• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2012-12-18
  • จำนวนเรื่อง : 452
  • จำนวนผู้ชม : 474309
  • ส่ง msg :
  • โหวต 53 คน
ชีพจรโลก โดย กาแฟดำ
ว่าด้วยเรื่องราวทั่วโลกที่คนไทยต้องสนใจเพราะใกล้ตัวกว่าที่คิด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/blackcheepajornlok
วันพฤหัสบดี ที่ 18 กรกฎาคม 2556
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 2318 , 15:11:00 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน กระบี่บูรพา , BlueHill โหวตเรื่องนี้

การประท้วงของผู้คนหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอียิปต์, บราซิล, ตุรกี, ซีเรีย และอื่น ๆ ที่เป็นข่าวทุกวันนี้

ทำให้เกิดคนถามในหมู่นักวิเคราะห์ การเมืองระหว่างประเทศว่าทำไมจึงเกิด “การเมืองข้างถนน” กันร้อนแรงขึ้นทั้ง ๆ ที่หลายประเทศเหล่านั้นก็มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง?

เป็นคำถามที่คนไทยเองก็คงจะตั้งข้อสงสัยกับตัวเองและเพื่อนร่วมชาติเช่นกัน โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องสังกัดสีไหนหรือประกาศตนอยู่ค่ายการเมืองใด

วันก่อน คอลัมนิสต์คนดังของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ Thomas Friedman ตั้งคำถามนี้เหมือนกันและพยายามจะหาคำตอบต่อคำถามที่ว่า

ทำไมเมื่อสังคมที่สิทธิเสรีภาพ มีการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตย และมีวิถีทางเลือกด้วยการเข้าสู่คูหาเลือกตั้งได้แล้ว จึงยังต้องมีการออกมากลางถนนเพื่อเรียกร้องและแสดงความต้องการทางการเมืองอีก?

เขาบอกว่า สาเหตุหนึ่งน่าจะเป็นปรากฏการณ์ที่เขาเรียกว่า “majoritarian” หรือ “ลัทธิเสียงส่วนใหญ่

ไม่ใช่ “authoritarianism” หรือ “ลัทธิอำนาจเบ็ดเสร็จ” และไม่ใช่ “egalitarianism” หรือ “ลัทธิประชาธิปไตยเสมอภาค

แต่เป็นปัญหาอันเกิดจากการที่ “เสียงส่วนใหญ่” หรือ “majority” ใช้อำนาจไปในทางที่เกิดความผิดเพี้ยนไปจากความหมายประชาธิปไตยที่แท้จริง

คำนี้น่าสนใจเพราะเป็นคำที่เพิ่งจะเป็นประเด็นของการวิเคราะห์สิ่งที่กำลังเกิดในหลายประเทศเช่นรัสเซีย, ตุรกี หรืออียิปต์ และอีกหลายประเทศที่คนไทยน่าจะรู้จักดี

คำว่า “majoritarian” นี้นักวิเคราะห์เขาหมายถึงพรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งมาตามครรลองประชาธิปไตย (หรือก้ำกึ่งประชาธิปไตยคือประชาชนรู้ว่ามีการโกงเลือกตั้งแต่จับไม่ได้คาหนังคาเขา) และตีความเองว่านั่นคือฉันทานุมัติที่จะทำอะไรก็ได้เมื่อมีอำนาจแล้ว

หรือความเชื่อที่ว่าเมื่อชนะเลือกตั้งแล้ว ตลอดเวลาสี่หรือห้าปีที่อยู่ในตำแหน่ง พรรคที่เป็นรัฐบาลมีสิทธิจะทำอะไรตามที่ตนต้องการเพราะอ้างว่าได้เสียงส่วนใหญ่จากการเลือกตั้ง

เหมือนอ้างว่าได้ “เช็คเปล่า” จากประชาชน ผู้มีอำนาจจะใส่ตัวเลขเงินที่จะใช้เท่าไหร่ก็ได้

ซึ่งแน่นอนว่าเป็นความเชื่อที่ผิด และเป็นที่มาของความไม่พอใจของประชาชน ทั้งที่ไปหย่อนบัตรเลือกตั้งให้กับที่ไม่ได้สนับสนุนให้เป็นรัฐบาลในกระบวนการเลือกตั้ง

ปรากฏการณ์อย่างนี้ทำให้ผู้ชนะการเลือกตั้ง มองข้ามความสำคัญของการรับรู้ความเห็นที่แตกต่าง และไม่ฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่ว่าจะเป็นเสียงทัดทานจากฝ่ายค้าน หรือสื่อมวลชนหรือนักวิชาการ

อีกทั้งเมื่อชนะเลือกตั้งแล้ว นักการเมืองเหล่านี้ก็เริ่มจะใช้อำนาจตามกฎหมายในการทำกิจกรรมฉ้อฉลด้วยการตั้งคนของตนไปอยู่ในกลไกตรวจสอบหรือไม่ก็พยายามจะทำลายกลไกตรวจสอบเหล่านั้นเพราะเป็น “ก้างขวางคอ” ในการใช้อำนาจของตน

นักการเมืองเหล่านี้เชื่อว่าคำว่าประชาธิปไตยหมายถึงเพียงสิทธิในการหย่อนบัตรเลือกตั้งเท่านั้น ไม่เคารพในสิทธิอื่น ๆ ทั้งหลายรวมถึงสิทธิของคนเสียงส่วนน้อยที่ก็เป็นเจ้าของประเทศร่วมกัน...” คือบทวิพากษ์ของคอลัมนิสต์มะกันคนนี้

เขาบอกว่าผู้ประท้วงของตุรกี, รัสเซีย และอียิปต์ มีความรู้สึกเหมือนกันอย่างหนึ่งว่าพวกเขาถูกผู้มีอำนาจ “ปล้น” ...และสิ่งที่ผู้มีอำนาจแย่งชิงหรือขโมยจากประชาชนนั้นไม่ใช่แต่เรื่องเงินทองเท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงความเป็นเจ้าของประเทศร่วมกันอีกด้วย

นั่นหมายความว่าพวกเขารู้สึกว่านักการเมืองที่ชนะเลือกตั้งนั้น ตั้งตนเป็นเจ้าของประเทศแต่เพียงกลุ่มเดียว และพยายามจะปล้น “สิทธิและเสียง” ของพวกเขาในการมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศอย่างให้อภัยไม่ได้

นักวิจารณ์อียิปต์ คนดัง Bassem Youssef เขียนวิพากษ์ประธานาธิบดีโมหะเหม็ด มอร์ซี ว่า

“เรามีประธานาธิบดีที่รับปากว่าจะตั้งสมาชิกร่างรัฐธรรมนูญที่จะร่างรัฐธรรมนูญที่ทุกคนรับได้ เรามีประธานาธิบดีที่สัญญาว่าจะเป็นตัวแทนของผู้คนทุกกลุ่ม แต่เขาแต่งตั้งคนจากกลุ่ม Muslim Brotherhood ของเขาในทุกตำแหน่งที่สำคัญของประเทศ...เรามีประธานาธิบดีที่ทำผิดคำมั่นสัญญาทุกข้อ ประชาชนจึงไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องออกไปกลางถนน...”

สาเหตุที่สองของปรากฏการณ์เดินขบวนของประชาชน คือการที่คนงานชนชั้นกลางถูกบีบ ระหว่างสวัสดิการรัฐที่หดตัวลงขณะที่ตลาดแรงงานถดถอย

การดำรงตนให้อยู่ใน “ชนชั้นกลาง” ยิ่งวันก็ยิ่งต้องเหนื่อยมากขึ้นเพราะโลกแคบลงและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำให้ผู้คนต้องปรับตัวตลอดเวลา หากตามนวัตกรรมไม่ทัน โอกาสจะตกงานหรือกลายเป็นผู้ถูกโดดเดี่ยวในหน้าที่งานการก็จะสูงขึ้น

แต่รัฐบาลส่วนใหญ่ แม้ที่ได้รับเลือกตั้งมาในระบอบประชาธิปไตย ก็ไม่ได้ตระหนักหรือทำอะไรที่ช่วยให้ประชาชนปรับตัว ตั้งรับกับความเปลี่ยนแปลงอันหนักหน่วงเช่นนี้

พรรคการเมืองส่วนใหญ่สนใจแต่เพียงการชนะการเลือกตั้ง และปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง หรือมุ่งแต่เพียงจะชนะการเลือกตั้งครั้งต่อไปเท่านั้น มิได้มีวิสัยทัศน์หรือความกล้าหาญทางการเมืองเพียงพอ ที่จะทำหน้าที่เป็นผู้นำพาประชาชนให้ปรับตัวทันกับความท้าทายของยุคสมัยเลย

ในภาวะที่เกิดช่องว่างระหว่างผู้ปกครองและผู้ถูกปกครองเช่นนี้ น่าจะเป็นโอกาสทองสำหรับพรรคฝ่ายค้านที่จะเข้ามาถมช่องว่าง ทำหน้าที่เป็นความหวังหรือทางเลือกสำหรับประชาชน แต่พรรคฝ่ายค้านส่วนใหญ่ก็อ่อนปวกเปียก ย่ำแย่ ขาดการปรับตัวเพื่อรับบทบาทอันสำคัญนั้น

เมื่อประชาชนพึ่งพาพรรคการเมืองทางเลือกไม่ได้ พวกเขาก็จำเป็นต้องรวมตัวกันกลางถนนเพื่อแสดงความเห็นและเรียกร้องให้รัฐบาลทำสิ่งที่จะต้องทำในฐานะที่ได้รับอาณัติจากประชาชนให้บริหารประเทศ มิใช่เพื่อปกปักรักษาผลประโยชน์ของตน

และปัจจัยที่สามที่ทำให้ผู้คนรวมตัวกันเพื่อประท้วงรัฐบาลมากขึ้นก็คือการก่อเกิดของ social media ที่ทำให้ประชาชนทุกประเทศ สามารถแสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง และกดดันรัฐบาลให้ต้องฟังเสียงของผู้ไม่พอใจ

โซเชียลมีเดีย จึงกลายเป็นเครื่องมือการสื่อสารระหว่างประชาชนเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดความอ่าน และรวมตัวกันเพื่อทำในสิ่งที่ไม่เคยสามารถทำได้ในอดีต... นั่นคือการระดมประชาชนที่ปกติไม่รู้จักกันหรือไม่เคยรวมตัวกันได้มาพบปะในที่สาธารณะ เพื่อบอกกล่าวกับผู้มีอำนาจว่าพวกเขากำลังละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อย่างร้ายแรงเพียงใด

ผู้ปกครองคนใดไม่สำเหนียก ในแนวโน้มสังคมการเมืองใหม่เช่นนี้ ย่อมจะต้องรู้สึกว่าอำนาจตนกำลังสั่นคลอนยิ่ง


 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Hiriotappa วันที่ : 26/07/2013 เวลา : 23.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

เสียงส่วนใหญ่ที่ไม่มีจริยธรรมและเสียส่วนใหญ่ที่ยัดเยียดหรือเสียงดัง เสียงไม่ได้รับเชิญก็ตามก็ตามแย่หมดทั้งนั้นครับ แต่หากฮึดฮัดบ่อยๆแสดงอะไรออกมามากเกินไป เสียงแย่ๆเหล่านั้นก็จะบอกว่าตัวเองเป้นเสียงส่วนใหญ่ ไล่มากับเสียงยี้ที่เขาเหล่านั้นพยายามมอบให้ได้ในเวลาอันสั้น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
วรรณสุข วันที่ : 18/07/2013 เวลา : 16.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/outofstep

เสียงส่วนใหญ่ที่ไม่มีจริยธรรมมากำกับเป็นเสียงที่อันตรายที่สุด

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ฮ้องเต้น้อย วันที่ : 18/07/2013 เวลา : 15.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/popupbooks

ฝากกดLikeด้วยนะครับhttps://www.facebook.com/pages/%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81-%E0%B8%9B%E0%B8%97/594059530616399

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน