• บ๊องบ๊อง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : paiya_5595@windowslive.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-01
  • จำนวนเรื่อง : 61
  • จำนวนผู้ชม : 535188
  • ส่ง msg :
  • โหวต 45 คน
บ๊องบ๊องอยากเล่า
เรื่องราวในประวัติศาสตร์ จากความรู้เท่าหางอึ่งที่บ๊องบ๊องมี แต่นี้คือทั้งหมดเท่าที่รู้ และหาหลักฐานอ้างอิงได้ ขอบคุณพี่หลายๆคนจากห้องสมุดพันทิป ที่ต่อเติมเสริมแต่งความรู้อันน้อยนิดให้เด็กคนนี้อย่างมา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bongbongstory
วันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคม 2552
Posted by บ๊องบ๊อง , ผู้อ่าน : 7029 , 00:30:20 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

           หม่อมคัทริน ณ พิศณุโลก มีชื่อเต็มว่า เยกาเทรินา อิวาโนวา เดสนิตสกายา (มีชื่อเรียกเล่นๆว่า แคทยา) เป็นพระชายาชาวรัสเซียของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ เป็นสตรีชาวตะวันตกคนแรกที่รับตำแหน่งสะใภ้หลวงของพระบรมวงศานุวงศ์ หญิงสาวคนนี้ เธอไม่ได้มีดีที่ความสวยอย่างเดียวเท่านั้น  เธอเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยว ตลอดชีวิตของเธอเต็มไปด้วยความยากลำบาก ลองไปศึกษาเรื่องราวชีวิตของเธอดูนะคะ

           พ่อของคัทรินได้เสียตั้งแต่เธออายุได้เดือนเศษ คัทรินจึงอยู่กับแม่ ได้เลี้ยงดูอยู่ที่เมืองเคียฟและได้รับการศึกษาตามสมควรแก่ฐานะ  ต่อมาได้เกิดสงครามระหว่างรัสเซียและญี่ปุ่นตอนเธออายุ 16 ปี ซึ่งเธอได้สูญเสียแม่ไปจากโรคมะเร็ง เธอจึงตัดสินใจแสวงหาโชคและอนาคตที่ดีกว่า โดยการยืมเงินจากลุงมาก้อนหนึ่งไปที่กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ไปอยู่กับพี่ชายอิวานซึ่งเป็นนักเรียนมหาวิทยาลัย และแคทยาได้เรียนเป็นนางพยาบาลสำหรับการรบ มิใช่นางพยาบาลอาชีพธรรมดา โดยอาศัยอยู่กับลูกพี่ลูกน้องของมารดาเธอคือ น้าโซเฟีย ซึ่งแต่งงานอยู่กับนายแพทย์ที่ชื่อ โบโรดิน จนกระทั่งได้พบกับเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาภ ที่บ้านของนางคราโปวิตซกี ที่เธอมักจัดงานเลี้ยงและเชิญหนุ่ม ๆ สาว ๆ มาเสมอ

            ฤดูหนาว พ.ศ. 2447 ต่อ พ.ศ. 2448 เกิดเหตุการณ์ภายในรัสเซีย นำไปสู่ภาวะวิกฤติมากขึ้น แคทยาได้ออกเดินทางไปไซบีเรียในเดือนเมษายน พ.ศ. 2448 โดยเข้าประจำโรงพยาบาลสนาม ทำหน้าที่เป็นพยาบาล ด้วยความสามารถและความขยันขันแข็ง ในปีต่อมาเธอได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ถึง 3 ตระกูล รวมถึงเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่มีเกียรติสูงอย่างตราเซนต์ยอร์ช ในขณะเดียวกันเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ซึ่งไม่สามารถขอลาราชการจากโรงเรียนเสนาธิการเพื่อเดินทางไปยังไซบีเรียได้ ยังมีลายพระหัตถ์และโทรเลขส่งถึงเธอเกือบทุกวัน ต่อมาสงครามก็ได้ยุติลงในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2448 จากสนธิสัญญาปอร์ตสมัต แต่ก็ไม่ทำให้เหตุการณ์ที่เสื่อมทรามดีขึ้นได้ แคทยาเดินทางกลับกรุงเซนต์ปีเตอร์เบอร์กในปีเดียวกันนั้น หลังจากพบปะกับเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ครั้งแรกหลังที่พระองค์ต้องทนทุกข์ทรมานมานานที่เธอต้องจากไปทำงานที่ไซบีเรีย พระองค์ขอแต่งงานและขอให้เธอติดตามอยู่ที่เมืองไทย  จึงเกิดงานเสกสมรสขึ้นที่เมืองคอนสแตนติโนเปิล ตามพิธีการทางศาสนาตามแบบนิกายออร์โธดอกซ์ของรัสเซีย  ที่โบสต์เซนต์ทรินิตี  โดยไม่ได้ทูลพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5  เจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานาถเสด็จกลับสยามเมื่อสำเร็จการศึกษา ได้ทรงพา หม่อมคัทรินฯ กลับเมืองไทยในปีเดียวกันนั้นเอง  โดยในครั้งแรกทรงให้หม่อมคัทรินฯ พักอยู่ที่เมืองสิงคโปร์เป็นการชั่วคราวก่อน  ส่วนพระองค์ฯ ได้เสด็จกลับกรุงเทพฯ แต่พระองค์เดียว ในไม่นานก็มีข่าวลือมายังกรุงเทพฯ ว่ามีมาดามเดอพิษณุโลกอยู่ที่สิงคโปร์ เมื่อพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมราชินีนารถทราบ ก็ทรงกริ้วและไม่ยอมรับการเสกสมรส แต่เจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานาถก็จัดให้หม่อมคัทรินฯ เดินทางมายังกรุงเทพฯ  โดยอาศัยในวังปารุสก์ของพระองค์ ในฐานะชายาอย่างเปิดเผย  แม้พระเจ้าอยู่หัวและพระบรมราชินีนาถจะไม่ทรงรับเป็นสะใภ้หลวง แต่ก็ไม่ทรงขับไล่ออกไป พระราชสวามีเองก็เห็นใจและทรงทำทุกอย่างที่จะให้เธออยู่อย่างเป็นสุขและสะดวกสบายที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผู้ที่ช่วยเป็นกำลังใจสนับสนุนอีกแรงหนึ่งคือสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ

             ด้วยความเรียบง่าย สมถะ ถ่อมตัวของหม่อมคัทรินฯ ในที่สุดก็เป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ซึ่งได้ทรงพระราชทานเครื่องเพชรล้ำค่าแก่หม่อมคัทรินอยู่เสมอ หม่อมคัทรินปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมไทยทั้งในเรื่องกิริยามารยาท การแสดงออกที่สุภาพอ่อนโยนในสายตาชาววังซึ่งเป็นชนชั้นสูง และเรียนรู้ภาษาไทยจนถึงขั้นอ่านออกเขียนได้ ครั้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุติยจุลจอมเกล้าฝ่ายในแด่หม่อมคัทริน[6] ในปลายปี พ.ศ. 2450 หม่อมคัทรินพระชายาของพระองค์ได้ประสูติโอรสเป็นชายพระองค์แรกและพระองค์เดียวคือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์

              ชีวิตสมรสดำเนินมาถึง 12 ปี ใต้ความกดดันเพิ่มขึ้นทีละน้อยในปีหลัง ๆ สุขภาพของแคทยาก็เสื่อมโทรมลง เธอแท้งติดต่อกันถึง 2 ครั้ง ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจเดินทางไกล เพื่อรักษาสุขภาพกายและใจให้ดีขึ้น ด้วยการไปเยี่ยมพี่ชายที่อยู่ในปักกิ่ง เลยไปญี่ปุ่นและเดินทางต่อไปถึงแคนาดา   เมื่อไม่มีแคทยาอยู่ด้วย เจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานาถทรงมีเวลาว่างพอจะได้คุ้นเคยกับพระญาติสตรีจากวังอื่น ๆ มากขึ้น คือหม่อมเจ้าหญิงชวลิตโอภาศ รพีพัฒน์  เมื่อเธอกลับมาและทราบเรื องราวทั้งหมด เธอเสียใจมากแต่ยังคงมีสติที่จะเลือกทางเดินของเธอ คือ ยอมให้หม่อมเจ้าหญิงชวลิตโอภาศ รพีพัฒน์ เป็นหม่อม (หม่อมคัทรินฯเป็นสะใภ้หลวง คือ ภรรยาตามกฎหมาย) หรือเดินจากไป  ในระหว่างนั้น เธอยังคงดูแลกิจการภายในวังและปรนิบัติพระสวามีตามปกติ แต่ไม่พูดจากับพระสวามีเลย  เจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานาถเองก็ทรงอยู่ที่วังร่วมกับหม่อมและพระโอรสเพียงเล็กน้อย  นอกนั้นจะเสด็จไปพบหม่อมเจ้าหญิงชวลิตโอภาศ รพีพัฒน์ ที่วังของเธอเสมอ หม่อมคัทรินจึงตัดสินใจจบเรื่องราวซินเดอเรล่าของเธอในปี พ.ศ. 2462 โดยเก็บข้าวของและจากไป โดยไม่มีแม้คำร่ำลาต่อพระสวามีและพระโอรสองค์น้อย  ต่อมาจึงขอหย่าขาดกับ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ  โดยคึนเครื่องเพชรและของมีค่าแก่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ทั้งหมด

               ชีวิตจากนั้น ไม่มีใครทราบได้มากนัก รู้แต่เพียงเธอแต่งงานอีกครั้งกับวิศวกรชาวอเมริกันชื่อแฮรี่ คลินตัน สโตน (ซึ่งภายหลังเจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานาถทิวงคต เธอได้รับส่วนแบ่งจากสมบัติเพราะรัชกาลทึ่ 6 ทรงพระกรุณา และเธอได้พบกับพระองค์จุลอีกครั้ง) และตามไปใช้ชีวิตกับสามีที่อเมริกา  จนกระทั่งเธอถึงแก่กรรมอย่างสงบ เมื่ออายุ 72 ปี เมื่อ วันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2503




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
R.E.M วันที่ : 03/08/2009 เวลา : 20.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boomerang

เรื่องนี้ก็น่าสนใจ อยากรู้เรื่อง 'เพื่อนต้น' ในรัชกาลที่ 5 น่ะค่ะ ถ้ามีเวลาช่วยเล่าให้ฟังหน่อยนะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน