*/
  • บุญล้ำลำตะคอง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : boonlumthai@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-03-21
  • จำนวนเรื่อง : 59
  • จำนวนผู้ชม : 26987
  • จำนวนผู้โหวต : 13
  • ส่ง msg :
  • โหวต 13 คน
วันเสาร์ ที่ 15 มิถุนายน 2562
Posted by บุญล้ำลำตะคอง , ผู้อ่าน : 302 , 17:17:31 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Chaoying โหวตเรื่องนี้

มาเรียมพะยูนน้อยแห่งเกาะลิบง                                                                                                                                                            ภาพสะท้อนพลังชุมชนร่วมอนุรักษ์ท้องทะเลไทย

 

                                                 

 

      เกาะลิบง  อ.กันตัง  จ.ตรัง  เป็นพื้นที่ที่มีพะยูนอาศัยอยู่มากที่สุดในน่านน้ำทะเลไทย  คือมีประมาณ 176-180 ตัว  เนื่องเพราะมีแหล่งหญ้าทะเลที่เป็นอาหารสำคัญของพะยูนอยู่ประมาณ 20,000 ไร่  ขณะที่จำนวนพะยูนที่มีอยู่ในเขตน่านน้ำไทยขณะนี้มีเหลืออยู่ประมาณ  200 ตัว  ดังนั้นท้องทะเลเกาะลิบงจึงถือเสมือนเป็น เมืองหลวงของพะยูน 

      แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าธรรมชาติได้ประทานแหล่งหญ้าให้แก่พะยูนแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น  แต่ยังมีพลังของชุมชนท้องถิ่น  โดยเฉพาะชาวประมงพื้นบ้านบนเกาะลิบงและพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้ร่วมกันปกป้องแหล่งหญ้าทะเล  ตลอดจนร่วมกันต่อสู้กับการทำประมงแบบล้างผลาญ  จนทำให้เกาะลิบงเป็น บ้านหลังสุดท้าย ของพะยูน

 

                                              

                                                     ภาพจาก trang-dugong.simdif.com

      พะยูนหรือ ดุหยง (ภาษามาลายูและท้องถิ่น) เป็นสัตว์ป่าสงวนคุ้มครองตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า  พ.ศ.2535  พะยูนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอาศัยอยู่ในทะเล  รูปร่างคล้ายปลาโลมาแต่อ้วนกว่าเล็กน้อย  ผิวหนังเรียบลื่นสีเทา แต่เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีแดงอิฐและมีด่างขาว ในอดีตประเทศไทยเคยมีฝูงพะยูนอยู่มากมายทั้งชายฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน  แต่ปัจจุบันมีจำนวนลดลงเนื่องมาจากถูกล่า  หรือเข้าไปติดในเครื่องมือประมง  และการทำลายแหล่งหญ้าทะเลที่เป็นอาหารสำคัญของพะยูน

      สุวิทย์  สารสิทธิ์   อาสาสมัครพิทักษ์ดุหยงเกาะลิบง  ชาวเกาะลิบง  เล่าว่า  พื้นที่บริเวณเกาะลิบงเป็นแหล่งหญ้าทะเลที่สมบูรณ์มีเนื้อที่กว่า 20,000 ไร่  จึงเป็นแหล่งอยู่อาศัยของฝูงพะยูน  ซึ่งเมื่อหลายสิบปีก่อนฝูงพะยูนมีจำนวนหลายร้อยตัว  แต่ได้รับผลกระทบจากการทำประมงแบบล้างผลาญ  โดยเฉพาะเรืออวนรุนและอวนลากที่ลักลอบเข้ามาทำประมงชายฝั่ง  ทำให้อวนเหล่านี้ลากเอาสัตว์เล็กสัตว์น้อยในท้องทะเล  รวมทั้งพะยูนติดอวนไปด้วย  นอกจากนี้ยังมีการล่าพะยูนโดยตรง  จึงทำให้ฝูงพะยูนลดน้อยลง 

“      ชาวประมงพื้นบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเรืออวนราก  อวนรุน  ที่เข้ามาลักลอบจับปลาในเกาะลิบง  รวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียงในจังหวัดตรัง  เช่น  สิเกา  ประเหลียน  ฯลฯ จึงรวมตัวกันเป็นเครือข่ายประมงพื้นบ้านจังหวัดตรังเพื่อปกป้องท้องทะเล  มีการร้องเรียนให้หน่วยงานที่รับผิดชอบมาจัดการกับเรือประมงที่ทำผิดกฎหมาย  รวมทั้งชาวประมงได้รวมตัวกันประท้วงด้วยการปิดอ่าว  จัดทำแนวทุ่นทะเล  และเฝ้าระวังไม่ให้เรือประมงทำลายล้างเข้ามา   ปัญหาจึงค่อยๆ ทุเลาลง  ท้องทะเลจึงค่อยๆ ฟื้นตัว”  สุวิทย์เล่าถึงบทบาทของชาวประมงพื้นบ้านแบบย่อๆ

            

                                                        สุวิทย์  สารสิทธิ์  ช่วยป้อนนมมาเรียม

      ส่วน มาเรียม พะยูนน้อยที่พลัดหลงกับแม่และหลายฝ่ายกำลังช่วยกันดูแลนั้น  สุวิทย์บอกว่า  มาเรียมเป็นพะยูนเพศเมีย  ตั้งชื่อตามภาษาอิสลาม (ชาวบ้านส่วนใหญ่บนเกาะลิบงเป็นมุสลิม) ที่ชอบเรียกชื่อเด็กหญิงที่น่ารักน่าชังว่า 'มาเรียม'  มาเรียมอายุประมาณ 6 เดือน  พลัดหลงกับแม่ที่บริเวณชายหาดธารานพรัตน์  จังหวัดกระบี่  เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา  เจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ  สัตว์ป่า  และพันธุ์พืช  จึงนำมาเรียมมาปล่อยที่เกาะลิบง  เพราะเป็นแหล่งอยู่อาศัยแห่งใหญ่ของพะยูน  มีหญ้าทะเลอุดมสมบูรณ์  แต่ด้วยมาเรียมยังเป็นพะยูนวัยอ่อน  ต้องกินนมจากแม่  เมื่อปล่อยไปแล้ว  มาเรียมจะว่ายกลับเข้าชายฝั่งและมาเกยตื้น  เพราะไม่มีแม่พะยูนคอยดูแลและให้นม  จนมีชาวบ้านไปพบ  จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเกาะลิบงให้มาดูแล  หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ที่เชี่ยวชาญด้านสัตว์น้ำจึงเข้าช่วยดูแล  โดยการป้อนนมแพะผสมวิตามินเพื่อให้มาเรียมแข็งแรง  ใช้ชีวิตอยู่ตามธรรมชาติได้

      “ตอนนี้เจ้าหน้าที่ต้องผลัดกันไปป้อนนมให้มาเรียมในช่วงกลางวัน  มาเรียมจะกินนมครั้งละประมาณ 100 ซีซี   วันหนึ่งจะกินประมาณ  2,000 ซีซี  และเจ้าหน้าที่จะพาไปหัดกินหญ้าทะเลด้วย  คิดว่าต้องใช้เวลาดูแลมาเรียมอีกประมาณ 6 เดือน  จนมีอายุได้ประมาณ 1 ปี  เพื่อให้มาเรียมแข็งแรง  และกลับไปใช้ชีวิตร่วมกับพะยูนตัวอื่นๆ ได้”  สุวิทย์ซึ่งเป็นอาสาสมัครที่ช่วยดูแลมาเรียมเล่าถึงภารกิจประจำวัน  และบอกว่าเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งสัตว์แพทย์จะผลัดเปลี่ยนกันไปป้อนนมให้มาเรียมทุกๆ 2 ชั่งโมง

      นอกจากภารกิจเฉพาะหน้าในการช่วยป้อนนมและหญ้าทะเลให้มาเรียมแล้ว  สุวิทย์ในฐานะผู้ริเริ่มก่อตั้ง 'กลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ดุหยงเกาะลิบ' เล่าว่ากลุ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2555 มีสมาชิกจำนวน 15 คน  ส่วนใหญ่เป็นเยาวชนลูกหลานชาวประมงบนเกาะลิบง      มีกิจกรรมต่างๆ ที่ทำร่วมกัน  เช่น  ดูแลสิ่งแวดล้อมบนเกาะ จัดอบรมให้ความรู้ด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า  ทรัพยากรป่าไม้  ป่าชายเลน  และเฝ้าระวังการทำประมงผิดกฎหมาย  ดูแลพะยูน  หากพบเห็นพะยูนหรือสัตว์น้ำอื่นๆ  เช่น เต่า  ปลาโลมา มาเกยตื้น   อาสาสมัครฯ ก็จะแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้มาช่วยเหลือหรือตรวจสอบ  ขณะเดียวกันอาสาสมัครฯ ก็จะให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแก่สัตว์น้ำที่พบเจอ  นอกจากนี้โรงเรียนในตำบลเกาะลิบงที่มีอยู่ 3 แห่ง  ต่างก็มีหลักสูตรท้องถิ่นให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติบนเกาะลิบง รวมถึงให้ความรู้เรื่องการอนุรักษ์พะยูนด้วย

      อีสมาแอน  เบ็ญสอาด  ประธานวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวและอนุรักษ์ทรัพยากรเกาะลิบง  อำเภอกันตัง  จังหวัดตรัง  กล่าวว่า  คนเกาะลิบงมีความผูกพันกับพะยูนเหมือนกับเป็นญาติที่ต้องดูแลกัน  และดูแลกันมานานหลายสิบปีแล้ว  เพราะพะยูนเหมือนกับเป็นสัญลักษณ์ของเกาะลิบง  หากชาวลิบงเห็นพะยูนมาเกยตื้นก็จะช่วยกันนำไปปล่อย  หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาดูแล

      “ถ้าไม่มีพะยูน  คนเกาะลิบงก็อยู่ไม่ได้   เพราะถ้าที่ไหนมีพะยูน  ท้องทะเลตรงนั้นก็จะแสดงถึงความอุดมสมสมบูรณ์  และคนเกาะลิบงส่วนใหญ่ก็หากินกับท้องทะเล  ทำประมงพื้นบ้าน  มีปลาอินทรีย์  มีหอยชักตีน  มีปลิงทะเล  เป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญ   สร้างอาชีพ  สร้างรายได้  และเป็นแหล่งอาหารของคนเกาะลิบง  พวกเราจึงต้องช่วยกันดูแลทรัพยากรต่างๆ  รวมทั้งแหล่งหญ้าทะเลที่เป็นอาหารของพะยูนและสัตว์น้ำวัยอ่อนต่างๆ  นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนด้วย  เพราะเมื่อมีพะยูนอยู่มาก  นักท่องเที่ยวก็อยากจะมาที่เกาะลิบง”  ประธานกลุ่มฯ หรือ บังแอน บอก  และว่า  กรณีของมาเรียมที่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครฯ กำลังช่วยกันดูแลนี้  ชาวประมงพื้นบ้านที่เกาะลิบงก็ให้การสนับสนุน  เช่น  จัดทำอาหารไปสนับสนุน  ให้ที่พัก  รวมทั้งจัดรถยนต์ไปรับส่งเจ้าหน้าที่  รวมทั้งประกาศแจ้งเตือนไม่ให้เรือประมงและเรือโดยสารแล่นผ่านบริเวณที่มาเรียมและพะยูนอยู่อาศัยเพื่อไม่ให้รบกวน  ซึ่งชาวเกาะลิบงต่างก็ให้ความร่วมมือด้วยดี

      นอกจากจะช่วยกันดูแลพะยูนและแหล่งหญ้าทะเลที่เกาะลิบงมานานหลายสิบปีโดยใช้เครื่องไม้เครื่องมือและกำลังคนเท่าที่มีอยู่แล้ว  เมื่อวันศุกร์ที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา  มีการเปิดตัว โครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ที่จังหวัดตรัง  ซึ่งถือเป็นข่าวดีที่ชาวชุมชนตำบลเกาะลิบงจะมีเครื่องมือที่ทันสมัยมาดูแลฝูงพะยูนนั่นก็คือ  การใช้อากาศยานไร้คนขับหรือ โดรน มาบินสำรวจ  เพื่อเฝ้าดูแลการทำประมงที่ผิดกฎหมาย เพื่อช่วยปกป้องแหล่งหญ้าทะเลและฝูงพะยูน  นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนด้วย

      โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวฯ เกาะลิบง  ได้รับการอนุมัติและสนับสนุนโครงการจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)   เพื่อใช้โดรนในการถ่ายภาพทางอากาศ จำนวน 1 เครื่อง  ในวงเงินงบประมาณ 300,000 บาทเศษ โดยชุมชนร่วมออกเงินสมทบ 150,000 บาท

      “เราจะใช้โดรนขึ้นบินตรวจพื้นที่จุดเสี่ยงที่อาจจะมีเรือประมงลักลอบเข้ามาเพื่อจับพะยูน  หรือมาขโมยตัดไม้บนเกาะเพื่อเอาไปขาย  นอกจากนี้ยังใช้โดรนบินถ่ายภาพฝูงพะยูนแล้วต่อสัญญาณภาพมาที่จอโปรเจคเตอร์เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ดู  ไม่ต้องนั่งเรือลงไปดูใกล้ๆ  เป็นการรบกวนพะยูน  และอาจทำให้พะยูนได้รับอันตราย  เพราะเมื่อก่อนเคยมีเรือสปีดโบ๊ตพานักท่องเที่ยวมาดูแล้วชนพะยูนท้องแก่ตาย”  ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ยกตัวอย่างการใช้ประโยชน์จากโดรนเพื่อปกป้องทรัพยากรและส่งเสริมการท่องเที่ยวบนเกาะลิบง

      นอกจากการเปิดตัวโครงการดังกล่าวแล้ว  ในวันเดียวกันนี้ (14  มิถุนายน)  มีการลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการส่งเสริม  สนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลแก่ชุมชน  ระหว่างสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล  โดย ดร.ณัฐพล  นิมมานพัชรินทร์  ผอ. depa  และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  โดยนายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  ผอ.พอช.  มีนายลือชัย  เจริญทรัพย์  ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง  และนายไมตรี  อินทุสุต  ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ  ร่วมแสดงความยินดีและเป็นสักขีพยานการลงนามในครั้งนี้

                                        

                           การลงนามความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิตัลเพื่อสนับสนุนชุมชน

 

      “ผมถือว่า  ปรากฏการณ์มาเรียมที่เกาะลิบงนี้  จะช่วยกระตุ้นให้สังคมสนใจและร่วมกันอนุรักษ์พะยูน  รวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ  ทั้งในทะเลและบนบก  เพราะหลังจากที่มีภาพข่าวมาเรียมออกทางสื่อต่างๆ  ทำให้มีนักท่องเที่ยว  และประชาชนในพื้นที่ต่างๆ  เข้ามาดูมาเรียมที่เกาะลิบงมากขึ้น  และหากเราไม่ช่วยกันปกป้องและอนุรักษ์พะยูนเอาไว้  พะยูนในท้องทะเลไทยก็อาจจะสูญพันธุ์ไป  นั่นหมายถึงคนที่หากินกับท้องทะเลก็จะต้องได้รับผลกระทบไปด้วย”  สุวิทย์  อาสาสมัครพิทักษ์ดุหยงเกาะลิบงกล่าวทิ้งท้าย

            

                เจ้าหน้าที่ช่วยกันดูแลพะยูนที่บริเวณอ่าวเขาบาตูปูเต๊ะ                               เกาะลิบง        

 

 

                                                                

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
บุญล้ำลำตะคอง วันที่ : 15/06/2019 เวลา : 18.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boonlum

เจ้าหน้าที่กำลังทำแนวทุ่นอยู่ครับ รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ เฝ้าดูแลมาเรียมตลอด 24 ชั่วโมง ประมาณ 30 คน ส่วนจุดที่เจ้าหน้าที่ประจำอยู่ก็ติดกับทะเล สามารถมองเห็นมาเรียมได้ในระยะใกล้ โดยเฉพาะในช่วงน้ำขึ้น มาเรียมจะว่ายวนเวียนอยู่ที่ชายหาด และไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องลงไปในทะเล ส่วนสื่อมวลชนก็จะถ่ายภาพอยู่บนฝั่ง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Chaoying วันที่ : 15/06/2019 เวลา : 17.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ไม่ทราบว่า ขณะนี้ ได้วางทุ่นหรือปักเขตจำกัดพื้นที่ให้มาเรียมหรือยัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกยตื้นอีกและกันไม่ให้คนที่ไม่หวังดีเข้าลักขโมยมาเรียม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน