• ยัยตัวหนอน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ice_vanila@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-17
  • จำนวนเรื่อง : 23
  • จำนวนผู้ชม : 110860
  • ส่ง msg :
  • โหวต 39 คน
รวมพลคนรักหนังสือ บาย "ยัยตัวหนอน" คลับของคนรักหนังสือ ไม่มีเหล้าขาย แต่เมาได้อยู่...
แนะนำหนังสือน่าอ่าน นิยายไทย นิยายแปล แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับนักเขียนในดวงใจ แนะนำเว็บบอร์ดดีดีเกี่ยวกับหนังสือ ซื้อหนังสือออนไลน์แบบไว้ใจได้
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bookclub
วันอังคาร ที่ 3 กรกฎาคม 2550
Posted by ยัยตัวหนอน , ผู้อ่าน : 2554 , 15:13:52 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีชาวตัวหนอนทุกคนคะ

ยัยตัวหนอนขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ รำลึกถึงวันที่ 2 ก.ค.40  วันแห่งวิบัติทางเศรษฐกิจ ที่ผ่านมาแล้ว 10 ปี แต่ยังคงไม่เลือนหายไปจากใจและความทรงจำของใครหลายคน จนกลายเป็นครบรอบ 10 ปีค่าเงินบาท ที่ควรค่าแก่การรำลึกถึง เพื่อเตือนสติ เตือนใจ ให้รู้ว่า ครั้งหนึ่ง เราเคยพลาด ครั้งหนึ่ง เราต้องสูญเสียเช่นไรกับความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่เหล่านี้

เพราะยัยตัวหนอนเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ต้องแบกรับชะตากรรม หลังม่าน การประกาศลดค่าเงินบาท ของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2540

ละครฉากใหญ่ของการประกาศลดค่าเงินบาทปิดฉากจบลง ดูเหมือนทุกอย่างก็จบสิ้นลงตามไปด้วย พังพินาศ เกินบรรยาย คงหลงเหลือไว้เพียง น้ำตาแห่งความอาลัย ในสถานะเก่าที่เคยเป็นอยู่...

สถานะของเด็กที่สุขสบาย จึงกลายเป็นเด็กที่ต้องต่อสู้ ดิ้นรน ให้ได้เรียนต่อ ให้ได้มีชีวิตที่พอหยัดยืนอยู่ได้ แม้ไม่เท่าครั้งยามมีอันจะกิน แต่ขอเพียงแค่ เติบโตอย่างคนมีภูมิ มีโอกาสดีดีในการได้ใช้ชีวิตที่ดีกว่าปล่อยตัวเองตามยะถากรรม ตามสภาพที่ต้องเผชิญหน้า

จำได้ว่า ช่วงเวลานั้น ยังเรียนอยู่ประมาณ ปวช. 2 (เทียบกับม.5 ของสายสามัญ) เป็นเด็กวัยรุ่น วัยเรียนทั่วไป ที่มีชีวิตอยู่บนความรับผิดชอบเพียงอย่างเดียว คือ การเรียน เฮฮากับเพื่อนอย่างสนุกสนาน มีชีวิตอยู่ในครอบครัวมีอันจะกินตามฐานะของคนประกอบธุรกิจส่วนตัว ค้าขายข้าว ของบริโภคจำเป็น ที่ค่อนข้างอู้ฟู่ จนมีเงินไปลงทุนซื้อบ้านหลังใหม่ ซื้อที่ดินในต่างจังหวัด

ค่ำๆ ของวันที่รัฐบาลประกาศลดค่าเงินบาท โลกยังเต็มไปด้วยความสดใส กระทั่ง ฉันกลับถึงบ้าน แล้วพบว่า ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไป จริงๆ จะโทษวิกฤตค่าเงินบาทอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะความง่อนแง่นของเศรษฐกิจในครอบครัวคงเรื้อรังมาระยะหนึ่ง การประกาศลดค่าเงินบาท จึงเป็นเหมือนเครื่องมือที่ทำให้ทุกอย่างมันชัดเจนเร็วขึ้น เศรษฐกิจที่บ้านหยุดชะงัก หนี้สินรุมเร้า ไร้สภาพคล่องทางการเงิน จนในที่สุด ถึงครา ที่บ้านต้องแยกเป็น 2 ฝั่ง

บ้านแตกแล้ว...เพราะเราต้องแยกกันหารายได้ มาจ่ายหนี้!! ก้อนโต

เราต้องแยกกันอยู่นานถึง 1 ปีเต็ม เป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยว หัวต่อในความเป็นวัยรุ่นของเรา 3 พี่น้อง ฉันกับน้องชายถูกเลือกให้อยู่กับพ่อ ส่วนพี่ชายย้ายไปอยู่กับแม่ ไปหาช่องทางใหม่ๆ ในการสร้างรายได้ ขณะที่พ่อเองก็ต้องเร่งหาทางปลดหนี้สินจากธุรกิจเดิม  ฉันกับน้องชาย เรียกว่า เป็นอิสระจากการมีผู้ใหญ่คอยดูแลเหมือนเช่นเดิม เราเกือบเสียคน เราเกือบเลือกเส้นทางผิด แต่โชคยังเข้าข้างเรา ให้เรา ไม่หลงผิด เลือกทางเดินที่ไม่ถูกต้อง

จนในที่สุด ธุรกิจของพ่อก็ไม่สามารถประคับประคองให้ผ่านช่วงเวลาอันเลวร้ายเช่นนี้ไปได้ เราต้องทิ้งบ้านเดิม แล้วย้ายไปอยู่กับแม่ กลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันอีกครั้ง แต่สถานการณ์ก็ย่ำแย่ลงทุกที เพราะช่องทางรายได้ใหม่ๆ ก็ไม่ได้หรูหราหรือดีมากนัก เพียงพอแค่การใช้จ่าย กับจ่ายหนี้ไปวันวัน

ถ้าต้องให้ส่งเสียเราเรียนต่อ ต้องบอกว่า ยากลำบากมาก เพราะค่าเทอมของเราทุกคนสูงมาก พี่ชายจึงหยุดเรียน ออกมาช่วยพ่อกับแม่ทำงาน ให้ฉันและน้องได้เรียนต่อ

ฉันเลยต้องหางานพิเศษทำตั้งแต่ตอนเรียน ปวช. 3 เริ่มงานแรก รับจ้างสอนพิเศษ ให้เด็กป.1 และป.4 ข้างบ้าน ทุกวันตอนเย็น และวันเสาร์ ได้เงินเดือน พันกว่าบาท บอกได้คำเดียวว่า ไม่พอแน่ ฉันเลยต้องทำงานเพิ่ม โชคดีว่า บ้านของน้อง 2 คน เป็นสำนักงานขายธูป ฉันเลยอาสารับจ้างตรวจบัญชีของสำนักงาน บัญชีสิบกว่าเล่ม ฉันต้องใช้เวลาเพียง 2 วันเท่านั้นในการตรวจ ได้ค่าแรงวันละ 300 บาท ก็ยังพอไหว เมื่อรวมกับค่าจ้างสอนพิเศษ

ชีวิตวัยรุ่น วัยเรียนที่เคยไร้สาระ กินเที่ยวกับเพื่อนฝูง มีอันต้องเปลี่ยนไปสิ้นเชิง ฉันไม่มีเวลาไปไหนมาไหนกับเพื่อน ฉันเริ่มมีปัญหากับเพื่อนในทุกเรื่อง เพราะความที่ฉันไม่มีเวลา ช่วยทำรายงาน ไปไหนเป็นกลุ่มเป็นก้อนเหมือนเช่นเคย ฉันเข้าใจว่า พวกเขาคงไม่เข้าใจฉัน ใช่ เขาไม่เข้าใจว่า ทำไมฉันต้องทำงาน เขาเคยบอกว่า เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ต้องรับผิดชอบ แต่ฉันคิดว่า คงไม่ใช่ เราต้องรับผิดชอบร่วมกัน

ฉันทำงานที่โรงงานธูปได้ปีกว่า โทรศัพท์ทวงหนี้ตลอดระยะเวลา 1 ปีไม่เคยขาดหาย ยังคงสร้างความเจ็บช้ำ กัดกินหัวใจทุกครั้งที่ต้องเป็นคนรับ จนถึง โทรศัพท์ทวงหนี้บัตรเครดิตของพ่อ ที่ขู่ยึดทรัพย์สินบ้าบอทั้งหลาย ด้วยความเป็นเด็กไร้ความรู้ ไร้ที่ปรึกษา ฉันไม่อาจต่อรองหนี้สินเหล่านั้นได้แบบผู้มีประสบการณ์ ฉันเลยต้องจ่ายหนี้บัตรเครดิตก้อนใหญ่แทนพ่อ แบบไม่ลดหย่อนใดๆ ทั้งสิ้น

เงินเก็บหดหายไปเกือบหมดจากหนี้ก้อนโต แต่ฉันยังมีภาระอีกไม่น้อย จากการสอบเข้าปวส. หรือระดับอนุปริญญาได้ ค่าเรียนก็สูงขึ้นตามลำดับการศึกษา ฉันต้องหางานที่ได้เงินมากกว่าเดิม ฉันออกจากงานสอนหนังสือ รับตรวจบัญชี ไปทำงานที่ "เซเว่น อีเลฟเว่น" งานหนักมาก หนักกว่าที่ฉันเคยเห็น เวลาเดินเข้าไปซื้อสเลอบี้ แล้วงานหนักอย่างเดียวคงไม่ว่า แต่ถูกเอาเปรียบเงินค่าแรงด้วยนี่ ช่างเจ็บใจ

เซเว่น อีเลฟเว่น องค์กรใหญ่ที่สวยหรู แต่ช่างเอาเปรียบยิ่งหนัก คุณต้องเข้างานก่อน 1 ชั่วโมง และออกหลัง 1 ชั่วโมง แต่คุณไม่ได้ค่าแรง 2 ชั่วโมงนั้น อย่าง วันนี้ คุณมีชั่วโมงทำงาน 4 ชั่วโมง คุณต้องทำ 6 ชั่วโมง แล้วได้เงินเพียง 4 ชั่วโมง วันที่ฉันมีเรียน ฉันจึงได้ทำกะเย็นถึงเที่ยงคืน ทอนเงินผิด ก็ต้องรับผิดชอบจ่ายเอง ถูกผู้จัดการร้าน พนักงานด้วยกันโกงเงินก็บ่อยไป

นี่เป็นเพียงส่วนเดียวของความเลวร้ายที่ได้พบเจอ ตอนทำเซเว่น อีเลฟเว่น แล้วก็ไม่รู้ว่า ตอนนี้ยังเลวร้ายแบบนั้นอยู่ไหม รู้แต่ว่า ช่วงเวลาเกือบปีที่ได้ทำงานที่นั้น สาหัสเอาการ เพราะต้องเรียนให้ได้ดีด้วย และยังต้องทำงานให้ตัวเองได้เรียนต่อด้วย

หยุดพักเอาแรงได้เพียงไม่นาน ฉันเริ่มได้งานใหม่ ทำงานวิจัยที่ เอซี นีลเส็นฯ บริษัทวิจัยยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ ที่จะจดและจำไปจนตาย ฉันได้ทำในส่วน วิจัยภาคสนามตามบ้าน ที่คิดว่าง่าย ไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย ทุกอย่างมีมาตรฐาน และต้องเป็นไปตามกฎของการสุ่มตัวอย่าง ไม่ใช่ไปถามใครต่อใคร บ้านไหนก็ได้ เจอบ้านที่ดีก็ดีไป เจอบ้านที่ไม่ให้ความร่วมมือ ก็โชคร้าย

วันที่เลวร้ายสุด คงเป็นวันที่ฝนตก แล้วต้องเดินลุยน้ำท่วมเข้าไปในหมู่บ้านหนึ่ง แต่ไม่มี "บ้านตัวอย่าง" หลังไหนเลยที่ยอมตอบแบบสอบถาม โดนไล่เหมือนหมูแมวจากผู้ใหญ่ใจร้ายทั้งหลาย อย่าต้องมาเดินตากแดด ตากฝนสอบถามทำวิจัยแลกเงินอย่างฉันบ้างก็แล้วไป

ช่วงเวลาเปลี่ยนแปลงของฉันมาเยือนอีก ตอนเรียนจบปวส. ฉันต้องเลือกว่า ฉันจะทำงานต่อไป หรือว่า เรียนให้ได้ "ปริญญาตรี" เพื่ออนาคตที่ดีขึ้น บังเอิญว่า มีเพื่อนแนะนำให้ไปทำงานที่บริษัทที่ขายรถ และอะไหล่ของ "สยามคูโบต้า" อยู่แถวๆ บ้านหม้อ วังบูรพา ฉันเลยไปทำงานพาร์ทไทม์ เก็บข้อมูลเข้าระบบคอมพิวเตอร์ ช่วงระหว่างรอสอบเรียนต่อปริญญาตรี คิดว่า ถ้าสอบติด ก็เรียนต่อ ถ้าสอบไม่ติด คงทำงานที่นี่ต่อ...

แต่คนเรา ถ้าทำดี ผลดีย่อมตอบสนองมา ให้ชีวิตฉันดีกว่าที่เป็นอยู่ ฉันเลยสอบติดหลักสูตร ต่อเนื่องปริญญาตรีของสถาบันการศึกษาชื่อดังย่านนางเลิ้ง เรียน 2 ปีได้ปริญญาตรีมาชูตาเป็นคนแรกของครอบครัว

แต่กว่าจะผ่านบทเรียนช่วงชีวิต 2 ปีสุดท้ายของการเรียน ช่างยากหนักหนา เพราะว่า ค่าเทอมแพงกว่าเดิมหลายเท่าตัว เรียนหนักกว่าเดิมอีกหลายเท่า ฉันต้องหางานทำใหม่อีกครั้ง รอบนี้ เดินหาตามห้าง ถามร้านอาหารในห้างเกือบทุกร้าน ว่ารับพนักงานนอกเวลาเรียนไหม จนได้เข้าไปทำที่ "ไดโดมอน" ร้านปิ้งย่างบุฟเฟ่ต์ที่เคยฮอตฮิตมากในช่วงที่ฉันไปทำ

และเป็นช่วงเวลาดีดีที่ฉันได้ประสบการณ์จากความอดทนเหลือหลาย ทั้งความร้อนจากเตา ความร้อนจากคนทำงานที่แทบจะแผดเผาเพื่อนร่วมงานให้มอดไหม้ ฉันต้องอดทน คำเดียวเท่านั้น ที่จะทำให้ ฉันมีเงินได้เรียนต่อ แต่ความอดทนคงมีจุดที่สิ้นสุด เพราะคนบางคน ไม่เหมาะที่เราจะทำงานด้วยเลย คนที่ทำงานเอาแต่อารมณ์ ฉันต้องรองรับอารมณ์บ้าๆ บอๆ ของคนเหล่านี้ไม่จบสิ้น

จนถึงวันที่ พนักงานประจำที่ทำหน้าที่เผาถ่านใส่เตาบางคน อยากเผื่อแผ่ความร้อนรุ่นจากเตามาให้ฉัน ด้วยการเข็นรถเก็บจานที่มีหม้อน้ำแกงเดือดพุ่งตรงมาที่ฉัน ถ้าหลบไม่ทัน คงได้เสียโฉมแบบเอาโทษใครไม่ได้แล้ว ยังไม่นับรวม การต้องเผชิญหน้า กับลูกค้า ร้อยคุณพ่อพันคุณแม่ที่เกินบรรยายอีก

"เราคงต้องหางานทำใหม่" เป็นอีกครั้งที่ต้องพูดแบบนี้ กี่งานแล้วไม่รู้ ที่หาจุดลงตัวไม่ได้เสียที แต่ยังต้องหาต่อไป ยังต้องอดทนต่อไป เพื่ออนาคตที่ดีกว่าที่เป็นอยู่

ช่วงปีสุดท้ายของการเรียน ใกล้จบ ใกล้ได้ปริญญาตามใจหวัง ใกล้ได้เกียรตินิยมอันดับ 2 สมความตั้งใจที่อดทนทั้งเรียน ทั้งทำงานไปพร้อมกัน ฉันก็ได้งานนอกเวลาใหม่ คราวนี้ ไปเจอของเย็น ใช่ ฉันไปขายไอศกรีมชื่อดัง ที่มีสโลแกนว่า "ความสุขไม่มีวันละลาย" ถือว่าเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุขมาก คงเป็นเพราะขายของเย็น จิตใจคนรอบข้าง และตัวฉันเลยเย็นไปด้วย

แต่เช่นเดิม ไม่มีคำว่า "เงินดี งานสบาย" แน่นอน เพราะงานที่นี่ก็หนักไม่แพ้ที่อื่น เดินเสิร์ฟไอติมจนเมื่อยขา ขายของพรีเมียมจนเมื่อยปาก ล้างถ้วยไอติมราคาแพง จนมือเปื่อย ทำความสะอาดร้านจนดึกดื่น เพราะสาขาที่ฉันทำ เป็นสาขาที่ทำรายได้เป็นอันดับ 2 จากทั่วประเทศ (ยุคที่ฉันทำนะ ปัจจุบันคงไม่ใช่แล้ว) ลูกค้าจึงเยอะมาก มากจนเบียดกินเวลาอันมีค่าสำหรับการเรียนส่วนหนึ่งไป และเป็นอีกครั้งที่ฉันต้องมีปัญหากับเพื่อนเรื่องรายงาน...

กว่าจะรอดช่วงปีสุดท้ายของการเรียน สาหัสเอาการ แต่ก็ยังผ่านมาได้ แม้ว่า จะต้องพลาดกับการได้เกียรตินิยมอันดับ 2 เพราะผลการเรียนที่หล่นลงจากงานพิเศษที่หนักขึ้น เสียใจอยู่บ้าง แต่ก็คิดว่า เรายังเรียนจบ เรายังหางานทำได้ เรายังทำให้ พ่อกับแม่ภูมิใจอย่างสุดซึ้ง ที่เรามีวันนี้ได้ด้วยตัวเอง จนแม่ ยังบอกเลยว่า ไม่คิดว่า ลูกจะได้ปริญญาในขณะที่เราต้องเผชิญหน้ากับมรสุมหนักเช่นนี้

และอย่างที่ฉันเคยยึดถือว่า คนเรา ถ้าทำความดี กับพ่อ กับแม่ ระลึกถึงบุญคุณท่านตลอดเวลาแล้วนั้น ผลบุญดีย่อมส่งตอบ ฉันได้งานทำทันทีที่เรียนจบ ถือว่าเป็นงานที่ค่อนข้างดี เป็นงานที่เปิดโอกาสดีดีให้กับชีวิตฉัน แล้วฉันก็รับหน้าที่ ภาระทุกอย่างภายในครอบครัวแทนพ่อกับแม่

เริ่มเจรจาหนี้สินที่ยืดเยื้อมานานแสนนานกับทางธนาคารแทนพ่อ แล้วต้องน้ำตาซึมทุกครั้งที่ได้รับรู้ว่า หนี้สินก้อนใหญ่โต ที่เราคงไม่มีปัญญาจ่าย ต้องแลกกับบ้านที่ไปจำนองไว้ เราอาจไม่มีบ้านอยู่ พนักงานแบงก์ไร้หัวใจ พูดได้เพียงว่า ก็ไปหางานใหม่ที่ได้เงินดีกว่านี้สิ จะได้มีเงินมาไถ่บ้านคืนได้ หรือไม่ก็ปล่อยบ้านทิ้งไป แล้วไปหาที่อยู่ใหม่ซะ

ถ้าฉันตัวคนเดียว ฉันคงไม่แคร์ แต่ฉันมีพ่อกับแม่ ที่ชราลงทุกวัน จะให้ท่านไปอยู่ไหน ไปอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย ท่านคงลำบาก ฉันเลยต้องสู้ เพื่อให้ได้บ้านกลับคืนมา

ฉันใช้เวลานานมากกับการต่อสู้อีกครั้ง ยืดเยื้อเพื่อให้เรามีเวลาหายใจ จนถึงวันนี้ ฉันได้รับหมายศาล ให้ชำระหนี้ ถ้าไม่ชำระตามเวลาที่กำหนด คงต้องยึดบ้านแล้ว แต่ฉันยังต้องต่อสู้เพื่อให้พ่อกับแม่ได้อยู่บ้านหลังนี้ต่อไป ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับความยากลำบากสักแค่ไหน เราคงต้องสู้กันต่อไป

จากวันที่ 2 ก.ค. 40 ผ่านความโหดร้ายมาตลอดเวลา 10 ปีเต็มแล้ว ถึงวันนี้ ฉันนึกขอบคุณ ละครฉากใหญ่ของพล.อ.ชวลิต กับการประกาศลดค่าเงินบาทในครั้งนั้น ครั้งที่ทำให้ ชีวิตของฉันเปลี่ยน เปลี่ยนไปมากมายเหลือเกิน

ถ้าไม่มีเหตุการณ์ในวันนั้น ชีวิตของฉันจะดำเนินไปเช่นไร ไม่อาจรู้ได้ แต่เดาได้เพียงว่า คงไม่ต่าง จากเด็กวัยรุ่นวัยเรียน รักเที่ยว รักเพื่อนทั่วไป ไม่มีชีวิตที่มีคุณค่า มีประสบการณ์ มีโอกาสดีดีมากมายได้เท่านี้วันนี้

บทเรียนราคาแพงจากวิกฤตต้มยำกุ้ง ฉันเรียนรู้ว่า บัตรเครดิต เงินกู้ หนี้ผ่อนชำระ อาชญกรอันร้ายกาจที่ฆ่าเราได้ เมื่อฟองสบู่แตก

คนเราต้องมีสติในการดำเนินชีวิตในทุกสภาวะ ไม่ว่าช่วงเวลานั้น จะดีแค่ไหน ต้องอย่าลืมว่า แล้วถ้ามันไม่ดี แล้วถ้ามันล้ม เราจะทำอย่างไร และเราต้องพร้อมจะปรับตัวในทุกสถานะที่เราต้องเผชิญ

"คนเราจะมีเงินทองเท่าไร ไม่สำคัญ เท่าการที่ เราได้อยู่อย่างไร้หนี้สิน ที่นับเป็นโชคอันล้ำค่าแล้ว" และนั่นเป็นประโยคที่ฉันท่องมันมาตลอด 10 ปีกับการอยู่หลังม่าน วิกฤตต้มยำกุ้ง

สุดท้าย คงพูดได้เพียงว่า ขอบคุณคุณพ่อมากคะที่สอนให้รู้จักชีวิตที่มีค่า และมีประสบการณ์อันมีค่าอย่างเช่นที่ผ่านมา หนูจะสู้แทนคุณพ่อเองคะ...




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
chaitham วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 07.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/erp
ChaiTham

ขออนุญาติฝากแสดงความคิดเห็นนะครับ
ภาระกิจทางประวัติศาสตร์ไทย ที่เยาวชนไทยยังต้อง เรียนรู้และแบกรับ
http://www.oknation.net/blog/change/2007/07/10/entry-1

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
peanut วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 09.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peanut
ธรรมาภิบาลคืองานของเรา

"คนเราจะมีเงินทองเท่าไร ไม่สำคัญ เท่าการที่ เราได้อยู่อย่างไร้หนี้สิน ที่นับเป็นโชคอันล้ำค่าแล้ว"

จริงครับ ที่สำคัญไร้หนี้สิน ไม่มีคดีรุมเร้า อีกทั้งมีสุขภาพกายและใจที่ดี มีชิวิตอยู่อย่างมีความสุข มีญาติมิตรเพื่อนฝุงคบหาจริงใจ เท่านี้พอแล้วครับ เอาไรมากกับชีวิต

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ยัยตัวหนอน วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 01.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bookclub
รวมพลคนรักหนังสือ บาย "ยัยตัวหนอน"

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์ และกำลังใจดีดีของทุกคนคะ จะเดินหน้าสู้ต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ สู้สู้

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
คนชื่อโหล วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 22.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nnoopp
"มันเป็นเช่นนั้นเอง"

เข้ามาอ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
กฤษณกมล วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 22.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/benz
.

ชีวิตมีขึ้นก็มีลง...และมีลงก็มีขึ้นเช่นกัน...สู้ สู้ต่อไปครับ ผมก็ได้รับผลกระทบไม่แตกต่างกันนัก ตอนนั้นเรียนมหาวิทยาลัยปี ๒ ชีวิตนักศึกษาก่อนวิกฤตก็เรียนๆ เล่นๆ เที่ยวไปวันๆ อยากซื้อเสื้อแพงๆก็ซื้อได้แบบไม่ต้องคิดมาก
จนค่ำวันที่ประกาศลอยตัวค่าเงินบาท เมื่อกลับถึงบ้าน แม่ก็ถามขึ้นมาว่า "รู้หรือเปล่า เขาประกาศลอยตัวค่าเงินบาทแล้ว?" หลังจากนั้นชีวิตผมก็เปลี่ยนไป ถึงขนาดขอแม่ค้าขายข้าวแกงที่มหาลัยให้ตักกับข้าวอย่างเดียวราดข้าวก็พอ แล้วคิดเงินผมแค่ ๑๐ บาทก็พอ...เพราะผมไม่ได้มีเงินติดตัวมากไปกว่านั้น
ขอบคุณที่แวะไปที่บล็อกนะครับ ยังไงถ้าว่างก็ขอเชิญฟังเพลงได้ที่
http://www.oknation.net/blog/benz/video/4415

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ในฝัน วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 21.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dream

มาเยี่ยมบ้านค่ะ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
Pure วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 20.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PureMoods
I'm Arch

ยิ้มสู้นะคะ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
olive วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 16.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tunderran

ขอบคุณค่า ที่ไปเยี่ยม

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
Sigree วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 13.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sigree
ขอกรุณาแห่งพระเจ้า อำนวยพรแด่ท่านทั้งหลาย

อย่าแชร์ประสบการณ์มากกว่าประกวดครับ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ยัยตัวหนอน วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 00.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bookclub
รวมพลคนรักหนังสือ บาย "ยัยตัวหนอน"

ส่งประกวดแน่นอนคะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
มะอึก วันที่ : 03/07/2007 เวลา : 22.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

วิธีการส่งเรื่อง :
ให้นำลิงก์เรื่องของท่านมาไว้ใส่ในบล็อกโครงการ "ชวนเขียนชีวิตหลังต้มยำกุ้ง"

รางวัล :
1. รางวัลชนะเลิศจำนวน 1 รางวัล ได้รับ ipod video 30 g จำนวน 1 เครื่อง
2. รางวัลที่ 2 และรางวัลที่ 3 (กำลังพิจารณาคัดเลือก)
3. ท่านที่ส่งเรื่องเข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับพ็อคเก็ตบุ๊คในเครือเนชั่นทุกท่าน
ผู้ดำเนินการ : ทีมงานโอเคเนชั่นสัมพันธ์
http://www.oknation.net/blog/talkwithOKNation/2007/07/02/entry-1

""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
ท่านก็ได้ไปเขียนคอมเมนต์ไว้แล้ว ให้เข้าไปยืนยันอีกครั้งว่าส่งเรื่องเข้าประกวด..ก็พอครับ


ความคิดเห็นที่ 15 (0)
BoBiz วันที่ : 03/07/2007 เวลา : 21.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/homebiz
ร่วมเปิดมุมมองเปลี่ยนความคิดเห็นในทุกประเด็นร้อนhttp://www.oknation.net/blog/homebiz : เรื่องบ้านบ้านที่อยากให้คุณรู้http://www.oknation.net/blog/bobizza  : เรื่องบิซบิซ ของคนบิดบิดhttp://www.oknation.net/blog/mylove : คลินิครักเปิดให้บริการ 24 ชม. 

บทเรียนราคาแพงจริงๆ คะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 03/07/2007 เวลา : 20.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

แวะเข้ามาอ่านข้อมูล ค่ะยายหนอน

ชื่อแปลกดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
มะอึก วันที่ : 03/07/2007 เวลา : 19.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ยัยตัวหนอน...
นำลิงค์ไปแปะประกวดไว้ด้วย...นะครับ

ความรู้สึกของเด็กมัธยมที่ได้รับผลกระทบเมื่อ 10 ปี ที่แล้ว
ต้องรับฟัง....

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
แม่น้องฯ วันที่ : 03/07/2007 เวลา : 18.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MAENONGDD
นักการเมืองยื่นปลา พระราชายื่นเบ็ด นักการเมืองแจกแท็บเล็ต กษัตริย์แนะเคล็ดวิชา นักการเมืองห่วงอำนาจ มหาราชห่วงประชานักการเมืองสร้างสัญญา องค์เจ้าฟ้าสร้างสรรธรรม นักการเมืองหาเรื่องกิน องค์ภูมินทร์หาเรื่องทำ นักการเมืองยุให้รำฯ ในหลวงย้ำให้ทำดี นักการเมืองมักแบ่งขั้ว องค์เหนือหัวไม่แบ่งสี นักการเมืองทำสี่ปี องค์ภูมีทำทุกวัน นักการเมืองชอบแบ่งเสียง พ่อพอเพียงชอบแบ่งปัน นักการเมืองคิดสั้นสั้น องค์ราชันย์นั้นคิดยาว(ขอบคุณผู้แต่งกลอนนี้)

โดนกระทบกันไปเกือบทั่วทุกครัวเรือนเลยนะคะ เป็นบทเรียนราคาแพงจริงๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
dreamscape วันที่ : 03/07/2007 เวลา : 18.01 น.
www.wsrv.net/ro/pum



ความคิดเห็นที่ 10 (0)
kamolnum วันที่ : 03/07/2007 เวลา : 17.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kamolnum

ตัวหนอน มีของมาฝากจากเสียมเรียบ
ไปดูกันหน่อย ช้าอาจหมดสิทธิ์นะ
http://www.oknation.net/blog/kamolnum/2007/07/03/entry-1

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
dreamscape วันที่ : 03/07/2007 เวลา : 17.19 น.
www.wsrv.net/rc/pum


เรื่อย ๆ เฉื่อยแฉะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
phanasGook วันที่ : 03/07/2007 เวลา : 17.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phanasGook
สะกด...คำพูดดีๆไม่มีไว้ขาย

วิกฤตเศรษฐกิจ ผู้ล่วงรู้ก่อนประกาศลดเงินบาท มี โภคิน พลกุล ทนง พิทยะ ทักษิณ ชินวัตร พลเอกชวลิต เป็นอย่างไรคงน่าจะรู้กันนะครับ

นับว่าเป็นฝันร้ายเอามาก วิกฤติครั้งนั้น ตอนนั้นผมเพิ่งเรียน ป.6 ยังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไร แต่พอรู้ว่าเป็นอย่างไร กับสภาพวัยเด็กในขณะนั้นที่ประสบ ทั้งการเห็นร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ แทบขายไม่ออก คนไม่เข้าร้าน โรงเรียนประกาศหยุดทำเสื้อกีฬาสี แต่ให้หาเสื้ออะไรก็ได้ที่สีเดียวกันมาใส่

วันๆ ไม่ทำอะไรนั่งดูจอทีวีอย่างเดียว ว่า ค่าเงินบาทวันนี้เป็นไง

สิ่งที่คุณยัยตัวหนอน เขียนนั้นนับว่าเป็นสิ่งที่ทำให้คนหลายคนได้เรียนรู้ว่า ความลำบาก แต่ละครั้ง ถ้าเราไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ความวิกฤตที่เกิดก็จะคลายลงได้

ปรัชญา พอเพียง จึงสำคัญ ยิ่ง ผมไม่รู้จริงๆว่า ถ้าไม่มี ฟองสบู่แตกปี40 คนไทยจะรู้จักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง มากน้อยแค่ไหน

พอเพียง ความรู้คู่คุณธรรม ยึดทางสายกลาง พอประมาณ และมีเหตุผล

ผมชื่นชมความขยันในช่วงพิษปี40 ของคุณจริงๆครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ยัยตัวหนอน วันที่ : 03/07/2007 เวลา : 16.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bookclub
รวมพลคนรักหนังสือ บาย "ยัยตัวหนอน"

อีกเรื่องหนึ่งที่ลืมโพสต์ไว้คะ ให้ตรงกับคอนเซ็ปต์ของบล็อกสักเล็กน้อย

หนังสือที่เกี่ยวกับ วิกฤตเงินบาทลอยตัว มีเยอะมากคะ เล่มที่ฮือฮากันมากเมื่อ 1-2 ปีที่แล้ว (ถ้าจำไม่ผิดนะคะ) คือ เล่มที่เขียนโดยคุณปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เรื่อง "เปิดบันทึกลับ 2540" ที่พูดถึง สาเหตุที่แท้จริงของการลอยตัวค่าเงินบาท ความเกี่ยวข้องมากน้อยกับพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ

ต้องยอมรับว่า ยุคนั้น คุณชวลิต กลายเป็นอาชญกรทางเศรษฐกิจที่ร้ายกาจ ที่ถูกกล่าวโทษว่าเป็นผู้ทำลายล้างเศรษฐกิจ ผู้ทำเศรษฐกิจพังในปี 40 หนังสือเล่มนี้ เลยพยายามชี้ให้เห็นว่า ไม่ใช่สิ่งที่มีจุดเกิดจากยุครัฐบาลพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธเพียงลำพัง แต่สืบเนื่องมาจากหลายยุคหลายสมัย

ตัวหนอนเคยอ่านผ่านๆ เหมือนกันคะ คงต้องให้ผู้ที่เคยอ่านแล้วจริงๆ บอกว่า ใจความสำคัญของความลับที่กล่าวถึง คือ เรื่องใด และเห็นด้วยหรือไม่ ที่คุณชวลิต ถูกกล่าวโทษอย่างเกินจริง

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
kamolnum วันที่ : 03/07/2007 เวลา : 16.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kamolnum

อ่านจบแล้ว รู้สึกตื้อๆน่ะ ที่ว่าตื้อๆ เป็นเพราะ อารมณ์หลายๆอย่างมันประทุออกมาพร้อมกัน ผสมปนเป มันมีทั้ง เศร้าใจ แค้นใจ และดีใจ

เศร้าใจ เพราะ เป็นเพราะความบัดซบ(วันนี้ขอหยาบนิดนะ) ความโง่เขลา ความไร้แ่ก่นสาร ของบรรดาเหล่าผู้มีหน้าที่ มีตำแหน่งที่สามารถกุมชะตาบ้านเมือง ปล่อยให้เกิดเหตุการ์ณแบบนี้ ทำให้คนไทยจำนวนมหาศาล ประสพเคราะห์กรรม บ้านแตกสาแหรกขาด(อย่างของคุณ) บางคนก็ต้องอำลาโลกนี้ไป จะมีสักกี่เปอร์เซนต์ ที่เวลาผ่านไปสิบปี แล้วลืมตาอ้าปากได้ ของคุณยัยตัวหนอน ก็เพิ่งโผล่ออกมาได้แค่ครึ่งตัวเอง ยังคงต้องสู้กันต่อไป


แค้นใจ ที่ในขณะคนหมู่มากยังทนทุกข์ทรมาณ มีอยู่ไม่กี่ตัว ที่ไ้ด้รับผลประโยชน์กับงานนี้โดยตรง ได้เป็นรากฐานของระบบอันเลวร้าย ต่อมาอีกเกือบสิบปีเช่นกัน สร้างความร่ำรวยอย่างไม่สิ้นสุด และก่อให้เกิดบรรยากาศจัญไรแบบนี้ขึ้นมาในบ้านเมือง ขอสาบแช่งให้พวกมันเป็นสัมพเวสีไปอย่างถาวร


ดีใจ ที่ได้เจอผู้หญิงแกร่งอีกคน ยิ่งกว่าเพชรเลยแหล่ะ ผมเองถ้าโดนแบบนี้ คงจะเสียคนไปซะแล้ว คุณยังกัดฟันสู้ จนได้รับปริญญา จนได้งานที่ดี ยอดเยี่ยมมากครับ ผมก็เลยมองออก ในอนาคตข้างหน้า ที่คุณกำลังต่อสู้เพื่อให้ได้บ้าน มันจะลงเอยยังไง ผมว่าคุณทำได้ เอาชนะมันได้แน่นอน

ขอเป็นกำลังใจให้


เขียนได้ดีเหมือนเดิม ลื่นไหล ลำดับเหตุการ์ณได้ดี ยังงี้ ส่งเข้าสนามแข่งขันได้สบายมาก

ติงนิดเดียวนะ บอกชื่อร้านไปโต้งๆเลย มันดูแรงไปนิด ผมว่าใช้คำอ้อมๆ คนก็เข้าใจ นึกออกว่าเป็นร้านอะไร เช่นร้านสะดวกซื้อที่มีสาขามากที่สุด อันนี้ก็รู้แล้ว

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ยัยตัวหนอน วันที่ : 03/07/2007 เวลา : 16.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bookclub
รวมพลคนรักหนังสือ บาย "ยัยตัวหนอน"

คุณ kamolnum : ขอบคุณมากคะ ที่เข้ามาเมนท์เป็นรายแรก

คุณปุ๊บปั๊ป : อะไร แน่นปึกเอ๋ย เจ้าของบล็อกหรือข้อความในบล็อกคะ อิอิ

คุณมิตรภาพงดงามเสมอ : คิดเหมือนกันเลยคะว่า ผ่านไป 10 ปี เร็วเหมือนกัน เมื่อกี้ยังคุยกับพ่ออยู่เลยว่า ผ่านไปเร็วเหมือนกันนะพ่อ แวบเดียว ก็ 10 ปีแล้ว

คุณ Chaiyon : ประสบการณ์สอนให้แข็งแกร่ง และแข็งแรงจริงๆ คะ แต่บางครั้ง กายเราอาจไม่แกร่งได้เท่าใจ หรือใจเราอาจห่อเหี่ยวไปพร้อมกับประสบการณ์อันมากล้น ยังไงก็ต้องต่อสู้กันต่อไป ทุกอย่างอยู่ที่ใจคะ ถ้าใจเราแข็งแรงพอ ไม่ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับเรื่องใดก็ตาม เราจะผ่านมันไปได้ด้วยดีคะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Chaiyon วันที่ : 03/07/2007 เวลา : 16.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Akemongkol

ประสพการณ์สอนให้เราเกร่งครับ แต่บางครั้งความเกร่งก็เกินที่จะกล้า...ที่จะทำอะไรต่อไป อาจจะเป็นเพราะวัย สุขภาพ และอนาคต เศรษฐกิจ การเมือง ที่ไม่แน่นอน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มิตรภาพงดงามเสมอ วันที่ : 03/07/2007 เวลา : 15.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jenny

กับเหตุการณ์ครั้งนั้น สิบปีเร็วจังค่ะ ...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปุ๊บปั๊ป วันที่ : 03/07/2007 เวลา : 15.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/champions

อือ.............แน่นปึก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
kamolnum วันที่ : 03/07/2007 เวลา : 15.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kamolnum

มาลงชื่อไว้ก่อน อ่านไปได้ครึ่งเดียว พอดีมีงาน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]