• =Bongkot=
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-08-02
  • จำนวนเรื่อง : 5
  • จำนวนผู้ชม : 34927
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4 คน
"Classroom for Stateless People in Thailand"
ความตั้งใจ ความรู้ และประสบการณ์ เพื่อแก้ปัญหาความไร้รัฐไร้สัญชาติในประเทศไทย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bongkot-and-stateless-work
วันพุธ ที่ 11 มิถุนายน 2551
Posted by =Bongkot= , ผู้อ่าน : 1685 , 00:04:49 น.  
หมวด : กฎหมาย

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ระหว่างการเดินทางเกือบ 200 กิโลเมตร จากตัวอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ไป อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ผ่านเส้นทางคดเคี้ยวหลายโค้ง ที่ทำเอานักวิจัยปวดหัวและคลื่นไส้เป็นอย่างมาก เนื่องจากต้องพยายามนั่งเขียนงานวิจัยชิ้นนี้ให้สมบูรณ์ในรถระหว่างการเดินทาง เพื่อให้ทันกับกำหนดเวลาในการส่งงานที่งวดเข้ามาทุกที

ตลอดระยะเวลาของการทำงานวิจัยชิ้นนี้ นักวิจัยได้มีโอกาสทำงานลักษณะอื่นอีก 2-3 งาน แต่เป้าหมายอันสูงสุดนั้นมีร่วมกัน คือ การช่วยเหลือคนไร้รัฐไร้สัญชาติ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น “การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย” เพื่อพัฒนาสถานะบุคคลของคนไร้รัฐไร้สัญชาติ หรือ “การจัดห้องเรียนด้านสถานะบุคคลให้แก่คนไร้รัฐไร้สัญชาติ” เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของเจ้าของปัญหาในการแก้ไขปัญหาโดยอาศัยองค์ความรู้ด้านกฎหมาย หรือ “การเขียนรายงานประเทศไทยตามพันธรกรณีภายใต้กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง” เพื่อสะท้อนความจริงที่ยังคงเป็นปัญหาของคนไร้รัฐไร้สัญชาติในฐานะคนชายขอบในทุกแง่ทุกมุม และสุดท้ายก็คือ “งานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพให้แก่คนไร้รัฐไร้สัญชาติ” ชิ้นนี้

นักวิจัยยอมรับว่างานที่เข้ามาหลายๆ งาน เป็นงานที่ค่อนข้างหนักและบั่นทอนเวลาของนักวิจัยไปอย่างมาก หากไม่มีการจัดการเวลาและการจัดการงานที่มีประสิทธิภาพ แต่ที่รับทำอย่างไม่กลัวเหน็ดเหนื่อย เพราะเห็นความสำคัญอย่างยิ่งยวดของงานทั้งหมดเพื่อคนไร้รัฐไร้สัญชาติที่เป็นเหมือน “เฟือง” ซึ่งแม้จะตัวเล็กๆ แต่ก็ทำให้การทำงานของกลไกเป็นไปได้อย่างราบรื่น

อย่างไรก็ตาม มีข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งที่นักวิจัยต้องยอมรับ ก็คือ จุดเริ่มต้นของการศึกษาวิจัยของชุดโครงการย่อยนี้ไม่ได้มีที่มาจากนักวิจัยเอง แต่ความต้องการเชื่อมโยงโครงการวิจัยชุดใหญ่ให้สมบูรณ์ เพื่อใช้ในการพัฒนาหลักประกันสุขภาพของคนไร้รัฐไร้สัญชาติต่างหาก ที่เป็นตัวผลักดันให้เกิดงานวิจัยชิ้นนี้ขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ และไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม เมื่องานวิจัยได้เริ่มต้นแล้ว สิ่งดีๆ หลายอย่างก็บังเกิดขึ้นตามมา โดยที่นักวิจัยเองก็ไม่เคยคาดหวังที่จะได้รับมาก่อน

ประการแรก คือ โครงการวิจัยชุดนี้ทำให้นักวิจัยมองเห็นความสำคัญของปัญหาที่เป็นที่มาของงานวิจัยชัดเจนขึ้น จนเกิดเป็นความเข้าใจและความรักที่จะทำให้งานวิจัยชิ้นนี้ออกมาอย่างดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อคนไร้รัฐไร้สัญชาติที่ประสบกับปัญหาเรื่องสุขภาพในประเทศไทย

ประการที่สอง คือ โครงการวิจัยชุดนี้เป็นพลังที่สำคัญที่ทำให้บุคคลากรในทีมนักวิจัยเข้มแข็งและมีศักยภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

และประการสุดท้าย คือ โครงการวิจัยชุดนี้ทำให้ทีมนักวิจัยกลายเป็นยิ่งกว่าเพื่อนร่วมงาน อาจจะเรียกได้ว่าเป็น “เพื่อนร่วมเดินทาง” ตามความเชื่อสายเดียวกันเลยก็ว่าได้

“ไม่มีปาฏิหาริย์ใดที่เกิดขึ้นจากความบังเอิญ” เป็นประโยคที่จำมาจากโฆษณาชิ้นหนึ่ง และจะขอเอามาใช้สำหรับงานวิจัยชุดนี้บ้าง เพราะนักวิจัยเชื่อว่าการเกิดขึ้นมาของ “เพื่อนร่วมเดินทาง” จากงานวิจัยชิ้นนี้เป็นปาฏิหาริย์น้อยๆ ที่ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ แต่เกิดจากหัวใจที่มีความเชื่อในสิ่งเดียวกัน แม้จะดูทุลักทุเลในช่วงเริ่มต้น แต่พัฒนาการเริ่มชัดขึ้นชัดขึ้นเรื่อยๆ อย่างเห็นได้ชัด

งานวิจัยชิ้นนี้ก็คงจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีความพยายามผลักดันในเชิงความคิดจาก “อาจารย์แหวว - รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร” ผู้คอยจ้ำจี้จ้ำไช และ คอยเป็นที่ปรึกษา (ที่ทำเกินภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย) ให้แก่นักวิจัยมาโดยตลอดในทุกสถานที่ที่จะเป็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์ ทาง msn ทางอีเมล บนรถ ในห้องนอน บนโต๊ะกินข้าว ในสระว่ายน้ำ หรือแม้แต่ในบ่อแช่น้ำแร่ การประชุมเล็กๆ ระหว่างนักวิจัยและที่ปรึกษางานวิจัยท่านนี้ก็เกิดขึ้นได้อย่างไม่เคยเลือกเวลาหรือสถานที่

ขอบคุณพี่สาวที่แสนดี “พี่ด๋าว - ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล” ที่คอยเป็นทั้งแรงใจและแรงกดดันในงานวิจัยนี้มาโดยตลอด ขอบคุณสำหรับความเข้าใจและกำลังใจที่มีมาให้อยู่เสมอๆ ทั้งเรื่องงานวิจัยและเรื่องส่วนตัว

ขอบคุณ “พี่สุ พี่เอก พี่แก้ว พี่จ๊อบ พี่ไหม” ผู้ร่วมเดินทางที่น่ารัก เพราะความผิดพลาดและปัญหาที่ทำให้เรารู้จัก เข้าใจ และเรียนรู้ที่จะรักกันมากขึ้น

ขอบคุณ “พี่ชล” ที่แม้จะไม่ได้อยู่ร่วมเดินทางในงานชิ้นนี้จนจบ แต่ก็เป็นเพราะพี่ชลที่เป็นเหตุให้นักวิจัยเข้ามารับงานชิ้นนี้ในช่วงเริ่มต้น จำได้ว่าครั้งแรกตั้งใจมาช่วยงานพี่ชลทำกรณีศึกษาเฉยๆ แต่แล้วเป้าหมายก็เปลี่ยนไปซะนี่

ขอบคุณ “คุณหมอสัมฤทธิ์ พี่ใหญ่ พี่ไฝ่ และ ทีมสวปก. ทุกท่าน” ที่มีตบะอันแก่กล้า อดทนและยอมรับความไม่เอาไหน ความไม่มีวินัย ของนักวิจัย ขอบคุณอย่างสุดซึ้งที่คอยให้การดูแล ช่วยเหลือ อำนวยความสะดวก และร่วมเดินทางตลอดระยะที่ผ่านมา

ขอบคุณ “สำนักงานสิทธิมนุษยชนศึกษาและการพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล” ที่เป็นแหล่งประสิทธิประสาทความรู้เรื่องกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอย่างจริงๆ จังๆ ให้แก่นักวิจัย เพื่อสามารถนำมาใช้ในการวิจัยนี้ได้

ขอบคุณ “อาก๋ง อาม่า อาไอ๊ อาป๊า เจ้แจง เฮียเอก น้องใหม่ และ หลานโฟร์ท” สำหรับความรัก ความเข้าใจ และความห่วงใย

ขอบคุณ “ชายผู้เป็นที่รัก” ที่แม้จะจากไปแล้ว แต่ก็หลายๆ ครั้งที่นักวิจัยก็ยังร้องขอแรงใจเวลาเหนื่อยจากการทำงานอยู่เสมอๆ ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหนๆ “เป๊ก” ยังเป็นคนเดียวที่อยู่ในหัวใจเสมอ ขอบคุณจากใจ ขอบคุณจริงๆ

สุดท้ายขอบคุณ “ตัวเอง” ที่ท้อแต่ไม่เคยถอย แม้ใครๆ จะตราหน้าว่าเป็น “ดาราเจ้าน้ำตา” เพราะไม่เคยเก็บกั้นอารมณ์ตัวเองไว้ได้อยู่เวลารู้สึกอะไร แต่ทุกครั้งที่น้ำตาเหือดแห้งไปจากสองตา ก็จะลุกขึ้นมาสู้ใหม่ทุกครั้ง จริง จริง (สู้ๆ)




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
BlueHill วันที่ : 11/06/2008 เวลา : 12.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ขอขอบคุณทุกท่านเช่นกันครับที่ทำงานวิจัยชิ้นนี้ขึ้นมา

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน