• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 2789
  • จำนวนผู้ชม : 7832460
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8866 คน
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/black
วันจันทร์ ที่ 8 มกราคม 2561
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 1111 , 16:29:35 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 11 คน feng_shui , february26 และอีก 9 คนโหวตเรื่องนี้

คุณดำรง พุฒตาล ตัดสินใจเลิกนิตยสาร “คู่สร้างคู่สม” เพราะคนหันไปอ่านเนื้อหาออนไลน์ และมือถือ กลายเป็นวิกฤติของวงการหนังสือ

ตอนหนึ่งของคำให้สัมภาษณ์กับ “ไทยโพสต์แทบลอยด์” เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา คุณดำรงพูดไว้น่าสนใจว่า

ที่คนบอกว่าวิกฤติสื่อ มันไม่จริง สื่อมีแต่ความก้าวหน้าเพราะเทคโนโลยี แต่มันเป็นวิกฤติของคนทำสื่อ”

ถูกต้องเลยครับ

คำถามก็คือว่าคนทำสื่อไม่เห็นสัญญาณมาก่อนนี้หรือ คำตอบก็คือสัญญาณชัดเจนมาหลายปีแล้ว แต่การปรับตัวไม่ได้เกิดขึ้นเร็วพอ หรือมากพอที่จะทันกับความเร็วและแรงของเทคโนโลยี

ส่วนหนึ่งคือคนทำสื่อพยายามปรับ แต่ปรับไม่ทันและไม่เร็วพอ

อีกส่วนหนึ่งไม่ยอมปรับ พยายามปลอบใจตัวเองว่าสถานการณ์ไม่น่าจะเลวร้ายขนาดที่จะต้องตายกันเป็นแถบ

ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา แต่พอเห็นโลงศพเข้าจริง ก็ช้าไปเสียแล้ว เพราะต้องเผาแล้ว

ถามว่ามีคนเห็นสัญญาณและปรับตัวหรือไม่

คุณดำรงเล่าในคำสัมภาษณ์ตอนหนึ่งที่ต้องถือว่าเป็นตัวอย่างคลาสสิคมาก ๆ เพราะคนที่เห็นสัญญาณก่อนและปรับตัว “หนีตาย” ได้ก่อนคือ แม่บ้าน ที่ทำความสะอาดประจำสำนักงาน

ตอนหนึ่งของคำให้สัมภาษณ์ คุณดำรงเล่าว่า

เชื่อหรือไม่ว่าในสำนักงานของผม คนที่รู้และเตรียมตัวก่อนคนอื่นในวันที่หยุดทำคู่สร้างคู่สมคือแม่บ้านที่ทำความสะอาดออฟฟิศ เพราะที่สำนักงานพนักงานทำงานหลายอย่าง แม่บ้านพอทำความสะอาดเสร็จ เขาก็จะนั่งรับโทรศัพท์และฉีกจดหมาย เขาเห็นเลยว่าจดหมายส่งมาน้อยเพราะเขารู้ว่าผมจะต้องถามหาจดหมายเพื่อนำไปเขียน นำไปทำเป็นเรื่องระยะหลัง แม่บ้านที่เขาต้องรับโทรศัพท์สำนักงาน เขาเห็นเลยว่ามันไม่มีโทรศัพท์มา ไม่มีจดหมายมา เขารู้ตัวเลย เขาปิดบัญชีธนาคารในกรุงเทพฯ หมด เพื่อเตรียมตัวกลับอีสาน เขาเห็นก่อนเลย เห็นก่อนสตาฟคนอื่น ๆ ในสำนักงาน คือสตาฟคนอื่น ๆ ก็พอรู้ เช่นบางเรื่องที่เอามาลง ผมก็จะบอกไปว่าน่าจะหาเรื่องอื่นมาลงแทน เขาก็จะบอกว่าคุณดำรงหาเรื่องไม่ได้จริงๆ ซึ่งก็คือสัญญาณบอกว่าคนเขาไม่ส่งเรื่องมาร่วมลงในนิตยสารกับเรา”

แม่บ้านคนนี้สัมผัสได้ถึงความปรวนแปรในกองบรรณาธิการ และตัดสินใจปรับตัวอย่างทันท่วงที

ทำไมคนทำสื่อเองแท้ ๆ ที่อยู่ใกล้ข้อมูลและนัยว่ามีความฉลาดเฉลียวกว่าคนหลายอาชีพจึงปรับตัวไม่ได้

นั่นเป็นอีกคำถามหนึ่งที่วงการสื่อคงจะต้องวิเคราะห์เพื่อหาคำตอบสำหรับตัวเอง และเพื่อนร่วมวงการอย่างพิถีพิถันกัน

 

อีกด้านหนึ่งของวงการเดียวกัน คุณวิศรุต ส่งเสริมสวัสดิ์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของนิตยสาร “กุลสตรี” ก็ประกาศยืนหยัดผลิตเนื้อหาต่อไป แม้ว่านิตยสารผู้หญิงไม่ว่าจะเป็น “ขวัญเรือน” หรือ “หญิงไทย” หรือ “ดิฉัน” จะเพิ่งประกาศอำลาแผงไป

เว็บไซต์ “สำนักข่าวอิสรา” อ้างคำยืนยันของคุณวิศรุตว่า

“แม้นิตยสารจะปิดตัวไป แต่คนทำหนังสือยังผลิตคอนเทนท์ลงสื่อต่าง ๆ อยู่ ผมเชื่อว่าคอนเทนท์ไม่มีวันตาย แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะออกมาในรูปแบบไหนเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเล่มหรือออนไลน์ ทุกอย่างทำได้หมด”

ปีนี้นิตยสาร “กุลสตรี” ก้าวเข้าสู่ 47 ปี คุณวิศรุตบอกว่าไม่อยากให้ปิดตัว อันหมายถึงแรงกดดันไม่น้อย เพราะสื่อสิ่งพิมพ์ต้องเผชิญกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค

แต่เขาจะแปรความกดดันนั้นมาเป็นแรงผลักดันพัฒนาเนื้อหาเพื่อให้อยู่รอดต่อไปได้

“เราต้องคิดให้เยอะขึ้น พยายามแตกแขนงช่องทางการนำเสนอเนื้อหา เพราะเราเป็นสื่อ ฉะนั้นคงทำเพียงแค่นิตยสารเล่มเดียวไม่ได้ แต่ต้องทำอย่างไรให้มีรายได้เข้ามา เพื่อความอยู่รอด”

ที่น่าสนใจคือคุณวิศรุตวางเป้าหมายไว้ว่า ปี 2561 “กุลสตรี” จะไม่ได้เป็นแค่นิตยสาร แต่จะพัฒนาต่อยอดให้เป็นแบรนด์อันดับ เพื่อผู้หญิง เหมือนดังชื่อ “กุลสตรี” โดยจะประสานความร่วมมือกับองค์กรสตรีต่าง ๆ ที่มีโครงการช่วยเหลือผู้หญิง เพราะอนาคตจะทำงานคนเดียวไม่ได้ ดังนั้นจำเป็นต้องหาพันธมิตร ที่สนใจผลิตเนื้อหา และสร้างสรรค์กิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน

ทั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ การสร้างแรงกระตุ้นเพื่อผู้หญิง ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ชัดเจนตั้งแต่ก่อตั้ง “กุลสตรี” อย่างไรก็ตาม จะไม่ทิ้งเนื้อหาเดิม ไม่ว่าจะเป็น งานฝีมือ แฟชั่น หรือนวนิยาย เพียงแต่ปรับรูปแบบการจัดหน้าให้ทันสมัย เสมือนการแต่งตัวให้ใหม่

ในภาวะที่วงการสื่อกำลังถูก “สึนามิ” อย่างหนักหน่วงเช่นนี้ คนที่มีความกล้า, ความอึด, ความพร้อมจะฉีกตัวออกจาก comfort zone เท่านั้นที่จะอยู่รอดครับ

ขอให้กำลังใจกับคนทำสื่อทุกคนตั้งแต่แม่บ้านถึงบรรณาธิการครับ!





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
คมฉาน_ตะวันฉาย from mobile วันที่ : 16/01/2018 เวลา : 10.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tawanyimchang

น่ากังวล

ความคิดเห็นที่ 4 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
feng_shui วันที่ : 12/01/2018 เวลา : 10.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

คอนเทนท์ไม่มีวันตาย แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะออกมาในรูปแบบไหนเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเล่มหรือออนไลน์ ทุกอย่างทำได้หมด”
ขอกล่าวคำขอบคุณไปยังคุณ สุทธิชัย ผู้ให้เนื้อที่และเป็นแรงบันดาลใจ ให้ข้าพเจ้าได้รู้จักกับคำว่า Citizen Journalist เมื่อ8-9ปีย้อนไปจากปัจจุบัน และสอนให้รู้ว่า ทุกสิ่ง ไม่แน่นอน อยู่ที่เราจะปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้ดี ก็จะอยู่รอด
ยังจำวลี "ผิดจากนี้ ไม่ใช่เรา" และก็ยังเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้ายึดเหนี่ยวในการเขียนบทความทุกครั้ง
แม้ว่าวงการสื่อเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร วิกฤต อย่างไร คนทำสื่ออย่างคุณสุทธิขัย จะยังคงเป็นตำนานให้กับเรา ทุกคน

Last but not least
so long and farewell ...for this Farewell Party this evening
Jan12,2017
Best regards,
Daranee V

ความคิดเห็นที่ 3 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 11/01/2018 เวลา : 10.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

คลื่นลูกใหญ่ ถล่มใส่ทั่วโลก จนหน้ากระดาษยุ่ย ต้องขยับขยัยยักย้ายกลยุทธ์กันใหม่

ความคิดเห็นที่ 2 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 11/01/2018 เวลา : 06.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ชอบหนังสือทุกครั้งที่อ่าน มือสัมผัส หยิบถือ พกพาไปไหนๆ
เมื่อหนังสือกำลังจะกลายเป็นประวัติศาสตร์ เราเองก็จะเป็นประวัติศาสตร์ ก็อยากให้พวกเราสร้างประวัติศาสตร์เอาไว้ เพื่อสักวันหนึ่งข้างหน้า คนรุ่นหลังจะได้มาค้นคว้า สืบค้น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นายธรรมยุติ วันที่ : 10/01/2018 เวลา : 11.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Dhammayuth

ก็เหมือนกับฟิล์มถ่ายรูปที่ค่อยๆหมดไปจากวงการกล้องถ่ายรูป
ซึ่งต้องพยายามปรับเปลี่ยนให้ทันยุคสมัยและความต้องการของผู้บริโภคนั่นแหละครับ คนเทำหนังสือ คนเขียนและคนอ่านก็ยังต้องมีอยู่ต่อไปอีกนานเท่านาน เพียงแต่อาจมีการเปลี่ยนแปลง
หรือพัฒนารูปแบบไปตามกาลเวลาและยุคสมัยเท่านั้น
ตัวผมเองยังระลึกถึงคุณความดีของผู้ผลิตหนังสือต่างๆไม่ว่าจะเป็นตำรับตำราเรียน หรือสื่อความสุขความรู้ความบันเทิง
ทั้งหลายที่ทำให้เราเติบโตกันมาได้อย่างทุกวันนี้
และก็คงจะได้เป็นประวัติศาสตร์อันดีงามของคนรุ่นต่อๆไปด้วย ขอให้วงการหนังสือจงรุ่งเรืองต่อไป

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานเปิดตัวหนังสือ " ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา "

บรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ "ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา"

View All