*/
  • รุสสกี้
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : krailuk@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-04-27
  • จำนวนเรื่อง : 166
  • จำนวนผู้ชม : 170270
  • จำนวนผู้โหวต : 30
  • ส่ง msg :
  • โหวต 30 คน
<< กันยายน 2011 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน 2554
Posted by รุสสกี้ , ผู้อ่าน : 1188 , 23:41:00 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ส.บุญยืน , hayyana โหวตเรื่องนี้

วันศุกร์ 9 กันยายน 2554



ต้นกล้วยกับสังกะสีผุๆ และโปสเตอร์ เป็นอะไรที่เข้ากันได้ดีสำหรับสังคมแบบบ้านๆของไทย ภาพแบบนี้หาได้ทั่วไป ไม่มีอะไรแปลก แต่จริงๆแล้วภาพนี้มีของแปลกอยู่หลายจุด  ประการแรก ต้นกล้วยเหล่านี้ ไม่ได้มีสายพันธุ์เดียวกันเลยสักต้น เช่นเดียวกับกล้วยหลายหวีที่เห็นอยู่ในภาพ ส่วนโปสเตอร์ที่เห็นติดอยู่ที่ฝาสังกะสี ก็เป็นโปสเตอร์หนังผียุคโบราณ เป็นเรื่องเกี่ยวกับผีตานีอะไรนี่แหละ นางเอกพระเอก ก็ยุคมิตร – เพชรา อะไรปานนั้น

ภาพนี้ถ่ายในห้างซีคอนสแควร์ครับ เขาจัดงานเกี่ยวกับใบตอง จำชื่องานไม่ได้แล้ว ในงานก็มีการขายอาหารทั่วไป แต่ที่พิเศษก็คือภาชนะที่ใช้ห่อ ใช้ใบตองเป็นหลัก

ส่วนที่ถ่ายมานี้ ก็เป็นนิทรรศการเล็กๆ มีกล้วยแปลกๆมาให้ดูหลายชนิด

วันเสาร์ 10 กันยายน 2554



ตอนยังไม่มีครอบครัว ก็เคยคิดเหมือนกันว่า คนต่างพ่อต่างแม่ จะมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเป็นสิบๆปี คงจะน่าเบื่อแย่ เพราะต้องเจอหน้ากันทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี แต่ปรากฏว่าพอมามีครอบครัวจริงๆ ด้วยหน้าที่การงาน ทำให้มีเวลาอยู่กับครอบครัวน้อยมาก แม้จะอยู่ด้วยกันทุกวันก็เถอะ เวลาที่จะอยู่ด้วยกันจริงๆ ก็มีแค่วันหยุดเท่านั้น

วันเสาร์วันอาทิตย์ ถ้าผมไม่ต้องไปทำงาน เมื่อตื่นขึ้นมา ภรรยาก็จะขอให้เปิดเพลงในคอมพิวเตอร์ให้ฟัง เพราะในนั้นผมโหลดเพลงที่ตัวเองและภรรยาชอบเอาไว้

ความสุขของครอบครัวเรา สำหรับเช้าวันเสาร์และอาทิตย์ ก็แค่ฟังเพลงเพราะๆด้วยกัน

ไม่ได้ลงทุนอะไรมากมายเลย

วันอาทิตย์ 11 กันยายน 2554



สถานีวิทยุ FM 95 ลูกทุ่งมหานครมาจัดคอนเสิร์ตที่ตลาดปัฐวิกรณ์ เพราะเห็นว่าใกล้บ้าน ก็เลยวางแผนชวนภรรยาไปดู ปรากฏว่าวันนั้นฝนตกทั้งวัน คิดว่าคงไม่ได้ไปแล้ว แต่พอตอนเย็น ท้องฟ้าแจ่มใสขึ้นมานิดหน่อย ก็เลยตัดสินใจไป ซึ่งก็ไม่ผิดหวังครับ เพราะฝนตกตั้งแต่เริ่มงาน

สภาพก็เห็นๆนี่แหละครับ มองเห็นแต่ร่ม

วันจันทร์ 12 กันยายน 2554



กลับมาจากทำงาน ยังต้องมานั่งตรวจการบ้านลูก เพราะสั่งให้ลูกชายหัดแปลภาษาอังกฤษวันละหน้า พอเราไม่ตรวจ ท่านลูกก็เลยใช้วิชามาร แปลไปมั่วๆ ก็เลยต้องสั่งให้แปลใหม่ทั้งเล่ม แล้วก็ต้องมานั่งตรวจกันทุกวัน

วันอังคาร 13 กันยายน 2554



เอาของสะสมมาให้ดู ตามจริงก็เคยเป็นของที่ผมใช้อยู่นี่แหละ พอมันพังแล้วก็ไม่ได้โยนทิ้งไปไหน ยังคงเก็บไว้อย่างดี

เป็นกล้องโซเวียต ยี่ห้อ “ เฟด 5 “

ผมมีกล้องแบบนี้ 2 ตัว เพราะตัวแรกไปทำหาย ก็เลยซื้อมาอีกตัว ที่ซื้อเหมือนกันก็เพราะติดใจในคุณภาพของมัน  รวมถึงราคา แม้ว่าจะไม่ติดใจรูปร่างหน้าตาของมันเลยก็ตาม

ผมซื้อ” เฟด 5  “ ตัวแรกประมาณปี 2529 – 2530 ตอนนั้นใกล้เรียนจบชั้นเตรียมภาษาที่ยูเครน พอจะปิดเทอม ทางการจะจ่ายเงินเดือนค่าเรียน หรือที่เรียกว่า “ ทุน “ ให้เรา 2 เดือนรวด เพื่อให้เรามีเงินใช้ในช่วงปิดเทอม ผมก็มาคำนวณว่าช่วงปิดเทอม จะไปรับจ้างเก็บผักผลไม้ในนารัฐของรัฐบาลเพื่อหาประสบการณ์ จะได้ไปดูชีวิตชาวไร่ชาวนาของโซเวียต งานนี้ผมจะไปเดือนนึง เราต้องออกค่าอาหารเอง แต่ก็จะได้ค่าแรงจากการทำงาน ทำให้เราไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายมากนัก ส่วนที่เหลืออีกเดือน ก็จะไปพักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศของรัฐบาล งานนี้ ทางมหาวิทยาลัยออกให้ ทุกอย่างฟรี ก็เท่ากับว่า เงินที่ได้รับมาแทบไม่ต้องใช้อะไร ผมก็เลยหาทางใช้เงิน ด้วยการเอาเงินไปซื้อกล้องถ่ายรูป แม้ว่าแทบจะไม่เคยจับกล้องถ่ายรูปมาก่อนเลย

สาเหตุที่ได้กล้องรุ่นนี้มาก็เพราะ 1 มันถูก และ 2 มันมีให้ซื้อ ในยุคนั้น ข้าวของเริ่มขาดแคลนแล้ว ประชาชนเริ่มจะเลือกอะไรไม่ค่อยได้ มีอะไรมาก็ต้องรีบซื้อเอาไว้ก่อน และสาเหตุที่กล้องรุ่นนี้มีให้ซื้อก็น่าจะเป็นเพราะรูปลักษณ์เชยๆของมัน เมื่อบวกกับกระเป๋ากล้องสีแดงน้ำหมากของมันแล้วก็ไปกันใหญ่ ผู้คนก็เลยไม่ค่อยนิยม  ราคาค่าตัวของมันก็เท่ากับ “ ทุน “ ของผมเกือบ 1 เดือนเต็มๆ
ซื้อมาแล้วก็มาลองหัดถ่ายดู โดยศึกษาจากคู่มือที่เขามีให้มานั่นแหละครับ กล้องรุ่นนี้ถ่ายยากเล็กน้อย เพราะระบบโฟกัสของมันไม่ได้เป็นระบบปรับให้ภาพชัด แต่เป็นระบบที่ทำให้ภาพที่เหลื่อมกัน มาทับซ้อนกันจึงจะได้โฟกัส เพื่อนบางคนไม่สามารถจับโฟกัสกล้องตัวนี้ได้ แม้ว่าผมจะสอนไปหลายครั้งก็ตาม แต่สำหรับผม มันไม่ได้มีปัญหา บางทีเอาไปถ่ายในที่มืดๆ จับโฟกัสอะไรไม่ได้ เพราะมองไม่เห็น ผมก็ยังสามารถถ่ายมันออกมาได้คมชัดดี

ข้อดีของกล้องรุ่นนี้ก็คือความอึด ไม่ว่าจะอุณหภูมิ – 30 ของมอสโก หรือ + 34 ของกรุงเทพ มันก็ยังทำงานได้ดีไม่มีปัญหา ส่วนเรื่องความเชยของมัน ผมก็แก้ไขโดยการไม่เอากระเป๋ากล้องไปด้วย และไม่เอากล้องห้อยคอ แต่จะเอาใส่เป้ เวลาจะถ่ายจึงค่อยหยิบออกมา

กล้องตัวนี้เพิ่งจะพังเมื่อ 4 ปีก่อน โดยผ้าสีดำที่ใช้คั่นหน้าฟิล์มขาด อันที่จริง เอาไปซ่อมก็น่าจะได้ แต่ยุคนี้มันไม่ใช่ยุคของกล้องอนาล็อคแล้ว ซ่อมไปก็ไม่ได้ใช้  แต่ผมก็ยังภาคภูมิใจกับมันอยู่จนถึงปัจจุบัน

วันพุธ 14 กันยายน 2554



จากปัญหาจระเข้หลุดช่วงน้ำท่วม รายการ “ คมชัดลึก “ เขาจัดรายการเกี่ยวกับจระเข้  ก็เลยมีการนำจระเข้น้อยออกมาร่วมรายการด้วย ก็เลยถือโอกาสไปลูบหลังเจ้าจระเข้ และได้ดมเยี่ยวเจ้าจระเข้ ที่ปล่อยออกมาแบบไม่เกรงใจใครด้วย

วันพฤหัสบดี 15 กันยายน 2554



ป้ายรถเมล์แห่งความช้ำใจ

ถ้าจะมีอะไรให้ผมหงุดหงิดอย่างมากได้ทุกวัน ก็เห็นจะเป็นป้ายรถเมล์ที่เห็นนี้แหละครับ ป้ายนี้ อยู่บนถนนรามอินทรา เยื้องๆกับโรงพยาบาลสินแพทย์

ที่หงุดหงิดก็เพราะว่า ป้ายนี้ อยู่ห่างจากปากซอยทางเข้าบ้านผมมากๆ แต่เดิมมันก็ไม่ได้ห่างมากหรอกครับ แต่ปรากฏว่ามันถูกย้ายให้ไกลออกไปเรื่อยๆถึง 3  ครั้ง ที่เจ้าหน้าที่เขาย้ายก็เพราะ บริเวณ 3 แยก ใกล้กับปากซอยบ้านผมเขามีการสร้างสะพานข้ามแยกสำหรับรถ เมื่อรถไม่ต้องติดบริเวณ 3 แยกแล้ว  คราวนี้ความซวยก็ถูกโยนมาให้กับประชาชนคนเดินถนน เมื่อต้องมีการย้ายป้ายรถเมล์ให้อยู่เลยทางขึ้นลงสะพานของรถ ซึ่งผมก็ยังคิดไม่ออกว่าทำไมจะต้องย้าย ก็ในเมื่อรถเขามีสะพานข้ามแยกไปแล้ว มันจะติดอะไรกันหนักหนาเชียว ทีแต่ก่อนไม่มีสะพาน รถติดมโหฬาร กลับให้รถเมล์จอดได้

คนขับรถเมล์ที่มีประสบการณ์เขาก็รู้นะครับว่า การย้ายป้ายออกไปนั้นสร้างความลำบากให้กับคนแถวนี้ และเขาก็มักจะลักไก่ จอดให้ผู้โดยสารลง ก่อนจะถึงป้าย และคุณก็จะไม่เห็นการเปิดประตูให้ผู้โดยสารลงนอกป้ายครั้งใดที่จะได้รับการขอบคุณจากผู้โดยสารมากเท่ากับที่นี่

ในทางกลับกัน  คนขับที่ไม่เปิดให้ผู้โดยสารลงนอกป้าย ผมก็ว่าผู้โดยสารก็คงจะแข่งชักหักกระดูกเอาบ้างเหมือนกัน เพียงแต่ว่า เป็นการแช่งในใจ และผมก็เป็นคนหนึ่งในจำนวนนั้น

แต่ปัญหาก็คือ บริเวณสามแยก ใกล้ๆกับจุดที่รถเมล์ใจดีชอบลักไก่จอดให้ผู้โดยสารลงก่อนถึงป้าย มีป้อมตำรวจตั้งอยู่ ความใจดีของโชเฟอร์ จึงถูกแปรเปลี่ยนเป็นค่าปรับ

คนขับบางคนถึงกับเอาสำเนาใบสั่งปรับมาติดบนรถเมล์ที่ประตูทางลง เพื่อบอกกับผู้โดยสาร เป็นทำนองขอร้องว่าอย่าอ้อนวอนขอลงนอกป้ายแห่งนี้เลย เพราะมันทำให้เขาโดนปรับ

ก็เซ็งกันไปทุกฝ่ายแหละครับทั้งตำรวจ  คนขับรถเมล์ ผู้โดยสารที่มีทั้งลูกเด็กเล็กแดง คนเฒ่าชรา ที่ต้องเดินกันเป็นกิโล ท่ามกลางสายลม ฝุ่นควัน  แสงแดด และสายฝน เพียงเพื่อให้คนขับรถ ขับได้เร็วอีกจิ๊ดนึง

มีเรื่องขำไม่ออกมาเล่าเรื่องหนึ่งครับ

เมื่อสักประมาณ 2 ปีก่อน ผมต้องกลับดึกทุกวัน คือประมาณ ตี 2 และเกือบทุกวัน ผมจะเห็นสาวสวยคนหนึ่งขึ้นรถคันเดียวกัน และมาลงที่ป้ายเดียวกัน เพราะเธออยู่ในซอยเดียวกับผม เนื่องจากเป็นเวลาดึกมากแล้ว ส่วนมากตอนลง ก็จะมีลงกันแค่ 2 คนเท่านั้น คือผมกับผู้หญิงสาวสวยคนนั้น แต่สาบานก็ได้ว่า ผมไม่เคยไปทำทีท่าเกาะแกะอะไรกับเธอเลย เวลาเดินเข้าซอย ก็จะเดินห่างๆ ไม่เคยได้เขาไปพูดคุยอะไรด้วยสักคำ เหตุการณ์ดำเนินมาเช่นนี้ราวครึ่งปี

เพราะเป็นเวลาดึกแล้ว ตำรวจในป้อมกลับบ้านไปนอนกันหมดแล้ว พอมาถึงปากซอย รถเมล์ส่วนมากก็จะรู้แกว และลักไก่จอดให้ผู้โดยสารลงก่อนถึงป้ายหลายร้อยเมตร เพื่อว่าเราจะได้ไม่ต้องเดินไกล
แต่วันที่เกิดเรื่อง คนขับน่าจะเป็นคนที่ใหม่สำหรับเส้นทางสายนี้  เพราะเมื่อผู้หญิงคนนั้นกดกริ่งขอลง คนขับก็ยังตะบึงขับต่อไปเพื่อจะไปจอดที่ป้าย จนผู้หญิงคนนั้นต้องตะโกนบอกว่าจะขอลง คนขับก็เลยตอบมาว่า ต้องไปลงที่ป้ายเท่านั้น ผู้หญิงคนนั้นก็เลยบอกว่า “ มันดึกแล้ว อันตราย “  เจ้าคนขับจอมระเบียบถึงได้ยอมจอดให้ลง

คำว่า “ มันดึกแล้ว อันตราย “  ของผู้หญิงคนนั้น ทำให้ผมขำครับ เพราะก็มีผมกับเธอเท่านั้นที่ลงป้ายนี้

ตามจริง ก่อนหน้านี้ ผมก็คิดว่า นี่ถ้าไม่มีเรามาเดินเป็นเพื่อน ก็อันตรายเหมือนกันสำหรับผู้หญิงที่จะมาเดินท่อมอยู่กลางดึก ผู้หญิงคนนี้คงจะดีใจ ที่มีคนซอยเดียวกันมาเดินเป็นเพื่อน

กลับกลายเป็นว่า เธอมองว่าผมมีแนวโน้มเป็นอันตรายกับเธอไปซะงั้น

เออ.....ไอ้หน้าตาไม่หล่อของเรานี่ก็ทำให้ผู้หญิงเขากลัวได้เหมือนกันนะเนี่ย 5555555



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
lekkungs วันที่ : 05/10/2011 เวลา : 14.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lekkungs
แค่คนบ้าข่าวยังไม่พอ! 

เข้ามาขำครับ

คำว่า “ มันดึกแล้ว อันตราย “ ของผู้หญิงคนนั้น ทำให้ผมขำครับ เพราะก็มีผมกับเธอเท่านั้นที่ลงป้ายนี้

ตามจริง ก่อนหน้านี้ ผมก็คิดว่า นี่ถ้าไม่มีเรามาเดินเป็นเพื่อน ก็อันตรายเหมือนกันสำหรับผู้หญิงที่จะมาเดินท่อมอยู่กลางดึก ผู้หญิงคนนี้คงจะดีใจ ที่มีคนซอยเดียวกันมาเดินเป็นเพื่อน

กลับกลายเป็นว่า เธอมองว่าผมมีแนวโน้มเป็นอันตรายกับเธอไปซะงั้น

เออ.....ไอ้หน้าตาไม่หล่อของเรานี่ก็ทำให้ผู้หญิงเขากลัวได้เหมือนกันนะเนี่ย 5555555

- เล่าเรื่องได้ดีมากๆครับท่านพี่

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
BlueHill วันที่ : 19/09/2011 เวลา : 11.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

กล้องโซเวียต ยี่ห้อ “ เฟด 5 “ เก็บไว้นะครัีบอย่าทิ้ง
คนรักกล้องอย่างผมเสียดายแย่

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ส.บุญยืน วันที่ : 19/09/2011 เวลา : 05.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Boonyoon
ข่าวกินแล้วดี เติบโตเร็ว

"กลับกลายเป็นว่า เธอมองว่าผมมีแนวโน้มเป็นอันตรายกับเธอไปซะงั้น"
55555

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
hayyana วันที่ : 19/09/2011 เวลา : 05.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

อ่านจบถึงรู้ว่าอะไรน่าจะอัตราย 5555

ชอบกล้องยี่ห้อ Zorki ครับเพราะ
โดยเฉพาะรุ่น Zorki3 มันเหมือนไลก้าเป๊ะ หล่อมาก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน