*/
  • pakprak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2013-04-13
  • จำนวนเรื่อง : 23
  • จำนวนผู้ชม : 74396
  • จำนวนผู้โหวต : 22
  • ส่ง msg :
  • โหวต 22 คน
<< พฤษภาคม 2013 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม 2556
Posted by pakprak , ผู้อ่าน : 2357 , 13:00:23 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตามท้องเรื่องในละคร มิโยชิ นายทหารผู้คุมกองเชลย พาเชลยเดินเท้าจากสถานีรถไฟบ้านโป่ง  แต่ความเป็นจริงก็คงไม่ใช่มิโยชิหรอกที่พาเชลยชุดหมอเวรี่มา

ก็นะ...นี่มันละคร จะให้บอกว่าหมอเวรี่มาก่อนถูกส่งมาจากสิงค์โปร ส่วนมิโยชิย้ายมาจากนู๊น จากนี่ จากนั้น คนดูสมัยนี้เปลี่ยนช่องทันที...เรื่องมันไม่กระชับแบบโอนามิ คนไทยไม่ชอบอะ...

แต่เรื่องจริงๆญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึก รวมทั้งกรรมกรแรงงานจากอินโดนีเซีย สิงคโปร์ และมลายู ที่ถูกบังคับเข้ามาในประเทศไทยด้วยรถไฟ ไม่ใช่ชาวผิวขาวอย่างเดียวนะจ็๊ะ... ก็รอนแรมบุกป่าฝ่าดงหรือป่าวไม่รู้หละเพราะอาจารย์วรวุธนักประวัติศาสตร์เมืองกาญจน์ท่านว่าสมัยนั้นบ้านโป่งเมืองกาญจน์มีรถสองคัน แสดงว่ามีถนนแล้ว ...

ที่บ้านโป่งนี่ค่ายญี่ปุ่นใหญ่เชียว ก็ค่ายที่มีคดีญีปุ่นตบหน้าเณรนั้นแหละ...เขาเล่าว่าธุรกิจต่อรถประกอบรถของบ้านโป่งก็เริ่มจากซากเหล็กของรถที่ญี่ปุ่นทิ้งไว้นี่หละและระหว่างเดินทางมากาญจนบุรี คงโหดกว่าที่เห็นในละครแยะ ทหารญี่ปุ่นสมัยนั้นถูกฝังหัวมาตั้งแต่เด็กว่าจักพรรดิ์คือเทพเจ้า ยังไงก็ไม่มีวันแพ้ และพวกเขาคือชาติผู้ยิ่งใหญ่อย่าลืมนะว่าสื่อสมัยนั้นน้อยมากปิดหูปิดตาได้ง่ายมาก

 ..อ้อ!!!เรื่องญี่ปุ่นตบหน้านี่อาจจะมีให้เห็นในหลายๆฉากหรืออาจจะไม่มีเลย  ในญี่ปุ่น คนญีปุ่นถือเป็นเรื่องตักเตือนธรรมด้าธรรมดามากๆและมาก แต่ถ้ามาตบตรูคนไทย...มันหยามกันซัดๆ!!!เอ็งต้องตาย...แฮะๆๆ

ถ้าจะบุกป่าก็เพื่อทำทางสร้างค่ายไปด้วยตามรายทางจากหนองปลาดุกบ้านโป่งนี่หละ มาถึงท่ามะขามก็อีก 55 กิโลเมตร  ขึ้นเขาลงห้วยข้ามวันข้ามคืน ก็คงวางค่ายเล็กๆไว้ตามทางอะนะ ส่วนน้ำคงหาไม่ยากเท่าอุปกรณ์ใส่น้ำ ถูกเขาจับมานี่นะจะมีอะไรมากได้ คงไม่มีกระติ๊กน้ำได้ทุกคนหรอก  

เป็นเชลยนะไม่มีอะไรดีหรอก...หิวอะไรก็ไม่ค่อยได้กิน เชลยนะจ๊ะไม่ใช่ ” จำเลยยย...รักกกกกกกกกก ” ถึงจะได้มีของกินดีๆ...

ทีนี้ฉากในละครตอนดึกที่มิโยชิบอกคนไทยว่า “ ไม่ต้องกลัว...คนไทยคนญี่ปุ่น เป็นพี่น้องกัน “

 อันนี้ตามประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นบุกไทยคุณหญิงพูนศุข ภรรยาท่านอาจารย์ปรีดี พนมยงค์เคยพูดไว้ว่า  “ เมื่อทหารญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกตามจุดต่าง ๆ ในประเทศ ความรู้สึกของฉันก็เหมือนกับคนไทย ๑๔ ล้านคนในขณะนั้น คือเศร้าสลดที่เอกราชของชาติไทยเราถูกย่ำยี โดยปรกติแล้วฉันกับนายปรีดีพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง เรื่องเสรีไทยนายปรีดีก็ไม่ได้ปกปิดฉัน เพราะปฏิบัติการของขบวนการเสรีไทยไม่ใช่เป็นเรื่องของคนใดคนหนึ่ง หากเป็นหน้าที่รับใช้ชาติของคนไทยทุกคน “

ญี่ปุ่นมาทำแบบนี้ความรู้สึกคนไทยไม่ใช่พี่น้องแล้ว แต่อาจจะเป็นเพราะมิโยชิเป็นคนดีที่คิดบวกก็ได้นะใครจะไปรู้

แล้วก็ตรงกับความรู้สึกที่คุณบุญผ่องเคยให้สัมภาษณ์ไว้กับบางกอกโพส ปี 1967 ว่า “... Most Thais hated the Japanese. They came ostensibly as guests, by agreement with the government, and behaved like callous masters,'' said Boonpong, a round-faced, soft spoken Thai of solid stature. “ After the occupation, the government was angry, too, and aroused Thais against the Japanese. I hated them; they were so hard and impolite. Most Thais see Europeans as polite and they were very disturbed to see them tortured by the Japanese. For this reason many tried to help the POWs. “

สรุปความได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่ชอบญี่ปุ่น มาแบบผู้มาเยือนจากการตกลงกับรัฐบาลมาทำตัวเป็นผู้ยิ่งใหญ่ใจดำ ตอนนั้นรัฐบาลก็โกรธ(ด้วยมั้ง) คนไทยก็ต่อต้านญี่ปุ่น  ผมก็เกลียดพวกเขา พวกเขาใช้ความรุนแรงและไม่สุภาพเอาเสียมากๆเชียว คนไทยเห็นคนชาติยุโรปสุภาพ คนไทยรู้สึกอึดอัดใจที่เห็นญี่ปุ่นทรมานเชลย ด้วยเหตุผลนี้แหละทำให้คนไทยพยายามช่วยเชลยศึก..

ต่อมาภาพในนละครก็ตัดกลับมาที่ถนนปากแพรก กาญจนบุรี ป้ายร้านบุญผ่องแอนด์บราเดอร์ แต่องค์ประกอบของบ้านกลับเป็นไม้ ทำไมไม่เป็นตึกหว่า หรือป้ายนี้ติดในบ้าน...อะน่าช่างเถาะไม่ใช่เรื่องสำคัญ

ตึกสิริโอสถหรือตึกบุญผ่องแอนด์บราเดอร์  3 ชั้น 3 ห้อง เป็นอาคาร 3 ชั้นหลังแรกของปากแพรก เป็นตึกแบบชิโนโปตุกิสซะด้วย  ส่วนภาพเรือนไม้ในครัวก็คงประมาณเป็นหลังตึกกระมัง แต่ตรงนั้นมันไม่มีคลองมีแม่น้ำนี่หว่า???...ว่าแต่ว่าชอบหน้าต่างไม้แบบนี้จัง ถนนปากแพรกหน้าต่างสวยๆแยะเลย ส่วนลูกกรงของบ้านไม่นี่จันทรบูรชิดซ้ายไปได้เลย

ทีนี้อีตอนผณีหลบลูกระเบิด (หม้อดินหล่น) คาดว่าด้วยความระแวงก็น่าจะจริงอยู่...เด็กมันฝังหัวกลัวมาจากกรุงเทพอะนะ!!! แต่ทำไมตอนอยู่ที่กรุงเทพนิ่งกว่านี้นี่หว่า!!!  ส่วนบทบาทแรกๆก็อวยกันไปก่อน ก็เชียร์ละครเรื่องนี้นี่หว่า...จะให้ไม่อวยได้อย่างไร…และใช้คำว่า “ หนีเสือปะจรเข้” ในตอนนี้ก็เป็นคำที่อยู่ในหัวเราเลยเชียวเนียววววว…

...

 

 

 

 

***

210556

เรียนท่านผู้อ่าน

ความจริงเป้าหมายในการทำบล๊อกของเราอยู่ที่การบอกเล่าเรื่องราวของชุมชนปากแพรก 180 กว่าปี เพราะหมั่นไส้ภาครัฐที่ไม่ค่อยทำอะไรจริงจังเกี่ยวกับปากแพรกซะที... เราก็มองหาบล็อกไทยดีๆที่เหมาะสมกับความรู้ของผู้อ่าน ก็มีที่นี่หละ มีให้ทำได้ 3 บล็อก ผนวกกับเราเห็นเรื่องจริงของคุณบุญผ่องน่าสนใจมาก เรื่องลับๆก็มีแต่เราลบออกซะ และเรื่องของคุณบุญผ่องก็เกี่ยวข้องกับชุมชนปากแพรกโดยตรง ละครบุญผ่องก็มาแล้วคงนำพาชุมชนปากแพรก กาญจนบุรีให้เป็นที่รู้จักโดยไม่ต้องพึ่งภาครัฐ และเพื่อบันทึกไว้เป็นข้อมูลอ้างอิง. 

ส่วนใครอยากรู้ว่าแปลมาจากไหน ก็ต้องถามอาจารย์กรูเกิ้ลในชื่อ boonpong dead railway ทีลอกภาษาไทยก็มี...

 

ที่นี่...เราใช้วิจารณญาณแบ่งเรื่องเป็นบล๊อกๆให้ชัดเจนดังนี้

http://www.oknation.net/blog/boonpong  บอกเล่าเรื่องราวจริงๆบุญผ่องในมุมมองของชาวต่างชาติอันนี้ส่วนใหญ่แปลและสรุปความเพื่อให้ได้อรรถรสโดยจะอยู่ใน ศิลปะวัฒนธรรม

http://www.oknation.net/blog/boonphong  วิพากษ์ละครบุญผ่องกับการอิงเรื่องจริงและเรื่องสงครามโลกครั้งที่สอง ในละครภาพยนต์

http://www.oknation.net/blog/pakprak  บอกเล่าเรื่องราวปากแพรกในท่องเที่ยว

แล้วก็จะเชื่อมโยงกันสู่ปากแพรกในภายหลัง...

 

ตอนนี้รู้จักหรือยัง.... " บุญผ่อง ณ ปากแพรก " อะ เราว่าหลายคนรู้แล้วนะ... นี่หละการตลาดโบราณ ณ ปากแพรก

บางคนก็ตั้งข้อสังเกตุว่า...เราเป็นคนของไทยพีบีเอสมาช่วยโปรโมทละครบุญผ่อง...

ใช่!!!...โปรโมทละครบุญผ่องอะใช่!!! มันเป็นเรื่องดีๆที่ทุกคนควรดู ... อย่างน้อยก็ชี้ให้ลูกหลานดูได้ว่านี่!!!คนทำความดีเค้าทำกันอย่างนี้นะ...และเราไม่ได้เป็นอะไรกับไทยพีบีเอสจ๊ะ

เรื่องราวของบุญผ่องอาจจะทำให้ปากแพรกกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง...น่าเสียดายไม่มีใครช่วยโปรโมท...แต่...เอาหูไปนาเอาตาไปไร่....เอายายไปตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ...ฮึๆๆ

อย่างคุณมะอึกเค้าก็เคยสงสัย!!! เผอิญเค้าไปเจอในบทความแรกๆที่เราระบายออกไปเค้าถึงเข้าใจ...อย่างพี่สุภาพสตรีรายหนึ่งในโอเคนี่แหละ อยู่อเมริกาก็คิดว่าเราเป็นลูกหลานคุณบุญผ่อง สุดท้ายพอรู้ที่มาที่ไป...ก็จะยกที่ดินให้..."ตั้งป้าย"...แฮะๆๆ

.. เค้าบอกว่า " ถ้าหากต้องการเขียนเป็นป้ายเล่าประวัติฯคุณบุญผ่อง สามารถไปตั้งได้ อยู่ทางด้านศาลเจ้าเเม่กวนอิมค่ะ " ให้เบอร์โทรคนที่นั่นมาเสร็จสรรพ ..ก็คิดอยู่...แล้วเราจะไปให้ใครทำหละ...

 

เราเอกชนทำคนดียวไม่เกี่่ยวกับใคร...เพียงแต่อยากกระชากคอคนภาครัฐออกมา !!!แล้วถามว่า .."ทำปากแพรกทิ้งไว้อย่างนี้ได้ไง??? ทำไมไม่ดูดำดูดี??? "..เฮอ!!! 

แล้วแบบนี้เราต้องโพสชี้แจงทุกหน้ามั้ยเนี่ย???แต่มันก็ได้การตลาดแบบโบราณด้วยนะ... เฮอ!!! เมื่อยงะ...อะน่านะ!!!เพื่อปากแพรก...


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
feng_shui วันที่ : 14/05/2013 เวลา : 13.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน