• plains-wanderer
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-04-24
  • จำนวนเรื่อง : 30
  • จำนวนผู้ชม : 122889
  • ส่ง msg :
  • โหวต 63 คน
@tmosphere
แนะนำดนตรีดีๆที่ถูกมองข้าม + เรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติของสัตว์โลก ยินดีต้อนรับทุกความคิดเห็นครับ : )
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/blankpage
วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม 2552
Posted by plains-wanderer , ผู้อ่าน : 8670 , 22:26:57 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

(พาดหัวบล็อกแรงสุดขั้วไปไหมครับ?)

อนึ่ง.. ผมได้พยายามนึกเนื้อหาที่หลายๆคนอาจจะไม่ได้คำนึงถึงเพื่อเขียนอะไรตอบ Tag วันคุ้มครองโลก (Earth day) ที่ได้รับมาจากพี่บล็อกเกอร์ BlueHill แล้วก็มาได้บทสรุปว่าจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องสัตว์ๆอย่างที่คุ้นเคย เพราะการอนุรักษ์สัตว์ป่าและรักษาไว้ซึ่งระบบนิเวศทางธรรมชาติก็เปรียบเสมือนการคุ้มครองโลกใบนี้

ขอเตือนก่อนว่า เนื้อหาในนี้มีการกล่าวถึงพระพุทธศาสนา ซึ่งอาจเป็นประเด็นที่อ่อนไหวต่อใครหลายๆคน

ไม่ว่าชาวเมืองพุทธอย่างบ้านเราอาจจะรู้สึกว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่สอนให้รู้จักคิดด้วยเหตุและผล (หรือใช้คำว่า เป็นวิทยาศาสตร์) มากแค่ไหน หลายสิ่งหลายอย่างที่เราเคยเรียนในวิชา "พระพุทธศาสนา" ตั้งแต่ ป.1 ยันจบ ม.6 ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับการประสูติของพระพุทธจ้า และเรื่องต่างๆที่ฟังดูเหนือธรรมชาติถูกมองว่าเป็นเพียงกุโศลบายเพื่อให้เด็กๆกลัวที่จะทำชั่วเพราะจะต้องตกนรก แม้แต่พระพุทธเจ้าเองก็เคยตรัสไว้ว่า จงอย่าเชื่อ

แต่หลายสิ่งหลายอย่างที่ยังรอคอยการพิสูจน์กลับถูกปลูกฝังให้เชื่ออย่างไร้ข้อกังขา (เว้นแต่ว่า คนเหล่านั้นจะเชื่อว่า ประสบการณ์ของเขายืนยันได้ว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์จริง) ซึ่งน่าฉงนใจยิ่งนักว่าวิทยาการของมนุษย์เราก้าวไกลถึงเพียงนี้ในเวลาไม่กี่ร้อยปี แต่เหตุใดจึงยังไม่สามารถพิสูจน์ถึงการมีอยู่ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนสมัยก่อนสืบทอดความเชื่อกันมาเป็นเวลาช้านานได้ หรือว่าสิ่งเหล่านั้นไม่มีจริง เป็นคนเราที่ปักใจเชื่อจึงคิดและตีความเกินจริงไปเองด้วยความที่ถูกปลูกฝังในเรื่องเหล่านี้มาตั้งแต่เด็กๆ?

สำหรับผมแล้ว การที่คนใหญ่คนโตในบ้านเมืองที่มีการศึกษาสูงๆ มีปัญญา มีความรู้ และผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีความคิดดีน่าเคารพยกย่อง ส่วนใหญ่มีความเชื่อในเรื่อง(ที่มองไม่เห็น หรือต้อง"มีบุญ"จึงจะเห็น)เหล่านี้ เป็นเรื่องที่น่าสนใจในมุมมองของเด็กเมื่อวานซืนขี้สงสัยคนนึง ว่าบุคคลเหล่านั้นศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ถึงขนาดนั้นได้อย่างไร ในเมื่อมันดูจะเป็นสิ่งที่เราเลือกที่จะหลับหูหลับตาเชื่อ มากกว่าการเชื่อด้วยเหตุและผล ราวกับว่ามนุษย์เราเพียงต้องการ "สิ่งยึดเหนี่ยว" เพื่อความสบายจิตในการใช้ชีวิต

ในความเป็นชาวพุทธแบบไทยๆกิจกรรมทางศาสนาที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ การทำบุญ ซึ่งคนที่ทำบุญทุกคนมีความตั้งใจที่ดีครับผมเชื่อ แต่ก็มีการทำบุญแบบที่ผมไม่เห็นด้วยเช่นกัน ขอยกตัวอย่างมาเรื่องหนึ่งคือ การปล่อยนกปล่อยปลา ซึ่งคนทำคงมีนัยยะในการปลดปล่อยสัตว์ให้เป็นอิสระเพราะเชื่อว่าแท้จริงแล้วสัตว์เหล่านั้นสมควรได้รับอิสรภาพมากกว่าการถูกจำกัดขอบเขตอยู่ภายใต้การครอบครองของมนุษย์ เช่นเดียวกับ ฉากนางเอกปล่อยนกเขาแขกในหนังเรื่องกุมภาพันธ์ และฉากปล่อยไก่ชนในหนังพระนเรศวรภาคแรก ที่ยอมรับว่าดูฉากเหล่านี้แล้วพาลหงุดหงิดใจในการดูหนังไปโดยปริยาย

ช่วงนี้นักดูนกและนักถ่ายภาพนกคงปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานที่ที่ฮอตฮิตและใกล้กรุงเทพที่สุดในช่วงนี้ก็คือ พุทธมณฑล นั่นเอง เป็นเรื่องน่าดีใจที่เราสามารถพบนกหายากและนกพบไม่บ่อยหลายชนิดได้ที่นี่ (ในความเป็นจริง อาจเป็นเพราะนกอพยพผ่านเหล่านี้แทบไม่มีแหล่งพักพิงอื่นแล้วก็ได้ในพื้นที่รอบๆ กทม) แต่ผมเศร้าใจทุกครั้งที่ขับรถเข้าไปในพื้นที่ร่มรื่นเขียวขจีแห่งนี้แล้วต้องมาเห็นฝูงปลาที่แก่งแย่งอาหารที่คนให้ และเต่าที่ขึ้นมาอาบแดดตามขอนไม้และขอบบ่อเต็มไปหมด

ในยุคนี้ หลายคนคงรู้อยู่แก่ใจว่าการไปซื้อนกหรือปลามาปล่อยตามวัดนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรสนับสนุน สาเหตุพื้นฐานที่รู้ๆกันอยู่ก็คือการทำบุญแบบนี้ต้องผ่านกระบวนการให้คนที่ไปจับนก ปลา และเต่า ทำบาปด้วยการจับพวกมันมาขังไว้ เรียกว่าเป็นการทำบุญบนการทำบาปของคนอื่นก็ว่าได้ ในหลายๆกรณี นกที่ถูกจับมาถูกตัดขนปีกบางส่วนเพื่อไม่ให้บินหนีไปไกลๆได้ แล้วก็จะถูกจับมาขายเพื่อให้ปล่อยอีกอย่างหน้าด้านๆ หลังจากถูกซื้อปล่อยไปซะอย่างนั้น


Credit รูป: farm3.static.flickr.com

ในส่วนของปลาที่ถูกจับมาขาย อาจจะไม่ค่อยมีปัญหามากนัก เพราะปลาที่ยังคงหลงเหลืออยู่ให้จับมาได้บ่อยๆในปัจจุบันนั้น เราจะพบเพียงไม่กี่ชนิด หลักๆเลยคือ ปลาไหลนา ปลาหมอไทย และปลากระดี่หม้อ ซึ่งปรับตัวได้เก่งกาจพอที่จะอยู่ในแหล่งน้ำแบบใดก็ได้ที่คุณภาพน้ำไม่บัดซบจนเกินไป

แต่ก็มีเรื่องน่าแปลกใจอยู่เสมอ จากประสบการณ์โดยตรงของตัวเอง ที่วัดดังๆแถวๆ รพ.ศิริราช วัดหนึ่ง มีคนขายลูกปลาทองตัวเล็กๆให้ปล่อยเสียด้วย ปลาทองดั้งเดิมแบบ original ที่อยู่ตามแหล่งน้ำในธรรมชาตินั้น (เสริมนิดหน่อยว่าปลาทองเป็นปลาในเขตน้ำเย็นที่ไม่พบตามแหล่งน้ำเมืองไทย) ไม่ได้มีสีสันสวยสะดุดตา แล้วก็ไม่มีรูปร่างและอุปนิสัยการว่ายน้ำดุ๊กดิ๊กๆน่ารักน่าเอ็นดูแบบที่เราเลี้ยงๆกันหรอกนะครับ ถ้าหากเอาปลาทองที่เลี้ยงกันตามบ้านมาปล่อยลงไปในแหล่งน้ำธรรมชาติก็มีหลายสาเหตุเหลือเกินให้ที่ชัดเจนจนทำให้พูดได้เลยว่า อยู่รอดเกินวันนึงก็เก่งแล้วแหละ ไม่เช่นนั้นปลาทองเองคงกลายเป็นปลาต่างถิ่นที่เป็นปัญหาต่อระบบนิเวศน์เหมือนที่ปลาต่างประเทศยอดฮิตตัวอื่นๆเป็นแล้วล่ะครับ


โฉมหน้า Common Goldfish (Carassius auratus) ต้นตระกูลของปลาทองที่ถูกนำมาเลี้ยงเป็นปลาสวยงามในปัจจุบัน
Credit รูป: retrieverman.files.wordpress.com

การปล่อยปลาทองน่าจะถูกมองเป็นการทำบาปมากกว่า (ไม่เข้าใจว่าคนขายใช้อะไรคิด แต่คนปล่อยสิยิ่งคิดน้อยกว่าอีกนะเนี่ย) แต่ปัญหาหนักกว่าที่ผมกังวลหาใช่เจ้าปลาอ้วนน่ารักๆตัวนี้ไม่ หากเป็นปลาบ้านๆที่ดูคุ้นเคย ซึ่งแท้จริงแล้วแม้จะถือสัญชาติไทยแต่ก็ไม่ได้มีเชื้อชาติไทยแต่อย่างใด เช่น ปลานิล ปลาหมอเทศ ปลากดเกราะ1 (ผมชอบชื่อนี้มาก แต่เรารู้จักกันดีในนามปลาดูด ปลาเทศบาล ไม่ก็ Sucker!!) ปลาดุก(ทั้งดุกรัสเซียและบิ๊กอุย ที่ตะกละจนพี่ดุกดั้งเดิมโดนแย่ง niche2 ไปอย่างบ้าพลัง) ปลายี่สก(เทศ)3 ปลาจะละเม็ดน้ำจืด4 (รู้จักกันดีในนาม ปลาคู้ หรือ คู้แดง) ฯลฯ

ใครชอบไปให้อาหารปลาที่พุทธมณฑลและตามสวนต่างๆคงรู้ว่ามีปลาดุกเยอะแค่ไหน เจ้าพวกนี้คือพันธุ์ผสมของดุกอุย (Clarias macrocephalus) กับดุกไซส์พี่บิ๊กจากแอฟริกา-ที่ดันถูกเรียกว่าดุกรัสเซีย (Clarias gariepinus) ซึ่งผลลัพธ์ออกมาเป็น โคตรดุก ที่น่าพึงพอใจและรู้จักกันในชื่อทางการค้าว่า "บิ๊กอุย" เพราะทั้งตัวมหึมา เนื้อเยอะ โตเร็ว และอึดอย่าบอกใคร

นอกจากปลาดุกแล้ว ทุกคนคงคุ้นเคยกับปลานิล (Oreochromis niloticus) และปลาหมอเทศ (Oreochromis mossambicus) ที่กินเก่ง โตไวและแพร่พันธุ์เร็วจนน่ากลัว เจ้าพวกนี้เป็นสมาชิกในวงศ์ปลาหมอสี (Cichlidae) จากแอฟริกา  ถูกนำเข้ามาในเมืองไทยเพื่อเป็นอาหาร และแพร่พันธุ์เร็วจนกลายเป็นปลาเหยื่อราคาถูก

ผลกระทบของปลาพวกนี้ที่มาคุกคามแหล่งอาศัยและอาหารของปลาท้องถิ่นแท้จริงแล้วไม่ใช่เรื่องที่เราควรนิ่งดูดาย (ถึงแม้ว่าอาจจะสายไปเสียแล้วที่จะแก้ไขด้วยการกำจัดปลาเหล่านี้) และด้วยความที่พวกมันปรับตัวเก่งและแพร่พันธุ์เร็ว จนกลายเป็นปลาราคาถูก จึงยิ่งทำให้เรามีโอกาสเห็นหน้าพวกมันบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นตามถุงขายลูกปลาร้อยละสิบบาท (ซื้อถูกๆ แต่ได้บุญจากการปล่อยถึง 100 ชีวิต!? น่าสนๆ) และตามแหล่งน้ำในธรรมชาติ การที่มันเป็นสัตว์ต่างถิ่น ทำให้นักล่าตามธรรมชาติของบ้านเราที่ไม่คุ้นเคยกับเหยื่อที่เก่งกาจปานนี้ก็ไม่อาจรับมือในการควบคุมประชากรของเจ้าพวกมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แม้แต่ปลาหางนกยูงตัวเล็กกระจิ๋วหลิวก็แพร่พันธุ์เร็วจนปลาท้องถิ่นตัวเล็กๆที่มีอยู่หลากหลายชนิดไม่มีอันจะกิน เราจะเห็นได้ว่าปลาหางนกยูงสวยๆในบ่อบ้านเรา พอไปเจอตามแม่น้ำลำคลองกลับกลายเป็นพวกไร้สีสัน ก็ไอ้ช่อนและจอมฉกทั้งหลายตัวไหนเล่าจะอดใจไหวเมื่อเห็นปลาตัวเล็กๆ หางยาวๆ ว่ายแกว่งไปแกว่งมา ด้วยความที่หางนกยูงออกปั๊มลูกกันแบบไม่อั้น ลูกหลานที่เหลือรอดมาจึงเป็นทายาทของพวก survivor ที่แทบไม่มีสีสันเลยนั่นเอง แต่ก็มีปลาอีกชนิดหนึ่งที่เป็นญาติของปลาหางนกยูงที่แทบไม่มีสีสัน ออกลูกเป็นตัวเหมือนกัน แต่แคล่วคล่องว่องไวกว่า ทำให้สามารถหลบหลีกปลาล่าเหยื่อได้ดีกว่าและแพร่กระจายไปทั่วจนส่งผลกระทบที่น่ากลัวยิ่งกว่าเจ้าหางนกยูงซะอีก เจ้าปลาเล็กพริกขี้หนูชนิดนี้คือปลา Mosquitofish (Gambusia affinis) แปลตรงตัวว่าปลากินยุง ถูกนำเข้าจากอเมริกาเพื่อกำจัดลูกน้ำ ด้วยความที่ลูกปลาไม่ต้องผ่านขั้นตอนการเป็นไข่อยู่นอกร่างกายของแม่ให้เสี่ยงต่อการโดนกิน ปลาเล็กๆชนิดอื่นอย่าง ปลาซิวข้าวสาร ปลาบู่ใส และอื่นๆอีกมากมายก็ค่อยๆหายไปเพราะโดนแย่งอาหารไปหมด

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วจะพบว่าปัญหาเยอะเหลือเกิน ผมเป็นตัวขัดขวางการปล่อยสัตว์อย่างแท้จริง ปล่อยนก-ปล่อยปลา มีปัญหานัก งั้นปล่อยเต่าดีกว่า เต่าที่เค้าจับมาให้ซื้อปล่อยส่วนใหญ่เป็นเต่านา (Malayemys macrocephala ที่พบในภาคเหนือ-กลาง-ตะวันออก-ใต้ และ Malayemys subtrijuga ในภาคอีสาน) เป็นเต่าสัญชาติไทยเพียวๆนี่ ไม่น่ามีปัญหาแล้วนะ ซะเมื่อไหร่

เต่านาชอบอยู่ตามแหล่งน้ำตื้นๆโคลนๆที่มีหอยชุกชุมแบบนาข้าวมาก แต่เมื่อนาแห้งเจ้าพวกนี้ก็จำต้องยกพลขึ้นบกออกมาเดินออกหาแหล่งน้ำใหม่ การที่เห็นตัวได้ง่ายเช่นนี้กระมังที่ทำให้มันถูกจับมาบ่อยๆ สถานที่ปล่อยเต่าก็มักจะเป็นแม่น้ำลำคลอง และบ่อคอนกรีตระบบปิดในวัด ซึ่งมักจะลึกเกินกว่าที่มันต้องการ ไม่ใช่บ้านที่พวกมันจะอยู่ได้อย่างมีความสุข (บ่อยครั้งแม้แต่เต่าที่เพิ่งปล่อยไปก็ยังถูกตามจับกลับมาขายอีกเช่นเดียวกันกับนก คนพวกนี้ก็เก่งเนอะ)

เต่าที่เห็นๆขึ้นมาอาบแดดกันสลอนที่พุทธมณฑลและตามบ่อน้ำอื่นๆ ส่วนใหญ่แล้วไม่ใช่เต่าที่มีพื้นเพในบ้านเราหรอกนะครับ เต่าที่เห็นขึ้นมาอาบแดดกันนั้นเป็นเกือบจะร้อยทั้งร้อยเต่าที่มีชื่อว่า Red-eared Slider (Trachemys scripta elegans) ที่รู้จักกันดีในชื่อทางการค้าว่า"เต่าญี่ปุ่น" แท้จริงแล้วพวกมันเป็นเต่ามะกันต่างหาก ซึ่งเจ้าพวกนี้ทั้งโตไว ปรับตัวและแพร่พันธุ์เก่ง(อีกแล้ว) มีคุณสมบัติทุกประการที่สัตว์ต่างถิ่นที่ไม่ควรปล่อยให้อยู่ในธรรมชาติบ้านเราจะพึงมี เรามักซื้อ "เต่าญี่ปุ่น" ตัวเล็กๆสีเขียวๆลายสวยๆมาเลี้ยง แล้วพอมันโตเกินกว่าที่จะอยู่อย่างสุขีในภาชนะที่เลี้ยง (พร้อมทั้งลวดลายอันน่าดูชมที่ค่อยๆจางหายไป) ก็ถือโอกาสนำมาปล่อยโดยคิดเข้าข้างตัวเองว่าได้ทำบุญซะเลย


Red-eared Slider (Trachemys scripta elegans) วัยเด็กที่มีสีสันและลวดลายสวยงาม รู้จักกันดีในชื่อ "เต่าญี่ปุ่น" แต่ที่จริงแล้วมีแหล่งกำเนิดในทวีปอเมริกา
Credit รูป: www.fishpondinfo.com


ตัวเต็มวัยของเจ้าตัวบน ที่แลดูไม่น่ารักน่าชังอีกต่อไปแล้ว
Credit รูป: home.earthlink.net

ใครที่ขี้เกียจอ่านบล็อกยาวๆนี้ ไม่ขออะไรมากครับ ขอแค่ร่วมแรงร่วมใจกันไม่ทำบุญด้วยการปล่อยสัตว์ แม้ว่าอาจจะมีประเพณีที่ทำให้ต้องไปปล่อยนกปล่อยปลาในวันมงคลของท่านอย่างไร แต่คิดูว่านอกเหนือจากการที่สัตว์ตัวนั้นๆอาจจะต้องพบกับชีวิตที่มันไม่คุ้นเคยและพบจุดจบก่อนเวลาอันควร การเข้าไปแทรกแทรงธรรมชาติโดยไม่ศึกษาหาข้อมูลให้ดีก่อนเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างมาก มีกรณีศึกษามากมายจากการที่คนเราใช้วิธีนำสัตว์บางชนิดมาปล่อยในพื้นที่ใหม่ด้วยเป้าหมายที่จะกำจัดสัตว์ไม่พึงประสงค์ออกไป แต่ผลที่ตามมากลับทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงไปอีกหลายเท่า

(ตัวอย่างคลาสสิกก็คือ คางคก Cane Toad [Chaunus marinus] จากอเมริกากลาง/ใต้ ที่ถูกนำไปปล่อยในออสเตรเลียเพื่อกำจัดแมลงศัตรูพืช แต่มันกลับทำเกินหน้าที่แบบไม่คิดโอที ล่ากบและสัตว์ท้องถิ่นขนาดเล็กอื่นๆจนเกือบสูญพันธุ์ไปหลายชนิด สัตว์นักล่าที่สวาปามมันเข้าไป แม้แต่จระเข้ ก็ยังต้องพบจุดจบจากพิษของมัน จนทุกวันนี้รัฐบาลรณรงค์ให้มีการจับเจ้าคางคกชนิดนี้ให้ได้มากที่สุด ใครเคยไปเที่ยวออสเตรเลียคงเห็น กระเป๋าสตางค์และพวงกุญแจที่ทำจากคางคก)


สินค้า Best seller!?
Credit รูป: www.toadfactory.com

อยากให้คิดถึงผลที่จะตามมาของการทำบุญครับ ต่อให้เราไม่ได้สนับสนุนการซื้อ-ขายสัตว์เพื่อปล่อยที่เห็นอยู่บ่อยๆตามวัด แต่เรากลับปล่อยนกปล่อยปลาที่เราเลี้ยง บางทีเพราะสัตว์เหล่านั้นกลายเป็นภาระสำหรับเรา เพราะเราเบื่อ แล้วเข้าข้างตัวเองว่าเราได้ทำความดีรึเปล่า ซึ่งถ้าคิดจะเลี้ยงสัตว์ก็ควรจะมีความรับผิดชอบมากๆ

เวลาไปบริจาคเงินเข้าวัด คิดต่อนิดนึงว่าเงินบริจาคที่ให้วัดไปมันอาจจะไปเข้ากระเป๋าใครหรือไปพัฒนาอะไรให้มันดีขึ้นแค่ไหน ผมเชื่อว่ามิจฉาชีพนุ่งผ้าเหลืองจะค่อยๆหมดไปหากคนไม่ไปลืมหูลืมตาบริจาคนู่นนี่ให้กับวัด แค่นำข้าวปลาอาหารไปถวายพระสงฆ์ตามสมควร ไปทำบุญด้วยการซื้อของใช้จำเป็นและอาหารให้กับเด็กยากไร้ เพิ่มโอกาสให้เด็กบางส่วนมีอนาคตที่ดี หรือไปสนับสนุนองค์กรอิสระที่มีจิตสำนึกที่ดีในการอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติ ที่ค่อนข้างขาดแคลนเงินทุนดีกว่าไหม

ผมเชื่อว่าชาวพุทธชอบทำบุญเพราะความรู้สึกอิ่มเอมใจที่ได้เป็นผู้ให้อยู่แล้ว รู้จัก"ให้"กับสิ่งที่เหมาะสมและเกิดประโยชน์เพื่อโลกใบนี้ และหยุดซื้อสัตว์ที่มีคนจับมาขายเพื่อให้ปล่อย ถ้าหากสงสารสัตว์จริงๆจนอดไม่ได้ ก็คิดซะว่าต้องไม่ซื้อเพื่อช่วยกันตัดวงจรอุบาทว์นี้เถอะครับ

 


 

1ปลากดเกราะ หรือ Suckermouth Catfish (Hyplostomus plecostomus) รู้จักกันดีในชื่อปลาซัคเกอร์หรือปลาดูด ที่นอกจากจะมีความสามารถในการดูดเมือกและพืชน้ำทุกอย่างที่ขวางหน้า (อันเป็นเหตุให้ปลาที่วางไข่เกาะตามหน้าดินและพืชน้ำไม่สามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ) แล้ว ยังขึ้นชื่อเรื่องความทรหด ทนได้ทุกสภาพน้ำ และไม่มีปลานักล่าตัวไหนอยากกินเกราะแข็งๆของมัน

2niche [noun] (ecology) the status of an organism within its environment and community (affecting its survival as a species)
หาความหมายภาษาไทยไม่ได้จริงๆครับ niche เป็นคำนามที่ครอบคลุมลักษณะของพื้นที่อยู่อาศัย อาหาร และความต้องการของสิ่งมีชีวิตชนิดนั้นๆ

3ปลายี่สกเทศ หรือ Rohu (Rohita rohita) เป็นปลาในวงศ์ปลาตะเพียนนำเข้าจากประเทศอินเดีย ที่ค่อนข้างทรหดต่อสภาพน้ำ และจะสวาปามพืชทุกอย่างที่ขวางหน้า นอกจากนี้ยังมีปลาในวงศ์นี้ที่เป็นปลานำเข้าทางเศรษฐกิจอีกหลายชนิด เช่น ปลาเฉา (ปลาจีน) ปลาลิ่น ปลาไน ปลากระโห้เทศ และปลานวลจันทร์เทศ

4ปลาจะละเม็ดน้ำจืด หรือ Pacu (Colossoma brachypomum) รู้จักกันดีในนาม ปลาคู้ หรือ คู้แดง เป็นปลาในกลุ่มของ Piranha (ปิรันย่า) ที่กินพืช/ผลไม้เป็นอาหารหลัก




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
Rosefinchy วันที่ : 29/08/2009 เวลา : 13.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Rosefinchy
::: Live EveryDay as if It wereYour LasT :::


เป็นบทความที่ดีและน่าสนใจมากๆค่ะ

เห็นด้วยกับการละเว้นการทำบุญลักษณะนี้เช่นกันค่ะ ...คนเราก็แปลก จะทำบุญปล่อยนก ปล่อยปลา แต่ก่อนหน้ามีคนไปจับมันมาขัง

การคิดและทำอะไรง่ายๆ เรื่องการปล่อยสัตว์ มีผลกระทบอื่นๆ อีกมากมาย โดยที่พวกเราแทบไม่รู้เลย หากไม่ได้อ่านเรื่องนี้

เรื่องดีๆแบบนี้ สื่อ TV หนังสือพิมพ์ น่าจะเผยแพร่มากกว่า รูปวับๆแวมๆ กับรูปอาชญากรรม ว่ามั้ยคะ

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
vickie วันที่ : 09/07/2009 เวลา : 19.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vickie
       เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว      http://www.oknation.net/blog/vickie1

ดองไว้นาน กว่าจะได้กลับมาเมนต์เรื่องนี้

ทำบุญได้บาปโดยคาดไม่ถึง
ที่เป็นห่วงอีกอย่างในตอนนี้ก็คือ พวกที่ชอบให้อาหารปลาในทะเล โดยเฉพาะตามแหล่งดำน้ำ ทำให้เห็นพวกปลาสลิดหินเยอะแยะมากมาย ไอ้เจ้าพวกนี้ก็ดูสวยงาม ตื่นตาตื่นใจ แต่มันก็เจ้าพวกนี้นี่แหล่ะที่กินเก่ง แย่งวกินก็เก่ง จนกลายเป็นทำลายปลาท้องถิ่นในย่านนั้นๆ ไปโดยปริยาย

รักษ์น้ำ รักษ์ปลา รักษ์ป่า รักษ์สิ่งแวดล้อม ก็อย่าให้อาหารทั้งสัตว์บก สัตว์น้ำผิดสถานที่ และไม่สนับสนุนการทำบุญด้วยการปล่อยปลา ปล่อยนก ปล่อยสัตว์

ไม่เช่นนั้น ก็คงไม่มีคำพูดที่ว่า "โปรดศัตว์ได้บาป" หรอกคร๊าบ

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
plains-wanderer วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 23.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/blankpage
http://www.oknation.net/blog/plains-wanderer  (นกป่าสัปดาห์ละตัว)

ดีใจที่ทราบว่าบล็อกเกอร์หลานๆท่านไม่สนับสนุนการทำบุญปล่อยสัตว์ครับ
เราอาจจะไม่สามารถไปแก้ปัญหาด้วยการบอกกล่าวให้พ่อค้าแม่ค้าเข้าใจอย่างทั่วถึงได้ แต่ถ้าเราเพียงแค่เตือนสติคนใกล้ตัวที่นิมทำบุญแบบนี้ให้เข้าใจ ผมเชื่อว่าพ่อค้าแม่ค้าที่หากินกับ"บุญ"จะหมดไปเองครับ

คุณนาฬิกาฯ
เห็นทีคนธรรมดาอย่างเราๆต้องเปิดพจนานุกรมหาความหมายของ "ชีพพิสัย" อีกต่อนึงกระมัง จึงจะเข้าใจ

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 22.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamline

กว่าได้มาเมนต์ ดองไว้นานเลยครับ
เห็นด้วยอย่างยิ่ง กับเรื่องการปล่อยสัตว์โดยที่เจ้าตัวคิดว่าได้บุญ แต่หลายครั้งมันคือบาป!
แต่เรื่องแบบนี้ก็พูดยากนะครับ บางคนไม่รู้ ไม่ได้คิดถึงเรื่องแบบนั้น ทั้งคนที่อยากทำบุญหรือพ่อค้าแม่ค้าที่ทำเพื่อปากท้อง เราจำเป็นต้องค่อยๆ ให้ความรู้ที่ถูกต้องกับพวกเขาไป และหาทางออกที่ดีกับทุกฝ่าย
ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆ ขอนำเรื่องนี้ไปบอกเล่าต่อนะครับ

ปล. Niche ผมเห็นในราชบัณฑิตใช้คำว่า "ชีพพิสัย" สงสัยจะงงยิ่งกว่าเดิมอีกมั้งครับ

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
ลุงต้าลี่ วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 01.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongdali

คนไทยเราถูกครอบงำให้เชื่อในหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตประจำวันมากมาย แต่ละคน ...ปากก็บอกชอบชีวิตเสรี แต่ความเชื่อที่เขาครอบงำเราไว้ เราก็ยอมศิโรราบ "เชื่อ" จนเป็นเงื่อนไขให้ชีวิตไม่เสรี เราก็ยอม...ตาม ๆ กันไป เสียงั้นแหละ โธ่ถัง!!

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 12.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

ผมเป็นอีกคนที่ไม่นิยมทำบุญด้วยปล่อยเจ้าพวกที่คุณกล่าวมาทั้งหมดครับ
เพราะเห็นจนชินตาและชาต่อความรู้สึก
ผู้ใจบุญซื้อไปปล่อย
ผู้นำบุญคอยดักและจับกลับมาขายอีกรอบ
วนเวียนจนกว่าเจ้าตัวบุญทั้งหลายจะสิ้นชีพ

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
ภาษาหลากสี วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 20.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

เขียนได้เข้าใจดีค่ะ

ทำบุญได้บาป สมควรที่ชาวพุทธจะต้องหันมาสำสวจและทบทวนค่ะ

เห็นด้วยทุกประการ

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
ภาษาหลากสี วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 20.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

เขียนได้เข้าใจดีค่ะ

ทำบุญได้บาป สมควรที่ชาวพุทธจะต้องหันมาสำสวจและทบทวนค่ะ

เห็นด้วยทุกประการ

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 16/05/2009 เวลา : 20.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

ทำบุญ ได้บาป
ทำทาน ได้บาป

ธุรกิจขายคนใจบุญ
ยังคงอยู่ในเมืองใหญ่ที่เร่งรีบทำบุญ
จึงเป็นโอกาสของคนขายบาป

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
หน่อผุด วันที่ : 16/05/2009 เวลา : 18.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

เขียนดีมากค่ะ
ไม่เห็นด้วยเลยกับการทำบุญด้วยการปล่อยสัตว์
อย่างที่เจ้าของบล็อกว่า มันคือการสนับสนุนให้คนจับสัตว์มากขึ้น และวนจับอยู่อย่างนั้น

จำไม่ได้แล้วว่าอ่านจากหนังสือเล่มไหนว่า
ทำบุญมักเป็นการทำเพื่อตนเอง...คือสะสมบุญไว้ชาติหน้า
แต่ทำทาน เราทำเพื่อตนเองและเพื่อคนอื่นด้วย

สวัสดีค่ะ...มาช้าหน่อยนะ แต่ก็มาค่ะ...เป็นกำลังใจให้คนเขียนบทความดีดี

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
numouse วันที่ : 16/05/2009 เวลา : 12.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/numouse
ถ้าเราลดความ "เห็นแก่ตัว" ให้น้อยลงบ้าง อะไรๆ มันคงจะดีกว่านี้ และถ้ายิ่งจัก "ยอม" บ้างคงจะดี

ว้า T_T เคยปล่อยไปแล้วด้วย แต่ไม่ได้ไปปล่อยที่วัดนะคะ
ไปซื้อที่ตลาดแล้วไปปล่อยในคลอง สระไกลๆ โน่นเลย (ที่ไหนหน๊อ)

ก็คงไม่ทำอีกแล้วค่ะ เพราะจริงๆ ก็รู้ว่าถ้าปล่อยแล้วมันตาย เราก็บาปอีก T_T

ดีจังที่ได้อ่านเนื้อหานี้ได้ความรู้เยอะเลยค่ะ
ขอบคุณมากๆ ค่ะ

แค่เรานำอาหารไปถวายพระก็พอแล้ว และไม่รู้จะสร้างแข่งกันทำไมโบสถ์อะไรเยอะแยะ สู้เอาเงินบริจาคสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล ห้องสมุดให้เด็กๆ ยังจะดีกว่า โบสถ์อ่ะใกล้พังค่อยสร้างก็ยังทันจะเอาใหญ่โตอะไรกันนักหนาก็ไม่รู้นะคะ

ขอความสุขจงบังเกิดกับท่านค่ะ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
tengpong วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 23.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

ไม่ว่าจะเลี้ยงหรือ ปล่อย

ต้องเข้าใจธรรมชาติของเขาเป็นอย่างดีเสียก่อน

จะได้ไม่ทำลายกัน

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
Ch.Minivet วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 21.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ChMinivet
Ch.Minivet @ OK NATURE Save Nature Save Life 


ตัวนี้งัย .. เก็บมาฝากด้วยค่ะ .. สีสวยดี ตัวเล็กๆ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
Ch.Minivet วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 21.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ChMinivet
Ch.Minivet @ OK NATURE Save Nature Save Life 


ไปภูสวนทรายค่ะ กับ TRG แต่นังไม่ได้เอารูปลงเลย ..

คาดว่า จะต่อจากเดินป่าระยะไกล ค่ะ ..

... ... ...

ทั้งหมดทั้งสิ้นเห็น 92 ชนิด แต่พี่เห็นเองไม่ถึง 40 ฮ่าๆ

เจอพายุฝนฟ้าคะนอง กระเจิดกระเจิงกันเป็นแถว .. แต่ก็สนุกดี

... ... ...

ตะกายขึ้นยอดเขาแดน เจอเจ้าตัวเนี่ย .. รู้มะคะ ว่า ประเภทไหน .. เก็บมาฝากค่ะ

เดี๋ยวมีอีกตัวด้วย เห็นป๊าบบ นึกถึงเลย เก็บเอามาฝากเหมือนกัน อิอิ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
น้อมใจ วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 19.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nomjai
The WORLD is our HOME.

ขอสนับสนุน วิธีปล่อยชีวิตสัตว์อีกวิธีหนึ่งนะคะ
ด้วยการทานมังสวิรัติ งดเว้นเนื้อสัตว์
ไม่ว่าคนหรือสัตว์ ก็มีหนึ่งชีวิตเท่ากันนะคะ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
ราษีไศล วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 19.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/motorcyrubjang
ณ บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ twitter : @motorcyrubjang / facebook.com/motorcyrubjang  

เห็นด้วยครับท่าน

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
Kibangkok วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 15.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaithai
สีน้ำ(มือสมัครเล่น)และเรื่องราวชิวชิวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่     .    ลุงกิ๊..

เห็นด้วยกับเจ้าของบล็อคนะครับ

วัดหลายวัดนอกจากจะเป็นที่ทำบุญแล้ว บางแห่งก็เหมือนกับที่ทรมานสัตว์ และก็เป็นที่ทรมานใจคนเลี้ยงด้วยครับ สงสารเด็กวัดที่ทั้งต้องดูแลท้องตัวเอง และต้องดูแลสรพพสัตว์ที่ถูกคนเอามาปล่อยทั้งด้วยความเต็มใจและไม่เต็มใจ

ผมว่า คนน่าจะยุ่งกับสัตว์ให้น้อยที่สุด ปล่อยให้เค้าอยู่ตามธรรมชาติ น่าจะได้บุญมากกว่านะครับ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 15.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 


ขออนุญาตแจ้งข่าวปชส.ขอบคุณมากค่ะ
ขอเชิญร่วมงานปันรัก เชียร์ฟุตบอลการกุศล
http://www.oknation.net/blog/vickie/2009/05/15/entry-1

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
สายลม...มหาสมุทร...(^_^) วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 14.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yuttipong
"ร่วมกันใช้สินค้าที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมกันนะครับ"___(^.^)//

ขอบคุณมากครับ
เป็นข้อมูลที่ดีมากครับ เพราะทำให้ระบบนิเวศเสียหายครับ
ต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องนะครับ

หรือเปลี่ยนมาเป็นปล่อยสัตว์ที่ไม่ทำลายระบบนิเวศเดิมได้ครับ เช่น จุลินทรีย์EM ผมว่าน่าจะช่วยระบบนิเวศให้ดีขึ้น เพราะ จุลินทรีย์EM ก็เป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนกัน และทำประโยชน์ได้ คือ ช่วยบำบัดน้ำเสียได้ด้วยนะครับ ถ้าคิดเล่นๆ จุลินทรีย์ตัวนี้มีเป็นล้านๆ ถ้าเทียบกับปลาร้อยตัวได้บุญร้อย แต่จุลินทรีย์เป็นล้านต้องได้บุญล้านแน่ๆครับ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
เป๊ปซี่ วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 13.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Pepsi8

...ปล่อยปลาลงน้ำก็ไม่ได้บาปอีก...

...ไหนๆก็ไหนๆวันหลังปล่อยลงหม้อก็แล้วกัน...!!!

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
plains-wanderer วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 13.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/blankpage
http://www.oknation.net/blog/plains-wanderer  (นกป่าสัปดาห์ละตัว)

ขอบคุณสำหรับทุกๆความเห็นครับ

หากมีข้อมูลอะไรน่าสนใจเพิ่มเติมก็นำมาบอกกล่าวกันด้วยนะครับ

อย่างที่คุณสายธารโพสไว้ใน #17 นั่นแหละครับ
การปล่อยสัตว์ต้องคำนึงถึงผลกระทบมากมาย บางทีถ้าเราไม่มีข้อมูลที่เพียงพอ ทางที่ดีที่สุดคือเราควรจะปล่อยให้ธรรมชาติคงอยู่ในแบบที่ควรจะเป็นโดยไม่ต้องไปก้าวก่ายจะดีกว่าครับ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
Ch.Minivet วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 12.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ChMinivet
Ch.Minivet @ OK NATURE Save Nature Save Life 

ที่ผ่านมา ยอมรับว่า ไม่ได้คิดเรื่องผลกระทบ จริงๆ นั่นแหละ จนมาถึงวันนี้ ..

เมื่อได้อ่าน บทความนี้ .. บอกได้เลยว่า ขอขอบคุณ ที่เขียนกระตุ้นจิตสำนึก ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ทั้งหมดทั้งสิน..

ต่อไป .. ไม่ทำอีกแล้ว ..

... ... ...

เขียนได้ดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
หมีปิศาจ วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 12.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

เห็นด้วยกับเจ้าของบล๊อกครับ

และต้องสารภาพเลยว่า ข้อมูล ความรู้เกี่ยวกับปลา ของคนอ่าน แทบไม่มีเลย
เลยไม่ได้อ่านเก็บรายละเอียด หรือจำเกี่ยวกับชื่อปลาและเต่าแต่อย่างใด
ทั้งที่คนเขียนอุตส่าห์ใส่ ข้อมูลเชิงอรรถไว้เพียบเลย

อย่างไรก็ตาม เห็นด้วยที่ไม่เห็นด้วยกับการทำบุญด้วยการปล่อยนกปล่อยปลาครับ
เห็นด้วยกับการทำบุญใส่บาตร และช่วยเหลือผู้ที่ขาดโอกาสเช่นเด็กยากไร้
ปกติ ผมเอง ก็ไม่ค่อยได้บริจาคเงินให้วัดอยู่แล้วครับ มีใส่บาตรบ้าง ถวายสังฆทานบ้าง
ตามความเหมาะสม

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
พร-หล้า วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 12.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/karnpipatch
~แค่ผู้หญิงธรรมดาจอมเพ้อเจ้อ...~

ได้ความรู้ขึ้นเยอะเลยคะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ชื่อเย็นเป็นยามโปรดเรียกพ้มว่ายามเย็น วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 12.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/YAM-YAN

การปล่อยนก .... น่จะหมายถึง ปล่อยให้นกเขาอยู่ตามธรรมชาติ
การปล่อยปลา....ก็น่าจะหมายถึง ปล่อยให้ปลาเขาได้อยู่ในแม่น้ำลำคลอง

คือ อย่าไป เบียดเบียน สัตว์เขา อย่าจับเขามาขัง...
+ 1 ครับ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
สายธาร วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 12.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cyberfrogy
 http://www.facebook.com/groups/dhammayatrahttps://www.facebook.com/BAAN.RAI.SAITHARN http://www.oknation.net/blog/DigitalTour


ปล่อยเต่าในวัด คือทำบุญหรือทำบาป

1 ท่านต้องรู้ว่าเต่าที่ท่านจะปล่อยนั้นคือ เต่าบกหรือเต่าน้ำ เพราะเต่าไม่ใช่สัตว์น้ำแต่เต่าเป็นสัตว์เลื้อยคลาน

เต่าบก ที่เท้าจะคล้ายๆเท้าช้าง ขายาว กระดองรูปร่างนูนขึ้นมากกว่าเต่าน้ำ
เต่าน้ำ เท้าจะแบน ขาสั้น เอาไว้ว่ายน้ำ

ถ้าปล่อยเต่าบกลงน้ำเต่าจะจมน้ำตายได้ เพราะเต่าหายใจด้วยปอดเหมือนมนุษย์

2 สถานที่ปล่อย จะต้องเป็นบริเวณที่มีตลิ่ง เพื่อให้เต่าขึ้นมาพักผึ่งแดดได้ และน้ำไม่ไหลเชี่ยวจนเกินไป


2.1 เต่าต้องการพักหายใจ และพักเหนื่อย เพราะเต่าเป็นสัตว์เลื้อยคลาน ไม่ใช้สัตว์น้ำ( โรงเรียนเราสอนผิดมาโดยตลอด ) จึงว่ายน้ำตลอดเวลาเหมือนปลาไม่ได้

2.2 เต่าต้องการผึ่งแดด เพื่อให้ปลิงที่ติดอยู่ตามตัวหลุดออก มิฉะนั้นเต่าอาจป่วยได้ และเต่าต้องอาศัยแสงแดดในการสร้างวิตามินที่จำเป็นสำหรับร่างกาย

ดังนั้นการปล่อยเต่าน้ำลงในบริเวณที่ๆไม่มีตลิ่งให้เต่าขึ้นมาผึ่งแดด เช่น ตามคลองประปา , บ่อน้ำในวัดที่มีการก่อคอนกรีดเป็นบล็อกสูงๆ ( บ่อในวัดบวรฯ ที่หมอหนิ่งไปช่วยมา ) คือการทำร้ายเต่าอย่างทารุนโหดร้ายมากๆ

แม้ว่าบางวัด หรือบางสถานที่จะมีการต่อแพ ให้เต่าขึ้นมาผึ่งแดดได้แต่นั่นไม่ใช่สถานที่อยู่ตามสภาพธรรมชาติที่แท้จริงของเต่า เปรียบเหมือนเราถูกจับไปขังคุก เขามีข้าวให้กินมี ที่ให้นอน แล้วเราชอบหรือไม่ ถ้าเราไม่ชอบเต่าก็เช่นเดียวกับเรา

3 สภาพน้ำบริเวณที่จะปล่อย ต้อง ไม่สกปรก ถ่ายเทยาก และแออัด เช่น บ่อน้ำในวัดบวรฯ กทม.

มีเต่าหลายตัวที่หมอหนิ่ง และเพื่อนชมรมรักษ์เต่า ได้ช่วยชีวิตขึ้นมาจากในวัดบวรฯ สถานที่ทำบุญ ของเรานี่แหละ

หลายตัวติดเชื้ออย่างรุนแรง กระดองแตก กระดองเปื่อยยุ่ยจนลึกเข้าไปถึงกระดูกเต่าชั้นใน (กระดองเป็นกระดูกเต่าชั้นนอก)

หลายตัวมีเลือดจางมากต้องให้วิตามินเพื่อการบำบัดฟื้นฟู

บางตัวอาการโคม่าต้องให้น้ำเกลือกันเลย

หลายตัวสุขภาพอ่อนแอเพราะ มีปลิงเกาะอยู่ตามร่างกายเป็นจำนวนมากสมาชิกชมรมรักษ์เต่า ต้องช่วยกันนำไปแช่น้ำเกลือ แล้วใช้ผ้าเช็ดออก

เต่าทุกตัวที่ชมรมรักษ์เต่า ช่วยมาได้นั้น จะนำไปบำบัดฟื้นฟูอีกที่ในสถานอนุบาลสัตว์น้ำที่ ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี

รศ.สพ. . ดร.นันทริกา ชันซื่อ (หมอหนิ่ง)เป็นผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด
เมื่อเต่าหายดี แล้วจะมีการนำไปปล่อยยังที่ๆเหมาะสมชนิดของเต่า เพราะเต่ามีแยกออกไปมากมายหลายชนิด เช่น เต่านาต้องการอาศัยในที่ชื้นแฉะแบบในนาข้าวเป็นต้น ดังนั้นถ้าคิดจะปล่อยเต่าต้องแน่ใจว่าเราปล่อยเต่าในสภาพที่เหมาะกับเค้าหรือไม่


ข้อมูลบางส่วนจากเว็บ
http://www.agalico.com/board/archive/index.php/t-21059.html

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
สายธาร วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 12.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cyberfrogy
 http://www.facebook.com/groups/dhammayatrahttps://www.facebook.com/BAAN.RAI.SAITHARN http://www.oknation.net/blog/DigitalTour

เห็นด้วยทุกประการ...กับความเห็นคุณชาลี น้องพร และเพื่อนๆ ที่มีแนวคิดเดียวกันครับ

แต่เรื่องความศรัทธา ความเชื่อ นั้นมันยากที่จะเบี่ยงเบนความคิดของพวกเขาเหล่านั้น

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 11.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

พรเห็นเขาปล่อยนกปล่อยปลากัน
ก็คิดเหมือนกันว่า ทำบุญ หรือทำบาปกันแน่
เพราะมีดีมานด์ ก็มีซับพลาย
เห็นสัตว์ อย่างนก ถูกจับมาขังในกรง
รอคนมาซื้อไปปล่อย ก็รู้สึกสงสารมันค่ะ

แต่สิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อนก็คือ สัตว์ต่างถิ่น
เมื่อนำมาปล่อยแล้ว มันมีผลกระทบต่อระบบนิเวศน์
และบางชนิด มันก็ตายภายใน 1 วัน น่าสงสารค่ะ

ก็หวังว่า คนที่เคยมีพฤติกรรมอย่างนั้น
แล้วมาอ่านเอนทรีนี้ จะคิดได้ และเลิกทำอย่างนั้นค่ะ

ขอบคุณที่เขียนสิ่งที่ดีมีประโยชน์ และให้ความรู้มากมายค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
WorryAboutYOU วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 11.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vision

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ

ในประเด็นพุทธศาสนา(ที่หลงเข้าใจผิดกันมานาน) ในความหมายปล่อยนกปล่อยปลา นั้นมีอยู่จริงแต่มิได้หมายถึงให้มีการทำธุรกิจ เจตนาให้ปล่อยสัตว์ที่เราเลี้ยงเข้าสู่ระบบของธรรมชาติ ให้เค้าหากินตามธรรมชาติ แต่การเข้าใจผิดและมักง่ายที่เชื่อมโยงกับการศาสตร์แขนงหนึ่ง ทำให้เกิดระบบธุรกิจนี้ขึ้นมาวนเวียนไป

หากดูตามวัดหลายๆวัด จะพบกลุ่มคนพวกนี้มากมาย ความคิดมันถูกฝังหัวไว้ส่วนหนึ่ง แล้วฝังไปในความเชื่อที่ผิดเสมอมา เมื่อมาต่อกันมันหมุนเป็นวงเรื่อยมาๆ

หลักที่แท้จริงมันไม่ถูกแก้ และควรแก้โดยผู้ที่ดูแลรักษาพระพุธศาสนานั่นเอง

เมื่อความเชื่อมันถูกต้องตรงกับเจตนาของแก่น ระบบก็จะคลี่คลายได้


ความคิดเห็นที่ 13 (0)
BlueHill วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 11.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ขอขอบคุณที่เขียนเรื่องนี้ให้อ่านกัน เรียกว่าครบถ้วนกระบวนความในเรื่องที่ไม่สนับสนุนการปล่อยนกปล่อยปลาตามสถานที่ต่าง ๆ เป็นข้อมูลเชิงระบบนิเวศล้วน ๆ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
BlueHill วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 11.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

บุคคลเหล่านั้นศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ถึงขนาดนั้นได้อย่างไร

ผมคิดว่า บุคคลที่เชื่ออะไรแบบไร้เหตุผลแบบไม่น่าจะเชื่อนั้น มีปัญหาทางจิตประการหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่า บ้า หรือเป็นโรคประสามนะ แต่เกี่ยวข้องกับการขาดความอบอุ่น ขาดที่พึ่งพิงทางใจ จึงต้องแสวงหาอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งมาเติมเต็ม

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 11.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

จริงๆแล้ว มนุษย์นี่แหละตัวดีที่ไปรบกวนสัตว์ป่า
การอนุรักษ์ จึงต้องมีการกระทำมากกว่าพูด ..
แค่นั่งพูด หาคำขวัญ ฯลฯ ก็จบแค่นั้น
ชอบที่เขียนมากครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ไทบ้าน วันที่ : 14/05/2009 เวลา : 18.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaibaan
อีสานมั่นคง เมืองไทยมั่นคง OKnature 

เราไม่ไปรบกวนสัตว์เหล่านี้เลยก็ได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ฉันชนบท วันที่ : 13/05/2009 เวลา : 14.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kondernpa
"ทำดี อย่าอาย จงเป็นคนไทยให้สมบูรณ์"  สิ้นสุดด้วยความเจ็บปวด ดีกว่าต้องเจ็บปวดไม่มีที่สิ้นสุด 

เห็นด้วยค่ะ

เคยไปยืนมองปลาไหล กับนกที่มันเบียดแออัดกันอยู่ในกะละมังและกรงนก ทำตาละห้อยสงสารมัน แม่ค้าหันมามองหน้าตาเขม็ง จนเราสะดุ้ง อุ้ย โทษค่ะพี่ คือหนูสงสารมันค่ะ (คิดในใจ) พลางเดินทำหน้ามึน ๆ หนีไปจากตรงนั้น กลัวแม่ค้า

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
redribbons07 วันที่ : 12/05/2009 เวลา : 18.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07


ช่วยกันรักษาชีวิตสัตว์โลกค่ะ


นำไปรวม link ที่


http://www.oknation.net/blog/redribbons07/2009/04/18/entry-1






ความคิดเห็นที่ 7 (0)
tutu วันที่ : 06/05/2009 เวลา : 13.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tutu
...tutu...

เราต้องอนุรักษ์พวกมันปะหนึ่งคนในครอบครัวเรา

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
tutu วันที่ : 06/05/2009 เวลา : 13.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tutu
...tutu...

เ่ต่าน่ารักมากกกกกกกกกกกกกก

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
tutu วันที่ : 06/05/2009 เวลา : 13.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tutu
...tutu...

กีสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
อาจารย์วิลาสินี วันที่ : 06/05/2009 เวลา : 13.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wilasinee
ของดีอาชีวะชลบุรี...ห่อหมกทะเลรวมมิตร 24/8/2011

ทำบุญ เริ่มต้นที่ตัวเรา (เป็นคนด๊) ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ก็น่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีได้นะ
แล้วจะแวะเข้ามาดูบ่อยๆนะคะ
...................................
วันนี้มีของหวานหวาน เย็นเย็น หอมชื่นใจมาฝาก
เหมาะกับช่วงหน้าร้อนดี
อยากรู้เข้าไปที่บ้านนะค่ะ
พร้อมกับนำแก้วโตๆไปด้วย
เพราะที่บ้านแก้วล้างไม่ทันจ้า

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ยากันยุง วันที่ : 02/05/2009 เวลา : 23.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/newgeneration
ส่วนหนึ่งของชีวิต คือ จิตสาธารณะ

เห็นด้วยค่ะ
ร่วมสร้างจิตสำนึก...รักษ์สัตว์

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
โคมทอง วันที่ : 02/05/2009 เวลา : 22.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ji2551

เห็นด้วยค่ะ...ชอบเตาจังเลยน่ารัก...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
โคมทอง วันที่ : 02/05/2009 เวลา : 22.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ji2551

ที่หนึ่ง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]