*/
  • pakprak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2013-04-13
  • จำนวนเรื่อง : 23
  • จำนวนผู้ชม : 74494
  • จำนวนผู้โหวต : 22
  • ส่ง msg :
  • โหวต 22 คน
<< พฤษภาคม 2013 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 10 พฤษภาคม 2556
Posted by pakprak , ผู้อ่าน : 3658 , 11:22:22 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน rattiya โหวตเรื่องนี้

ในละครบุญผ่องตอนแรก ผู้เขียนบทคงจะพยายามชี้ให้เห็นว่าหมอเขียนผู้เป็นบิดาเป็นหมอที่ดี มีคุณธรรมขั้นสูง และถ่ายทอดพันธุกรรมนี้มายังลูก ประมาณว่า "ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น"  ขนาดสารวัตรให้ลูกน้องมาตามตัวพ่อคุณบุญผ่อง คุณพ่อก็ยังไม่เกรงกลัวอำนาจอิทธิพลใดๆ ไม่ไป!!!(เว๋ยเฮย)...ต้องตามคิว...

เราว่าเหตุการณ์นี้น่าจะใกล้เคียงกับความเป็นจริง เพราะภายหลังนายบุญผ่องถูกยิง โดยตำรวจไทยอันนี้ข้อมูลจริงจากอดีตเชลยฝรั่งผู้พานายบุญผ่องไปโรงพยาบาลถ้าจำไม่ผิดนะ ...เดาว่าน่าจะเป็นการขัดแย้งเล็กๆก่อนแล้วนำไปถึงเรื่องใหญ่เพราะตำรวจถือหางญี่ปุ่น

หลายคนที่ชมละครเรื่องนี้ชอบพ่อหมอเขียน หรือขุนสิริเวชชะพันธ์ มากเลย สงสัยชอบใจตรงได้กล้วยมาเป็นค่ารักษา...ฮึๆ

...เรื่อ่งนี้น่าจะเป็นที่มาของคำว่า..."ของกล้วยๆ"....ฮึๆๆๆ

แต่หมอสมัยก่อนเป็นอย่างนี้จริงๆ...เป็นคนดีก็ดีไปแต่ต้องไม่ไร้มนุษยธรรมด้วย...”หมออย่างฉั้นไม่เคยเลือกคนไข้...แม่ลำเจียกก็รู้ กุลีพวกนั้นมาหาฉันก่อน แล้วจะให้ขับไล้ไสส่งพวกเขาไปได้ยังไงงงงงง”

และคำว่า "ฉั้นรวยนะแม่ลำเจียก...ถึงฉั้นจะไม่รวยเงิน...แต่ฉั้นก็รวยมนุษยธรรม......" เอ๋!!!จะเอาคำอะไรมาแทนคำว่ามนุษยธรรมดีน้าาาาา...

จากนั้นบุญผ่องลูกคนโตกับพ่อหมอก็ยิ้มให้กันก็ประมาณพยักหน้างึกๆนั้นแหละ ฉะนั้นย่อมชี้ชัดว่าพ่อลูกคู่นี้มีอะไรเหมือนๆกัน ...แหง่ๆ แล้ว DNA นี้ก็ยังส่งผ่านมาที่ผณีในเวลาต่อมา...

 

"บุญผ่อง สิริเวชชะพันธ์ คหบดีแห่งร้าน"บุญผ่อง แอนด์ บราเดอร์ " นายกเทศมนตรี วัย 40 ปี แห่งจังหวัดกาญจนบุรี ผู้มีฐานะร่ำรวย รูปร่างสันทัด เคร่งขรึม เฉลียวฉลาด ตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ และใจบุญในแบบคนไทย.... "

“ครั้งแรกที่หมอเวรี่ติดต่อกับนายบุญผ่อง หมอเวรี่ระมัดระวังตัวมากๆๆ และพูดไม่มากนัก…ในช่วงเวลานั้นนายบุญผ่องเป็นชาวไทยที่ดูมีบุคลิกดีใส่เสื้อเชิตสีขาว ดูดีมากเกินกว่าที่จะคิดว่าเขาเป็นพ่อค้า”

"เขาตะโกนว่า “สงครามสิ้นสุดแล้วๆ... ...ผมเผยอเปลือกตาขึ้น สลัดความง่วงออกไป แล้วลุกขึ้นมองไปที่ที่มาของเสียงชาวไทยที่ดูหล่อดูดีสวมใส่เสื้อผ้ามีระดับ ด้วยลักษณะของเขา ผมเดาได้ว่าชายไทยผู้นี้ต้องเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่บางอย่าง... " อดีตเชลยคนหนึ่งเล่าเรื่องนายบุญผ่องป่าวประกาศการสิ้นสุดของสงครามบนทางรถไฟ

3 ท่อนสำคัญนี้จำได้ว่าแปลมาตรงๆ ใครสงสัย่ว่าเราโม้แปลผิดก็ต้องค้นหาเริ่มจากอาจารย์กรู "boonpong dead railway" เพราะทั้งโม้และแปลผิด(บ้าง) เราก็ทำอยู่อย่างสม่ำเสมอ..แฮะๆๆ

..ฉะนั้นอย่าเชื่อเรามาก "ฟังหูไว้หูอย่าดูเบา" แต่คุณบุญผ่องนิสัยอย่าเงี้ยชัวร์!!! ฮึๆๆ 

จากข้อมูลที่มีก็เห็นได้ชัดว่าคูณบุญผ่องแต่งตัวดีและชอบเสื้อสีขาว

"ถึงคราวใครอยากสักการะคุณบุญผ่องก็ต้องสีขาวเท่านั้น"... ท่อนนี้ไม่ควรพิจาณานำไปใช้โดยเด็ดขาด...

ป้าผณีก็เคยเล่าไว้ในสารคดี " ไม้หมอนสุดท้ายบนทางสายมรณะ " ในเรื่องนิสัยคุุณบุญผ่องว่า "อ้อ...คุณพ่อเหรอค่ะ เป็นคนดุนะ แต่ว่าเป็นเรื่องเป็นราวก็ถึงดุ ไม่ใช่อยู่ดีๆก็ดุตลอด ตรงไปตรงมา เป็นคนตรง คนเมืองกาญจน์รู้จักกันทุกคน ส่วนมากไม่ค่อยไปจุกจิกกะคนอื่น... "

แล้วเราก็เจอบ่อยมากเลย ซ้ำๆซากๆที่จะเจอข้อความจากเชลยหลังสงครามที่มักพูดว่า "บุญผ่องเป็นคนดี ซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา...บร่าๆๆ..." อะไรประมาณเนี้ยยยยย

ตัดมาที่ภาพของตลาดปากแพรกช่วงเช้า...จะเห็นภาพพระมาบิณฑบาตร

ความจริงในละครอยากจะสื่อว่า “ เช้าแล้วนะ..(เว๋ยเฮย)” แต่เราเอามาวิพากษ์เพราะภาพที่เสนอมา ทุกวันนี้ก็ยังเป็นแบบภาพในละครอยู่เลย เปลี่ยนก็เพียงเครื่องแต่งกาย พระมาบิณฑบาทแบบนี้ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว...

แหม่ๆ!!!ก็ชุมชนปากแพรกเล่นมีวัดเหนือวัดใต้ปิดหัวถนนท้ายถนนมาตั้งแต่โบราณกาล แถมแต่ก่อนยังติดริมทางแยกแห่งแม่น้ำสองสี อันเป็นที่มาาของคำว่า "ปากแพรก" ทำให้คนใจเย็นใจดี คนที่เราพบเห็นบนถนนสายนี้จึงเป็นคนที่น่าคบหาไง...

แต่ที่ปัจจุบันความใกล้แม่น้ำของปากแพรกหายไปก็เพราะเทศบาลไหนหรือใครไม่รู้ดันนนนนน(ทุรัง) ถมแม่น้ำให้เป็นถนน...ให้เป็นบ้านคน ภาพแม่น้ำใกล้ๆปากแพรกจึงหายไป...คนทำคงไม่รู้จักคำว่า "ประวัติศาสตร์"

พระที่มาตลาดปากแพรกนี่ก็ดีนะไม่มีเวียนเทียนเหมือนหลายๆที่ที่เราเคยเห็นมา เรียกว่ามาแล้วก็ไปลับไม่กลับมา ไม่ยืนจอดรอนานๆด้วยนะ

ที่พูดก็คือตลาดปากแพรกของเราก็ยังคงดำเนินวิถีชีวิตแบบเดิมๆเพียงแต่กระเถิบออกไปนิดเท่านั้นเอง แล้วทุกวันนี้ก็จะเริ่มย้อนยุคอีกแล้ว เริ่มขายกันตั้งแต่ท่าแพแยกบุญเลี้ยงทะลุไปจนถึงตลาดนู๊นนนนนนนนนนน

 

ตลาดสดปากแพรกไม่ต้องนับจาก 180 กว่าปีก่อนหรอก ดูแค่ตอนสงครามเทียบกับสมัยนี้ก็ยังเหมือนเดิม

เราไปถ่ายรูปมาตั้งแต่เช้ามืดยันสว่างหลายครั้งแล้ว กลิ่นอายของตลาดปากแพรกเดิมๆก็ยังคุกรุ่นอยู่...

 

บอกไปก็ไม่รู้หรอกต้องไปเดินสัมผัสเอา เพียงแต่อย่าให้เกินเจ็ดโมงหรือแปดโมงนี่หละ ตลาดจะวายซะก่อน...จะไม่ได้เห็นของดีจากธรรมชาติ...

 

ทีนี้เรื่องที่ดินที่ซื้อมาแล้วภายหลังกลายเป็นค่ายใหญ่เชลยริมน้ำ ดูเหมือนจะผูกเรื่องขึ้นมาให้กระชับหรือป่าวไม่รู้ แล้ววิสัยพ่อค้าจะไปค้าขายอะไรตามป่ารกทึบ "ขนาดตลาดปากแพรกยังมีเก้งกวางมาวิ่งเลย" ใครไม่รู้พูดไว้ในสารคดี " ไม้หมอนสุดท้ายบนเส้นทางสายมรณะ ” แล้วหากเป็นเขาช่องไก่หละ...อึยยยยย!!!

Ernest Gordon อดีตเชลยศึกเล่าเรื่องความน่ากลัวแห่งที่พักว่า “…เราเดินทางต่อไปจนถึงตำบลช่องไก่ รอบๆเป็นป่าดงดิบ ได้ยินเสียงสิงสาราสัตว์อยู่ทั่วไป เหล่าเชลยศึกเริ่มสร้างที่พักเป็นกระท่อมไม้ไผ่หลังยาว…” อ้างอิงจาก http://aryaforum.freeforums.org/speedo-t65.html (190556 แก้ไขข้อผิดพลาดมากๆ จากบันทึกของ Charls Threle และ Leo Rawlings  เป็น บันทึกของเชลยศึก Ernest Gordon จึงขออภัยท่านผู้อ่านก่อนหน้านี้ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย )

และมิโยชิพ่่อญี่ปุ่นของคุณผณีที่มีตัวตนจริงๆก็เป็นทหารญี่ปุ่นผู้คุมค่ายเชลยแห่งนี้...

George Holland พูดถึงที่มาของชื่อค่ายช่องไก่ว่า “ ...ค่ายช่องไก่ กาญจนบุรี ซึ่งเมื่อก่อนคนไทยเรียกว่า “เขาปูน” แต่ช่องไก่นี่เป็นชื่อของครอบครัวชาวสวนในตลาดที่ญี่ปุ่นมายึดพื้นที่เพื่อตั้งเป็นค่ายเชลย ” แต่ใครหละจะชือหรือนามสกุลช่องไก่...ฮึๆ...ฝาหรั่งมั่วป่าฟระ...หรือว่าฟังเสียงเพี้ยน!!! แล้วเรื่องจริงๆมันเป็นยังไงนะ...

ช่างเถาะ!!! เดี๋ยวละครจบ...หากกระแสแรง!!! คงมีใครสัมภาษณ์ป้าผณีเพิ่ม ไม่นานคงมีคำตอบ เพียงแค่อดใจรอเท่านั้นอะนะ...

แต่ที่แน่ๆ ค่ายที่เขาช่องไก่จะติดแม่น้ำแควนะ ไม่ใช่ติดเขาเหมือนชื่ออะนะ เขาช่องไก่ก็คือชื่อเดิมของเขาปูนอยู่ต่อไปอีกนิดนึงเห็นไกลๆลิบๆนู๊น ตรงนั้นจะมีช่องเขาขาดขนาดย่อมอยู่...ระเบิดภูเขาแล้วเอารางไปวาง ...

ทุกวันนี้เป็นทางรถไฟจริงๆให้รถไฟวิ่งผ่านจริงใครอยากเข้าใจสภาพช่องเขาขาดไทรโยค Hellfire Pass ก็มาดูได้ที่นี่บรรยากาศดีมีมูฟเม็นท์จริงๆ แต่หากไปดูพิพิธภัณฑ์ก็ต้องไปไทรโยคนะจ๊ะ

แหม่!!!...ท่อนนี้้ "คันปาก" ใกล้ๆเมืองกาญจน์มีดีตั้งแยะ...อยากจะกระแทกแดกดันภาครัฐกับททท.แทนวิญญาณวีรบุรุษเสียเหลือเกิน แต่ก็นะ..อะยกผลประโยชน์ให้จำเลยท่อนนึงละกัน...

แต่ตอนนี้ตอนแรกของบุญผ่องตรูยังวิพากษ์ไม่หมดเลยอะ...ทำไงดีฟระเนี้ยยยยยยยยยยย!!!

“ มันก็เป็นของมันอย่างงี้แหละ... ตอนแรกๆก็มีเรื่องราววิพากษ์มากเป็นธรรมดา พอตอนต่อๆไปคอยดูนะ...ประเดี๋ยวมันก็หมดมุข...ฮึๆๆ... ”

...

 

 

 

 

***

210556

เรียนท่านผู้อ่าน

ความจริงเป้าหมายในการทำบล๊อกของเราอยู่ที่การบอกเล่าเรื่องราวของชุมชนปากแพรก 180 กว่าปี เพราะหมั่นไส้ภาครัฐที่ไม่ค่อยทำอะไรจริงจังเกี่ยวกับปากแพรกซะที... เราก็มองหาบล็อกไทยดีๆที่เหมาะสมกับความรู้ของผู้อ่าน ก็มีที่นี่หละ มีให้ทำได้ 3 บล็อก ผนวกกับเราเห็นเรื่องจริงของคุณบุญผ่องน่าสนใจมาก เรื่องลับๆก็มีแต่เราลบออกซะ และเรื่องของคุณบุญผ่องก็เกี่ยวข้องกับชุมชนปากแพรกโดยตรง ละครบุญผ่องก็มาแล้วคงนำพาชุมชนปากแพรก กาญจนบุรีให้เป็นที่รู้จักโดยไม่ต้องพึ่งภาครัฐ และเพื่อบันทึกไว้เป็นข้อมูลอ้างอิง. 

ส่วนใครอยากรู้ว่าแปลมาจากไหน ก็ต้องถามอาจารย์กรูเกิ้ลในชื่อ boonpong dead railway ทีลอกภาษาไทยก็มี...

 

ที่นี่...เราใช้วิจารณญาณแบ่งเรื่องเป็นบล๊อกๆให้ชัดเจนดังนี้

http://www.oknation.net/blog/boonpong  บอกเล่าเรื่องราวจริงๆบุญผ่องในมุมมองของชาวต่างชาติอันนี้ส่วนใหญ่แปลและสรุปความเพื่อให้ได้อรรถรสโดยจะอยู่ใน ศิลปะวัฒนธรรม

http://www.oknation.net/blog/boonphong  วิพากษ์ละครบุญผ่องกับการอิงเรื่องจริงและเรื่องสงครามโลกครั้งที่สอง ในละครภาพยนต์

http://www.oknation.net/blog/pakprak  บอกเล่าเรื่องราวปากแพรกในท่องเที่ยว

แล้วก็จะเชื่อมโยงกันสู่ปากแพรกในภายหลัง...

 

ตอนนี้รู้จักหรือยัง.... " บุญผ่อง ณ ปากแพรก " อะ เราว่าหลายคนรู้แล้วนะ... นี่หละการตลาดโบราณ ณ ปากแพรก

บางคนก็ตั้งข้อสังเกตุว่า...เราเป็นคนของไทยพีบีเอสมาช่วยโปรโมทละครบุญผ่อง...

ใช่!!!...โปรโมทละครบุญผ่องอะใช่!!! มันเป็นเรื่องดีๆที่ทุกคนควรดู ... อย่างน้อยก็ชี้ให้ลูกหลานดูได้ว่านี่!!!คนทำความดีเค้าทำกันอย่างนี้นะ...และเราไม่ได้เป็นอะไรกับไทยพีบีเอสจ๊ะ

เรื่องราวของบุญผ่องอาจจะทำให้ปากแพรกกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง...น่าเสียดายไม่มีใครช่วยโปรโมท...แต่...เอาหูไปนาเอาตาไปไร่....เอายายไปตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ...ฮึๆๆ

อย่างคุณมะอึกเค้าก็เคยสงสัย!!! เผอิญเค้าไปเจอในบทความแรกๆที่เราระบายออกไปเค้าถึงเข้าใจ...อย่างพี่สุภาพสตรีรายหนึ่งในโอเคนี่แหละ อยู่อเมริกาก็คิดว่าเราเป็นลูกหลานคุณบุญผ่อง สุดท้ายพอรู้ที่มาที่ไป...ก็จะยกที่ดินให้..."ตั้งป้าย"...แฮะๆๆ

.. เค้าบอกว่า " ถ้าหากต้องการเขียนเป็นป้ายเล่าประวัติฯคุณบุญผ่อง สามารถไปตั้งได้ อยู่ทางด้านศาลเจ้าเเม่กวนอิมค่ะ " ให้เบอร์โทรคนที่นั่นมาเสร็จสรรพ ..ก็คิดอยู่...แล้วเราจะไปให้ใครทำหละ...

 

เราเอกชนทำคนดียวไม่เกี่่ยวกับใคร...เพียงแต่อยากกระชากคอคนภาครัฐออกมา !!!แล้วถามว่า .."ทำปากแพรกทิ้งไว้อย่างนี้ได้ไง??? ทำไมไม่ดูดำดูดี??? "..เฮอ!!! 

แล้วแบบนี้เราต้องโพสชี้แจงทุกหน้ามั้ยเนี่ย???แต่มันก็ได้การตลาดแบบโบราณด้วยนะ... เฮอ!!! เมื่อยงะ...อะน่านะ!!!เพื่อปากแพรก...


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
rattiya วันที่ : 10/05/2013 เวลา : 17.52 น.


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน