนกับระบบการศึกษาที่เหลวแหลกมานมนานเต็มที

แม้ในหัวงเวลาที่เหมาะที่สุดที่ประเทศจะได้เปลี่ยนแปลง เช่นในขณะนี้ก็ไม่พบความกระตือรือล้นของผู้มีอำนาจเต็มๆที่จะขยับปรับปรุงอะไรในระบบการศึกษาของไทยที่ล้าหลังจนป่านนี้ต่ำสุดในอาเซียนแล้วกระมัง!

ความคิดเห็นที่ 1 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายธรรมยุติ วันที่ : 19/09/2017 เวลา : 22.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Dhammayuth

มีคำกล่าวที่ชอบพูดกันสมัยก่อนว่าถึงยามสงบสงครามเมื่อไหร่
คนไทยเราก็มักจะรบกันเอง ซึ่งพอจะเทียบกับกรณีความขัดแย้งของกลุ่มสีต่างๆในระยะหลายขวบปีที่ผ่านมาได้ ความรักพวกอย่างนี้จึงเป็นเพียงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่บ้านเมืองสุชสงบจากสงครามการสู้รบด้านต่างๆกับต่างชาติ การยึดติดกับพวกพ้องเช่นนี้จึงน่าจะแตกต่างจากความรักชาติบ้านเมือง เพราะเมื่อเกิดเรื่องเกี่ยวกับชาติบ้านเมืองขึ้นเมื่อใดก็ตาม กลุ่มคนที่แตกแยกทั้งแนวคิดและการกระทำก็มักจะรวมตัวกันช่วยแก้ไขปัญหาบ้านเมือง นี่คือความรักชาติบ้านเมือง โดยต่างก็ใช้แนวคิดแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง ซึ่งแม้บางครั้งจะใช้ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้างก็ตาม การเอาแต่พวกก็คงลดน้อยลงเมื่อมีเรื่องของชาติบ้านเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ฉะนั้นคำพูดที่ว่าคนไทยเอาแต่พวกโดยไม่รักชาติบ้านเมือง จึงไม่น่าจะเป็นอย่างที่พูดนั้น พอจะกล่าวได้ว่าการเอาแต่พวก กับความรักชาติบ้านเมืองนั้นเป็นคนละเรื่องเดียวกัน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานเปิดตัวหนังสือ " ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา "

บรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ "ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา"

View All