• บ๊องบ๊อง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : paiya_5595@windowslive.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-01
  • จำนวนเรื่อง : 61
  • จำนวนผู้ชม : 506482
  • ส่ง msg :
  • โหวต 45 คน
บ๊องบ๊องอยากเล่า
เรื่องราวในประวัติศาสตร์ จากความรู้เท่าหางอึ่งที่บ๊องบ๊องมี แต่นี้คือทั้งหมดเท่าที่รู้ และหาหลักฐานอ้างอิงได้ ขอบคุณพี่หลายๆคนจากห้องสมุดพันทิป ที่ต่อเติมเสริมแต่งความรู้อันน้อยนิดให้เด็กคนนี้อย่างมา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bongbongstory
วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม 2552
Posted by บ๊องบ๊อง , ผู้อ่าน : 6107 , 02:04:44 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

    เมื่อเอ่ยถึง “นางมณโฑ” ในเรื่อง “รามเกียรติ์”  เชื่อว่าหลายคนคงจะรู้สึกคุ้นหูกับชื่อนี้ไม่น้อยไปกว่านามของนางสีดา นางเบญกาย หรือนางสุพรรณมัจฉา แต่ประวัตินางมณโฑเป็นมาอย่างไร คนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่รู้  ทั้งๆ ที่เรื่องราวของนางก็น่าสนใจไม่น้อย ข้อสำคัญ แม้เธอจะมิใช่สาวแรงสูงผู้ไขว่คว้าหาความรัก  แต่เชื่อไหมว่าในเรื่องเธอต้องมี “สามี” ถึงสี่คน และมิใช่ “กิ๊ก” อย่างที่สาวๆ สมัยนี้นิยมกัน นางมณโฑเป็นใคร มาจากไหน กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม  ขอนำมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อความรู้และความเพลิดเพลิน ดังนี้
 
เล่ากันว่าที่เชิงเขาหิมพานต์ มีฤาษีสี่ตน บำเพ็ญพรตอยู่เป็นเวลาช้านาน  และมีตบะแก่กล้ามาก  ทุกๆ เช้า จะมีนางโค 500 ตัว มาที่อาศรมของฤาษี  และต่างก็จะหยดนมของตัวลงในอ่างแก้วเพื่อให้ฤาษีได้ฉันเป็นอาหารเช้า  ซึ่งฤาษีก็จะแบ่งนมส่วนหนึ่ง ให้แก่นางกบตัวเมียตัวหนึ่ง ที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นเป็นประจำทุกวันเช่นกัน  อยู่มาวันหนึ่งฤาษีทั้งสี่ออกไปป่า  พบนางนาคตนหนึ่ง กำลังเสพสังวาสกับงูดิน  ฤาษีเห็นว่านางนาคเป็นสัตว์ตระกูลสูงกว่า ไม่น่าจะมาสมสู่กับงูดิน  จึงได้เอาไม้เท้าเคาะไปที่ขนดหางนางนาคเบาๆ  นางนาคกำลังร่านด้วยแรงราคะก็ยังไม่รู้ตัว ฤาษีจึงเคาะซ้ำไปที่กลางลำตัว นางนาคตกใจคลายขนด (ขะ-หฺนด หมายถึงตัวงูที่ขด หรือโคนหางงู) ออกมาเห็นฤาษี  ก็รู้สึกอับอายขายหน้า จึงหนีกลับไปเมืองบาดาล  กลับไปแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งคิดแค้นใจพระฤาษี ที่ทำให้ตนได้รับความอับอาย และคิดว่าหากพระยากาฬนาคพ่อตนรู้เข้า นอกจากตนจะเสื่อมเสียแล้ว ก็อาจมีโทษถึงตาย  เมื่อคิดได้ดังนั้น นางนาคจึงกลับไปอาศรมฤาษี แล้วคายพิษลงในอ่างน้ำนม ที่ฤาษีทั้งสี่ต้องฉันทุกเช้า ฝ่ายนางกบเห็นเช่นนั้น  ก็ตกใจ และด้วยความกตัญญูสำนึกในพระคุณของฤาษีที่เลี้ยงตนมา จึงตัดสินใจตายแทน ด้วยการกระโดดลงไปในอ่างนม และขาดใจตายเพราะพิษนางนาคนั้น
 
ครั้นฤาษีทั้งสี่กลับมาจะฉันน้ำนม เห็นนางกบนอนตายในนั้น ก็รู้สึกไม่พอใจคิดว่านางกบตะกละ แต่ก็ยังมีใจเมตตาอยู่  จึงชุบชีวิตนางกบขึ้นมาใหม่  แล้วสอบถามดูว่าทำไมประพฤติตัวโลภมากอย่างนี้ ให้กินทุกวันยังไม่พอใจอีกหรือ นางกบก็เล่าความจริงให้ฟัง ถึงเรื่องนางนาคมาคายพิษไว้  ฤาษีฟังแล้ว เห็นในคุณความดีของนางกบ จึงได้ทำพิธีก่ออัคคีแล้วร่ายมนตร์วิเศษ พร้อมโยนนางกบลงในไฟ ชุบชีวิตขึ้นมาใหม่กลายเป็นสาว ที่มีรูปโฉมโนมพรรณงามกว่าหญิงใดในสวรรค์ทั้งหก ดังพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 1 ที่ว่า

เดชะพระเวทสิทธิศักดิ์              พระวิษณุรักษ์รังสรรค์
เกิดเป็นกัลยาวิลาวัณย์              งามวิจิตรพิศพรรณขวัญตา
งามพักตร์ยิ่งชั้นมหาราช            งามวิลาสล้ำนางในดึงสา
งามเนตรยิ่งเนตรในยามา           งามนาสิกล้ำในดุษฎี
งามโอษฐ์งามกรรณงามปราง       ยิ่งนางในนิมาราศี
งามเกศยิ่งเกศกัลยาณี               อันมีในชั้นนิรมิต
ทั้งหกห้องฟ้าหาไม่ได้               ด้วยทรงลักษณ์วิไลไพจิตร
ใครเห็นเป็นที่เพ่งพิศ                 ทั้งไตรภพจบทิศไม่เทียมทัน
 
จากพระราชนิพนธ์ข้างต้น จะเห็นได้ว่าหน้าตาของนางมณโฑ เลิศล้ำสวยงามเพียงใด และจากที่นางมีกำเนิดมาจากกบ  พระฤาษีจึงตั้งชื่อให้ว่า “นางมณโฑ” ที่แปลว่า “กบ” อันเป็นสถานภาพเดิมของนาง  และเนื่องจากพระฤาษี เห็นว่านางเป็นหญิงสาวไม่เหมาะจะอยู่ด้วย เกรงเป็นที่ติฉินนินทาได้  จึงพร้อมใจกันพานางไปถวายพระอิศวร (พระศิวะ) พระอิศวรก็รับนางไว้ และให้ไปอยู่กับพระแม่อุมา  พระชายาของพระองค์  นับตั้งแต่ไปอยู่กับพระอุมา นางมณโฑก็ตั้งใจปรนนิบัติรับใช้พระแม่เป็นอย่างดี จนเป็นที่เมตตาและพระแม่อุมาก็ได้บอกพระเวทย์ต่างๆ ให้
 
ต่อมาเขาไกรลาสเอียงทรุด เพราะยักษ์วิรุฬ หกจากเมืองบาดาล โกรธสารภูตุ๊กแกที่ล้อเลียนตน  จึงขว้างสังวาลนาคใส่ และเลยไปถูกเขาไกรลาสจนเอียง พระอิศวรจึงประกาศแก่เหล่าเทวดาทั้งหลายที่มาเฝ้าว่า หากใครยกเขาไกรลาสให้ตั้งตรงได้ จะมีรางวัลให้อย่างงาม  ก็ปรากฎว่าไม่มีใครยกได้ พระอิศวรจึงต้องให้เทวดา ไปตามทศกัณฐ์มายกให้จึงสำเร็จ  ทศกัณฐ์ก็ทูลขอพระแม่อุมาเป็นรางวัล  พระอิศวรแม้ไม่พอใจ ที่ทศกัณฐ์เหิมเกริม แต่เนื่องจากออกโอษฐ์ไปแล้ว ก็จำยอมประทานให้ตามขอ  เพราะรู้ว่าอย่างไรเสีย ทศกัณฐ์ก็ต้องนำมาคืนแน่นอน ฝ่ายทศกัณฐ์พอได้รับประทานพระอุมา ก็ตรงเข้าไปอุ้มพระแม่อุมา แต่ครั้นถูกองค์พระแม่  ก็รู้สึกร้อนเหมือนถูกไฟไหม้ จึงจำต้องช้อนพระบาทพระอุมาทูนไว้บนหัว เหาะกลับเมืองลงกา  เหาะต่อมาไม่นาน ก็รู้สึกร้อนจนทนไม่ได้  จึงต้องวางพระแม่อุมาลง และพาเดินต่อไป

ส่วนเหล่าเทวดานางฟ้า เห็นทศกัณฐ์พาพระอุมาไปเช่นนั้นก็ตกใจ จึงพากันไปเฝ้าพระนารายณ์ให้ช่วยแก้ไข  พระนารายณ์จึงออกอุบายแปลงเป็นยักษ์แก่ ปลูกต้นไม้เอายอดลงดิน รากชี้ฟ้า ทศกัณฐ์พาพระอุมาเดินผ่านก็สงสัยและแปลกใจ ถามว่าทำไมโง่ปลูกต้นไม้แบบนี้  ยักษ์แปลงก็ว่า ทศกัณฐ์แหละโง่ ไปพาหญิงร้ายที่จะมาทำลายเหล่ายักษ์มาทำไม  ไม่รู้จักขอของดีมา ทศกัณฐ์ได้ฟังก็ชักเห็นตาม เพราะตนเองพาพระอุมามาก็ร้อนเข้าใกล้ไม่ได้  จึงถามยักษ์แก่ดู ก็ได้รับคำแนะนำให้ไปขอนางมณโฑ ทศกัณฐ์จึงพาพระอุมาทูนหัวเหาะกลับไปคืนพระอิศวร และขอนางมณโฑมาแทน ระหว่างพานางมณโฑเหาะกลับเมืองนั้น  ถึงคราวเคราะห์ของทศกัณฐ์ ที่เหาะผ่านเมืองขีดขิน ของพาลีพญาลิงที่กำลังว่าราชการอยู่ ทำให้พาลีไม่พอใจ ฉวยพระขรรค์เหาะไปขวางหน้าทศกัณฐ์ ครั้นเห็นนางมณโฑงามดั่งนางฟ้าก็นึกรัก  จึงพาลหาเรื่องต่อสู้กับทศกัณฐ์ๆ พ่ายแพ้  พาลีจึงแย่งนางมณโฑมาได้  แล้วพากลับเมืองได้นางเป็นเมีย  นางมณโฑนั้นแต่แรกก็ไม่ยินยอม แต่ก็ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ กอปรกับพาลีใช้ทั้งวาทศิลป์ และเล่ห์ชายจนนางต้องยินยอมในที่สุด นับว่าพาลีเป็นสามีลิงคนแรกของนาง 

ส่วนทศกัณฐ์นั้น เมื่อกลับกรุงลงกาก็เสียใจที่แพ้ และยังถูกแย่งนางมณโฑไป จึงคลุ้มคลั่ง พาลทำร้ายนางสนมกำนัลในไปหมด ใครเอาใจอย่างไรก็ไม่ถูกใจ  และไม่ว่าราชการนานถึงเจ็ดเดือน กุมภกรรณและพิเภกน้องชายจึงช่วยกันคิดหาวิธีแก้ไข  ด้วยการไปเชิญพระโคบุตร อาจารย์ของทศกัณฐ์มา  เมื่อทราบเรื่องทั้งหมดแล้ว  พระโคบุตรจึงไปหาพระอังคต อาจารย์ของพาลี เพื่อให้ว่ากล่าวพาลีให้คืนนางมณโฑแก่ทศกัณฐ์  พระอังคตจึงเดินทางไปหาพาลีกล่อมให้คืนนางมณโฑ และว่าพาลีทำไม่ถูก ที่ไปแย่งเมียคนอื่นเขามา ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง  พาลีไม่อยากคืน ก็อ้างว่านางท้องได้หกเดือนแล้ว  ไม่อยากให้ลูกตนไปอยู่กับยักษ์  พระอังคตจึงว่าเรื่องนี้ไม่ยาก  ท่านจะแหวะท้องนาง เอาลูกมาใส่ในท้องแพะไว้ก่อนจนกว่าจะคลอด  พาลีบ่ายเบี่ยงอย่างไรก็ไม่เป็นผล  แม้จะไม่เต็มใจ ก็จำต้องยอมคืนนางแก่ทศกัณฐ์   ครั้นนางมณโฑทราบเรื่องก็เสียใจ ร้องไห้จนสลบไป  พระอังคตเห็นเป็นโอกาสดี จึงผ่าท้องเอาลูกนางไปใส่ในท้องแพะ และร่ายมนตร์วิเศษปิดท้องให้อย่างเดิม  เมื่อนางฟื้นก็พาตัวไปคืนทศกัณฐ์  ส่วนลูกนางกับพาลีที่ฝากไว้กับท้องแพะ เมื่อถึงกำหนดสิบเดือน  พระอังคตก็ทำพิธีผ่าออกมาจากท้องแพะ แล้วให้ชื่อว่า “องคต” เลียนชื่อท่านเองเพื่อเป็นมงคลนาม (นี่จะเห็นว่า การอุ้มบุญ มีมาแต่โบราณกาล  แถมวิทยาการยังทันสมัยกว่าอีก เพราะให้สัตว์อุ้มท้องแทนก็ได้)

 ส่วนทศกัณฐ์ได้นางมณโฑคืนมา ก็ดีใจพาเหาะกลับกรุงลงกา แล้วเกี้ยวพาราสีต้องเนื้อต้องตัวนาง  จนในที่สุดก็ได้นางเป็นเมียสมใจ  ถือเป็นสามีคนที่สอง  นางมณโฑนั้น เมื่อเป็นเมียพาลีก็คงรักพาลี เพราะเป็นชายคนแรกของนาง ครั้นต้องมาเป็นเมียทศกัณฐ์ นางก็รักและจงรักภักดีต่อทศกัณฐ์เช่นกัน  ดังจะเห็นได้ว่า  เมื่อทศกัณฐ์ลักนางสีดามา  และต้องทำสงครามต่อสู้กับพระราม พระลักษณ์และหนุมานยืดเยื้อเป็นเวลานาน  จนต่างฝ่ายต่างต้องเสียไพร่พลไปมากมายนั้น  ทศกัณฐ์ก็ได้สอบถามนางมณโฑว่า ตอนที่นางอยู่กับพระแม่อุมา  ได้เรียนมนตร์วิเศษอะไรบ้าง นางก็ว่าเคยเรียนมนตร์ที่เรียกว่า “สัญชีพ” ไว้  ซึ่งมนตร์นี้ถ้าทำสำเร็จจะได้น้ำทิพย์อันวิเศษ ผู้ใดตายไปแล้ว หากพรมด้วยน้ำทิพย์นี้ ก็จะฟื้นคืนชีพขึ้นมา ใช้ให้ทำอะไรก็ได้ และยังสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ด้วย  แต่มีข้อแม้ว่าผู้ทำพิธีห้ามพูด และห้ามร่วมเสน่หาระหว่างกระทำพิธี ทศกัณฐ์ได้ทราบก็ดีใจนัก รีบตั้งโรงพิธีให้นางมณโฑทันที ครั้นทำพิธีครบเจ็ดวัน ก็บังเกิดน้ำทิพย์ขึ้นในหม้อทองคำ นางมณโฑก็ให้รีบนำไปให้ทศกัณฐ์ที่สนามรบ  ทศกัณฐ์จึงใช้น้ำทิพย์ประพรมไพร่พลยักษ์ที่ตายไป  ทำให้เหล่ายักษ์ปีศาจฟื้นขึ้นมาช่วยต่อสู้ใหม่  และเข้าโจมตีไพร่พลวานรของพระรามจนแตกกระเจิงไป  พระรามเห็นดังนั้น  ก็สอบถามพิเภกดู  เมื่อทราบความจริง จึงได้ส่งหนุมาน พร้อมด้วยวานรอีกจำนวนหนึ่งไปทำลายพิธี หนุมานจึงได้แปลงตนเป็นทศกัณฐ์ และให้พลพรรควานรที่ไปด้วย แปลงเป็นพวกทศกัณฐ์เดินทัพกลับเข้ากรุงลงกา ทำทีว่าชนะศึกกลับมาแล้ว  จากนั้นหนุมานก็ตรงไปโรงพิธี ใช้เล่ห์กลหลอกนางมณโฑให้เข้าใจว่า ตนเป็นทศกัณฐ์กลับมาขอบคุณนางที่ทำให้รบชนะ แล้วก็พานางกลับปราสาทโอ้โลมปฏิโลมจนได้ร่วมพิศวาสกับนาง  ส่วนพลพรรควานร ที่อยู่ข้างนอกก็ทำลายโรงพิธีจนหมดสิ้น เมื่อหลอก “นอน” กับนางมณโฑ เป็นการทำลายพิธีได้สำเร็จแล้ว  หนุมานแปลงก็ลานาง ทำทีว่าจะไปจับพิเภกที่หนีไปได้  

จากนั้นก็กลับไปทูลพระรามว่า สามารถล้มพิธีได้แล้ว พระรามจึงสั่งให้สุครีพนำพลเข้าโจมตีพวกยักษ์  ฝ่ายทศกัณฐ์เมื่อต่อสู้ไปๆ  น้ำทิพย์ที่จะพรมยักษ์ตาย ให้ฟื้นก็หมด  ไม่เห็นมีใครมาส่งเพิ่ม แล้วยังถูกพวกลิงเยาะเย้ย ก็เอะใจ  ขอพักรบ  แล้วกลับเมือง ไปถึงเห็นโรงพิธีพินาศ  จึงไปสอบถามและต่อว่านางมณโฑที่อยู่ในปราสาท และยังไม่รู้อิโหน่อิเหน่อยู่  นางมณโฑก็เล่าเรื่องราวให้ทราบ ทศกัณฐ์ก็รู้ว่าเสียท่าหนุมานแล้ว ก็บอกเมีย  นางมณโฑทั้งอับอายขายหน้า ทั้งเสียใจที่เสียตัวและเสียรู้หนุมาน จึงร้องไห้จนสลบไป  ทศกัณฐ์ก็แก้ไขจนฟื้น  แต่นางยังรู้สึกเสียใจ ร้องไห้รำพึงรำพันขอให้ทศกัณฐ์ฆ่านางเสีย เพราะนางทำให้เสียเกียรติสามี แต่ทศกัณฐ์นั้นทั้งรักและสงสารเมีย จึงปลอบโยนนางมณโฑ และว่าตนไม่ถือโทษโกรธนาง  ถือเสียว่าเป็นกรรมเป็นเวรไปก็แล้วกัน  ส่วนการต่อสู้ ตนก็จะหาวิธีอื่นต่อไป นางจึงค่อยคลายทุกข์ไป  ดังนั้น  หนุมานจึงเป็นสามีคนที่สาม แต่เป็นสามีลิงคนที่สองของนาง (พาลีเป็นคนแรก)  แต่อย่างกรณีของหนุมาน  จะนับว่าเป็นสามีจริงๆ จังๆ อย่างพาลี และทศกัณฐ์คงไม่ได้  เพราะเป็นการได้นางเป็นเมียแบบใช้เล่ห์กล และถ้านางรู้ก็คงไม่ยอมเป็นแน่

ต่อมาภายหลัง เมื่อหนุมานสามารถล่อลวง เอากล่องดวงใจของทศกัณฐ์ มาจากพระโคบุตร อาจารย์ของทศกัณฐ์  จนทำให้พระรามฆ่าทศกัณฐ์ตายได้ในที่สุดนั้น  ก่อนตายทศกัณฐ์ก็ได้ฝากฝังนางมณโฑไว้กับพิเภกน้องชาย ครั้นชนะศึกแล้ว  พระรามก็ได้จัดพิธีราชาภิเษกให้พิเภก ได้ครองกรุงลงกาต่อมา โดยให้ชื่อใหม่ว่า “ท้าวทศคิริวงศ์”  และประทานนางมณโฑให้ พิเภกจึงเป็นสามีคนที่สี่  และเป็นสามียักษ์คนที่สองของนางมณโฑ  ต่อมานางมณโฑได้คลอดลูกชายชื่อ “ไพนาสุริย์วงศ์”  ซึ่งเป็นลูกทศกัณฐ์ ที่ติดท้องนางมณโฑมา ก่อนที่ทศกัณฐ์จะตาย  แต่พิเภกไม่รู้ และเข้าใจว่าเป็นลูกตน  จึงรักและชื่นชมเลี้ยงดูลูกนางเป็นอย่างดี  ต่อมาไพนาสุริย์วงศ์รู้จากพี่เลี้ยงว่าทศกัณฐ์ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ตายไปแล้ว  ส่วนพิเภกเป็นเพียงพ่อเลี้ยง จึงไปถามนางมณโฑดูจนรู้ความจริง จึงอุบายขอลาไปเรียนวิชา เมื่อเรียนจบก็แอบไปหาท้าวจักรวรรดิ เพื่อนทศกัณฐ์ให้มาช่วยแก้แค้นพิเภก  จับพิเภกขังคุก และท้าวจักรวรรดิ์ก็ได้ตั้งไพนาสุริย์วงศ์ ลูกทศกัณฐ์กับนางมณโฑครองกรุงลงกาแทน  โดยตั้งนามใหม่ให้ว่า “ทศพิน” ต่อมาทศพินก็ต้องตายไป เพราะมีการสู้รบแก้แค้นไปมา  ส่วนนางมณโฑแม้จะได้ห้ามลูกไว้แต่แรกแล้ว  แต่ทศพินหรือไพนาสุริย์วงศ์ก็ไม่ฟัง  จึงต้องตายไปในที่สุด นางมณโฑเองก็เกือบต้องโทษในฐานะเป็นแม่ด้วย  แต่พอดี “องคต” ลูกชายอีกคนที่เกิดกับพาลี มีความดีความชอบ จึงรอดพ้นโทษมาได้  ซึ่งเนื้อหารามเกียรติ์ตอนต่อไปยังมีอีกมาก แต่มิได้กล่าวถึงนางมณโฑอีก

บุตรของมณโฑ

องคต บุตรพาลี

อินทรชิต บุตรทศกัณฐ์

ไพนาสุริย์วงศ์ หรือ ทศพิน บุตรทศกัณฐ์

อ้างอิง  สารประชาสัมพันธ์ กระทรวงวัฒนธรรม





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ไอลี่ วันที่ : 05/12/2009 เวลา : 08.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ilyy
เรื่องเล่าของฉันสีน้ำ

อ่านแล้วไม่รู้ว่าจะสงสารนางมณโฑหรือยินดีด้วยดี เพราะเป็นผู้หญิงเหมือนกัน อาจเพราะภาวะจำยอมอ่ะเนาะ
ขอบคุณค่ะ ที่มีความตั้งใจมาก วันหลังสงสัยต้องใส่เพลงเพราะๆ ให้ฟังด้วยนะจ๊ะ ถ้าเรื่องยาวๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ไออุ่นพฤษภา วันที่ : 05/12/2009 เวลา : 02.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konlapat

อ่านเพลินเลย
ขอบคุณค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน