*/
  • pakprak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2013-04-13
  • จำนวนเรื่อง : 25
  • จำนวนผู้ชม : 91736
  • จำนวนผู้โหวต : 10
  • ส่ง msg :
  • โหวต 10 คน
<< พฤษภาคม 2013 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 24 พฤษภาคม 2556
Posted by pakprak , ผู้อ่าน : 3514 , 09:58:26 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ni_gul โหวตเรื่องนี้

หลายคนที่ไม่ได้ติดตามเรื่องจริงของนายบุญผ่อง สิริเวชชะพันธ์ คงจะสงสัยว่า นายบุญผ่องเป็นใครมาจากไหน แต่คนที่ติดตามมาโดยตลอดก็คงทราบดี ในที่นี้ขอชี้แจงแบบย่อๆว่า คุณบุญผ่องจบจากโรงเรียนสวนกุหลาบ มีความรู้ภาษาอังกฤษดีใช้ได้ ทำงานกรมรถไฟ 8 ปี จากนั้นก็เป็นพ่อค้าคหบดี มีพ่อเป็นหมอชื่อ"เขียน" หรือ "ขุนสิริเวชภัณฑ์" ผู้เป็นที่รู้จักกันดีในนามหมอใจบุญ ณ ชุมชนปากแพรก กาญจนบุรี

นายบุญผ่องแต่งงานกับคุณสุรัติ(สุรัตน์) มีบุตรสาว 1 คนชื่อผณีอยู่ที่กรุงเทพ ช่วงแรกของครอบครัวก็อาศัยค้าขายอยู่ในกรุงเทพ และเราคาดว่านายบุญผ่องคงจะค้าขายขึ้นล่องระหว่างกาญจนบุรีและกรุงเทพ เพราะบุตรสาวผณียังเรียนอยู่ที่โรงเรียนราชินี (หมายเหตุ: ข้อมูลนี้ยังไม่ชัดเจน)  ดังนั้นสถานะที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้คือผู้นำครอบครัว...อันเป็นหมวกใบแรกที่นายบุญผ่องต้องสวมใส่...

ต่อมาญี่ปุ่นบุกกรุงเทพระเบิดลงตูม...ตูม บ้างแล้ว แต่ยังไม่ได้บุกเมืองกาญจนบุรี สุรัติและผณียังอยู่ที่กรุงเทพ ขณะที่นายบุญผ่องได้เป็นนายกเทศมนตรีของเมืองกาญจนบุรี ด้วยความดีของพ่อแม่นายบุญผ่อง และด้วยคุณความดีที่ตนเองสะสมไว้...

หมวกใบที่สองของนายบุญผ่องวัย 40 ปี จึงได้ถูกสวมใส่ในฐานะนายกเทศมนตรี กาญจนบุรี ในขณะที่สงครามแห่งองค์พระจักรพรรดิ์กำลังคืบคลานเข้าสู่เมืองกาญจนบุรีในแบบที่ไม่มีใครคาดคิด...

พ.ศ. 2483 นายบุญผ่อง สิริเวชชพันธ์  พระเอกของเราและฮีโร่ของชาวต่างชาติ ได้เป็นนายกเทศมนตรีสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ขณะญี่ปุ่นบุกกรุงเทพ แต่เมืองกาญจนบุรียังปลอดภัย ข้อมูลจากเทศบาลแจ้งว่า “ นายบุญผ่อง ได้พิจารณาเห็นว่า ทีทำงานของเทศบาลควรจะได้เป็นตัวอาคารเอกเทศเพื่อความสะดวกต่อประชาชนที่มาติดต่องานกับเทศบาล จึงได้ดำเนินการก่อสร้างเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวขนาด 3 ห้อง ขึ้น ณ ถนนคูเมืองและได้ใช้เป็นสำนักงานของเทศบาลตลอดมา (เป็นเวลาสิบกว่าปีจึงย้ายไปที่ใหม่) ” นี่คือข้อมูลที่เรามีเรื่องกิจกรรมที่นายบุญผ่องทำจากการสืบค้นบนอินเตอร์เน็ท...อยากทราบเพิ่มเติมต้องไปขุดค้นจากเทศบาลแล้วหละ...

จากข้อมูลของเทศบาล คุณบุญผ่องได้เป็นนายกเทศมนตรี ปีพ.ศ. 2483 – 2485  นับเป็นนายกเทศมนตรีคนที่ 3 ของเมืองกาญจนบุรี ซึ่งอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พอดีเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นบุกไทยเข้ากรุงเทพ แต่ก็ยังไม่ลามมาถึงกาญจนบุรี และลงจากตำแหน่งในปี 2485 ซึ่งนายกเทศมนตรีคนใหม่นายนิยม สินค้าเจริญ ก็เข้ามาพอดีในช่วงปีพ.ศ.2485 – 2489

หลังสงครามนายบุญผ่องสวมหมวกนายกเทศมนตรีใบนี้อีกครั้งในปี พ.ศ. 2489 -2492 จากนั้นก็มีนายชำนาญ พงษ์สวัสดิ์มาขั้นไม่ถึงปี นายแผน สิริเวชชะพันธ์ น้องชายนายบุญผ่อง ก็เข้าสู่ตำแหน่งนายกเทศมนตรีในปีพ.ศ. 2492 – 2494

ย้อนมาดูข้อมูลญี่ปุ่นบุกไทย... จาก http://allknowledges.tripod.com/deadrailway.html  ผสมกับข้อมูลจาก http://www.pantown.com/board.php?id=1607&name=board1&topic=137&action=view ก็จะได้ข้อมูลตามลำดับเวลา...และสามารถตอบคำถามบางอย่างได้...

-           1  ธันวาคม  พ.ศ. 2484  ญี่ปุ่นประกาศสงครามกับสหรัฐอเมริกา  อังกฤษ  เนเธอร์แลนด์ และจีน  แต่ก่อนหน้านั้นสงครามเริ่มครุกรุ่นมานานแล้ว...

-            8 ธันวาคม พศ. 2484 กองทัพเรือญี่ปุ่นได้มุ่งตรงเข้าสู่อ่าว บ้านดอนและบุกขึ้นตลาดบ้านดอน

-           20  เมษายน  พ.ศ. 2485  ฝ่ายไทยมีนายชาติชาย  จันทรโปรย นายช่างทางสาย กาญจนบุรี และ ม.ร.ว. ปราณเนาวศรี เนาวรัตน์ นายช่างผู้ช่วยกองแบบแผน ส่วนฝ่ายญี่ปุ่น มีร้อยตรี คาวาซากิ  เป็นหัวหน้าคณะ เริ่มออกเดินทางสำรวจ เพื่อไทยจะได้ทำแนวพูนดินให้จากบ้านโป่งถึงกาญจนบุรี

-           30 มิถุนายน พ.ศ.2485 ญีปุ่นลักไก่ส่งเชลยผิวขาวมาก่อน  โดยมาทางรถไฟลงที่บ้านโป่งราชบุรีแล้วเริ่มตั้งค่าย

-           ปลายกันยายน พ.ศ. 2485 น้ำท่วมกรุงเทพ ระเบิดจากสัมพันธมิตรเบาบางสง

-            เดือนตุลาคม พ.ศ. 2485  โดยญี่ปุ่นเป็นฝ่ายวางรางเหล็กไปตามแนวบนพูนดิน ที่ไทยสร้างจาก สถานีชุมทางหนองปลาดุก ถึงท่ามะขาม  อำเภอเมือง  กาญจนบุรี ระยะทาง  55  กิโลเมตร  ส่วนสะพานข้ามแม่น้ำ สร้างทั้งสะพานไม้และสะพานเหล็กไปพร้อม ๆ  กัน ทั้งรางและสะพานไม้ใช้เวลาสร้าง 4 เดือน สามารถให้รถไฟเดินทางเป็นครั้งแรก ในเดือนกุมภาพันธ์  พ.ศ. 2486

ข้อมุลจากเทศบาลบันทึกไว้ว่า “การก่อสร้างสะพานการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแคว กองทัพญี่ปุ่นได้ใช้เชลยศึสร้างเป็นสะพานไม้ชั่วคราว ระดับต่ำ ห่างจากสะพานเหล็กปัจจุบันไปทางใต้ของลำน้ำประมาณ 100 เมตร หรือเมื่อหันหน้าไปทางสถานีน้ำตก สะพานไม้ชั่วคราวจะอยู่ทางซ้ายมือ โดยลงมือก่อสร้างเมื่อระดับน้ำในแม่น้ำลดลงในปลายเดือนพฤศจิกายน 2485”

ดังนั้นคาดได้ว่าก่อนหน้านั้นไม่นาน นายกเทศมนตรีบุญผ่อง สิริเวชชะพันธ์ก็กำลังก้าวลงจากตำแหน่ง เพราะผู้มาใหม่ก็มาในปี 2485 เหมือนกัน และน่าจะประมาณกรกฏา สิงหกันยานี่หละ..อันนี้คงต้องไปสืบค้นกันต่อไป...

สุรัติและผณีคงหนีระเบิดมาก่อน เพราะน้ำท่วมกรุงเทพปลายเดือนกันยายน 2485 สถานะของหมวกใบแรก หมวกแห่งการเป็นผู้นำครอบครัวจึงชัดเจนขึ้นเพราะมีสุรัติและผณีมาอยู่ด้วย

ส่วนสถานะของหมวกใบที่สองซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีก็ถูกถอดออก ...

นายบุญผ่องสวมหมวกใบแรกเพียงใบเดียว...อยู่กับครอบครัวด้วยการทำมาค้าขายสินค้าให้กับญี่ปุ่นโดยใช้ชื่อร้านบุญผ่องแอนด์บราเดอร์ ณ ปากแพรก คาดว่าคอนเน็คชั่นก็คงมาจากญี่ปุ่นที่ถ่ายรูปด้วยกันนี่แหละ...

 

ภาพประวัติศาสตร์

ภาพนี้ถ่ายจากจวนผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างข้าราชการไทย กับนายทหารญี่ปุ่น 
ในสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2
แถวยืน : จากซ้ายคนที่สอง ขุนกมลธุระราษฎร์ (วิเชียร โกมลเมนะ) นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี
ขวาสุด นายบุญผ่อง สิริเวชชะพันธ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองกาญจนบุรี
แถวนั่ง : กลาง พ.ต.ท.ขุนพิชียมนตรี (ชื่น มนตริวัต) ข้าหลวงจังหวัดกาญจนบุรี และนายทหารญี่ปุ่น
(จากหนังสือ ไม้หมอนแห่งความตาย บนเส้นทางรถไฟสายมรณะ ผู้เขียน อัศวิน โกมลเมนะ)

แสดงว่าญี่ปุ่นเริ่มเข้าเมืองกาญจน์บ้างแล้วประมาณกลางปี 2485  และรูปถ่ายเหล่านี้คงจะถ่ายก่อนที่นายบุญผ่องจะลงจากตำแหน่งไม่นาน...

แต่ใครจะไปคาดได้ว่า ขณะถอดหมวกใบที่สองออกเหลือเพียงหมวกใบแรกเพียงใบเดียว...

หมวกใบที่สาม...หมวกแห่งการเสี่ยงตาย...จะถูกหยิบยื่นมาให้อย่างช้าๆ...จากผู้ที่ทุกคนเรียกว่า “ เชลยสงคราม ”

ไม่ใช่กฏแห่งกรรมที่จำเป็นต้องถูกกระทำ...แต่เป็นกฏแห่งธรรม...ธรรมชาติที่อยู่ในใจคน...กฏแห่งมนุษยธรรม!!!...อันเป็นที่มาของ... “ บุญผ่อง วีรบุรุษทางรถไฟสายมรณะ”  วีรบุรุษที่นานาชาติยกย่อง...แต่คนไทยลืมเลือน...

...

 

***

เรียนท่านผู้อ่าน

ความจริงเป้าหมายในการทำบล๊อกของเราอยู่ที่การบอกเล่าเรื่องราวของชุมชนปากแพรก 180 กว่าปี เพราะหมั่นไส้ภาครัฐที่ไม่ค่อยทำอะไรจริงจังเกี่ยวกับปากแพรกซะที... เราก็มองหาบล็อกไทยดีๆที่เหมาะสมกับความรู้ของผู้อ่าน ก็มีที่นี่หละ มีให้ทำได้ 3 บล็อก ผนวกกับเราเห็นเรื่องจริงของคุณบุญผ่องน่าสนใจมาก เรื่องลับๆก็มีแต่เราลบออกซะ และเรื่องของคุณบุญผ่องก็เกี่ยวข้องกับชุมชนปากแพรกโดยตรง ละครบุญผ่องก็มาแล้วคงนำพาชุมชนปากแพรก กาญจนบุรีให้เป็นที่รู้จักโดยไม่ต้องพึ่งภาครัฐ และเพื่อบันทึกไว้เป็นข้อมูลอ้างอิง. 

ส่วนใครอยากรู้ว่าแปลมาจากไหน ก็ต้องถามอาจารย์กรูเกิ้ลในชื่อ boonpong dead railway ทีลอกภาษาไทยก็มี...เพือ่ความสมบูรณ์ของการค้นหา...จะพยายามย้อนกลับไปอ้างสิทธิให้อะนะจ๊ะ

ที่นี่...เราใช้วิจารณญาณแบ่งเรื่องเป็นบล๊อกๆให้ชัดเจนดังนี้

http://www.oknation.net/blog/boonpong  บอกเล่าเรื่องราวจริงๆบุญผ่องในมุมมองของชาวต่างชาติอันนี้ส่วนใหญ่แปลและสรุปความเพื่อให้ได้อรรถรสโดยจะอยู่ใน ศิลปะวัฒนธรรม

http://www.oknation.net/blog/boonphong  วิพากษ์ละครบุญผ่องกับการอิงเรื่องจริงและเรื่องสงครามโลกครั้งที่สอง ในละครภาพยนต์

http://www.oknation.net/blog/pakprak  บอกเล่าเรื่องราวปากแพรกในท่องเที่ยว

แล้วก็จะเชื่อมโยงกันสู่ปากแพรกในภายหลัง...และ...เราทำของเราคนเดียวไม่เกี่ยวกับใคร...อย่าเดากันไปต่างๆนานา...นะจ๊ะ...

จึงเรีบนมาเพื่อทราบจร้า...


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Hipponite วันที่ : 28/11/2013 เวลา : 01.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hipponite

ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน