*/
  • บุญล้ำลำตะคอง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : boonlumthai@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-03-21
  • จำนวนเรื่อง : 46
  • จำนวนผู้ชม : 23894
  • จำนวนผู้โหวต : 13
  • ส่ง msg :
  • โหวต 13 คน
วันอาทิตย์ ที่ 21 เมษายน 2562
Posted by บุญล้ำลำตะคอง , ผู้อ่าน : 208 , 15:53:02 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

รวมพลังฟื้นฟูคลองเปรมประชากร  คลองสายแรกที่ขุดในสมัยรัชกาลที่ 5 

 

 

             

                  ทหารร่วมเก็บขยะในคลองเปรมประชากร                สภาพบ้านเรือนปลูกสร้างล้ำคลอง

 

 

      รัฐบาลเดินหน้าฟื้นฟูคลองเปรมประชากรทั้งระบบ  จากกรุงเทพฯ-บางปะอิน  ใช้งบ 4,448  ล้านบาท  ตามแผนงานหลักระยะเร่งด่วนปี 2562-2565  โดยให้ กทม.-กรมโยธาฯ-กรมชลประทาน  สร้างเขื่อนระบายน้ำและขุดลอกคลอง     เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ  ป้องกันน้ำท่วม  บำบัดน้ำเสีย  รวมทั้งพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเชื่อมต่อรถ-ราง-เรือ-จักรยาน  ขณะที่ พอช.จัดทำแผนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตรองรับประชาชนที่รุกล้ำคลองเปรมฯ ตามโครงการบ้านมั่นคง  33 ชุมชน  6 หมู่บ้าน  รวม 6,386 ครัวเรือน

      จากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปี 2554  สาเหตุหนึ่งมาจากการระบายน้ำในคลองสายหลักในกรุงเทพฯ ไม่มีประสิทธิภาพ  เนื่องจากมีบ้านเรือนปลูกสร้างรุกล้ำลำคลองจำนวนมาก   ทำให้ลำคลองคับแคบ  ตื้นเขิน  รัฐบาล     พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  จึงแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ  มีพลเอกประวิตร  วงษ์สุวรรณ  เป็นประธาน  เริ่มดำเนินการในคลองลาดพร้าวเป็นแห่งแรกในปี 2559  โดยให้กรุงเทพมหานครรับผิดชอบก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม  ให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดทำแผนงานรองรับที่อยู่อาศัยของประชาชนที่สร้างบ้านเรือนรุกล้ำคลอง   ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการ

      ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา  คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบแผนงานการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ  ป้องกันน้ำท่วม  และบำบัดน้ำเสียในคลองเปรมประชากรทั้งระบบ  ความยาวทั้งหมด 50.8 กิโลเมตร  เนื่องจากคลองเปรมฯ เป็นลำคลองที่รับน้ำมาจากทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ  จากอยุธยา-ปทุมธานี-ลงมาถึงกรุงเทพฯ และไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและอ่าวไทย

 

 ‘เปรมประชากร’ คลองสายแรกที่ขุดในสมัย ร. 5

      คลองเปรมประชากรเป็นคลองสายแรกที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ 5  มีพระราชดำริให้ขุดขึ้นในปี พ.ศ.2413  เพื่อเป็นคลองลัดเชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าด้วยกัน  เริ่มจากคลองผดุงกรุงเกษมบริเวณหน้าวัดโสมนัสวิหาร  ไปทะลุแม่น้ำเจ้าพระยาที่ตำบลเกาะใหญ่   อ.บางปะอิน  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ระยะทางประมาณ  50.8 กิโลเมตร  มีความกว้างประมาณ 12 เมตร

      โดยมีพระราชประสงค์เพื่อย่นระยะทางระหว่างกรุงเทพฯ  กับกรุงเก่า (อยุธยา) เนื่องจากเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาเดิมเป็นทางน้ำอ้อมวกเวียนใช้เวลาเดินทางนาน   และเพื่อขยายพื้นที่การทำนาริมสองฝั่งคลอง   เพราะเดิมพื้นที่แถบนี้เป็นป่ารกเต็มไปด้วยโขลงช้างป่า ไม่มีใครไปบุกเบิกถากถาง  เพราะไม่มีคลองน้ำ  เมื่อขุดคลองขึ้นมาแล้ว  ประชาชนจะได้มีความสะดวกสบาย  ทั้งด้านการทำมาค้าขายและการสัญจรไปมา  จึงโปรดเกล้าฯ จ้างแรงงานจีนมาขุด  ใช้เวลาขุด 16 เดือน  ใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์  จำนวน  2,544 ชั่ง  2 ตำลึง (ประมาณ 203,520 บาท)  และพระราชทานนามว่า “คลองสวัสดิ์เปรมประชากร”

                                          

      ปัจจุบันคลองเปรมประชากรมีสภาพตื้นเขิน   น้ำในคลองมีสีดำ  เน่าเสีย  มีบ้านเรือนปลูกสร้างรุกล้ำลำคลองจำนวนมาก  ส่งผลให้เป็นอุปสรรคในการระบายน้ำ  อีกทั้งยังมีการทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลลงในคลอง  จากข้อมูลของกรุงเทพมหานคร  ระบุว่า  ปัจจุบันมีชุมชนที่รุกล้ำคลองเปรมฯ ซึ่งเป็นที่ดินราชพัสดุ  จำนวน  33 ชุมชน   อยู่ในเขตจตุจักร  หลักสี่  และดอนเมือง  และอีก  6 หมู่บ้านในเขต จ.ปทุมธานี  รวมทั้งหมด 6,386  ครัวเรือน 

 

ครม.เห็นชอบฟื้นฟูคลองเปรมฯ ทั้งระบบ  ใช้งบ 4,448  ล้านบาท

      หลังจากที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  ได้เดินหน้าจัดระเบียบและฟื้นฟูคลองลาดพร้าวไปแล้วตั้งแต่ปี 2559  ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมในคลองลาดพร้าว  ระยะทางทั้ง 2 ฝั่ง  ประมาณ 45  กิโลเมตร  จากพื้นที่ริมคลองในเขตวังทองหลางไปถึงประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้  เขตสายไหม  กรุงเทพฯดำเนินการโดย กทม.  รวมทั้งการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว จำนวน 50 ชุมชน  รวม  7,069  ครัวเรือน  ดำเนินการโดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) นั้น

     ล่าสุดในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา  ที่ประชุม ครม.ได้รับทราบแผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานระบบคลองและการพัฒนาชุมชนริมคลองเปรมประชากร  มีกำหนดแผนการดำเนินการ 9 ปี  (พ.ศ.2562-2570)  และเห็นชอบแผนงานการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ  ป้องกันน้ำท่วม  และบำบัดน้ำเสียคลองเปรมประชากรทั้งระบบ  โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานตามแผนงานหลักระยะเร่งด่วน  ปี 2562-2565  จำนวน 4 โครงการ  วงเงิน  4,448 ล้านบาท  ดังนี้

      1.กทม.ดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนจากถนนเทศบาลสงเคราะห์ – สุดเขต กทม. ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) แล้ว  ในวงเงิน 3,443 ล้านบาท โดยใช้จ่ายจาก เงินอุดหนุนรัฐบาลในสัดส่วนร้อยละ 50 เป็นเงิน 1,721.50 ล้านบาท และใช้เงินรายได้ของ กทม. สมทบร้อยละ 50 เป็นเงิน 1,721.50 ล้านบาท

      2.กรมโยธาธิการและผังเมืองดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนคลองเปรมประชากรจากคลองบ้านใหม่ – คลองรังสิตประยูรศักดิ์  วงเงิน 980 ล้านบาท  ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจและออกแบบการก่อสร้าง  ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม 2562

      3. กรมชลประทานดำเนินการขุดลอกคลองเปรมประชากรในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี  จากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ – คลองเชียงรากน้อย  ระยะทาง 15.3 กิโลเมตร   วงเงิน 16 ล้านบาท และขุดลอกคลองเปรมประชากรในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  จากคลองเชียงรากน้อย – สถานีสูบน้ำเปรมเหนือบางปะอิน  ระยะทาง 8.1 กิโลเมตร  วงเงิน 9 ล้านบาท ดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562

      ทั้งนี้การก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองเปรมฯ ตามแผนงานของ กทม.จะมีความยาวประมาณ  17 กิโลเมตร  เริ่มจากพื้นที่ริมคลองเปรมฯ เขตจตุจักร-หลักสี่-ดอนเมือง-ปทุมธานี  ขนาดความกว้างเท่ากับคลองลาดพร้าว  คือ 38 เมตร โดยจะเริ่มสร้างเขื่อนฯ นำร่องภายใน 1-2 เดือนนี้  เริ่มจากคลองบ้านใหม่ถึงสะพานข้ามคลองบริเวณหมู่บ้านแกรนดค์าแนล  ระยะทางตามแนวเขื่อนทั้งสองฝั่งรวม 460 เมตร  

 

เปิดแผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานระบบคลองและการพัฒนาชุมชนริมคลองเปรมฯ

      แผนแม่บทดังกล่าวมีวัตถุประสงค์   เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ทั้งชุมชนและเมือง  พัฒนาด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ   โดยการออกแบบวางผังพื้นที่ริมคลองให้องค์ประกอบต่างๆ  มีความสอดคล้องกัน  ได้แก่ การพัฒนาที่อยู่อาศัย   การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ  การจัดระบบสาธารณูปโภคและผังเมือง   การปรับปรุงภูมิทัศน์  การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจชุมชน   แผนพัฒนาจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ  ล้อ – ราง – เรือ – ทางจักรยาน   และแผนพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชุมชน   ฯลฯ

      ส่วนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชุมชนริมคลอง  จะต้องรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำคลองเปรมฯ และวางผังเพื่อจัดระเบียบที่อยู่อาศัยใหม่  โดยดำเนินการตามโครงการบ้านมั่นคงของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)เช่นเดียวกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยรองรับประชาชนในคลองลาดพร้าว  พร้อมระบบสาธารณูปโภคต่างๆ  เช่น  มีระบบการจัดการน้ำเสียในครัวเรือน  การจัดการขยะ  มีศูนย์เด็กเล็ก  ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ   ศูนย์ฝึกอาชีพ  ศูนย์การเรียนรู้  ลานกีฬา  ฯลฯ  เพื่อให้ประชาชนมีสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดี

      ทั้งนี้พื้นที่ที่ดำเนินการในคลองเปรมประชากร   จากคลองผดุงกรุงเกษม (กรุงเทพฯ) ถึงแม่น้ำเจ้าพระยา (อ.บางปะอิน  จ.พระนครศรีอยุธยา)  ความยาวทั้งหมด  50.8  กิโลเมตร   อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ  ความยาว 22.8 กิโลเมตร  ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี  ความยาว 20 กิโลเมตร   และพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา  ความยาว 8 กิโลเมตร  ระยะเวลาดำเนินการ 9 ปี  (พ.ศ. 2562 – 2570)

      อย่างไรก็ตาม  นอกจากการสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองเปรมฯ ดังกล่าวแล้ว  กรุงเทพมหานครยังมีโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองเปรมประชากร  จะดำเนินการในปีงบประมาณ 2562-2566 วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 10,000 ล้านบาท  เป็นการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ  เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำในพื้นที่เขตดอนเมือง  เขตหลักสี่  เขตบางเขน  เขตจตุจักร  ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 109 ตารางกิโลเมตร  เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่  รวมถึงยังช่วยรับน้ำฝนที่ระบายในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ข้างเคียง คือ  นนทบุรีและปทุมธานี และสามารถสูบน้ำกลับเพื่อเจือจางน้ำเสียในคลองเปรมประชากรได้อีกด้วย

                                            

 

                                                     ภาพร่างอุโมงค์ระบายน้ำคลองเปรมฯ

 

พอช.พร้อมสนับสนุนสร้างบ้านมั่นคง  6,386  ครัวเรือน

      นายไมตรี  อินทุสุต  ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ ‘พอช.’ กล่าวว่า  การพัฒนาคลองเปรมประชากรเป็นนโยบายของรัฐบาลเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ  เนื่องจากคลองเปรมฯ เป็นลำคลองสายหลักที่ช่วยระบายน้ำทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ  แต่ปัจจุบันมีการก่อสร้างบ้านเรือนกีดขวางทางเดินน้ำจำนวนมาก  ทำให้น้ำในคลองไหลไม่สะดวก  ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมและน้ำเน่าเสีย  รัฐบาลจึงมีแผนงานแก้ไขปัญหา   โดยการสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม  ขุดลอกคลองให้น้ำไหลได้สะดวก  และพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองให้มีความมั่นคง  บ้านเรือนมีความสวยงาม  ลำคลองมีความสะอาด  ลูกหลานก็จะได้มีสิ่งแวดล้อมที่ดี  เหมือนกับโครงการพัฒนาในคลองลาดพร้าวที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ  กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้

      นายธนัช  นฤพรพงศ์  ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง  พอช.  กล่าวว่า  ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา  พอช.และหน่วยงานต่างๆ  เช่น  กทม.  สำนักงานเขต  กรมธนารักษ์  กรมส่งเสริมสหกรณ์  ทหารและตำรวจ ฯลฯ  ได้จัดเวทีในพื้นที่ชุมชนริมคลองเปรมฯ  เพื่อชี้แจงสร้างความเข้าใจกับประชาชนเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคง  ซึ่งจากการลงพื้นที่ชี้แจงโครงการพบว่า  ชาวบ้านส่วนใหญ่มีความเข้าใจและต้องการเข้าร่วมโครงการ   เพราะชาวบ้านยังสามารถอยู่อาศัยในชุมชนเดิมได้   แต่จะต้องรื้อบ้านเพื่อปรับผังชุมชนใหม่   ทำให้ไม่เกิดผลกระทบเรื่องการเดินทางไปทำงานหรือไปโรงเรียนของลูกหลาน  

      ส่วนแผนงานการรองรับที่อยู่อาศัยของประชาชนริมคลองเปรมฯ นั้น  นายธนัชกล่าวว่า  มีชุมชนริมคลองเปรมฯ จำนวน  33 ชุมชน   อยู่ในเขตจตุจักร  หลักสี่  และดอนเมือง  และอีก  6 หมู่บ้านอยู่ในเขต จ.ปทุมธานี  รวมทั้งหมด 6,386  ครัวเรือน  ซึ่งชุมชนเหล่านี้สามารถอยู่อาศัยในที่ดินเดิมได้ทั้งหมด  แต่จะต้องรื้อบ้านออกจากพื้นที่ริมคลองและแนวก่อสร้างเขื่อนฯ  เพื่อปรับผังชุมชนแล้วก่อสร้างบ้านใหม่ทั้งหมด  เพื่อให้ทุกครอบครัวอยู่ในชุมชนเดิมได้  โดยได้รับสิทธิในที่ดินเท่ากันทุกครัวเรือน   เบื้องต้นขนาดบ้านและแบบบ้านจะมีทั้งบ้านชั้นเดียวและสองชั้น  ขนาด 4x7 และ 5x6 ตารางเมตร  ตามขนาดพื้นที่ของชุมชน 

 

                                      

                    บ้านและเขื่อนระบายน้ำในคลองลาดพร้าวสร้างเสร็จแล้วที่ชุมชนในเขตสายไหม

 

      “ส่วนงบประมาณที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จะสนับสนุนการก่อสร้างบ้านใหม่จะเหมือนกับที่ดำเนินการในชุมชนริมคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ  โดยแบ่งเป็น 1.การปรับปรุงสาธารณูปโภค  อุดหนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย  ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ  เป็นต้น  รวมครัวเรือนละ 147,000 บาท  2.งบสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย  วงเงินครัวเรือนละไม่เกิน 360,000 บาท  ผ่อนชำระ 15 ปี  อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4%”  นายธนัชแจงรายละเอียดการสนับสนุนของ พอช.

      ทั้งนี้ภายในเดือนเมษายนนี้ พอช.และกรมส่งเสริมสหกรณ์จะสนับสนุนให้ชุมชนที่ยังไม่มีการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์จัดตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้าน  และจดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถาน  เพื่อให้มีฐานะเป็นนิติบุคคลเพื่อบริหารโครงการ  รวมทั้งเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์  เปลี่ยนสถานะจากชุมชนบุกรุกที่ดินริมคลองเป็นเช่าที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย (ในอัตราผ่อนปรน 1.50-3 บาท/เดือน/ตารางวา  ระยะเวลาช่วงแรก 30 ปี) และคาดว่าชุมชนที่มีความพร้อมจะสามารถเริ่มรื้อย้ายและสร้างบ้านใหม่ภายในเดือนกันยายน-ตุลาคมนี้

      ส่วนความคืบหน้าโครงการบ้านมั่นคงในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ รวมทั้งหมด 50 ชุมชน  จำนวน  7,069  ครัวเรือน  ขณะนี้ พอช.สนับสนุนการก่อสร้างแล้ว  32 ชุมชน   สร้างบ้านเสร็จแล้ว  จำนวน  2,068  ครัวเรือน   ดำเนินการใน  8 เขตริมคลองฯ  คือ  วังทองหลาง  ห้วยขวาง  ลาดพร้าว  จตุจักร  บางเขน  หลักสี่  ดอนเมือง  และสายไหม

 

สช.ร่วมสานพลังพัฒนาคลองเปรมฯ

      นอกจากกรุงเทพมหานคร  กรมโยธาธิการและผังเมือง  กรมชลประทาน  และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จะเป็นหน่วยงานหลักในการฟื้นฟูคลองเปรมประชากรทั้งระบบแล้ว  สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนริมคลองเปรมฯ  โดยจะใช้ ‘ธรรมนูญสุขภาพชุมชน’ เป็นเครื่องมือในการสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของปัญหา   การกำหนดใจตนเอง  และร่วมเป็นผู้แก้ไขปัญหาด้วยตนเอง

      นพ.พลเดช ปิ่นประทีป  เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ   กล่าวว่า  สช. จะนำธรรมนูญสุขภาพชุมชนมาปรับประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาตามนโยบายของรัฐบาล  โครงการ ‘ธรรมนูญชุมชนคนคลองเปรม : คลองสะอาด ชุมชนน่าอยู่’  จึงเกิดขึ้นมา  โดยมีเป้าหมาย 3 ประการ  คือ  1.สานพลังประชาคมคนคลองเปรมฯ  ร่วมกันฟื้นฟู-พัฒนาชุมชน สิ่งแวดล้อม  และระบบนิเวศน์อย่างยั่งยืน   เพื่อทูลเกล้าถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่10  

      2.สร้างเจตนารมณ์ร่วมของประชาคมคนคลองเปรมฯ 13 เครือข่าย  โดยกระบวนการขับเคลื่อนธรรมนูญชุมชนคนคลองเปรมฯ ว่าด้วยคลองสะอาด ชุมชนน่าอยู่  

      “และ 3. เนื่องจากการขุดคลองเปรมฯ ในสมัยรัชกาลที่ 5  ได้มีการปักหมุดหมายริมคลองเปรมฯ จากคลองผดุงกรุงเกษมถึงพระนครศรีอยุธยา  เพื่อบอกระยะทางทุกๆ 100  เส้น  หรือ 4 กิโลเมตร  รวม  13  หลัก   แต่ปัจจุบันหลักหมุดทั้งหมดได้หายไป  เหลือเพียงแต่ชื่อ  เช่น  หลักสี่  หลักหก  ดังนั้น สช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันค้นหาจุดที่ตั้งดั้งเดิม   และสร้างสรรค์หลักหมุดหมายขึ้นมาใหม่  จนครบทั้ง13 หลัก  เพื่อฟื้นประวัติศาสตร์ท้องถิ่น  สร้างจุดท่องเที่ยวชุมชนเชิงประวัติศาสตร์และภูมินิเวศน์ต่อไป”  นพ.พลเดชกล่าว

      นี่คือการรวมพลังของหลายหน่วยงานและชาวชุมชนคนริมคลองเปรมประชากรตลอดทั้งสายคลอง  เพื่อร่วมกันฟื้นฟูคลองสายประวัติศาสตร์ให้กลับมาสะอาด  สวยสดใส  ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ  พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดีขึ้น   รวมทั้งสร้างโครงข่ายคมนาคมรถ-ราง-เรือ  และจักรยาน   เพื่อเป็นเส้นทางเชื่อมต่อและเป็นทางเลือกในการเดินทาง-ท่องเที่ยว

      สมดังกับพระราชหฤทัยของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ที่ทรงบันทึกว่า  “จะให้ราษฎรได้ความเย็นใจ  ราษฎรชายหญิง  ทั้งคฤหัฐ  บรรพชิต  ลูกค้าวานิชและต่างภาษา  ค้าขายขึ้นล่องคลองนี้โดยสะดวกทุกท่าน”

                                                                                

9 ขั้นตอนสร้างบ้านมั่นคงริมคลอง  สร้างอนาคตใหม่ให้ลูกหลาน

                                                               

      โครงการบ้านมั่นคงของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ ‘พอช.’  เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2546  ปัจจุบันดำเนินการไปแล้วทั้งในเมืองและชนบททั่วประเทศ  รวม  328  เมือง  72 จังหวัด  ทำให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงจำนวน  106,901  ครัวเรือน  (ตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี พ.ศ.2560-2579 ของ พอช. มีเป้าหมายทั้งหมดประมาณ 1 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ)

      ส่วนโครงการบ้านมั่นคงริมคลองที่กำลังดำเนินการในคลองลาดพร้าวและกำลังจะเริ่มในคลองเปรมประชากร          มีกระบวนการและขั้นตอนเหมือนกัน  โดยมีแนวทางการทำงานที่สำคัญ  คือ  ให้ประชาชนที่เดือดร้อนรวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหา  โดยการจัดตั้งสหกรณ์เคหสถานขึ้นมาบริหารโครงการ  ส่วน พอช.และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวจะมีบทบาทในการเป็นฝ่ายสนับสนุน  มีกระบวนการและขั้นตอนดังนี้ 

      1.สร้างความเข้าใจโครงการ  โดยการชี้แจงสร้างความเข้าใจกับชาวชุมชน  มีกรรมการชุมชน  เจ้าหน้าที่ พอช. เจ้าหน้าที่ชุดมวลชนสัมพันธ์  ทหาร  ตำรวจ  เจ้าหน้าที่เขต  กรมส่งเสริมสหกรณ์  กรมธนารักษ์  ฯลฯ  ร่วมกันจัดประชุมชี้แจงเป็นกลุ่ม  หรือใช้วิธีพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ

      2.ร่วมกันสำรวจข้อมูล  รับรองข้อมูล  พิจารณาสิทธิ  เพื่อให้ได้ข้อมูลครัวเรือน  ผู้อยู่อาศัย  ขนาดพื้นที่ของชุมชน  และความต้องการที่อยู่อาศัย  เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนการสร้างบ้านและออกแบบผังชุมชน  หลังจากนั้นจะมีการพิจารณาสิทธิและรับรองสิทธิ  เพื่อให้ชาวชุมชนได้ช่วยกันยืนยันว่า  เจ้าของบ้านหลังนี้มีตัวตนและอาศัยอยู่จริง  เพื่อไม่ให้มีการสวมสิทธิ์ 

      3.ตั้งกลุ่มออมทรัพย์-จดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถาน เพื่อให้ชาวชุมชนได้ร่วมกันออมเงินเพื่อเป็นกองทุนสำหรับก่อสร้างบ้าน  บางชุมชนกำหนดเงินออมขั้นต่ำ 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน  บางชุมชนอาจมากกว่า  เช่น 500 บาท  แล้วแต่ข้อตกลงของแต่ละชุมชน  หากครัวเรือนใดมีเงินออมมาก  ยอดเงินที่จะขอกู้จาก พอช.ก็จะลดน้อยลง  (พอช.กำหนดให้ครัวเรือนและชุมชนที่จะขอใช้สินเชื่อต้องมียอดเงินออมรวมไม่ต่ำกว่า 5 % ของยอดเงินกู้)  หลังจากนั้นจึงจดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถาน  เพื่อให้มีสถานะเป็นนิติบุคคล  และบริหารโครงการ

      4.จัดการเรื่องที่ดิน  โดยการรังวัดที่ดิน  ร่วมกันออกแบบผังชุมชน  ออกแบบบ้าน  โดยมีสถาปนิกและเจ้าหน้าที่ของ พอช.เป็นพี่เลี้ยง  เพื่อให้ได้แบบบ้านและผังชุมชนที่ตรงกับความต้องการของชุมชน   และทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์  คนที่เคยมีที่ดินและบ้านหลังใหญ่ (ปลูกสร้างในที่ดินราชพัสดุ)  จะต้องเสียสละให้คนที่รุกล้ำแนวคลองสามารถขึ้นมาอยู่บนฝั่งได้  โดยแบ่งแปลงที่ดินที่จะสร้างบ้านให้มีขนาดเท่ากัน  และ 1 ครอบครัวได้ 1 สิทธิ์  หรือตามข้อตกลงของชุมชน  เช่น  ครอบครัวที่มีผู้อยู่อาศัยเกิน 8 คน  จะได้รับสิทธิ์ขยายเพิ่ม 1 สิทธิ์

      5.เสนอโครงการและงบประมาณต่อ พอช. เมื่อผ่านกระบวนการและขั้นตอนต่างๆ ดังกล่าวแล้ว   ชุมชนจะต้องยื่นโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยในนามสหกรณ์เคหสถานมายัง พอช.เพื่อพิจารณาอนุมัติงบประมาณสนับสนุนและงบสินเชื่อ

      6.วางแผน  ขออนุญาตก่อสร้าง  และรื้อย้าย  ชุมชนจะร่วมกับเจ้าหน้าที่ พอช.  สถาปนิก  และวิศวกร  วางแผนการก่อสร้าง  แผนการรื้อย้าย  และจัดเตรียมเอกสารเพื่อขออนุญาตก่อสร้างบ้านจากกรมธนารักษ์และสำนักงานเขต

      7.ทำนิติกรรมสัญญา  และเบิกจ่ายงบประมาณ  เมื่อ พอช.อนุมัติโครงการแล้ว  ชุมชนจะต้องส่งตัวแทนในนามของสหกรณ์เคหสถานที่จดทะเบียนเอาไว้แล้ว  ไปทำนิติกรรมสัญญาเพื่อเบิกจ่ายงบประมาณก่อสร้างบ้านและชุมชนใหม่ 

      8.กระบวนการก่อสร้างบ้าน  เมื่อได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช.แล้ว  ชุมชนจะมีการคัดเลือกผู้รับเหมาเพื่อก่อสร้างบ้าน   และแบ่งหน้าที่กันทำงาน  เช่น  จัดทำบัญชี  ตรวจสอบการเงิน  ตรวจสอบวัสดุ  และตรวจสอบการดำเนินการก่อสร้าง  รวมทั้งประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำสาธารณูปโภค  เช่น  ไฟฟ้า  ประปา   ฯลฯ

      9.พัฒนาคุณภาพชีวิต  เมื่อก่อสร้างบ้านเสร็จแล้ว  ชุมชนจะร่วมกับ พอช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ  เช่น  เรื่องอาชีพ  มีการวางแผนการจัดตลาดนัด  ตลาดน้ำชุมชน  เรือโดยสารในคลอง  ส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ,  พัฒนาสิ่งแวดล้อม  เช่น  ปลูกต้นไม้  ปลูกผักสวนครัว  การขัดแยกขยะ  การบำบัดน้ำเสียในครัวเรือนก่อนปล่อยลงคลอง     จัดกิจกรรมเด็กและเยาวชน  พัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ  กลุ่มแม่บ้าน  ฯลฯ 

                                   

          ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ ริมคลองลาดพร้าว  เขตสายไหม สร้างบ้านและเขื่อนระบายน้ำเสร็จแล้ว

      ทั้งหมดนี้คือกระบวนการสร้างบ้านมั่นคงริมคลอง  “เป็นบ้านที่มากกว่าคำว่าบ้าน” เพราะชุมชนมีส่วนร่วมคิด  ร่วมทำ  ร่วมกันบริหารโครงการและพัฒนาชุมชนให้น่าอยู่  โดยมีหน่วยงานต่างๆ ร่วมให้การสนับสนุน  ทำให้ชาวชุมชนริมคลองและลูกหลานมีบ้านใหม่ที่มั่นคง  สวยงาม  มีสิ่งแวดล้อม  มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีอนาคตที่สดใส...!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน