• บ๊องบ๊อง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : paiya_5595@windowslive.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-01
  • จำนวนเรื่อง : 61
  • จำนวนผู้ชม : 495130
  • ส่ง msg :
  • โหวต 45 คน
บ๊องบ๊องอยากเล่า
เรื่องราวในประวัติศาสตร์ จากความรู้เท่าหางอึ่งที่บ๊องบ๊องมี แต่นี้คือทั้งหมดเท่าที่รู้ และหาหลักฐานอ้างอิงได้ ขอบคุณพี่หลายๆคนจากห้องสมุดพันทิป ที่ต่อเติมเสริมแต่งความรู้อันน้อยนิดให้เด็กคนนี้อย่างมา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bongbongstory
วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม 2552
Posted by บ๊องบ๊อง , ผู้อ่าน : 6692 , 20:12:15 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

             ในรัชสมัยพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่1นั้น นอกจากสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ ผู้เป็นพระชายาคู่บุญบารมีแล้ว ทรงมีสนม นางในมากมายตามธรรมเนียมของสมัยนั้น ทำให้ทรงปฏิภาสกับพระชายาเกี่ยวกับเรื่องหึงหวงบ่อยครั้ง แต่เหตุการณ์และชนวนที่ทำให้พระชายาไม่ประทับร่วมตำหนักกับพระองค์จนสิ้นรัชกาลนั้น สาเหตุคงไม่พ้นมาจากหญิงชาวลาวหน้าตาน่าเอ็นดู นามว่าแว่น อย่างแน่นอน

            

               เจ้าจอมแว่น นามเดิมคือนางคำแว่น ธิดาเพี้ยเมืองแพน เชื้อสายกษัตริย์ เมืองเวียงจันทน์ ตามเสด็จมาตั้งแต่ สมัยกรุงธนบุรี ทรงเป็นแม่ทัพไปตีเมืองเวียงจันทน์จนแตกพ่ายย่อยยับไป จึงได้รับนางคำแว่นเป็นชายาตามธรรมเนียมรบ โดยในครั้งนั้นได้เชิญเสด็จพระราชบุตรในพระเจ้าศิริบุญสาร (นักองค์บุญ) เจ้านันทเสน เจ้าอินทวงศ์ และเจ้าอนุวงศ์ ทั้งยังกวาดต้อนชาวลาวพร้อมทั้งทรัพย์สมบัติมีค่าต่างๆกลับมายังกรุงธนบุรีด้วย มีบันทึกว่า ทรงเสน่ห์หาในตัวหญิงหน้าตาสวยหมดจด เชื้อสายลาวพุงขาวคนนี้มาก แต่ทรงเกรงในท่านผู้หญิงนาค(สมเด็จพระอมรินทรามาตย์)ที่มีปากเสียงกับพระองค์ด้วยเรื่องของบาทบริจาริกาและหญิงบำเรอของพระองค์อยู่บ่อยๆ พระองค์จึงได้แต่ใช้สอยแว่นในฐานะข้ารับใช้ รอเวลาให้ท่านผู้หญิงไปประทับในพระราชวัง(เป็นเพื่อนบุตรสาวที่เป็นสนมเอกในพระเจ้าตากสิน) ท่านผู้หญิงนั้นรู้ทันในสวามี สั่งนาข้ารับใช้ชื่อกลัด ซึ่งมีหน้าที่บีบนวดให้พระสวามีทุกคืนว่า หากท่านสั่งหานางแว่นให้มาเคาะบอกแก่ท่านเสียก่อน แล้วค่อยไปตามนางแว่นมาและตัวท่านเองก็ไม่เข้าไปค้างแรมในพระราชวังเป็นเวลานานถึง 2 เดือน จนคืนหนึ่งท่านเจ้าพระยาอดรนทนไม่ไหว สั่งให้กลัดไปตามแว่นมารับใช้ กลัดก็ทำตามที่ท่านผู้หญิงสั่งคือเคาะบอกท่านก่อนจึงไปตามแว่นมา ท่านผู้หญิงก็ถือดุ้นแสมไปยืนคอยดักอยู่ในที่มืดบนนอกชานเรือน พอแว่นทาแป้งและน้ำอบเสร็จแล้วเดินมาทางเรือนหลังใหญ่อันเป็นห้องของท่านเจ้าพระยา ท่านผู้หญิงก็เอาดุ้นแสมตีลงไปกลางหัวจนเลือดไหลท่วมไปหมด นางแว่นเมื่อเห็นท่านผู้หญิงทำดังนั้นก็ร้องขึ้นว่า "เจ้าคุณเจ้าขา คุณหญิงตีหัวดิฉัน" ฝ่ายผู้ตีเองเมื่อเห็นเลือดออกมากก็ตกใจ วิ่งเข้าเรือนแล้วปิดประตูลั่นดาลไว้ ท่านเจ้าพระยาออกมาเห็นแว่นเจ็บดังนั้นก็โกรธยิ่งนัก ฉวยดาบออกจากเรือนจะมาฟันท่านผู้หญิง มาถึงเรือนถีบประตูไม่ออกก็เอาดาบฟันประตูเสียงงดังอึกทึกคึกโครม เมื่อคุณฉิม(รัชกาลที่ 2) ลูกชายคนโตได้ยินเหตุการณ์เข้า นึกว่าเจ้าคุณพ่อโมโหใหญ่โตเช่นนั้น หากปล่อยไว้เกรงว่าแม่จะได้รับอันตราย จึงช่วยกันกับพี่เลี้ยงเข็นเอาครกตำข้าวมาต่อใต้หน้าต่างเรือนท่านผู้หญิงพลางร้องเรียกให้หนีลงมา และพาหลบหนีไปอยู่ในพระราชวังหลวง โดยอาศัยอยู่ในตำหนักเจ้าจอมฉิมใหญ่ (พระราชธิดาของท่านที่เป็นพระสนมเอก) เมื่อท่านเจ้าพระยาเข้ามาและเห็นดังนั้น จึงให้นางแว่นรับตำแหน่งดูแลข้าทาสและความเรียบร้อยในเรือนทั้งหมดแทนท่านผู้หญิง และเมื่อสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯได้ปราบดาภิเษกสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์และพระบรมมหาราชวังขึ้น สมเด็จพระอมรินทรามาตย์ก็มิได้เคยเสด็จเข้ามาประทับในพระบรมมหาราชวังเลย แต่ประทับอยู่ที่พระราชวังเดิมธนบุรีกับเจ้าฟ้าฉิมพระโอรส จะเสด็จมาเยี่ยมพระราชธิดาในพระบรมมหาราชวังแต่เพียงครั้งคราวเท่านั้น ตราบจนสวรรคต ดังนั้นนางแว่นจึงได้รับการสถาปนาเป็นเจ้าจอมแว่น พระสนมเอกและโปรดให้รับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทจนตลอดรัชกาลจนชาววังยกย่องเป็น เจ้าคุณข้างใน ครั้งหนึ่งพระเจ้าอยู่หัวว่าราชการเมืองบนพระที่นั่งและทรงเหน็ดเหนื่อยพระวรกายจนบรรทมหลับไปก็เกิดละเมอขึ้น ทำให้ข้าราชบริพารตกใจและไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร ขณะนั้นเจ้าจอมแว่นใช้ความหาญกล้า ตัดสินใจกัดนิ้วพระบาทจนพระเจ้าอยู่หัวทรงรู้สึกพระองค์และตื่นบรรทม เหล่าข้าราชบริพารเองก็ตกใจและคาดว่าเจ้าจอมคงต้องโทษพระอาญา แต่เจ้าจอมแว่นนั้นได้รับความดีความชอบและเป็นที่โปรดปราณของพระองค์มากขึ้นเป็นอันมาก เจ้าจอมแว่นไม่มีพระราชบุตร-พระราชธิดา เป็นแต่ผู้ถวายการอภิบาลเจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดีอย่างใกล้ชิด เนื่องจากทรงกำพร้าพระราชมารดาแต่ยังเล็ก และมีเชื้อสายเป็นชาวเวียงจันทน์เหมือนกัน ในเรื่องงานครัวเองนั้น เจ้าจอมแว่นมีฝีมือในการปรุงอาหารมาก ดังเช่นปรากฏเป็นตำนานว่า พระเจ้าอยู่หัวนั้นทรงโปรดเสวยไข่เหี้ยเป็นอย่างยิ่ง แต่ไม่มีใครสามารถหาได้เลยเพราะไม่ใช่ฤดูกาลที่เหี้ยวางไข่ เจ้าจอมแว่นจึงประดิษฐ์ขนมไข่เหี้ยขึ้นตั้งเครื่องถวายแทน (ต่อมาเรียกใหม่ว่า"ขนมไข่หงส์) ในงานบุญเลี้ยงพระวัดพระศรีรัตนสาสดาราม พระเจ้าอยู่หัวทรงมีรับสั่งให้ทำขนมจีน-น้ำยาเป็นอาหารเลี้ยงเพลแก่พระภิกษุสงฆ์ กล่าวกันว่าใช้แป้งทำขนมจีนทั้งเกวียนและแรงงานเกือบพันคน ก็เป็นเจ้าจอมแว่นที่แสดงฝีมือปรุงน้ำยา(เพียงคนเดียว เพราะกลัวจะผิดรสชาติ)และคุมข้าทาสในการดำเนินงานจนแล้วเสร็จ ด้วยนิสัยใจคอที่กล้าหาญ เด็ดขาด และดุดันในการควบคุมข้าทาสบริวาร ท่านจึงได้สมญาว่า เจ้าคุณเสือ แต่ในนิสัยลึกๆแล้ว เจ้าจอมแว่นเป็นคนทีมีจิตใจดี เรียบง่าย และถ่อมตัวเสมอ(โดยจะทรงเรียกพระโอรส-พระธิดาในพระองค์ว่า พ่อ-แม่ ทั้งยังรักใคร่ช่วยเหลือกันดั่งพี่น้อง)

             เมื่อสิ้นพระเจ้าอยู่หัวแล้ว เจ้าจอมแว่นได้รับราชการสนองพระเดชพระคุณต่อมาในสมัยพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 2 โดยถวายการอภิบาลเจ้าฟ้าปิ๋วพระราชโอรสในเจ้าฟ้าบุญรอด และพระราชโอรสที่ประสูติแต่เจ้าฟ้ากุณฑลทั้ง 3 พระองค์ ถือว่าซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 1 พระราชสวามีอย่างมั่นคง และเผื่อความรู้สึกนั้นมาจนถึงพระราชโอรส-พระราชธิดาและพราะราชนัดดาของพระองค์ ถวายการรับใช้เบื้องพระยุคลบาทจวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต เจ้าจอมแว่นสิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 2 นั่นเอง

อ้างอิง: พงศาวดารกระซิบ(เจ้าจอมแว่น)

 

             




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 10/08/2009 เวลา : 17.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

มาอ่านเรื่องราวที่ไม่เคยรู้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
luerat วันที่ : 08/08/2009 เวลา : 20.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hrd
เภสัชกรปริญญาผู้หันมาเอาดีทางด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์กรเจ้าของผลงานหนังสือ Generation Yร้ายจริงหรือ? และ (ปัญ)ญาแผนปัจจุบันโดยเภสัชกรปริญญา-ประสบการณ์ด้านฝึกอบรมผู้จัดรายการ ธำรงธรรม ช่วงธรรมะแผนปัจจุบัน กองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ AM 1422 kHz ทุกวันพฤหัสบดี-ศุกร์ เวลา ๖.๐๕-๖.๓๐ น.

ขอบคุณครับ
เคยทราบแต่ลืม
จำได้เลาๆว่า ท่านเจ้าคุณแว่น powerful มากขนาด ร.๑ยังเกรงใจ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน