• บ๊องบ๊อง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : paiya_5595@windowslive.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-01
  • จำนวนเรื่อง : 61
  • จำนวนผู้ชม : 523258
  • ส่ง msg :
  • โหวต 45 คน
บ๊องบ๊องอยากเล่า
เรื่องราวในประวัติศาสตร์ จากความรู้เท่าหางอึ่งที่บ๊องบ๊องมี แต่นี้คือทั้งหมดเท่าที่รู้ และหาหลักฐานอ้างอิงได้ ขอบคุณพี่หลายๆคนจากห้องสมุดพันทิป ที่ต่อเติมเสริมแต่งความรู้อันน้อยนิดให้เด็กคนนี้อย่างมา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bongbongstory
วันจันทร์ ที่ 17 สิงหาคม 2552
Posted by บ๊องบ๊อง , ผู้อ่าน : 5451 , 20:58:38 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

            

          เรื่องราวของแหม่มแอนนาต่อจากตอนที่แล้วค่ะ  ข้อมูลจากนิตยสารศิลปวัฒนธรรม

        ดังนั้น เมื่อมีการค้นพบหลักฐานสำคัญในปี พ.ศ. 2546 เป็นหลักฐานที่สามารถใช้อ้างอิงถึงเรื่องราวของแอนนาได้นั้น ยิ่งเพิ่มน้ำหนักความน่าเชื่อถือให้กับงานเขียนของเธอได้มากขึ้น หลักฐานสำคัญชิ้นนั้นคือ สำเนาจดหมาย 8 ฉบับของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่มีไปถึง My Dear Madam แอนนา เลียวโนเวนส์ โดยสำเนาจดหมายทั้ง 8 ฉบับนี้ไม่เคยตีพิมพ์หรือถูกอ้างอิงถึงมาก่อน ทั้งที่ถูกเก็บรักษาไว้ในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากรมาตลอดเวลา 94 ปี ส่วนที่มาของจดหมายแอนนาชุดนี้แจ้งตามหนังสือของศาลาว่าการมหาดไทย ที่ ๓๓๔/๑๓๑๙๔ ลงวันที่ ๑๕ มีนาคม ร.ศ. ๑๒๗ (พ.ศ. ๒๔๕๒) เป็นจดหมายของพระยาศรีสหเทพ มีขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ความว่า

 

“นายหลุยส์ เลียวโนเวนส์ ได้ไปพบมารดา ซึ่งเก็บพระราชหัตถเลขาในพระบาท

สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวไว้หลายฉบับ เดิมทีแอนนาคิดว่าจะพิมพ์ให้แพร่

หลาย แต่ก็ยังไม่ได้จัดการเรียบเรียงประการใด นายหลุยส์จึงได้ทำสำเนาพระราช

หัตถเลขานั้นมามอบให้พระยาศรีสหเทพก่อนที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย”

            แม้ก่อนหน้านั้นจะมีการรวบรวมพระราชหัตถเลขาที่เป็นจดหมายใน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกันหลายครั้ง รวมทั้งสิ้น 144 ฉบับ แต่ในจำนวนนี้ก็ไม่เคยปรากฎจดหมายที่ทรงมีไปถึงแอนนาเลยแม้แต่ฉบับเดียว นอกจากนั้นจดหมายแอนนาชุดนี้ต้องได้ผ่านพระเนตรของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ (ทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีมหาดไทยซึ่งเป็นหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ทั้งยังเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญในด้านประวัติศาสตร์มากที่สุดพระองค์หนึ่ง)แต่เมื่อหอพระสมุดวชิรญาณ(สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเป็นสภานายก) ได้รวบรวมและจัดพิมพ์พระราชหัตถเลขาถึง 3 ครั้ง (ในปี 2462 , 2464 และ 2465) กลับไม่มีจดหมายแอนนารวมอยู่ด้วยเลย

        หากเราย้อนกลับไปพิจารณา The English Governess at the Siamese Court ในครั้งแรกแอนนาส่งต้นฉบับเป็นตอนๆแบบบทความเพื่อลงในนิตยสาร The Atlantic Montly ก็จะพบว่า เรื่องราวในราชสำนักและเหตุการณ์สำคัญๆของสยามที่แอนนาได้พบเห็น หรือร่วมอยู่ในเหตุการณ์ด้วยนั้น มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับบันทึก(ที่คนไทยเรียกว่าพงศาวดาร) ฉบับอื่นๆที่ผู้เขียนเป็นชาวต่างชาติที่เดินทางมายังสยาม และนิยมเขียนบันทึกถึงสิ่งที่ตนได้พบเจอเก็บไว้ เช่น จดหมายเหตุลาลูแบร์ พงศาวดารฉบับญวน ฯลฯ ซึ่งชนรุ่นหลังสามารถนำมาใช้อ้างอิงได้ ในฐานะหลักฐานทางประวัติศาสตร์ แต่บทความของแอนนาไม่เคยได้รับเกียรตินั้นเลย นักวิชาการหลายท่านวิเคราะห์กันว่า บทความชุดนี้คงจะได้รับความนิยมเป็นอันมาก จนแอนนาคิดปรุงแต่งหนังสือเพื่อหารายได้มาเลี้ยงลูก จึงกลายมาเป็นหนังสือ The English Governess at the Siamese Court ในแบบมีสีสันมากขึ้น ส่วนThe Romance of the Harem แม้แอนนาจะมีเจตนาให้เป็นเพียงนิยายเท่านั้น แต่หลักฐานใหม่ที่พบกลับชี้ให้เห็นร่องรอยของความจริงบางอย่างไว้อย่างไม่น่าเชื่อ ขอยกตัวอย่างบางกรณีนะคะ


          ในกรณีที่วิจารณ์ถึงสถานะของแอนนาที่ว่า "นางสอนหนังสืออยู่ในราชสำนักก็มิได้มีอิทธิพลมากมายถึงขนาดที่พระเจ้าอยู่หัวจะต้องไปใส่พระทัยรับฟัง เป็นไปได้ว่าสิ่งที่นางเขียนออกมานั้น ก็คือเรื่องที่ต้องการถวายความเห็นเป็นการย้อนหลัง เพราะจริงๆ แล้วไม่เคยมีโอกาสได้พูดออกมาเลย" แต่จดหมายแอนนากลับขัดแย้งไปจากข้อวิจารณ์อย่างสิ้นเชิง เช่น

จดหมายเลขที่ 108

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชหัตถเลขาตอบแอนนาเรื่องทาส

(จดหมายฉบับนี้ชี้ชัดว่าแอนนากับ คิงมงกุฎมีการพูดคุยกันในระดับที่มากไปกว่านายจ้างกับครูภาษาอังกฤษ และชี้ให้เห็นว่า มีการพูดคุยลักษณะนี้หลายครั้งมาแล้ว)

" .....อย่างที่ฉันเคยพูดไว้ ในการคุยเรื่องการเมืองกันในครั้งก่อน"

"แม้จะเป็นพระเจ้าอยู่หัวของชาวสยาม การที่จะให้เสรีแก่ทาสให้พ้นจากข้อพันธะที่จะต้องรับใช้นายตามกฎหมายของพวกเขานั้น จะเป็นการละเมิดกฎหมาย และขนบประเพณีของสยามอย่างแรง หรือการที่จะให้ความสะดวกแก่เธอที่จะซื้อทาสทั้งสอง และปล่อยให้เป็นเสรี โดยปราศจากความยินยอมของคุณแพนายของพวกเขานั้น ก็เป็นการละเมิดอย่างสูงสุดเช่นกัน..."

นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องการต่อสู้เพื่อให้อิสระกับทาสของแอนนาปรากฏใน The Romance of the Harem ก็มีน้ำหนักมากขึ้นเช่นกัน

นอกจากนั้น สำเนาพระราชหัตถเลขาอีกส่วนหนึ่ง จำนวน 3 ฉบับ กล่าวถึงเรื่องทั่วไป ปะปนกับเรื่องที่ทรงกล่าวพาดพิงถึงแนวคิดของแอนนา ซึ่งน่าจะมีนัยสำคัญอยู่ น่าเสียดายที่ยังไม่พบจดหมายจากแอนนาถึงคิงมงกุฎ อย่างไรก็ดี จดหมายฉบับก่อนและ 3 ฉบับนี้ได้ชี้ให้เห็นสิ่งสำคัญบางอย่าง คือข้อทักท้วง ติติงในเรื่องการเมืองหรือขนบธรรมเนียมของสยาม มักจะได้รับการปฏิเสธอย่างประนีประนอมจากพระองค์ จดหมายทั้ง 3 ฉบับในคราวนี้ เราได้เห็นว่าการใช้คำขึ้นต้นและลงท้าย รวมไปถึงสำนวนการโต้ตอบของพระองค์นั้นว่าทรงนุ่มนวล และความเปลี่ยนแปลงที่แสดงถึงความเป็นกันเองมากยิ่งขึ้น กล่าวคือ

  • ช่วงแรกทรงขึ้นต้นจดหมายว่าถึง To ลงท้ายว่า I beg to remain your good friend

  • ต่อมาเปลี่ยนมาเป็น My Dear Mam ลงท้ายว่า I beg to remain your true friend


จดหมายฉบับเลขที่ 76

ทรงมีไปถึงแอนนาซึ่งอยู่ที่สิงคโปร์(เพื่อรักษาอาการป่วย)

เนื้อหาในจดหมายไม่มีสาระสำคัญมากนัก เพียงแต่แสดงความห่วงใยตามธรรมเนียม ทิ้งท้ายด้วยความหวังว่าจะกลับมาโดยเร็ว เพราะลูกศิษย์ต่างก็บ่นคิดถึง  (สิ่งที่น่าสังเกตคือเอวิส ลูกสาวของแอนนาซึ่งอยู่ที่อังกฤษ มีจดหมายมาถึงคุณข้าหลวง แสดงให้เห็นว่าชาววังหลวงรู้จัก จนอาจถึงขั้นสนิทสนมกับครอบครัวของแอนนามากกว่าที่เราคิด)

จดหมายฉบับที่ 2 ไม่ปรากฏเลขที่

ไม่สามารถเดาเนื้อความในจดหมายได้ สันนิษฐานได้เพียงว่า ทรงอธิบายเรื่องที่แอนนาท้วงติงเกี่ยวกับสวัสดิภาพของคนรับใช้ ซึ่งทรงรับว่าจะสอบสวนเรื่องนี้ด้วยพระองค์เอง และยังทิ้งท้ายว่า

"ฉันจะให้ความสนใจต่อคำตำหนิของเธอเป็นพิเศษ"

(ทำให้เห็นความหมายของคำว่า แมมเนวละเวนครูสอนหนังสือเจ้านายในนี้ เดี๋ยวนี้ซุกซนเอานีซนนั่น เอานั่นซนนี่ แล้วก็กล้านัก ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นคำปรารภของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นมาก)

จดหมายฉบับที่ 3 เลขที่ 80

ทรงมีมาจากเมืองสวรรคโลก ลงวันที่ 18 มีนาคม 2408   ขึ้นต้นด้วยการบอกเล่าสารทุกข์สุกดิบตามธรรมเนียม จุดสนใจนั้นอยู่ตอนกลางของจดหมาย คือ

"ฉันจะคุยกับเธอเรื่องที่เราเคยคุยกันในตอนที่เรากลับไปยังบางกอก แต่อย่างเป็นความลับ"

(ทรงคุยอะไรกันค้างไว้ เหตุใดต้องคุยเป็นการลับ เราไม่มีทางรู้ได้ แต่สิ่งนี้สามารถไขข้อข้องใจในเรื่องบทบาทของแอนนาว่าคงไม่ใช่เพียงแค่ครูฝรั่งวังหลวง หรือเลขานุการคอยแก้ไวยากรณ์ในจดหมายภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่ย่อมมีบทบาทในการเสนอแนะ ติติง อยู่บ้างในบางโอกาส)

ประเด็นที่สำคัญที่สุดของจดหมายฉบับนี้คือ ประโยคสุดท้ายของจดหมาย

"ป.ล. 2 ฉันขอแจ้งให้เธอทราบว่าฉันได้ให้อภัยโทษแก่คุณกลิ่น นักเรียนของเธอ ตามคำขอร้องของสมเด็จเจ้าพระยาแล้ว”


(เรื่องนี้ปรากฏอยู่ในหนังสือของแอนนาเรื่อง The English Governess at the Siamese Court บทที่ 12 Shadows and Whispers of the Harem เป็นเรื่องราวของเจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่นถูกลงพระราชอาญาให้จำขัง เพราะให้ลูกชาย คือ พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหารถวายฎีกาเพื่อให้ทรงแต่งตั้งพี่ชายของเจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่นเป็นเจ้าเมืองแทนพระยาเกียรติ์ที่เสียชีวิตไปแล้ว โดยที่ไม่รู้ว่าทรงแต่งตั้งบุคคลอื่นไปแล้ว ทำให้เจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่นถูกข้อหาบ่อนทำลายพระราชอำนาจ เนื่องจากเป็นเชื้อสายมอญ แอนนาได้ไปขอร้องสมเด็จเจ้าพระยามหาศรีสุริยวงศ์ช่วยกราบทูลขออภัยโทษให้กับเจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่น หลักฐานคือ แอนนากับเจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่นมีความสนิทสนมกันเป็นพิเศษ)

            แม้ความจริงในเรื่องนี้จะยังไม่กระจ่างชัด แต่คงทำให้ทัศนคติที่เรามีต่อแหม่มแอนนาเปลี่ยนแปลงไปได้บ้าง แม้ในพงศาวดารอื่นๆที่ถูกบันทึกโดยชาวต่างชาติ ที่ล้วนไม่เข้าใจในขนบประเพณีของเรามากนัก ก็จะมีเหตุการณ์ที่ดูผิดแผกไปจากความเป็นไปได้อยู่เสมอ แอนนาเองก็คงจะบกพร่องในเรื่องนี้เช่นกัน เมื่อเห็นว่าเรื่องของตนขายดีมีคนนิยมมาก ก็เน้นแต่จะปรุงแต่งให้พิสดารมากขึ้นซึ่งเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่มีให้เห็นเสมอ จนเธอเองคงลืมคิดถึงผลกระทบที่จะตามมา ต่อภาพพจน์ของสยามและทัศนคติที่ต่างชาติจะมองกลับมาที่ประเทศเล็กๆประเทศหนึ่ง ซึ่งเธอเคยได้มาอาศัยเป็นที่ทำมาหาเลี้ยงชีพ ความผิดพลาดของแอนนาจึงเป็นรอยด่างเพียงเล็กน้อยของประวัติศาสตร์ที่เราสามารถมองข้ามและให้อภัยได้ และกาลเวลาที่พ้นไปจะทำให้รอยด่างนี้เลือนหายไปเอง

อ้างอิง: ศิลปวัฒนธรรม 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
JEERANUN วันที่ : 17/08/2009 เวลา : 21.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jeeranun
กำลังใจคือพลังชีวิต ....

แวะมาเยี่ยมจ้า

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน