• Mr_Com
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chatchaipaakpoom@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-27
  • จำนวนเรื่อง : 24
  • จำนวนผู้ชม : 162500
  • ส่ง msg :
  • โหวต 63 คน
คุยมันส์ๆ...เรื่อง Guitar
มารู้ประวัติของเซียน Guitar กว่าจะมาเป็น โค-ตะ-ระ-เซียน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bodin2
วันพฤหัสบดี ที่ 31 มกราคม 2551
Posted by Mr_Com , ผู้อ่าน : 4591 , 23:15:40 น.  
หมวด : ดนตรี

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

         

            โอเอซิส (Oasis) วงดนตรีร็อกจาก แมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ นำโดย 2 พี่น้อง ตระกูล กัลลาเกอร์ ที่ชื่อ โนล มือกีตาร์และนักแต่งเพลงและน้องชาย เลียม เป็นนักร้องนำ ทั้งคู่มาจากเบอร์นิจเมืองชนบทของแมนเชสเตอร์ ปัจจุบันแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของสมาชิกไปบ้าง แต่ โอเอซิส ก็ยังคงยืนหยัดทำผลงานเพลงต่อไป โดยปัจจุบันพวกขายทำยอดขายรวมอัลบั้ม ซิงเกิ้ล บ๊อกเซตต่างๆทั่วโลกไปได้แล้วกว่า 50 ล้านแผ่น และมีซิงเกิ้ลที่ขึ้นอันดับหนึ่งในอังกฤษได้มากถึง 8 เพลง

ยุคแรกเริ่ม 

แรกเริ่มเดิมทีเพื่อน ๆ ของเลียมที่เรียนโรงเรียนเดียวกัน คือ พอล "โบนเฮด" อาร์เธอร์ส (มือกีตาร์) , พอล แม็คเกวียน (มือเบส) , และโทนี่ แม็คแครอล (มือกลอง) ตั้งวงดนตรีอยู่แล้วชื่อ Rain เลียม เข้าวงมาทีหลังเมื่อปี 1990 ในฐานะนักร้องนำ พอเข้าวง เลียมก็แนะให้เปลี่ยนชื่อวงเป็น โอเอซิส ตามชื่อเวนิว Oasis Leisure Centre ในเมืองสวินดอน จากในโปสเตอร์โฆษณาคอนเสิร์ตของวง Inspiral Carpets ที่ติดอยู่ในห้องนอนเขา จนกระทั่งวันหนึ่ง โนล กลับมาบ้านในแมนเชสเตอร์ หลังจากไปทำงานอยู่กับวง Inspiral Carpets อยู่หลายปีในฐานะกีตาร์ เทคนิเชี่ยน เลียมก็ชวนเขามาเป็นผู้จัดการวง จนกระทั่งวง Inspiral Carpets ปลดทีมงานออกหมด ตอนปี 1991 เขาจึงชวนมาเป็นมือกีตาร์ให้ ไม่ใช่ผู้จัดการ

โอเอซิส ขึ้นเวทีครั้งแรกที่บอร์ดวอล์คในแมนเชสเตอร์ เดือนตุลาคมปี 1991 แรกๆโนลไม่ได้จริงจังกับทางวงเท่าไร จนมีวันหนึ่งต้องไปหาหมอ ซึ่งหมอสั่งให้เลิก สูบกัญชา พอเลิกสูบสมองโล่ง จึงได้มีความคิดในการแต่งเพลง ออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น Columbia , Rock 'N Roll Stars , Whatever ฯลฯ

31 พฤษภาคม 1993 โนล ได้ข่าวว่า อลัน แม็คกี ที่ตอนนั้นเป็น ประธานบริษัทแผ่นเสียง Creation Records จะไปดู คอนเสิร์ตที่ คิง ทุตส์ ไนท์คลับในกลาสโกว์ในคืนนั้น เขาพา โอเอซิส กับลูกทีมรวม 17 คน ขึ้นเวทีที่นั่นโดยที่ไม่มีการจองคิวล่วงหน้า กับโปรโมเตอร์ ซึ่งโปรโมเตอร์ที่มีบอดี้การ์ดอยู่แค่ 2 คนเลยจำใจยอมให้ โอเอซิสขึ้นเวทีครึ่งชั่วโมง อลัน ประทับใจในการเล่นครั้งนี้ จึงให้โอเอซิส มาเซ็นสัญญา ทันทีด้วยสนนราคา 60,000 ปอนด์

ยุคโด่งดังไปทั่วโลก 

11 เมษายน 1994 Oasis มีซิงเกิ้ลแรก Supersonic ที่ออกมาดีสมราคาคุย เป็นที่ชื่นชอบของนักวิจารณ์ทันที ถึง 2 พี่น้องกัลเลเกอร์จะชอบให้สัมภาษณ์ในลักษณะขี้คุยก็ตาม แต่ดูเหมือนว่ายิ่งพวกเขาพูดทับถมศิลปินรายอื่นมากเท่าไหน โอเอซิส ก็ยิ่งเป็นที่ชื่นชอบและเป็นที่รู้จักมากขึ้นเท่านั้น ในขณะที่ซิงเกิ้ลที่2 อย่างเพลง Shakermaker ก็ประสบความสำเร็จอย่างดี ซิงเกิ้ลที่ 3 Live Forever ออกตามมายก่อนอัลบั้มแรกวางแผง 1 เดือน เป็นเพลงฮิต ในอังกฤษได้อีกเหมือนเดิม เมื่อ Definitely Maybe อัลบั้มแรกของพวกเขาออกขายเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม1994 ก็เข้าอันดับ 1 ทันทีและกลายเป็นอัลบั้มแรกของศิลปินหน้าใหม่ที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเพลงของอังกฤษ ค้างคาอยู่ใน Top 20 ถึง 18 เดือน เขย่าวงการเพลงร็อกอังกฤษอย่างที่ไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน ซิงเกิ้ลเดี่ยว Whatever ที่ไม่ได้นำมารวมในอัลบั้มชุดไหนเลย ของพวกเขาขึ้นถึงอันดับ 3 ในอังกฤษช่วงคริสต์มาสปี 1994 เป็นการส่งท้ายปีไปอย่างสวยงาม ในปีนั้นเองก็ได้เกิดปรากฏการณ์ของความคลั่ง ไคล้ Oasis กันขนานใหญ่ที่อังกฤษอย่างที่ไม่เคยมีวงไหนทำได้มาก่อน

ปี 1995 เริ่มต้นปีด้วยความสำเร็จ โอเอซิส ได้รับรางวัล Best Band, Best New Band และ Best Single (จากเพลง "Live Forever") จาก NME Brat Awards ตามมาด้วยการคว้ารางวัลสำคัญ Best Newcomer จาก BRIT Award ในเดือนต่อมา พวกเขาประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามจากการทัวร์คอนเสิร์ต บัตรถูกขายหมดเกลี้ยงในทุกโชว์ในอังกฤษ วงจึงได้หันไปเน้นโปรโมชันในตลาดอเมริกา และกลายเป็นขวัญใจ MTV และสถานีวิทยุโมเดิร์นร็อกของอเมริกา มีเพลงฮิตอย่าง Live Forever กับ Supersonic ในที่สุดอัลบั้มDefinitely Maybe ก็ได้แผ่นเสียงทองคำในสหรัฐ โอเอซิส ประสบความสำเร็จขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับความสัมพันธ์ ของสมาชิกในวง โดยเฉพาะ 2 พี่น้อง โนล ไม่พอใจที่ เลียม สปอยล์มากชอบเดินออกจากเวทีคอนเสิร์ตไปเฉย ๆ ถ้าเกิดไม่สบอารมณ์ขึ้นมา มีครั้งหนึ่งหลังจากที่โนลเพิ่งแต่งเพลง Don't Look Back In Anger กับ Wonderwall เสร็จใหม่ๆ โนลบอกว่าเลียมมีสิทธิร้องแค่เพลงเดียว อีกเพลงเขาจะร้องเอง เลียมฟังแล้วหงุดหงิดอารมณ์เสียมากถึงกับทำลายข้าวของ

14 เมษายน 1995 ก่อนหน้าซิงเกิ้ล Some Might Say ออกขาย 1 วัน โทนี่ แม็คแครอล มือกลองก็ถูกไล่ออกจากวง หลังจากแตกคอกับ เลียม ในบาร์ที่ปารีส อลัน ไวท์เข้ามาแทนที่ในวันที่ 4 พฤษภาคม 1995 เพลง Some Might Say กลายเป็นซิงเกิ้ลอันดับ 1 ในอังกฤษเพลงแรกของ โอเอซิส ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่วางขาย ความสำเร็จของเพลงนี้สร้างปรากฏการณ์ทำให้ทุกซิงเกิ้ลก่อนหน้านี้ย้อนกลับเข้าอันดับในชาร์ทเพลงอินดี้ของอังกฤษอีกครั้ง เดือนตุลาคมปีเดียวกัน Oasis ออกอัลบั้มที่ 2 ชื่อ (What's The Story) Morning Glory? หลังจากใช้เวลาบันทึกเสียงแค่12วันเท่านั้น!! ขึ้นถึงอันดับ 1 ทันทีที่ออกจำหน่ายในอังกฤษและกลายเป็นอัลบั้มที่ขายได้เร็วที่สุด ในอังกฤษ นับตั้งแต่อัลบั้ม Bad ของ ไมเคิล แจ็คสัน เคยทำไว้ในปี 1987 ว่ากันว่าในช่วง สัปดาห์แรกที่ออกขาย จะมีคนซื้ออัลบั้มชุดนี้ 1 คนทุก ๆ 30 วินาที!!

ปี 1996 โอเอซิส ประสบความสำเร็จอย่างสูง อัลบั้ม (What's The Story) Morning Glory? ของพวกเขาขายได้ถึง 20 ล้านแผ่น มีผลงาน Top 10 ทั้งในยุโรปและเอเชีย ในเดือนสิงหาคม 5% ของคนทั้งเกาะอังกฤษ (250,000 คน) เข้าคิวยาวควัก กระเป๋าซื้อบัตรคอนเสิร์ตราคา 22 ปอนด์ครึ่ง เพื่อมาดู โอเอซิส ขึ้นเวทีคอนเสิร์ตกลางแจ้ง 2 รอบที่ Knebworth ทำสถิติเป็นคอนเสิร์ตกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของอังกฤษ ว่ากันว่ามี ผู้ต้องการจับจองตั๋วมากกว่า 2 ล้านคน!! นอกจากนี้วงยังได้รับการเสนอชื่อรางวัล BRIT Award ถึง 6 รางวัล และกวาดไปได้ 3 รางวัล นั่นคือ Best Band, Best Album (จากอัลบั้ม What's the Story) Morning Glory) และ Best Video (จากเพลง Wonderwall) เดือนเมษายนปีนั้น Oasis ได้ขึ้นปกนิตยสารดังอย่าง Rolling Stone ของอเมริกา ซึ่งเป็นการบอกให้โลกได้รับรู้ว่าพวกเขามาแล้ว แต่ Oasis ก็ไม่สามารถแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวในอเมริกา ทั้งที่สามารถคว้ารางวัลแผ่นเสียงทองคำขาวถึง 5 แผ่น ซิงเกิ้ล Wonderwall ก็ขึ้นไปถึง Top 10 อาจเป็นเพราะคนอเมริกันไม่นิยมนิสัย Bad Boy ของ Oasis ไม่ว่าจะเป็นอาการถุยน้ำลายของเลียมบนเวทีงานแจกรางวัล MTV ที่นิวยอร์กในเดือนกันยายน 1996 หรือการขว้างขวดเบียร์ใส่คนดู ซึ่งก็ของเลียมอีกเหมือนกัน นอกจากนี้ 2 พี่น้องยังตกเป็นข่าวซุบซิบตามหน้าหนังสือประจำ โดยเฉพาะเมื่อตอนที่ โอเอซิส ถอนตัวจากการทัวร์คอนเสิร์ตที่อเมริกาในวันที่ 13 กันยายน 1996 อย่างกะทันหัน ก่อนขึ้นเวทีแค่ 3 ชั่วโมงเมื่อโนลเป็นฝ่ายเดินออกจากคอนเสิร์ตเองบ้าง ทั้งที่มีแฟนเพลงรอดูอยู่กว่า 5,000 คนที่ชาร์ลอต ฮอร์เน็ทส์ เทรนนิง เซ็นเตอร์ อย่างไรก็ตาม ภายในสิ้นปีนั้นเอง Oasis กลายเป็นวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอังกฤษและของโลก สมกับ ตำแหน่งวงดนตรีร็อกที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดและถูกยกให้เป็น เดอะ บีทเทิลส์ ของยุค 90

หลังจากงดทัวร์คอนเสิร์ตในอเมริกาและ โนล ยอมกลับมา เข้าวง ตามเดิม โอเอซิส ก็เริ่มบันทึกเสียงอัลบั้มที่ 3 ที่ใช้เวลานานหลายเดือน 1997 เป็นปีที่ 2 พี่น้องสละโสด เลียมเข้าพิธีกับดาราสาว แพ็ทซี่ เคนสิท ในวันเอพริล ฟูลส์ เดย์ ส่วนโนลตัดสินใจแต่งงานกับเม็ก แม็ทธิวส์ที่ลาส เวกัสอย่างเงียบๆ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน หลังจาก นั้นซิงเกิ้ล D'You Know What I Mean ของ โอเอซิส ก็วางแผงใน เดือนกรกฎาคม ตามมาด้วยอัลบั้ม Be Here Now วันที่ 21 สิงหาคม 1997 ทำยอดขายเฉียด 7แสนแผ่นที่อังกฤษภายในเวลา 3 วัน ทำลายสถิติยอดขายเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ ในช่วงแรกอัลบั้มชุดนี้มาแรงมากเนื่องจากอยู่ท่ามกลางความคาดหวังต่างๆ แต่ในเวลาต่อมาไม่นาน ตัวอัลบั้มก็ตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว สื่อมวลชนอ้างว่าขาดความน่าสนใจและดูไร้ความกระตือรือร้น ถึงแม้ว่าจะมีซิงเกิ้ลฮิตในเวลาต่อๆมาอย่าง Stand by me และ All around the world ก็ตาม ก่อนหน้าที่จะออกอัลบั้มชุดนี้ โนล ให้พอล เวลเลอร์ลองฟัง เขาเป็นคนเดียวที่กล้าบอกโนลตรงๆว่าฟังแล้วไม่เข้าหูเอาซะเลยและเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความตกต่ำของ โอเอซิส ในเวลาต่อมา

The Masterplan อัลบั้มรวมเพลงหน้า B ตามออกมาในเดือนพฤศจิกายนปี 1998 ประกอบไปด้วยเพลงB-Sideเด็ดๆที่ดีกว่าหลายเพลงอัลบั้มต่อมา เช่น The Masterplan , Acquiesce , Half the world away ,Rockin' Chair ฯลฯ ในปีถัดไปสมาชิกดั้งเดิมของ โอเอซิส เหลืออยู่แค่ 2 คนคือ โนล และ เลียม ถ้าไม่นับ Alan White ซึ่งเข้าร่วมวงในยุค Morning Glory

 ยุคเปลี่ยนแปลง  

9 สิงหาคม1999 ระหว่าง บันทึกเสียงอัลบั้มชุดที่4 โบนเฮ้ด ก็ออกจาก Oasis โดยให้เหตุผลว่าอยากมีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น ตามมาด้วย พอล แมกเกวียนในวันที่ 26 สิงหาคม 1999 แต่ 2 พี่น้องก็มีสมาชิกใหม่ มาเสริมบารมีเป็นถึง แอนดี้ เบลล์ อดีตมือกีตาร์ของคณะ Ride ที่มาเข้าวงเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 1999 แต่มาเล่นเบสให้ Oasis ส่วนมือกีตาร์ได้ เก็ม อาร์เชอร์ อดีต Heavey Stereo มาแทน ปลายปี อลัน แม็คกี ผู้คนพบ Oasis ลาออกจากตำแหน่งประธาน Creation Records ต้นสังกัดของ Oasis เพื่อตั้งสังกัดใหม่

5 มกราคม 2000 โอเอซิส ตั้งบริษัทแผ่นเสียงของตัวเอง Big Brother อัลบั้มแรกในสังกัดคือ Standing On The Shoulder Of Giants อัลบั้มชุดที่ 4 ของ Oasis วางขายเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ขึ้นอันดับ 1 ในอังกฤษได้เช่นเคย พร้อมกับซิงเกิ้ลฮิตอย่าง Go let it out! ถึงจะเป็นงานที่ได้รับคำวิจารณ์ในแง่ลบ เต็มไปด้วยซาวนด์เอฟเฟกต์และไซคีเดลิกต่างจากสมัยรุ่งโรจน์ก็ตาม แต่เลียมโชว์ฝีมือการแต่งเพลงครั้งแรกในเพลง Little James เขาแต่งให้ เจมส์ ลูกชายของ แพ็ตซี่ ภรรยาของเขา

โอเอซิสออกทัวร์ยุโรปท่ามกลางกระแสข่าวว่า 2 พี่น้อง ไม่กินเส้นกันหนักข้อขึ้นทุกวันจนกระทั่งในวันที่ 24 พฤษภาคม โนล เอือมพฤติกรรมน้องชายมาก(เมาแล้วพาล) ถึงกับทิ้งการทัวร์Barcelonaมากลางคันและประกาศว่าจะไม่ออกทัวร์นอกเกาะอังกฤษอีกต่อไป โอเอซิส ตกอยู่ในภาวะวิกฤติถึงขั้น 2 พี่น้องไม่ยอมให้สัมภาษณ์ร่วมกัน จนหลายคนเกรงว่าจะถึงกาลอวสาน วงจึงได้ออกอัลบั้มแสดงสด Familiar To Millions ซึ่งเป็นบันทึกการแสดงสดที่ Wembley Stadium ต่อหน้าคนดูกว่า70000 คน มาขัดตาทัพในเดือนพฤศจิกายน สามารถไต่ขึ้น #5 ที่อังกฤษ จากนั้น โนล ก็ตั้ง สังกัดแผ่นเสียง ของตัวเองขึ้นมาอีกเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2001แต่สถานการณ์ก็คลี่คลายขึ้นในที่สุดหลังจากที่ โนล และ เลียม ต่างก็หย่ากับภรรยาของ ตัวเอง ข่าวว่าภรรยาของทั้งคู่ต่างก็ไม่ชอบขี้หน้าซึ่งกันและกัน แถมยังไม่ชอบพี่น้องของสามีตัวเองด้วย 2 พี่น้องหันหน้ามาคืนดีกันเหมือนเดิม 15 เมษายน 2002 Oasis ออกซิงเกิ้ลแรกในรอบเกือบ 2 ปี The Hindu Times เป็นการย้อนกลับไปหาซาวด์เก่าๆสมัยอัลบั้มแรก ขึ้นถึงอันดับที่ 1 ทันทีในอังกฤษ ซิงเกิ้ลที่ 2 เป็นเพลงบัลลาดช้า ๆ Stop crying your heart out ปลายเดือนมิถุนายนกลายเป็นเพลงปลอบขวัญ แฟนฟุตบอลอังกฤษที่พลาดแชมป์ เวิร์ลด์คัพ

ช่วงครึ่งหลังของปี 2002 โอเอซิสมีคิวทัวร์ยาวทั้งปี โนล ยอมกลืนน้ำลายตัวเองออกทัวร์อเมริกากับ โอเอซิสเริ่มที่ปอมปาโน่ บีชในฟลอริดา วันที่ 2 สิงหาคม 2002 จากนั้นจะกลับมาเล่น คอนเสิร์ตที่แมนเชสเตอร์บ้านเกิด 2 รอบกลางเดือนกันยายน ต่อด้วยทัวร์ที่ญี่ปุ่นแล้วย้อนกลับไปอเมริกาอีกครั้งกับที่เม็กซิโก การแสดงครั้งสำคัญอยู่ที่คอนเสิร์ต3คืนที่ Finsbury Parkกลางกรุงลอนดอนซึ่งเรียกศรัทธาแฟนเพลงกลับมาได้จำนวนมาก ต่อมาในเดือนพฤศจิกายนได้เกิดเรื่องราวขึ้น เมื่อเลียมได้ไปมีเรื่องชกต่อยกับนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลในผับแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมันเป็นผลให้ฟันของเลียมหักไป2ซี่ และสมาชิกวงทุกคนโดนปรับ ในขณะที่โนลและแอนดี้ ประสบอุบัติเหตุรถชนในปีเดียวกันนั้นแต่ยังดีที่ปลอดภัยทั้งสองคน

 ยุคฟื้นคืนชีพ 

ในช่วงต้นปี 2004 โอเอซิสได้เริ่มทำอัลบั้มใหม่และอัลบั้มพิเศษ ซึ่งมีกำหนดออกวางแผงในเดือนกันยายน แต่ก่อนหน้านั้นมือกลองผู้ที่อยู่กับวงมายาวนาน Alan White ได้ออกจากวง ทำให้ต้องเรียกมือกลองไฟแรง Zak Starkey มาอัดเสียงแทน ซึ่งเป็นลูกชายของ Ringo Starr แห่งวงเดอะ บีทเทิลส์ แต่เนื่องจากทางวงไม่ได้ประกาศตัวเขาเป็นสมาชิกอย่างเต็มตัว ทำให้เขาแทบจะไม่ได้ปรากฏตัวในงานหรือบทสัมภาษณ์ ต่างๆ การแสดงครั้งสำคัญของวงปีนี้เกิดขึ้นที่เทศกาลดนตรี Glastonbury 2004 โดยแสดงเป็นวงเฮดไลน์ที่เวทีPyramidท่ามกลางคนดูกว่าหกหมื่นคน แต่การแสดงครั้งนั้นได้รับคำวิจารณ์ทางลบพอสมควร เนื่องจากสมาชิกแต่ละคนในวงซึ่งดูไม่มีอารมณ์ร่วมในการแสดงเอาเสียเลย

กันยายน 2004 โอเอซิส ได้เปิดตัว Definitely Maybe: The DVD commemorating the10th anniversary ซึ่งเป็นดีวีดีฉลองครบรอบ10ปีของอัลบั้ม Definitely Maybe ต่อมาในเดือน พฤศภาคมปี 2005 นับเป็นปีทอง Oasis ได้วางแผงอัลบั้มที่6ของพวกเขา Don't Believe the Truth ซึ่งนับว่าเป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ (What's The Story) Morning Glory? จนสื่อมวลชนอังกฤษ พากันขนานนามว่า Return to Form ด้วยซาวนด์ดิบๆในรูปแบบแปลกใหม่ ประกอบไปด้วยเพลงซิงเกิ้ลฮิตอย่าง Lyla , The Importance of Being Idle และ Let there be love อันดับ 1และ2 ใน Uk Chart ตามลำดับ หลังจาก นั้น Oasisได้ออกเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตครั้งใหญ่รอบโลก เริ่มต้นในเดือนพฤศภาคม 2005 ที่ลอนดอนและจบลงที่เม็กซิโกเมื่อมีนาคม 2006 รวมเดินทางทั้งหมด26ประเทศทั่วโลกรวมไปถึงประเทศไทยด้วย ตามมาติดๆด้วยการคว้ารางวัล Q Awards 2005 ในสาขา Best New Album และ People's Choice นอกจากนี้ ในช่วงปลายปี 2005 วงยังได้แต่งเพลง Who Put The Weight Of The World On My Shoulders เพื่อเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Goal! อีกด้วย

ปี 2006 มีกระแสข่าวมากมายถึงอัลบั้มรวมฮิต แม้กระทั่งข่าวลือเกี่ยวกับหนังของพวกเขา และได้มีการออกมายืนยันในภายหลัง หนังเรื่อง Lord Don't Slow Me Down ซึ่งเป็นหนังสารคดีกึ่งชีวประวัติของวง เป็นที่จับตามองของแฟนๆทั่งโลก และอัลบั้มรวมฮิต Stop the Clocks ที่เป็นอัลบั้มรวมเพลงที่ดีที่สุดจำนวน 18 เพลง จากผลงานทั้ง 12 ปี จากการคัดเลือกของโนล นับว่าเป็นอัลบั้มที่น่าสะสมเป็นอย่างมาก ปลายปี โนลและเก็มได้ออกมินิทัวร์อคุสติกเพื่อโปรโมตอัลบั้มในหลายๆที่ทั่วโลก

ปี 2007 โอเอซิส ขึ้นรับรางวัล Brit Award ในสาขา oustanding contribution to music หรือ วงที่สร้างสรรค์คุนุปการแก่วงการดนตรี พร้อมขึ้นทำการแสดงสดเรียกน้ำย่อย มีข่าวลือเรื่องความบาดหมางระหว่างเลียมกับโนลซึ่งไม่พอใจกับการร้องในคืนงานบริท อย่างไรก็ดีสตูดิโออัลบั้มหน้าจะเป็นตัววัดจุดยืนของวง โอเอซิส อีกครั้งหนึ่งและมีกำหนดการอย่างเร็วที่สุดในสิ้นปี ในขณะที่โนลยังเดินสายเล่นอคุสติกต่อไป

กลางปี โอเอซิส ได้เป็นส่วนหนึ่งของการนำอัลบั้มตำนานของเต่าทองอย่าง Sgt. Pepper's Lonely Hearts Club Band มาคัฟเวอร์เรียบเรียงใหม่ ท่ามกลางข่าวลือเรื่องการแสดงคอนเสิร์ตต่างๆมากมาย ในที่สุด แฟนๆก็ไม่ผิดหวัง เมื่อทางวงประกาศถึงการเข้าทำงานในสตูดิโออัลบั้มใหม่ ซึ่งจะเป็นอัลบั้มที่ 7 และยังประกาศการวางจำหน่ายของ DVD แผ่นคู่ใหม่ล่าสุด ซึ่งจะเป็นการนำสารคดีที่ฉายทั่วโลกเมื่อปีก่อนอย่าง Lord Don't Slow Me Down แบบสมบูรณ์มาจำหน่าย พร้อมด้วยโชว์การแสดงของพวกเขาที่สนาม City of Manchester Stadium เมื่อปี 2005 ซึ่งจะมีกำหนดการวางจำหน่ายในปลายปี สร้างความยินดีปรีดาแก่แฟนๆและสาวกเป็นจำนวนมากที่ต่างรอคอยกันมานาน

ทั้งโนลและเลียมได้เปิดเผยว่าพวกเขาได้มีการพบปะพูดคุยกับโปรดิวเซอร์ Dave Sardy ผู้ฝากผลงานไว้กับอัลบั้มชุดก่อนของวงแล้ว การเริ่มงานได้เริ่มขึ้น แต่พวกเราคงต้องรอไปจนถึงช่วงปี 2008 ถึงจะได้ฟังอัลบั้มใหม่กัน 

รางวัลที่เคยได้รับ  

  • 1994

·        Q Award สาขา Best New Act

  • 1995

·        Brit Award: Best British Breakthrough Act

·        Ivor Novello Award: Songwriters of the Year (ร่วมกับ Blur)

·        NME Awards: Best New Band, Album of the Year จากDefinitely Maybe, และ Single of the Year จาก Live Forever

·        Q Award: Best Live Act

  • 1996

·        Brit Awards: Best British Album จาก(What's the Story) Morning Glory?, Best British Group, และ Best British Video จากWonderwall

·        NME Awards: Best Band, Best Live Band, Best Album จาก(What's The Story) Morning Glory? และ Best Single จากWonderwall

·        Q Award: Best Act in the World Today

·        MTV Europe Music Awards: Best Group and Best Song จากWonderwall

  • 1997

·        NME Awards: Best Musical Event - Knebworth และ Band of the Year

·        Q Award: Best Act in the World Today

·        MTV Europe Music Awards: Best Rock

  • 2000

·        Q Award: Best Live Act

  • 2001

·        NME Award: Hero of the Year - Liam Gallagher

  • 2003

·        NME Awards: Best UK Band, Artist of the Year, และ Best Haircut - Liam Gallagher

  • 2005

·        NME Award: Best Music DVD จาก Definitely Maybe

·        Q Awards: Best Album จาก Don't Believe the Truth และ People's Choice Award (ขวัญใจมหาชน)

  • 2006

·        NME Awards: Best Video จากThe Importance of Being Idle

·        Q Awards: Best Act in the World Today

  • 2007

·        Brit Awards: Outstanding Contribution to Music  

 สถิติที่น่าสนใจ 

•   Oasis ทำยอดขายจากทุกอัลบั้ม ซิงเกิ้ล การแสดงสดและบ๊อกเซตต่างๆรวมกันทั่วโลกแล้วกว่า 50 ล้านแผ่น

•   อัลบั้ม Definitely Maybe กลายเป็นอัลบั้มเปิดตัวของศิลปินหน้าใหม่ที่ขายได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อออกจำหน่ายครั้งแรก

•   อัลบั้ม (What's the Story) Morning Glory? เป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดในอังกฤษตลอดกาลเป็นอันดับ 3 โดยทำยอดขายกว่า 4.3 ล้านแผ่นเฉพาะในประเทศ และกว่า 20 ล้านแผ่นทั่วโลก

•   Be Here Now เป็นอัลบั้มที่ขายได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ ทำยอดขายกว่า 695,761 ภายใน4วัน ในขณะที่อัลบั้มอื่นๆของวงก็ตามติดมาในอันดับ 6 (What's the Story) Morning Glory? อันดับ7 Standing On The Shoulder of Giants และอันดับ11 Don't Believe the Truth

•   คอนเสิร์ต 2 คืนที่ Knebworth ปี1996 กลายเป็นคอนเสิร์ตกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในเกาะอังกฤษด้วยจำนวนคนดูกว่า 250,000 คน มีคนมากกว่า 2 ล้านคนที่พยายามหาซื้อตั๋ว

•   ปี 2005 Guinness Book of World Records ได้ทำการบันทึก Oasis ว่าเป็น "วงจากอังกฤษที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในรอบ10ปีที่ผ่านมา"

•   Oasis มีซิงเกิ้ลที่สามารถขึ้นชาร์ทที่1ในอังกฤษมากถึง 8 เพลง นอกจากนั้นยังมีผลงานTop5 อีกกว่า 18 เพลง และ Top10 อีกกว่า 20 เพลง

•   ในช่วงที่ Oasis โด่งดังสุดขีด มีคนดังๆประกาศเป็นแฟนเพลงมากมาย อาทิ Paul McCartney , Paul Weller และ ลาร์ส อุลริช มือกลองวง Metallica

•   จอร์จ มาร์ติน "เต่าทองตัวที่ 5" โปรดิวเซอร์อัลบั้มทุกชุดของ The Beatles เคยกล่าวชมโนลว่าเป็นนักแต่งเพลงที่ดีที่สุดในยุคนี้

•   BBC ของอังกฤษ เคยรายงานว่า Wonderwall กลายเป็นเพลงที่ถูกออกอากาศบ่อยที่สุดในยุค 90's

•   โนล กัลลาเกอร์เคยได้รับเชิญเป็นแขกพิเศษ ในงานเลี้ยงฉลองที่ 10 Downing Street ของ Tony Blair

•   Channel 4 100 Greatest Albums of All Time จัดอันดับให้ #6 Definitely Maybe, #15 (What's The Story) Morning Glory?

•   Virgin Radio's 100 Greatest British Artists, 2003 ได้จัดอันดับให้ Oasis เป็น #3

•   Q Magazine's 100 Greatest Gigs, 2004 จัดอันดับ #3 Oasis - Knebworth 1996

•   Q Magazine's 50 Best British Albums Ever, July 2003 ได้จัดให้ Definitely Maybe ครองอันดับ 1 อย่างสมภาคภูมิ

•   Q Magazine Reader's 100 Greatest Albums, January 2006 เปิดโอกาสให้ผู้อ่านได้ร่วมโหวตและมีOasisติดมา2อันดับคือ #5 Definitely Maybe ตามมาติดๆด้วย #8 (What's The Story) Morning Glory?

•   (What's The Story) Morning Glory? กลายเป็นอัลบั้มยอดเยี่ยม #376 จากนิตยสาร Rolling Stone ในอเมริกา

•   Q Magazine ประจำเดือนตุลาคม 2006 ได้ให้ประชาชนโหวตเพลงที่ดีที่สุดตลอดกาล ผลการโหวตมี Oasis ติดอยู่ถึง 4 เพลง ได้แก่ #1 Live Forever, #2 Wonderwall, #20 Don't Look Back in Anger และ #35 Champagne Supernova

•   NME ร่วมกับอุตสาหกรรมดนตรีอังกฤษ จัดทำหนังสือ Book of British Singles and Albums เพื่อฉลอง 50 ปีของ UK Chart โดยมี Definitely Maybe #1 ตามด้วย (What's The Story) Morning Glory? #5

•   NME จัดอันดับ 50 Greatest Indie Anthems Ever โดยมีเพลงของ Oasis ติดอันดับมาเป็นจำนวนมาก ได้แก่#1 Live Forever, #14 Don't Look Back in Anger, #25 Supersonic, #27 Wonderwall, #31 Cigarettes And Alcohol, #39 Champagne Supernova

ที่มาจาก : Wikipedia the free encyclopedia

 

 

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
มะอึก วันที่ : 01/02/2008 เวลา : 20.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ผมไม่รู้จักครับ ต้องทำความรู้จักจากเรื่องนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
AJ.p วันที่ : 01/02/2008 เวลา : 19.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TheTaleOfFourTribes
- - " หูยาว จ้าวป่า " - - (นะจ๊ะ)

ผมก็โอเคคับ วงนี้..เก่ง(แหมจะไม่ใช่แนวผมสักเท่าไร)

แต่พี่ชายผมสิ ชอบมากๆเลย...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ปุ๊บปั๊ป วันที่ : 01/02/2008 เวลา : 15.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/champions

ชอบเพลงเค้าหมดเลย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Supawan วันที่ : 01/02/2008 เวลา : 06.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีวันศุกร์ค่ะ ...

เผลอเดี๋ยวเดียวก็หมดเดือนแรกของปีแล้วนะคะ .. วัน เวลา ผ่านไปรวดเร็วเหมือนกระพริบตา .. ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า และมีความสุขในทุกอย่างที่ทำนะคะ..

*************************************************

ขอเชิญชวนบริจาคหนังสือ และแบ่งปันน้ำใจให้กับเด็กสระแก้ว ในโครงการสัญจรน้ำใจ oknation ที่เราจะเดินทางไปกันในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ .. มาร่วมสร้างโอกาสให้เด็กๆกันนะคะ ..

http://www.oknation.net/blog/supawan/2008/01/28/entry-2

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
thesaint วันที่ : 31/01/2008 เวลา : 23.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thesaint
---- การมีสายยางอยู่ในจมูกดูเลวร้าย แต่การดึงออกมามันทำให้ผมแทบบ้า ----


---ข้อมูลคุณแน่นทีเดียวครับ กับวงร๊อควงนี้ โอเอซิส พวกเขาทำให้ผมรู้จักดนตรีอัลเตอิร์เนทีฟฝั่งอังกฤษ์ และอเมริกา งานของพวกเขาผมมีในระยะชุดต้นๆนะครับ ที่ชอบพิเศษ มอร์นิ่งกลอรี่ ชอบซาวด์เฮลิคอปเตอร์ที่เป็นอินโทร ---

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

มือกีต้าร์คนไหนที่คุณชื่นชอบ
Paul Gilbert
98 คน
Jimi Hendrix
53 คน
YNGWIE MALMSTEEN
47 คน
John Petrucci
53 คน
Joe Satriani
43 คน
Steve Vai
52 คน
POP THE SUN
167 คน

  โหวต 513 คน