• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2012-12-18
  • จำนวนเรื่อง : 452
  • จำนวนผู้ชม : 524728
  • ส่ง msg :
  • โหวต 53 คน
ชีพจรโลก โดย กาแฟดำ
ว่าด้วยเรื่องราวทั่วโลกที่คนไทยต้องสนใจเพราะใกล้ตัวกว่าที่คิด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/blackcheepajornlok
วันศุกร์ ที่ 17 ตุลาคม 2557
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 1531 , 14:47:30 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน rattiya , wullopp และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

ผมเรียกเขาว่า “ไอ้หนูหว่อง

ชื่อทางการเขา 黃之鋒 (หวังจือเฟิง) แต่เขามักเรียกตัวเองว่า Joshua Wong

ว่ากันว่าเด็กนักเรียนวัย 17 คนนี้ (วันเกิดของเขาเมื่อ..13 ตุลาฯ) ถูกระบุในเอกสารภายในของจีนว่าเป็น “อันตรายต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีน” เพียงเพราะเขาเรียกร้องประชาธิปไตยให้กับบ้านเกิดของเขาคือฮ่องกง

ใครจะเชื่อว่าเด็กหน้าตาเป็น “เด็กเรียน” หรือ “เนิร์ด” ใส่แว่นหนาเตอะคนนี้จะหาญกล้าท้าอำนาจที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดของผู้นำจีนที่ปกครองคนถึง 1.3 พันล้านคนอย่างประธานาธิบดีสีจิ้นผิง?

หว่องมีท่าทางสุภาพเรียบร้อย แต่วาทะแหลมคม โตในครอบครัวชนชั้นกลาง คริสเตียนนิกายโปรเตสตั้น

คุณพ่อชอบอ่านคัมภีร์ให้ฟัง และมักพาเขาไปเยี่ยมชุมชนคนยากจนในฮ่องกงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนด้อยโอกาสในสังคม พ่อแม่เคยส่งเขาไปชนบทจีนเป็นครูอาสาสมัคร

อายุแค่ 14 เขาก็ตั้งชมรมนักเรียนมัธยมชื่อ Scholarism (ซึ่งอาจจะมีความหมายทำนองเป็นปัญญาชนวัยเด็ก) เพื่อรณรงค์คัดค้าน “นโยบายการศึกษาใหม่” ที่ใช้ตำราเรียนที่ออกแบบโดยรัฐบาลปักกิ่งซึ่งไม่เอ่ยถึงเหตุการณ์เรียกร้องประชาธิปไตยที่จตุรัสเทียนอันเหมินเมื่อปี 1989 เลย

และเป็นหนังสือเรียนที่ชี้นำให้เด็กฮ่องกงต้องยอมรับนับถือพรรคคอมมิวนิสต์ตั้งแต่เริ่มเรียนหนังสือ

เหลือเชื่อ หว่องสามารถระดมคนมาร่วมเดินขบวนเรื่องนี้กับเขาได้ถึง 100,000 คน และที่เหลือเชื่อกว่านั้นคือรัฐบาลฮ่องกงยอมถอย ประกาศเลิกตำราเรียนชุดใหม่ที่หวังให้เยาวชนรุ่นใหม่ของฮ่องกงยอมสวามิภักดิ์ต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนตั้งแต่เริ่มอ่านออกเขียนได้
แม้ว่าลีลาท่าทางของหว่องจะไม่ใช่คนมุทะลุดุดัน แต่ถ้อยคำของเขาเข้มข้นและมุ่งมั่น

“ผมไม่ต้องการเดินตามเกมของผู้ใหญ่ การปฏิรูปการเมืองไม่อาจจะมาจากการไปร่วมประชุมหรือไปงานสังคม แลกนามบัตรกัน แล้วก็โยนมันทิ้งถังขยะไป เราต้องทำอะไรที่เด็ดขาดชัดเจน เพราะผู้นำของเราไม่ทำอะไรเลย....” หว่องบอกนักข่าวนิตยสารไทม์สัปดาห์ที่ผ่านมา

เมื่อตัวแทนรัฐบาลฮ่องกงบอกเลิกแผนการเจรจากับแกนนำประท้วงที่เดิมกำหนดไว้สำหรับวันศุกร์ หว่องก็ประกาศให้ผู้ชุมนุมกลับมารวมตัวกันครั้งใหญ่อีกรอบหนึ่ง ครั้งนี้ขอให้ยึดครองทุกตารางนิ้วหน้าสถานที่ราชการหลักบริเวณ Admiralty เพื่อกดดันให้ทางการต้องยอมเงื่อนไขของผู้ประท้วง

เงื่อนไขนั้นก็คือให้ปักกิ่งยอมถอนคำสั่งว่าด้วยการที่จะมีคณะกรรมการกลั่นกรองผู้สมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกงในอีกสามปีข้างหน้าให้เหลือเพียง 2-3  คน

ซึ่งก็แปลว่าใครที่รัฐบาลกลางที่ปักกิ่งไม่ชอบหน้าก็หมดสิทธิ์เสนอตัวเป็นผู้บริหารเกาะแห่งนี้

หว่องถือว่านี่เป็นการแทรกแซงการเมืองภายในของฮ่องกงโดยตรง

และเป็นการละเมิดข้อตกลงที่ปักกิ่งลงนามกับฮ่องกงเมื่อปี 1997 ตอนที่อังกฤษส่งคืนให้จีนว่าในอีก 50 ปีข้างหน้า ฮ่องกงจะสามารถปกครองตนเองอย่างเสรีภายใต้กติกา  “หนึ่งประเทศ, สองระบบ” ที่เติ้งเสี่ยวผิงรับปากอย่างมั่นเหมาะขณะนั้น

ผ่านมา 17 ปีสัญญานี้ยังเหลือ 33 ปี จีนทำท่าว่าจะไม่มีความอดทนที่จะรอนานขนาดนั้น

นักข่าวถามหว่องว่ามีใครเป็นต้นแบบของการต่อสู้ไหม เขาบอกว่าไม่มี ถามว่าชอบหนังสือเล่มไหนเป็นพิเศษ เขาบอกว่าไม่มีเช่นกัน
หว่องบอกว่าไม่ต้องการเป็น “วีรบุรุษ” ของการรณรงค์ทางการเมืองและการที่ขบวนการต่อต้านจีนครั้งนี้ไม่มี “ผู้นำ” อย่างชัดเจนนั้นไม่ใช่จุดอ่อน กลับเป็นจุดแข็งด้วยซ้ำไป

เพราะหากคนฮ่องกงหวังพึ่งผมคนเดียวเพื่อจะประสบความสำเร็จในการประท้วงครั้งนี้ ก็ต้องถือว่าเป็นความล้มเหลวตั้งแต่เริ่มต้นทีเดียว” หว่องบอก

หว่องไม่คิดเหมือนเด็กฮ่องกงคนอื่นทั่วไป

“มีคนบอกผมว่าถ้าผมต้องการเปลี่ยนโลก ผมก็ควรจะไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย จบแล้วหางานดี ๆ ในรัฐบาลหรือเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ผมก็มีโอกาสจะเข้าไปกำหนดนโยบายของรัฐ แต่ผมไม่เชื่ออย่างนั้น ผมเชื่อว่า ถ้าจะเปลี่ยนสังคม ผมต้องเดินบนท้องถนน”

ถามว่าเขาเป็นเพียงแค่เด็กนักเรียนมัธยม จะต่อสู้กับพลังอำนาจของพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้อย่างไร ทำไมไม่ประสานกับนักการเมืองฝ่ายค้านของฮ่องกงและนักเคลื่อนไหวที่มีประสบการณ์มาก่อน หว่องบอกว่า

“เราต้องกำหนดกติกาการต่อสู้ของเราเอง ผมว่านักเรียนมีเวลามากกว่า มีพลังมากกว่า ดังนั้นพวกเราควรจะอยู่แถวหน้าของการต่อสู้...”

จะว่าไปแล้ว หว่องก็เป็นเด็กนักเรียนฮ่องกงธรรมดาคนหนึ่ง ยิ่งบางครั้งเมื่อเขาหลีกนักข่าวและช่างภาพด้วยการหลบลงไปในรถไฟใต้ดิน ไม่มีใครจำได้ว่าเขาเป็นใคร มีเพื่อนนักเรียนอีกสองสามคนที่ไปไหนมาไหนด้วยกันเหมือนก๊วนเพื่อนนักเรียนปกติ

หว่องไม่แยแสว่าใครจะจำเขาได้หรือไม่ในความวุ่นวายของรถไฟใต้ดินฮ่องกง เขาก้มหน้าก้มตาส่งข้อความในเฟซบุ๊กและ WhatsApp อย่างใจจดใจจ่อ

เกือบจะไม่น่าเชื่อว่าหว่องคนนี้คือแกนสำคัญที่จุดประกายให้เกิด “ปฏิวัติร่ม” ที่สร้างกระแสต่อต้านรัฐบาลปักกิ่งหนักหน่วงที่สุดตั้งแต่ 1997

และเกือบไม่น่าเชื่อว่าคนชื่อสีจิ้นผิงที่ปักกิ่งจะต้องเช็คข่าวตลอดเวลาว่า “เจ้าหนูหน้อยหว่อง” วันนี้ทำอะไรที่อาจคุกคามอนาคตของพรรคคอมิวนิสต์จีนได้!




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Hiriotappa วันที่ : 20/10/2014 เวลา : 09.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

เรื่องนี้น่าจะเน้นการรวมกลุ่มเป็นหลัก เพราะรู้อยู่แล้วว่ายาก บรรดาพ่อแม่คงไม่อยากเอาเด็กไปเสี่ยง แต่ทว่าน่าจะมีอะไรหนุนหลังและอยากเปิดความเป็นไปส่วนนี้ต่อสายตาชาวโลกมากกว่า ในเครือข่ายชาวคริสเตียนเองก็เช่นกัน มีทั้งที่ดี และ ไม่ดี หวังผลตอบแทน และช่วยเหลือต่อสู้ด้วยใจแบบ คริสเตียนแท้

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Hiriotappa วันที่ : 20/10/2014 เวลา : 09.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

สิ่งที่ทำให้จีนรอไม่ได้ถึง17ปีคืออะไร?ถ้าสถานการณ์ของโลกไม่เป็นอย่างปัจจุบันความต้องการครอบครองอาจไม่เร่งรีบขนาดนี้ เรื่องราวแบบนี้ถ้าไม่มีการหนุนหลัง ทำไม่ได้แน่ๆครับทั้งเด็กหรือผู้ใหญ่ ในภาวะการ"อยากสาปให้ใครเป็นอะไรก็ได้ "ของคนบางกลุ่มหรือใครบางคน พร้อมๆกันกับพื้นที่อื่นๆที่จีนเกิดอยากอ้างเป็นกรรมสิทธิขึ้นมาในไม่กี่ปีมานี้"

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
wullopp วันที่ : 17/10/2014 เวลา : 23.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอบคุณ อาจารย์ครับ...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
hayyana วันที่ : 17/10/2014 เวลา : 18.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

จริงๆมีจากสมาพันธ์นักศึกษา โจวหย่งคัง กับเฉินอ๋าวเฮวย อายุมากกว่าหน่อย
มีบทบาทพูดจาฉะฉานเช่นกันครับ
ช่วงนี้ใครอยากเที่ยวฮ่องกงแบบถูกๆเชิญได้
เอาเต้นท์มาด้วย นอนกลางถนนได้เลย ไม่เสียตังค์

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน