*/
  • พี่โบเดีย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : missbodia@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-07-21
  • จำนวนเรื่อง : 302
  • จำนวนผู้ชม : 1496475
  • จำนวนผู้โหวต : 568
  • ส่ง msg :
  • โหวต 568 คน
<< ตุลาคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 28 ตุลาคม 2554
Posted by พี่โบเดีย , ผู้อ่าน : 33573 , 12:03:47 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน hayyana , chompoopookha และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

ช่วงนี้ของดการเมืองนะคะอยากเขียนเรื่องอื่นๆบ้างเครียดคร่าๆๆ

เคยรังเกียจพระพม่าเพราะกิจวัตรที่ทำมักไม่ค่อยสำรวมในแบบอย่างของพระสงฆ์

ที่ควรจะเป็น อาจเพราะมองแค่มุมเดียว คือเอาพระสงฆ์ไทยไปเปรียบเทียบกับ

พระสงฆ์พม่า...กลับกลายเป็นว่าพระสงฆ์พม่าทำอะไรก็ดูไม่ดีไปเสียหมด...

ต่างจากพระสงฆ์ไทยที่ทำอะไรก็ดูดีไปหมดกับระเบียบวินัยที่เคร่งครัด...

แต่เมื่อได้มีโอกาสเข้าไปคลุกคลีกับหลักพุทธศาสนาของพม่า..

ทำให้หลายสิ่ง หลายอย่าง ที่เคยรังเกียจพระสงฆ์พม่ากลับกลายมาเป็น

การกราบไหว้ที่สนิทใจ..อย่างไม่ต้องลังเล....และยิ่งเห็นความศรัทธาของคนพม่า

ที่มีต่อพระสงฆ์ด้วยแล้วก็เอาอึ้งเหมือนกัน..

ศาสนาพุทธในพม่าเป็นมากกว่าสิ่งเคารพและความเชื่อ พระสงฆ์ในพม่าก็ไม่ได้

มีหน้าที่ในการศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเพียงอย่างเดียว..

แต่จำเป็นที่ต้องศึกษาทางโลกและดำเนินการเกี่ยวกับทางโลกโดยเป็นเสมือนครู

ที่เปิดกว้างทางด้านความคิดให้แก่ประชาชน..ศาสนาพุทธในพม่าเลยเป็นจุดศูนย์

รวมที่หลากหลายอาทิเช่น เป็นสถาบันส่งเสริม และสนับสนุนให้กับเด็กและผู้ยากไร้

ได้เรียนรู้และอาศัยเป็นที่พึ่งทางใจในการดำรงชีวิต, เป็นพลังขับเคลื่อนทางสังคม,

และเป็นพลังลดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทางสังคม

เคยคิดว่าเขาเอาหลักอะไรของศาสนาพุทธมาลดความขัดแย้งของประชาชนกับรัฐบาล

แล้วมันก็ได้ผลแม้หลายคนอาจจะไม่ถูกใจกับความคิดแบบนี้...โดยการอ้างเหตุและผล

ทางศาสนาบุญและบาป ยอมทำให้คนกลุ่มต่างๆในพม่าเข้าใจได้ว่า การที่คนเหล่านั้น

อันหมายถึงทหารผู้มีอำนาจเผด็จการ ได้ครองอำนาจและทรัพย์สินต่างๆภายในประเทศ

มีอำนาจมากกว่าพวกเขา(ประชาชน)  เป็นผลมาจากบุญที่พวกเขาได้กระทำไว้ในอดีต

ฉะนั้นการรอให้ผลบุญหมดจึงเป็นเรื่องที่พึ่งกระทำ นั้นคือรอจนกว่ารัฐบาลหมดบุญกุศล

แม้จะใช้ได้สำหรับยุติปัญหาความขัดแย้งชั่วคราวได้จริงแต่ก็ไม่สามารถใช้ได้กับทุกชาติพันธุ์

ในพม่าแต่กระนั้นศาสนาก็ยังทำหน้าที่ลดความขัดแย้งได้ดี

พระสงฆ์พม่าไม่เหมือนกับพระสงฆ์ไทย..เพราะพระสงฆ์พม่ามีบทบาททาง

การเมืองตั้งแต่ในประวัติศาสตร์ ปัจจุบันพระสงฆ์ในพม่าก็ยังคงมีบทบาทในการเมือง

ประชาชนพม่าส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธและเป็นพุทธศาสนิกชนที่เคร่งครัดมาก

เมื่อเปรียบเทียบกับของคนไทย...พระสงฆ์พม่าถือเป็นผู้นำทางศาสนาและผู้นำชุมชน

ที่คนพม่าให้ความเคารพนับถือมากที่สุด..พระสงฆ์พม่ามีบทบาททางการเมืองมานาน

โดยออกมาร่วมชุมนุมกับประชาชนเรียกร้องเอกราชจากอังกฤษได้สำเร็จ..

ตั้งแต่นั้นมาพระพม่าก็แสดงบทบาททางการเมืองต่อต้านรัฐบาลทหารพม่ามาตลอด..

พระพม่ามีอิทธิพลทางความคิดต่อประชาชนมาก คนพม่าจะเชื่อพระมาก

กว่าเชื่อรัฐบาล....จะเห็นได้ว่ารัฐบาลทหารพม่ามักจะไม่ค่อยไปยุ่งอะไรกับพระพม่า...

เพราะถ้าขืนไปยุ่งจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตมากและมัณฑเลย์ก็คือศูนย์กลางพุทธศาสนา

ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศพม่า...

ใครไปพม่าคงจะรู้ดีว่า คนพม่า ตั้งแต่ผู้นำประเทศไปจนถึงคนระดับรากหญ้าเป็น

พุทธศาสนิกชนที่เคร่งครัดมาก ในสายตาคนไทยอาจมองว่าพระพม่านั้นไม่ค่อยสำรวม

และพระพม่าก็ยุ่งกับการเมืองจนเกินไป ..แต่นั้นมันเป็นเรื่องที่มีมาแต่ประวัติศาสตร์...

 

นักท่องเที่ยวที่ไปพม่าหลายคนคงจะงงได้เวลาเพลแล้วพระพม่ายังออกบิณฑบาตกันอยู่เลย

 พระสงฆ์ในพม่าส่วนใหญ่จะฉันมื้อเดียว ถ้าเป็นเณรก็จะ สองมื้อ คือ เช้ามืด กับเพล...

คนพม่าจะชอบทำกับข้าวใส่บาตรถ้าพระมาเช้ากับข้าวทำไม่เสร็จพระก็ไม่ได้กับข้าวไป..

พระพม่าก็เลยต้อง ตามชาวบ้านออกบิณฑบาตสายๆ....ไม่มีกับข้าวถุงใส่บาตรแบบเมืองไทย...

จะยากดีมีจนอย่างไรกับข้าวที่จะใส่บาตรพระต้องทำด้วยตัวเองทุกครั้ง...

การที่พระพม่าหรือแม่ชีออกบิณฑบาตทั้งวันก็เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนพม่า...

คนพม่าถือว่าไม่แปลกอะไรเพราะถือเป็นการให้ผู้มีจิตศรัทธาในพุทธศาสนาได้ทำบุญ

โดยการให้ทานกับพระแล้วพระก็ไม่ได้ร้องขอให้คุณต้องทำ และการบิณฑบาต

ก็ถือเป็นวัตรปฎิบัติของพระโดยตรงอยู่แล้วเพื่อเป็นการอนุเคราะห์ญาติโยมทั้งหลาย

ผู้ที่มีเวลาน้อย แต่มีกิจธุระ การงานมาก ได้มีโอกาสทำบุญถวายทาน เพื่อขจัดความตระหนี่

และสอนให้คนรู้จักการเสียสละ แบ่งปัน มองคุณค่าส่วนรวมเพื่อสังคม ไม่ให้เป็นคนเห็นแก่ตัว

หากไปพม่าพบเห็นพระพม่าและแม่ชีพม่าทำบุญเถอะไม่ว่าเวลาไหน..เพราะทั้งพระสงฆ์

แม่ชี เขาเคร่งครัดในคำสอนของพระสัมมาสัมมาพุทธเจ้ามาก เลื่อมใส และเข้าถึงแก่นแท้

ของพุทธศาสนา คนพม่าเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม แต่ไม่เชื่องมง่าย ในเรื่องไสยศาสตร์

คนพม่านิยมถือศีล8 ในวันเกิดของตัวเอง และถ้าวันพระก็จะถืออุโบสถศีล...

ประเทศพม่าจึงได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ประชาชนเคร่งครัดในเรื่องพุทธศาสนามากที่สุด

ถึงขนาดที่หากหมู่บ้านไหนที่มีพระสงฆ์ชื่อดัง..ไม่ได้ดังทางด้าน ปลุกเสกเครื่องราง

แต่ดังทางด้าน วิปัสสนากรรมฐาน และท่านไม่ฉันเนื้อสัตว์ทุกชนิด...ชาวบ้านก็จะ

ไม่กินกันทั้งหมู่บ้านเหมือนกัน หากใครอยากจะทานเนื้อสัตว์ก็ต้องออกมาทาน

นอกหมู่บ้านที่เขาทานเนื้อสัตว์กัน...ประเพณีแบบนี้ยังสืบทอดมาถึงปัจจุบัน

 

.การที่พระพม่าไม่โกนคิ้ว..ก็ไม่ได้เป็นเรื่องแปลก..เพราะจริงๆแล้วพระสงฆ์

ในศาสนาพุทธทั่วโลกไม่โกนคิ้ว เพราะคิ้วช่วยกันไม่ให้เหงื่อจากหน้าผาก

ไหลเข้าตาจะทำให้ตาแสบ..และการโกนคิ้วไม่มีกำหนดในพุทธวินัย

มีเฉพาะสยามประเทศที่เถระสมาคมกำหนด ให้พระต้องโกนคิ้ว

ส่วนการถูกเนื้อ ต้องตัวสีกาของพระพม่านั้นก็ดูจะไม่สำรวมในสายตาคนไทย...

แต่ของพระพม่านั้นเขาจะพิจารณาที่เจตนามากกว่า ว่าถูกตัวผู้หญิงโดยบังเอิญ

 หรือตั้งใจถูกเพื่อเล้าโลม..หากดูภายนอกพระไทยจะเคร่งครัดกว่า..

แต่ก็มีปัญหาพระผิดศีลธรรมเยอะมาก..เท่ากับว่าเคร่งแต่ภายนอก..???

 ตรงกันข้ามกับพระพม่า และพระพม่าโดยส่วนรวมจะรู้ดีกว่าพระไทยเสียอีก ..

เพราะพระพม่าเน้นเรื่องการศึกษาเล่าเรียนพุทธศาสนาเป็นสำคัญ

ไม่ใช่เรื่องปฏิบัติ...ส่วนพระไทยจะเน้นเรื่องการปฏิบัติเป็นส่วนสำคัญ

 

 

เรื่องพระไทยโกนคิ้วมันก็มีเรื่องเล่าอีกนั้นแหละ ในสมัยรัชกาลที่5 มีพระวัดหนึ่ง

เห็นผู้หญิงเดินผ่านก็ยักคิ้วให้ความทราบถึงสังฆราชเจ้าจึงออกเป็นคำสั่ง

แต่นั้นมาให้พระสงฆ์ไทยโกนคิ้ว จะได้ไม่ต้องยักคิ้วหลิ่วตาให้ผู้หญิง

พระไทยจะมีเรื่องของอาคม ..การปลุกเสก..เครื่องรางของขลัง..มีพระผง

เหรียญ พระเกจิดังๆเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นพุทธพาณิชย์มากจนเกิดความจำเป็น

โดยเฉพาะเรื่องเงินๆทองๆปีหนึ่งๆคนไทยใช้เงินไปกับการทำบุญแก่พระ

อาจจะมากกว่า GDPของประเทศซะอีกมั่ง....แต่ของคนพม่าไม่มี...

ที่จะเอาพระมาห้อยคอ ปลุกเสก จะมีก็แค่รูปพระเกจิที่นับถือไว้ติดตัวบูชา

พระพม่าก็ไม่รู้จักการทำการตลาดเอาบุญมาขายเป็นสินค้าแบบของไทย....

พระสงฆ์พม่าก็เลยจนสุดๆ..........

 

เครื่องสังฆทานที่ถวายพระของคนพม่า

ขอบคุณ..อาจารย์ ธีระภาพ โลหิตกุล ที่ให้ความกระจ่างในหลายๆมุมมอง

ภาพประกอบจาก อินเตอร์เนท



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Apichai วันที่ : 29/10/2011 เวลา : 11.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ajiam

อยู่พม่า ทำธุรกิจเป็นสิบปี
ไมเห็นว่า เป็นอย่างที่ คุณโบเดีย พูด
ฮา
แต่ ชอบดู พระพม่า ตั้งวงเต๊ะตะกร้อ ครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
เอกสิทธ์ วันที่ : 29/10/2011 เวลา : 08.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vasit
นายอ้วน - Study?& Learn

แค่ไม่อยากให้พระยักคิ้วให้สาวนี่นะ เออ...ช่างตั้งกฏจริงเนอะมหาเถระเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
hayyana วันที่ : 28/10/2011 เวลา : 14.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

แวะมาอ่านครับ
อ่านความเห็นต่างๆแล้วกระจ่าง

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
losoboy วันที่ : 28/10/2011 เวลา : 14.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/losoboy
เข้มแข็งในหน้าที่ ทำดีเพื่อสังคม

เหมือนได้ไปเที่ยวพม่ามาเลยครับ คิดเป็นก็เย็นใจ
เราก็ปูทางไว้กับพม่านี่ครับ ที่ให้กู้ไป 4 พันล้านใช่หรือเปล่า

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
chompoopookha วันที่ : 28/10/2011 เวลา : 13.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chompoopookha

เรื่องเวลาบิณฑบาตของพระไทย จิงๆ พระไทยในต่างจังหวัดกับพระไทยในกรุงเทพฯ ก็ไม่เหมือนกันนะคะ พระต่างจังหวัดออกบิณฑบาตตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ส่วนพระกรุงเทพ 8 โมงกว่ายังไม่กลับวัดเลยค่ะ อาจเป็นเพราะคนกรุงตื่นสาย กว่าคนต่างจังหวัดมั้ง และคนก็เยอะกว่า พระท่านก็เลยต้องเผื่อเวลาให้คนได้มีเวลาทำบุญมากๆ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 28/10/2011 เวลา : 13.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

มาอ่านเอาความรู้ครับ
.......
สีกาบ้านเขาแต่งตัวมิดชิิดดีมากครับ
บ้านเราเข้าวัดใส่เสียสั้นจู๋เลย

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
หนึ่งมิตรชิดใกล้ วันที่ : 28/10/2011 เวลา : 13.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/skylove
นิราศรักหน้าถ้ำ : ร่ายโคลงร่ำเมรัยอาลัยรัก / กลุ่มเขียนข้าว 

อ่านด้วยความสนใจครับ แต่ไม่ทำไม เพราะความสงสัยเป็นเช่นนั้นเอง

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
พี่โบเดีย วันที่ : 28/10/2011 เวลา : 12.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/borderline

ขอบคุณ..คุณdriftworm..กับการแสดงความคิดเห็น

ถือเป็นประโยนช์ในแง่มุมมองที่หลากหลายกันไปและเป็นประโยนช์กับคนอ่านได้ทั้งนั้น


ส่วนท่านใดจะเพิ่มเติม..ให้ได้ประดับความรู้กันก็เชิญค่ะ




ความคิดเห็นที่ 4 (0)
driftworm วันที่ : 28/10/2011 เวลา : 12.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

แต่ก็ไม่ควรที่จะรีบด่วน ต้องทำความชี้ขาดเสียตรงนี้ วันนี้ว่าวัตรของใครผิด ของใครถูก
ของใครเพี้ยน ของใครแม่นตรง เรื่องราวของมนุษย์มันกลมกลิ้งและมีหลายแฉกมุมของ
ความคิดเห็น ความจำเป็นปรับตัว ฯลฯ
พักเรื่องรายละเอียดที่ไม่ต้องตรงกันไว้ก่อนได้ การลงมือปฏิบัติจะทำให้ได้ประสบการณ์
ตรง
แล้วประสบการณ์ตรงที่งอกเงยและคลี่คลายในตัวเราเองจึงจะเป็นคำตอบต่อตัวเราเอง
โดยไม่ใช่การใช้แต่ตรรกะไปพยายามหาความถูกผิดครับ
.

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
driftworm วันที่ : 28/10/2011 เวลา : 12.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ที่ว่า
".และการโกนคิ้วไม่มีกำหนดในพุทธวินัย
มีเฉพาะสยามประเทศที่เถระสมาคมกำหนด ให้พระต้องโกนคิ้ว"

มีครับ ในพระไตรปิฎก จะเห็นเหตุผลชัดเจนว่าพระพุทธเจ้าจะไม่ทรงบัญญัติวินัยที่ไม่มีเหตุต้นเค้ามาก่อน
เรื่องนี้มีเหตุต้นเค้าคือมีปริพาชกที่มาบวชในพระพุทธศาสนายังเคยชินกับวัตรเดิม มีการไว้ผม ทำจอนเป็นทรงต่างๆ
ประกวดประขันกัน ไว้ขนจมูกดัดงอนประกวดประขันกัน ไว้ขนหูยาวประกวดประขันกัน เป็นที่ติเตียน วิจารณ์
จากพุทธบริษัทที่ใส่บาตร จึงเรียกทรงประชุมสงฆ์ แล้วบัญญัติเป็นวินัยห้าม

วินัยบางข้อมีเหตุมาแต่ความเหมาะควร เช่น พุทธบริษัทติเตียนว่ามาบวชเป็นพระแล้วไฉนยังเพลินพอใจการ
ขับร้องเยี่ยงปุถุชน ยังเพลินพอใจการไว้เล็บเยี่ยงปุถุชน ไม่ใช่วิสัยผู้สละเพศเดิมเพื่อแสวงหาโมกษะ
.
ลองหาหนังสือ "พระไตรปิฎก ฉบับสำหรับประชาชน" ย่อความโดยสุชีพ ปุญญานุภาพ จากห้องสมุดมาดูครับ
มีพิเศษตรงที่จะเล่าความเป็นมาของวินัยบางข้อให้ทราบเป็นแนวเทียบอนุมานไปยังพระวินัยข้ออื่นๆอีกครับ

จำเป็นต้องมาลง คห.ไว้ ด้วยไมตรีจิต เพราะ ความเข้าใจผิดจะทำให้ "พลาดจากทาง"
มีผลให้หลงทางไปนานข้ามภพข้ามชาติก็มี
.

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
driftworm วันที่ : 28/10/2011 เวลา : 12.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ที่ว่า
".และการโกนคิ้วไม่มีกำหนดในพุทธวินัย
มีเฉพาะสยามประเทศที่เถระสมาคมกำหนด ให้พระต้องโกนคิ้ว"

มีครับ ในพระไตรปิฎก จะเห็นเหตุผลชัดเจนว่าพระพุทธเจ้าจะไม่ทรงบัญญัติวินัยที่ไม่มีเหตุต้นเค้ามาก่อน
เรื่องนี้มีเหตุต้นเค้าคือมีปริพาชกที่มาบวชในพระพุทธศาสนายังเคยชินกับวัตรเดิม มีการไว้ผม ทำจอนเป็นทรงต่างๆ
ประกวดประขันกัน ไว้ขนจมูกดัดงอนประกวดประขันกัน ไว้ขนหูยาวประกวดประขันกัน เป็นที่ติเตียน วิจารณ์
จากพุทธบริษัทที่ใส่บาตร จึงเรียกทรงประชุมสงฆ์ แล้วบัญญัติเป็นวินัยห้าม

วินัยบางข้อมีเหตุมาแต่ความเหมาะควร เช่น พุทธบริษัทติเตียนว่ามาบวชเป็นพระแล้วไฉนยังเพลินพอใจการ
ขับร้องเยี่ยงปุถุชน ยังเพลินพอใจการไว้เล็บเยี่ยงปุถุชน ไม่ใช่วิสัยผู้สละเพศเดิมเพื่อแสวงหาโมกษะ
.
ลองหาหนังสือ "พระไตรปิฎก ฉบับสำหรับประชาชน" ย่อความโดยสุชีพ ปุญญานุภาพ จากห้องสมุดมาดูครับ
มีพิเศษตรงที่จะเล่าความเป็นมาของวินัยบางข้อให้ทราบเป็นแนวเทียบอนุมานไปยังพระวินัยข้ออื่นๆอีกครับ

จำเป็นต้องมาลง คห.ไว้ ด้วยไมตรีจิต เพราะ ความเข้าใจผิดจะทำให้ "พลาดจากทาง"
มีผลให้หลงทางไปนานข้ามภพข้ามชาติก็มี
.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พี่โบเดีย วันที่ : 28/10/2011 เวลา : 12.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/borderline

ถ้าเราจะเอาหลักความคิดแบบคนพม่า ที่ให้บาปบุญเป็นเครื่องตัดสิน..ของการกระทำในสิ่งที่ไม่ดี

เราก็มองแบบสบายๆใจได้ว่า ผู้นำขณะนี้ผลบุญใกล้จะหมดลงแล้ว...และกรรมต่างๆก็กำลังตามมา
เราคงสบายใจขึ้น..แฮ่ๆๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน