• บ๊องบ๊อง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : paiya_5595@windowslive.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-01
  • จำนวนเรื่อง : 61
  • จำนวนผู้ชม : 535741
  • ส่ง msg :
  • โหวต 45 คน
บ๊องบ๊องอยากเล่า
เรื่องราวในประวัติศาสตร์ จากความรู้เท่าหางอึ่งที่บ๊องบ๊องมี แต่นี้คือทั้งหมดเท่าที่รู้ และหาหลักฐานอ้างอิงได้ ขอบคุณพี่หลายๆคนจากห้องสมุดพันทิป ที่ต่อเติมเสริมแต่งความรู้อันน้อยนิดให้เด็กคนนี้อย่างมา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bongbongstory
วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม 2552
Posted by บ๊องบ๊อง , ผู้อ่าน : 11741 , 17:32:16 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 


                หลังจากปล่อยให้หลายท่านรอตอนต่อไปของตำนานอันหวานซึ้งและอื้อฉาว (ขออภัยนะคะถ้าหลายท่านคิดว่าคำนี้แรงเกินไป เนื่องจากตามประวัติศาสตร์ ถือว่าเรื่องที่เกิดในเวียงวังเหล่านี้ถือว่าไม่งาม เข้าข่ายอื้อฉาวเลยค่ะ) ได้เวลาที่เราจะตามไปดูเหตุการณ์ที่ถือเป็นตอนต่อของขัตติยราชปฎิพัทธ์ เรื่องราวความรักของรัชกาลที่ 2 และเจ้าฟ้าบุญรอด ที่มีตัวแปรสำคัญคือ เจ้าฟ้ากุญฑลทิพยวดี ผู้สร้างตำนานมเหซีฝั่งซ้ายในราชสำนักสยาม

                สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงกุณฑลทิพยวดี เป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬา กับ เจ้าจอมมารดาทองสุก ราชธิดาพระเจ้าอินทวงศ์แห่งนครเวียงจันทน์ ประสูติเมื่อ ปีมะเมีย พ.. ๒๓๔๑ มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าจันทบุรี(คาดว่าความหมายนั้น น่าจะเกี่ยวเนื่องกับที่มีเชื้อสายเวียงจันทร์) แต่ทรงอาภัพนัก เนื่องจากพระมารดาสิ้นพระชนม์ตั้งแต่พระองค์มีพระชนม์ได้เพียง 5 พรรษาเท่านั้น ต่อมาเจ้าจอมแว่นเป็นผู้ถวายการอภิบาลพระองค์(ไม่ทราบแน่ชัดว่าเมื่อไรที่ทรงอยู่ในการอภิบาลของเจ้าจอมแว่น) ด้วยเหตุนี้เอง พระบิดาจึงทรงพระกรุณาต่อพระองค์มาก และพระอัยกา(ตา)ของพระองค์นั้น ก็เป็นถึงเจ้าผผู้ครองเมืองประเทศราชที่ยังดำรงพระชนม์อยู่ในขณะนั้น หนี่งปีต่อมาพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงสถาปนาพระองค์เจ้าจันทบุรีขึ้นเป็น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากุญฑลทิพยวดี และเมื่อถึงเวลาโสกันต์ ก็ทรงจัดงานโสกันต์แบบเจ้าฟ้าเต็มตำรา ซึ่งถือเป็นพระองค์แรกในกรุงรัตนโกสินทร์ ในปีต่อมา คือ พ.. 2452 พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 1 เสด็จสวรรคต และกรมขุน สถาปนาขึ้นเป็น พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

            ราวปีที่ 4- 5 ต่อมา เจ้าฟ้ากุณฑลจึงเข้ามาเป็นพระชายาของพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 2 ถือว่าทรงเป็นทั้งพระราชสวามีและพระเชษฐาร่วมบิดาเดียวกัน ในครั้งนั้น พระเจ้าอยู่หัวทรงลุ่มหลงในความงดงามของเจ้าฟ้ากุณฑลเป็นอันมาก แม้จะไม่ได้ทรงตรัสออกมา แต่ทรงบรรยายไว้ในบทพระราชนิพนธ์เรื่อง อิเหนา โดยสอดแทรกไว้หลายตอน เช่น

อันนางโฉมยงองค์นี้ เลิศล้ำนารีในแหล่งหล้า

นวลละอองผ่องพักตร์โสภา เพียงจันทราทรงกลดหมดราคี

งามดั่งโกสุมประทุมมาลย์ บานอยู่ในท้องสระศรี


ที่กล่าวว่าทรงเปรียบเจ้าฟ้ากุณฑลเป็นบุษบานั้น เนื่องจาก ทรงตั้งให้เจ้าฟ้าบุญรอด(ขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์) เป็นอัครมเหสีฝ่ายขวา ประทับ ณ ตำหนักแดง(ที่พระราชมารดาของพระองค์เคยประทับอยู่) เจ้าฟ้ากุณฑลเป็นอัครมเหสีฝ่ายซ้าย ประทับ ณ พระตำหนักเขียว (ดังนั้นจึงเปรียบได้ว่าพระเจ้าอยู่หัวเป็นอิเหนา) แม้จะไม่ได้ทรงยกย่อง หรือเลื่อนอิสริยยศให้สูงเท่าเจ้าฟ้าบุญรอดตามคำสัญญาที่ทรงมีต่อพระเชษฐาและเจ้าฟ้าบุญรอดก็ตาม มีความปรากฎหลักฐานในพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ตอนหนึ่งว่า


"เจ้านายชั้นผู้ใหญ่พระองค์หนึ่งทรงเล่าว่า กรมสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์นั้นทรงอยู่ในฐานะแม้นละม้ายคล้ายจินตหราในเรื่องอิเหนา เพราะเหตุที่ทรงเป็นพระประยูรญาติเรียงพี่เรียงน้อง หากแต่เป็นพระมเหสีดั้งเดิมจึงได้อยู่ฝ่ายขวา ส่วนเจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดีเป็นพระน้องนางเธอร่วมพระชนกเดียวกัน ได้เป็นพระมเหสีพระองค์ที่ 2 จึงต้องอยู่ฝ่ายซ้าย คล้ายบุษบาขององค์อิเหนาหรือระเด่นมนตรี ซึ่งที่แท้ก็คือ พระองค์ผู้ทรงพระนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยนั่นเอง เมื่อองค์ระเด่นมนตรีทรงมีทั้งฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาดังนี้ ก็เป็นธรรมดาที่ฝ่ายขวาจะต้องขึ้งโกรธและทรงระทมตรมตรอม นัยเดียวกันกับพระราชนิพนธ์ที่ว่า " เมื่อนั้น จินตหราวาตีมีศักดิ์ ฟังตรัสขัดแค้นฤทัยนัก สบัดพักตร์ผินหลังไม่บังคม " เหตุการณ์เป็นเช่นนี้เรื่อยๆมา ในที่สุดกรมสมเด็จพระศรีสุริเยนทร์ก็เสด็จหนีไปประทับ ณ พระราชวังเดิม กรงธนบุรี มีเจ้าฟ้าพระองค์น้อย คือ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวติดต้อยตามเสด็จไปเป็น "ลูกแม่" คอยปลอบประโลมพระทับให้คลายเศร้า แต่เจ้าฟ้าพระองค์น้อยหรือฟ้าน้อยก็ยังคงวิ่งไปวิ่งมาระหว่างพระชนกกับชนนีระหว่างกรุงเทพฯกับธนบุรี จนกระทั่งพระชนม์ได้ 12 ปี 6 เดือน ได้รับพระราชพิธีเต็มตามพิธีใหม่ชั้นเจ้าฟ้า"

           แม้จะไม่ปรากฎหลักฐานถึงความขัดแย้ง หรือพระอัชฌาสัยของเจ้าฟ้ากุณฑลว่าทรงปฏิบัติต่อเจ้าฟ้าบุญรอดอย่างไร ก็ดูว่าเจ้าฟ้าบุญรอดจะทรงเจ็บช้ำอยู่ไม่น้อย เพราะถึงจะไม่ดำรงค์พระยศสูงเท่า แต่ด้วยศักดิ์ที่เจ้าฟ้ากุณฑลเป็นพระราชธิดาของพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ก่อนนั้น ถือว่าสูงกว่าเจ้าฟ้าบุญรอด(เป็นหลานของรัชกาลที่ 1) และยังทรงพระเยาว์กว่าพระองค์ถึง 20 กว่าปี ความสวยงามน่าชมย่อมดึงดูดใจมากกว่า ดังเห็นได้จากการที่พระเจ้าอยู่หัวทรงรักใคร่เป็นอันมาก ในที่สุดเจ้าฟ้าบุญรอดจึงเสด็จออกจากพระราชวัง ไปประทับยังพระราชวังเดิมจนสิ้นรัชกาล

เจ้าฟ้ากุณฑลทรงมีพระประสูติการพระเจ้าลูกเธอทั้งสิ้น 4 พระองค์ ได้แก่

  1. เจ้าฟ้าอาภรณ์


  1. เจ้าฟ้ากลาง (ต่อมาในรัชกาลที่ 3เป็นสมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระยาบำราบปรปักษ์ พระโอรสพระองค์นี้ได้บำเพ็ญคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติไทยของเรามาก เป็นที่เชิดชูพระเกียรติยศเป็นอย่างยิ่งของสมเด็จเจ้าฟ้ากุณฑล)


  1. เจ้าฟ้าหญิง


  1. เจ้าฟ้าปิ๋ว


          ซึ่งทั้ง 3 พระองค์นี้ เรียกกันว่าพระองค์ใหญ่ พระองค์กลาง และพระองค์ปิ๋วไม่มีการสถาปนาเป็นเจ้าฟ้าแต่อย่างใด(ตามคำสัญญาที่มีต่อเจ้าฟ้าบุญรอดเช่นกัน) มาสถาปนาเมื่อรัชกาลที่ 3 ทั้งหมด และทั้ง 3ยังได้เจ้าจอมแว่น ในรัชกาลที่ 2 เป็นผู้ถวายการอภิบาลร่วมกับเจ้าฟ้ากุญฑลอีกด้วย

          เจ้าฟ้ากุณฑลได้อยู่รับใช้เบื้องพระยุคลบาทพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 2 จวบจนทรงเสด็จสวรรคตเมื่อ 21 กรกฎาคม พ.. 2367 เจ้าฟ้ากุณฑลทรงมีพระชนม์มายุเพียง 26 พรรษาเท่านั้น และพระโอรสทั้งหมดนั้นก็ยังทรงพระเยาว์ พระองค์คงได้รับความลำบากในการเลี้ยงดูไม่น้อย และปรากฎต่อมาว่าพระโอรสทั้ง 3ของพระองค์นั้น เป็นลูกศิษย์คนสำคัญของสุนทรภู่ แม้ในรัชกาลที่ 3 ที่พระองค์ทรงไม่โปรดท่านสุนทรภู่จนท่านได้รับความลำบากยากเข็ญ และไม่มีผู้ใดกล้าให้การช่วยเหลือท่านเลย เจ้าฟ้ากุญฑลและพระโอรสก็ไม่ทรงละเลยที่จะช่วยเหลือ สร้างความปิติและสำนึกในพระคุณของพระองค์เจ้าทั้ง 4มากนัก นอกจากนั้นยังได้ฝากฝังกับเจ้าฟ้ามงกุฎ(รัชกาลที่ 4ก่อนขึ้นครองราชย์)แห่งวัดบวรนิเวศอีกด้วย ต่อมา เจ้าฟ้าอาภรณ์และเจ้าฟ้ากลางจึงเข้ารับราชการต่อพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3

          เจ้าฟ้ากุญฑลทิพยวดีดำรงพระชนม์ต่อมาได้ไม่นานในแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงสิ้นพระชนม์ใน พ.. 2381 รวมพระชันษาเพียงได้ 42 ปี ด้วยอาการป่วย (เจ้าฟ้าบุญรอดสวรรคตก่อนหน้านั้น 2 ปี) เหลือไว้เพียงตำนานแห่งความรัก และความจงรักภักดีของสตรีสูงศักดิ์ ผู้ที่เป็นทั้งพระน้องนาง และพระชายาผู้มีพระจริยวัตรอันงดงาม





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน