Life is a long journey .... !!!!
มีคนเคยกล่าวว่า ชีวิต คือการเดินทาง การเดินทางอันยิ่งใหญ่ Life is a long journey
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/blamfeld
วันเสาร์ ที่ 3 มีนาคม 2550
Posted by คุณผู้ชาย...ฮัมบวกนคร , ผู้อ่าน : 4271 , 11:17:23 น.  
หมวด :

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เยอรมันนี กับ อิตาลี

ความรู้สึกของผมคิดว่า 2 ประเทศนี้คล้ายคลึงกัน

ไม่ว่าจะเกิดสงครามกี่ครั้งกี่ครา สังเกตุว่า 2 ประเทศนี้มักอยู่ข้างเดียวกันเสมอ

ไม่ว่าจะสงครามโลกครั้งที่ 1 หรือ ครั้งที่ 2

อาจจะเป็นเพราะว่า2ประเทศนี้ พึ่งเกิดเหมือนกัน

เยอรมันตั้งประเทศปี 1871 โดย ออโต ฟอน บิสมารก์ อิตาลี รวมประเทศปี 1861

จากการที่เพิ่งตั้งประเทศ ก็มีความกระหายจะจัดตั้งอาณานิคม จึงต้องแข่งกับเจ้าอาณานิคมที่มีอยู่แล้ว อย่าง อังกฤษและฝรั่งเศล จึงร่วมมือกันก่อสงคราม

ช่วงสมัยนาซีครองเยอรมัน อิตาลีก็มีฟาสซิสครองประเทศ มีบริษัทรถยนต์ดังๆเหมือนกัน 

มาสมัยนี้ก็เป็นแชมป์ฟุตบอลโลกเหมือนกันอีก

แต่สิ่งที่ต่างกันของ 2 อาจจะเป็นทัศนีย์ภาพ ในอิตาลีดูเป็นเอกลักษณ์ มากกว่าเยอรมัน บ้านเมืองดูระแกะระกะ ขอทานเยอะกว่า ต่างจากในเยอรมันที่บ้านเมืองเป็นระเบียบ และขอทานน้อยกว่าอิตาลีมาก

  

คำเตือนระหว่างเดินทางในอิตาลี คือ ควรระวังกระเป๋าของท่านให้มากๆ ที่นี้โจรชุกชมและมาในทุกรูปแบบที่เราขาดไม่ถึง มีครั้งหนึ่งขณะเดินอยู่ที่จัตุรัสเซนปีเตอร์ มีผู้หญิงอุ้มเด็กมาเดินเฉียดๆ ซักพัก เพื่อนผมรู้ซึ่งเหมือนมือถือสั่น จึงลองควักกระเป๋าดูปรากฎว่าเจอมือผี!!! มันแอบตกใจเล็กน้อยและหายตัวเข้าไปในกลีบเมฆอย่างว่องไว (โอ้!!!)

หายเคยดูหนังเรื่อง Italy Job จะรู้ว่า อิตาลีน่ะมาเฟียเยอะไม่ใช้ย่อย และยังได้ยินว่ามีเปิดสอนเป็นขโมยมืออาชีพอีก (โอ้!!!) การไปเปิดร้านอาหารไทยในอิตาลีหรือวัดไทย ก็ได้ยินมาว่ายากเย็น หากไม่ผ่านมาเฟียซ่ะก่อน(ป.ประตูน้ำ ชิดซ้ายครับผม)

เป็นเรื่องน่าแปลกที่อิตาลีมีแต่ร้านอาหารจีน คนจีนเต็มบ้านเต็มเมือง รองมาก็เป็นพวกฟิลิปปินส์ ผมขออนุมานเอาว่า รัฐบาลจีนคงจะสร้างเส้นสายไว้กับพวกมาเฟียนี้ดีพอสมควร ในอิตาลี จึงมีร้านอาหารจีนเต็มเมือง

.........................................................................................................................

นึกถึงอิตาลี...ท้องผมก็จะร้องว่า พิซซ่า สปาเก็ตตี้ อะไรที่เคยกินในพิซซ่าฮัท

อยากจะมาลองกินที่ต้นตำหรับดูบ้าง

ร้านพิซซ่าก็เหมือนร้านส้มตำ ที่มีอยู่ทั่วไปในอิตาลี หลายรสชาติ ให้เลือกกัน ส่วนไอ้พิซซ่าขอบชีสขอบเบคอนที่เคยกินใน พิซซ่าฮัท ไม่มีน่ะครับ มีแต่แบบขอบธรรมดา รูปร้านหน้าตาเหมือน ข้าวเกียบทาซอสมะเขือเทศ ประมาณนั้น

จะขอเล่าถึงประวัติพิซซ่าก่อนน่ะครับ

พิซซ่ามีต้นกำเนิดจากเมืองเวนิซ วันหนึ่งเจ้าเมืองเวนิซ สั่งประกวดทำอาหารอะไรก็ได้ที่อร่อยๆ

พ่อครัวชาวเวนิซคนหนึ่ง กำลังคิดประดิษฐ์อาหารใหม่ๆ เพราะอิตาลีสมัยนั้น มีแต่สปาเก็ตตี้ ระหว่างเดินอยู่นั้น เลือบไปเห็นนกยูงที่มีอนู่ทั่วเวนิซ กำลังกินอาหารนกยูงอยู่ ซึ่งเป็นแผ่นขนมปังธรรมดา แน่นอน!!!ไอเดียดีๆ มักจะเกิดจากความไม่ตั้งใจเสมอ พ่อครัวชาวเวนิซคนนั้น จึงนำแผ่นขนมปัง ทาซอสมะเขือเทศ โรยด้วยชีสและเนื้อสัตว์แผ่น

กลายเป็นพิซซ่าในที่สุด และเป็นอาหารที่ชนะการประกวด จนแพร่หลายเป็นอาหารขึ้นชื่อของอิตาลีจนปัจจุบัน

........................................................................................................................

ผมออกจากมิวนิคตอน 4 ทุ่ม นอนบนตู้นอน มาถึงฟลอเรนส์ 8โมงเช้ากว่าๆ เราก็รีบเร่งหาโรงแรม แล้วออกไปทัวร์ ฟลอเรนส์

ฟลอเรนส์เป็นเมืองแห่งศิลปะ นักศิลปะชื่อดังก็ดังมาจาก ฟลอเรนส์ทั้งนั้นไม่ว่า ลีโอนาโดร์ ดาวินชี่,ไมเคิล แองเเจโล่ คนพวกนี้นอกจากจะเก่งทางด้านศิลปะ สถาปัตยกรรมแล้ว ยังเก่งทางด้าน สรีระศาสตร์ อีกด้วย

เห็นได้จากรูปปั้นผู้ชายที่หล่อที่สุดในโลก เดวิด ที่มีสัดส่วนสมจริงมากที่สุด

ฟลอเรนส์ยังเป็นที่รวมแกลลอรี่ดังๆต่างๆมากมาย หากชื่นชอบด้านนี้จริงๆ ท่านๆจะมีความสุขมากหากได้มาเยือนฟลอเรนส์

   

...............................................................................................................................

ผมจากเยอรมันมาหลายวันรู้สึกว่าตนเองไม่ได้เป็นนักเรียนแล้ว ออกแนวๆนักท่องเที่ยวมากกว่า

ความจริงกฎAFSห้ามผมออกมาเที่ยวแบบนี้ ขืนAFSรู้ผมแย่แน่ๆ

ผมมาอิตาลีก กับเพือนอีก 3 คน รวม4คน

เป็นหญิง 2 ชาย 2 คือพวกเราเป็นเพือนสนิทกันมาก่อน ไปเที่ยวแต่ล่ะครั้งก็ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยมากกว่าคำว่า"เพือน" ซักครั้ง

แต่การออกมาเที่ยวครั้งนี้ เป็นเวลาที่ยาวนาน ทำให้ความสัมพันธ์ค่อยๆถล่ำลึกเข้าไปมากกว่าเพือน การที่คนเราอยู่ใกล้ชิดกัน ย่อมมีความผูกพันธ์ ค่อยๆ ทลายกำแพงมิตรภาพ ทีล่ะเล็กล่ะน้อย

..........................................................................................................................

ก่อนจะไปเวนิซ เราไปดูหอเอนเมืองปิซ่ามาก่อน ซึ่งพูดจริงๆ หอเอนไม่ค่อยทำให้ผมประทับใจเท่าไร ก็แค่หอเอนที่มันเอียงแค่นั้น !!! เมืองปิซ่าเองก็ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ รีบออกไปเวนิซดีกว่า

**เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับเมืองปิซ่า 1.ท่านๆพอจะทราบหรือไม่ว่า หอเอนเมืองปิซ่าเอนลงประมาณ 3 องศาทุกปี 2.สถานที่นี้กาลิเลโอใช้ทดลองเรื่องแรงโน้มถ่วง โดยเอาลูกตุ้มกับขนนก โยนลงมา แล้วบอกว่า สิ่งของ2สิ่งจะลงมาด้วยเวลาที่เท่ากัน สุดท้ายแป้ก โดนคริสจักรจับไปขังในบ้าน และเสียชีวิตในเวลาต่อมา***

.....................................................................................

เช้าที่เวนิซ

นั่งจากปิซ่ามาถึงเวลานิซก็ตี 1 แล้ว ไม่มีโรงแรมเปิด บวกกับไม่มีเงินด้วย

เราจึงต้องนอนหน้าสถานีรถไฟ ซึ่งก็มีพวกแบ็กแพ๊คเกอร์อย่างเรานอนกันเยอะมาก

แน่แล้วซิ!!! ถุงนอน มีแค่อันเดียว อากาศก็หน๊าวหนาว ทำไงดีว๊า!!!

ต้องเอาถุงนอน มากางด้านขวางให้พวกเรา ใช้กันได้ถุงคน แต่ไอ้ที่หนาวน่ะซิ "ผม" ได้รับโครตน้อย

นอนซักพักแสงสว่างก็เข้าตา 

ลืมตาขึ้นมา โอ้!!!พระเจ้าจอรช์ เกิดมาในชีวิต ไม่เคยเห็นอะไรสวย เช่นนี้มาก่อน

ทนหนาวมาทั้งคืน คุ้มมากๆกับการได้เห็นเวนิซ เมืองในฝันผมเลย

เมืองแห่งแม่น้ำลำคลอง เรือกอโดล่าร์ ผู้คนใส่หน้ากาก

ความรู้สึกในวันนั้นยังประทับอยู่ในใจผมตลอดมา ตั้งแต่เดินไปทางมา ไม่เคยเห็นเมืองไหนสวยเท่าเมืองนี้มาก่อน เคยเห็นแต่ไหนทีวี มาเห็นของจริงช่างสวยงามไรที่ติ และยังรู้สึกดีๆ ที่มีคนที่เราเริ่มชอบในเวลานั้นเดินทางมาด้วย

ครั้งหนึ่ง...ในชีวิต

อยากมีไทม์แมชชีนจังเลย

ขี้เกียจแอดมิชชั่นแล้วล่ะ

พระอาทิตย์ทอแสงสวยจังเลยเนอะ

เด๋วมาเล่าต่อ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Nity วันที่ : 03/03/2007 เวลา : 20.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nity
โลกหลากแบบ จึงมองได้หลายมุม!

สวยมากครับ สำหรับรูป และได้แง่มุมมองทางประวัติศาสตรืด้วย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน