*/
  • บก.เท่งทองแดง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : bokoteng@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-20
  • จำนวนเรื่อง : 148
  • จำนวนผู้ชม : 159194
  • จำนวนผู้โหวต : 77
  • ส่ง msg :
  • โหวต 77 คน
<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


ลักษณะใดเหมาะกับนักการเมืองไทยมากที่สุด
กาฝาก
0 คน
เห็บ,เหา
0 คน
หมาเลียนาย
0 คน
โสเภณี
4 คน

  โหวต 4 คน
วันอังคาร ที่ 21 ตุลาคม 2551
Posted by บก.เท่งทองแดง , ผู้อ่าน : 1668 , 18:00:44 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

มองข้ามช็อต ปี 52 ทรงหรือทรุด เปิดเวทีระดมสมองมองแนวโน้มเศรษฐกิจใต้

ผู้ว่าแบงค์ชาติ ปลอบภาคธุรกิจอย่ากังวลการคลังยังเข้มแข็ง เตือนภาคใต้เตรียมรับมือภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจที่จะผันผวนอีกมาก โดยเฉพาะราคายางพาราและการท่องเที่ยว ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม ท่องเที่ยว พลังงาน ร่วมเสนอมุมมองเศรษฐกิจภาคใต้ปี 52 พร้อมสรุปภาวะการลงทุน 3 ไตรมาสแรกแดนสะตอจากบีโอไอ พบเม็ดเงินหายกว่า 60 % แต่พื้นที่ชายแดนภาคใต้ส่งสัญญาณแดนบวก

ปี 52 ในมุมมอง
'ธาริษา วัฒนเกส'

ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ จัดการสัมมนาวิชาการ ประจำปี 2551 โดยได้เชิญผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นางธาริษา  วัฒนเกส ปาฐกถาพิเศษเรื่อง "ทิศทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน ปี 2552" โดยนางธาริษา กล่าวถึงเศรษฐกิจไทยว่า มีความเข้มแข็งพอสมควร เพราะระบบสถาบันการเงินมีการบริหารงานที่มีระมัดระวังสูง

นางธาริษา  วัฒนเกส แถลงว่าแม้ว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจทั่วโลกจะได้รับผลกระทบจากการล้มละลายของวาณิชธุรกิจยักษ์ใหญ่อันดับ 4 ของสหรัฐอเมริกาอย่างเลห์แมน  บราเธอร์ แต่ประเทศไทยนั้นได้รับผลกระทบน้อยมาก เพราะธนาคารพานิชย์ของไทยมีการเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤติโดยมีการจัดการบริหารความเสี่ยงที่ดีมาก ทั้งนี้เป็นเพราะผู้บริหารส่วนใหญ่ยังเป็นชุดเดิมเมื่อคราวเกิดวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อ 11 ปีก่อนและทุกคนก็จำบทเรียนนั้นได้ดี จึงมีการวางแผนและบริหารงานที่รัดกุมมากที่สุด

ผู้ว่าฯ แบงค์ชาติให้ข้อมูลต่อไปว่า ปัญหาซับไพรม์ที่เกิดขึ้นนั้น มีสาเหตุสองประการคือ การดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายในระยะเวลาที่ยาวนานเกินไป อย่างในสหรัฐอเมริกานั้นใช้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมากเป็นเวลานาน ทำให้เกิดสภาพคล่องสูง จนกลายเป็นฟองสบู่ทางเศรษฐกิจ อีกประการหนึ่งก็คือ การกำกับดูแลสถาบันการเงินที่หละหลวม ทำให้มีลูกหนี้คุณภาพต่ำ  ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ในที่สุดก็กลายเป็นหนี้เสีย แต่ขณะนี้ประเทศไทยมีความเข้มแข็งสูง ธนาคารพานิชย์วางระบบการให้สินเชื่อที่เข้มงวดจึงทำให้การเงินมีความเข้มแข็ง ยอดกำไรดีมาก

อย่างไรก็ตามนางธาริษา กล่าวยอมรับว่าอัตราความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในไตรมาสที่ 2 มีการชะลอตัวลง เนื่องมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นและผันผวนตลอดเวลา ทำให้เกิดเงินเฟ้อสูง การเมืองก็ไม่มีความมั่นคง ทำให้ระบบการเงินชะงัก เนื่องมาจากนักลงทุนต้องระมัดระวังการใช้จ่ายและการลงทุน รวมไปถึงภาครัฐที่แทบจะไม่ได้นำเงินออกมาใช้ เพราะติดปัญหาทางการเมือง ซึ่งในเรื่องอยากขอร้องไปยังภาครัฐว่า ควรนำเงินออกมาใช้โดยเร็วเพื่อให้ระบบการเงินหมุนเวียน เพิ่มสภาพคล่องทางการเงินของประเทศ แล้วปิดท้ายว่า

"เราไม่ต้องกังวลมากนัก เนื่องจากทุกภาคส่วนแข็งแรงพอสมควร ทั้งสถาบันการเงิน ระบบการคลัง ส่วนความเสี่ยงก็มีตามภาวะเศรษฐกิจโลก และราคาน้ำมันที่ยังไม่แน่นอน"

เศรษฐกิจใต้ชะลอตัว
คาดปีหน้ายังผันผวนมาก
ราคายาง สินค้าเกษตรน่าห่วง

ในเสวนาหัวข้อ "ทิศทางเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจภาคใต้ ปี 2552" มีผู้เข้าร่วมเสวนาประกอบด้วย นายชวลิต  พิชาลัย รองผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ดร.นิทัศน์  ภัทรโยธิน กรรมการและผู้จัดการ ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย ดร.ทิตนันทิ์  มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจมหภาค ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย และนายไชยยศ  สินเจริญกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา และกรรมการบริหาร บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) ซึ่งทุกคนมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันคือ มองว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงอีก เพราะแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลก และปัญหาภายในประเทศ

 นายชวลิต  พิชาลัย กล่าวถึงสถานการณ์ทางด้านพลังงานว่า แม้ว้าขณะนี้ราคาน้ำมันจะลดลง แต่อนาคตอาจปรับตัวสูงขึ้นอีก เพราะความต้องการใช้น้ำมันของโลกสูงขึ้นมาก ซึ่งจะส่งผลกระทบไปถึงด้านอื่นๆไม่ว่าจะเป็น อัตราแลกเปลี่ยน ต้นทุนสินค้า ศักยภาพการแข่งขันลดลง ฯลฯ อีกทั้งประเทศไทยมีการนำเข้าพลังงานสูงถึงร้อยละ 60 หรือเป็นมูลค่า 9 แสนกว่าล้านบาท ในเรื่องนี้กระทรวงพลังงานมีนโยบายชัดเจนที่จะเน้นการกระจายแหล่งเชื้อเพลิง เพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนาพลังงานทดแทนเช่น ก๊าซเอ็นจีวี ไบโอดีเซล เป็นต้น

ในมุมมอง ดร.นิทัศน์ แถลงว่าสภาวะโลกร้อนมีผลต่อการเกษตรอย่างยิ่ง ผลผลิตธัญญพืชหลัก เช่น ข้าว ข้าวสาลี ข้าวโพดมีปริมาณลดลง แต่ความต้องการและอัตราประชากรสูงขึ้น ซึ่งอาจเกิดภาวะการขาดแคลนอาหารขึ้นได้ ในส่วนของยางพารานั้นจะมีความไม่แน่นอนเรื่องราคาสูงมาก เนื่องจากเหตุปัจจัยกระทบเยอะมาก ซึ่งคาดว่าปีหน้าจะผันผวนหนักกว่านี้ เพียงแต่ไม่แน่ว่าจะลดหรือเพิ่มอย่างไร  เพราะขณะนี้ความต้องการใช้ยางสูงกว่าผลผลิตเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อีกประการหนึ่งการผลิตยางสังเคราะห์ก็สูงขึ้นมาก

ปีหน้ายังมองไม่ออก
ธุรกิจต้องไม่ประมาท

 ดร.ทิตนันทิ์  มัลลิกะมาส กล่าวถึงถึงแนวโน้มเศรษฐกิจในปีหน้าว่า ไม่สามารถคาดการณ์อะไรล่วงหน้าได้มากนัก เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอนสูงมาก  แม้ว่าขณะนี้ราคาน้ำมันจะลดลง แต่ก็ไม่สามารถเชื่อได้ว่าจะทรงตัวหรือลดลงกว่านี้ได้อีก เนื่องจากกลุ่มผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันหรือโอเปคเป็นผู้กำหนดสำคัญ ส่วนสินค้าทางการเกษตรแม้ว่าจะมีราคาสูงขึ้นในหลายๆตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือข้าวที่ยังมีราคาสูง แต่ในส่วนของยางพารากลับไม่แน่นอน เพราะประเทศคู่ค้าอย่าง อเมริกา และญี่ปุ่นมีความต้องการลดลง แม้จีนจะยังมีความต้องการต่อเนื่องแต่ก็น้อยกว่าผลผลิตที่ออกมา ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงเรื่องราคา

"ที่สำคัญคือพื้นที่ปลูกยางพาราเพิ่มขึ้นมาก อีกทั้งจีนก็มาลงทุนปลูกยางพาราเองในประเทศลาว ตรงนี้จะทำให้ราคายางพาราไม่มีความแน่นอน โดยเฉพาะในอีก 7-10 ปีข้างหน้าเมื่อจีนเก็บผลผลิตเองได้ ราคาก็คงจะตกลงอีก"

ส่วนภาคการท่องเที่ยวว่า มีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลง ซ้ำยังเป็นนักท่องเที่ยวประเภทมาไวไปเร็วโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ ส่วนนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆก็เป็นประเภททุนน้อย จ่ายน้อย อยู่ไม่นานมีปริมาณเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนนี้จะต้องหาแนวทางแก้ไขเพราะยิ่งอยู่น้อยวันเท่าไรการใช้จ่ายเงินก็น้อยลงเท่านั้น รายได้จากการท่องเที่ยวลดลงแม้จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นก็ตาม ส่วนภาวะเศรษฐกิจในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับปัจจัย 4 ประการคือ ราคาน้ำมัน ราคาสินค้าเกษตร ภาวะการท่องเที่ยว และภาวะเศรษฐกิจโลกเป็นสำคัญ

ดร.ทิตนันทิ์ ให้แง่คิดต่อไปว่าที่ผ่านมาภาคใต้พึ่งการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ การสร้างมูลค่าให้ผลผลิตมีน้อยมาก เราควรที่จะหันมาเน้นภาคอุตสาหกรรมให้มากขึ้น โดยการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรซึ่งจะสามารถสร้างมูลค่าให้สินค้าได้มากขึ้น ไม่อาจเชื่อได้ว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะดีขึ้นหรือทรงตัวอยู่ได้หรือเลวร้ายกว่านี้ ขนาดสถาบันการเงินขนาดใหญ่ที่มีคนเก่งๆมากมาย ยังมีปัญหา ยังแย่ได้ ดังนั้น เราก็ไม่อาจที่จะประมาทได้

พ้อรัฐเมินภาคใต้
แนะธุรกิจต้องเร่งปรับตัว

นายไชยยศ  สินเจริญกุล กล่าวตัดพ้อภาครัฐว่า ไม่ได้สนใจสร้างภาคใต้ให้มีศักยภาพเทียบเท่าต่างประเทศเช่นสิงคโปร์ และมาเลเซีย ทั้งที่ควรจะทำอย่างที่สุด เพราะประเทศก็จะได้รับประโยชน์มหาศาล น่าเสียดายที่เราไม่ได้ให้ความสำคัญกับโครงการเซาเทิร์นซีบอร์ด ขณะที่สิงคโปร์ พัฒนาเรื่องนี้ไปมากจนเราตามไม่ทัน แม้แต่มาเลเซียเองยังลงทุนสร้างท่าเรือขนาดใหญ่ทั้งๆที่หันหน้าไปทางสิงคโปร์ เขาก็ยังทำ เพราะมันสร้างค่าทางเศรษฐกิจได้มาก แต่เรากลับไม่ทำ ขณะที่สนามบินนานาชาติหาดใหญ่ก็เป็นแต่ชื่อเท่านั้น ไม่มีเที่ยวบินไปต่างประเทศเลย ทางรถไฟก็ไม่พัฒนาทั้งที่น่าจะสร้างเป็นรถไฟรางคู่นานแล้วเพื่อการขนส่งที่สะดวกรวดเร็ว ส่วนท่าเรือน้ำลึกของเราที่ยังไม่มีศักยภาพมากพอ

"การคมนาคมทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ หากเราบังคับได้ จะสามารถลดต้นทุนได้มากต่อภาคการค้า การส่งออก  ปัจจุบันการขนส่งหรือ Logistics ของเราในขณะนี้ภาคการผลิตของเรา มีต้นทุนกว่า 30% ไปอยู่ที่การขนส่ง ทำให้สินค้าของเราราคาสูงกว่าที่ควรจะเป็น ผู้ผลิต ภาคอุตสาหกรรม ต้องมุ่งปรับตัว สร้างการบริหารจัดการให้มีต้นทุนต่ำลง เพื่อให้สามารถอยู่ได้ ที่สำคัญคือเราจะต้องดำเนินการเจาะตลาดใหม่เพื่อกระจายสินค้าไปยังประเทศอื่น เช่น จีน บราซิล อินเดีย เป็นต้น คุณภาพต้องให้เป็นมาตรฐานสากล แต่ไม่จำเป็นต้องทำเกินมาตรฐานเพราะค่าใช้จ่ายสูงโดยไม่จำเป็น และอีกประการที่สำคัญคือการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด"

ทางด้านปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจในปีหน้านั้นนายไชยยศ มองว่าน่าจะขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจโลกเป็นสำคัญ ความต้องการพลังงานที่สูงขึ้น การลงทุนที่ลดลง ราคาน้ำมันสูงขึ้น และการล้มละลายของสถาบันการเงินที่เรียกว่า Financial Tsunami ส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้นกับภาคใต้ในขณะนี้และอนาคตก็คือ ปริมาณการส่งออกที่ลดลง และการที่ภาวะการลงทุนต่ำลงกับการที่เงินทุนไหลออก ซึ่งจะทำให้ดอกเบี้ยสูง ซึ่งจะทำให้ผู้ผลิตลำบากมากขึ้น

ลงทุนใต้ลดฮวบ 
แต่ยะลา ตานีสัญญาณบวก

ศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 5 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รายงานการลงทุนใน 14 จังหวัดภาคใต้ 9 เดือนแรกของปีนี้ โดยลดลงกว่า 60.44 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยในปีนี้มีโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น 45 โครงการ ลด 27.42 % เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้วที่มี 62 โครงการ ส่วนเม็ดเงินลงทุนในปีนี้มีเพียง 14,986.90 % ลดลงกว่า 60.44 % โดยในช่วงเดียวกันของของปีก่อนมีเม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 37,879.50 ล้านบาท  การจ้างแรงงานไทยลดลงร้อยละ 34.31 โดยมีการลงทุนลดลงเกือบทุกจังหวัดยกเว้นระนอง ตรัง

อย่างไรก็ตามยังมีข้อมุลที่น่าสนใจ เกี่ยวกับสถานการณ์การลทุนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะในปีนี้มีการอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนไปแล้วถึง  511 ล้านบาท  โดยที่ยะลาเป็นการลงทุนโรงงานยางแผ่นรมควันและโรงแรม มูลค่ารวม 356 ล้านบาท ส่วนปัตตานีเป็นการลงทุนโรงงานผลิตยางแท่งมูลค่า 155 ล้านบาท ซึ่งหาเปรียบเทียบกับปีที่แล้วทั้งปีใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการอนุมัติการลงทุนเพียง 18 ล้านบาทเท่านั้น และในปี 49 ไม่มีการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนเลย

สำหรับแนวโน้มการลงทุนภาคใต้ในปี 2551 คาดการว่าจะมีโครงการได้รับการส่งเสริมการลงทุน 71 โครงการ เม็ดเงินลงทุนรวมประมาณ 20,937 ล้านบาท (คาดการจากโครงการที่รอการอนุมัติการลทุนอีก 26 โครงการ) อย่างไรก็ตามการลงทุนในภาคใต้ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ เป็นตัวแปรสำคัญทั้งทางด้านเศรษฐกิจโลก ปัญหาภายในต่างประเทศ  การขาดแคลนแรงงานและวัตถุดิบ รวมทั้งปัญหาภายในประเทศด้วย


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ลิกอร์ วันที่ : 10/11/2008 เวลา : 14.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ligor

ผมเชื่อว่ามีแต่ทรงตัวกับทรุดน่ะเศรษฐกิจบ้านเรานิ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
อึ่งอ่าง วันที่ : 10/11/2008 เวลา : 09.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kunyarat
บางทีชีวิต...ก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า    ความทรงจำดีๆ เอาไว้ให้คิดถึง

สวัสดีค่ะ บก.

หายหน้าไปนะ งานเยอะรึว่าเรียนหนักละ

ห้องแชทเค้าปิดไปแล้ว

บก .สบายดีนะคะ

ที่ชลบุรีวันนี้เริ่มหนาวแล้ว

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 22/10/2008 เวลา : 20.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

เรื่อง ราคายาง
ที่ ลาวส่วนหนึ่ง ครับ
อีกอย่างคือ การลดกำลังผลิต ครับ
ทั้ง อเมริกา จีน ญี่ปุ่น และ ยุโรป

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 22/10/2008 เวลา : 15.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tawanna
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ผมเพิ่งทราบความจริงจากเอนทรี่ของคุณ ว่าสาเหตุที่ยางพาราคาตกต่ำเพราะ จีนมาลงทุนปลูกยางในประเทศลาว ข่าวแบบนี้แหละที่หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ควรบอกเล่าให้ชาวบ้านร้านตลาดได้รับรู้จะได้ปรับตัวทัน ผมขอเก็บข้อมูลของคุณไว้อ้างอิงในคอลัมน์ของผมใน คม ชัด ลึก จันทร์ และ พุธ ด้วยนะครับ ขอขอบคุณข่าวสารจากภาคใต้ และคงจะติดตามคุณในทุก ๆ เรื่องต่อไป เชิญแวะแลกเปลี่ยนความเห็นได้ที่www.oknation.net/blog/chawban ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 21/10/2008 เวลา : 18.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 21/10/2008 เวลา : 18.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน