*/
  • เด็กชาย-เด็กหญิง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-30
  • จำนวนเรื่อง : 300
  • จำนวนผู้ชม : 737207
  • จำนวนผู้โหวต : 302
  • ส่ง msg :
  • โหวต 302 คน
<< มีนาคม 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม 2552
Posted by เด็กชาย-เด็กหญิง , ผู้อ่าน : 2058 , 11:03:59 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

กิเลส...ธรรมชาติที่ทำให้เกิดความเร่าร้อนเศร้าหมองทั้งใจและกาย

กิเลส เป็นธรรมชาติที่ทำให้เกิดความเศร้าหมองเร่าร้อนทั้งใจและกาย หมายความว่า จิต, เจตสิก, รูป ที่เกิดพร้อมกับกิเลส ย่อมจะต้องเศร้าหมองเร่าร้อนตามกิเลสไปด้วย กิเลสเป็นอกุศลเจตสิก พวกหนึ่ง ซึ่งเมื่อประกอบกับจิตแล้ว ย่อมทำจิตให้เป็นอกุศลตามเจตสิกไปด้วย และรูปที่เกิดจากอกุศล จิตเหล่านั้นก็พลอยเศร้าหมองเร่าร้อนไปด้วย เพราะธรรมชาติจิตใจของบุคคลที่มิได้ประกอบด้วยกิเลส คือความโลภ ความโกรธ และความหลง เป็นต้น บุคคลนั้นย่อมรู้สึกว่า จิตใจในขณะนั้นปลอดโปร่ง สบายใจและสบายกาย หน้าตาผ่องใส ไม่มีความเดือดร้อยกายใจแต่ประการใด และยังเป็นที่สบายตาสบายใจแก่ผู้ที่ได้พบเห็นอีกด้วย

แต่ถ้าในขณะใด จิตใจของบุคคลมีความโลภ ความโกรธ คุกรุ่นอยู่ภายในจิตใจแล้ว ผู้นั้นก็มีความเดือดเนื้อร้อนใจ รูปร่างหน้าตาไม่แจ่มใส ด้วยอำนาจของกิเลสดังกล่าว ซ้ำยังทำให้ผู้อื่นที่พบเห็น ก็พลอยไม่สบายตาสบายใจแก่ผู้นั้นอีกด้วย

ฉะนั้นพระพุทธองค์จึงทรงเรียกอกุศลจิตบางประการ ที่มีสภาพที่ทำให้เกิดความเศร้าหมองเร่าร้อนแก่กายและใจนี้ว่า กิเลส ดังมีวจนัตถะแสดงว่า

กิเลเสนฺติ   อุปตาเปนฺตีติ  -  กิเลสา

แปลความว่า...ธรรมชาติใด ย่อมทำให้เร่าร้อน เศร้าหมอง ธรรมชาตินั้น ชื่อว่า กิเลส   อีกนัยหนึ่ง...

กิลิสฺสติ   เอเตหีติ   -   กิเลสา

แปลความว่า... สัมปยุตธรรม คือ จิต, เจตสิก ย่อมเศร้าหมองเร่าร้อนด้วยธรรมชาติใด ฉะนั้น ธรรมชาติที่เป็นเหตุแห่งความเศร้าหมองเร่าร้อนของสัมปยุตธรรมนั้น จึงชื่อว่า กิเลส

กิเลสมี ๑๐ ประการ

๑. โลภะกิเลส ธรรมชาติที่เป็นความเศร้าหมองเร่าร้อน เพราะยินดีติดใจในโลกียอารมณ์

๒. โทสะกิเลส ธรรมชาติที่เป็นความเศร้าหมองเร่าร้อน เพราะความโกรธ คือความไม่พอใจในอารมณ์

๓. โมหะกิเลส ธรรมชาติที่เป็นความเศร้าหมองเร่าร้อน เพราะความโง่ ความหลง  ไม่รู้สภาพธรรมตามความเป็นจริง

๔. มานะกิเลส ธรรมชาตที่เป็นความเศร้าหมองเร่าร้อน เพราะความเย่อหยิ่ง ถือตัว

๕. ทิฏฐิกิเลส ธรรมชาติที่เป็นความเศร้าหมองเร่าร้อน เพราะความเห็นผิด

๖. วิจิกิจฉากิเลส ธรรมชาติที่เป็นความเศร้าหมองเร่าร้อน เพราะความสงสัย ลังเลในสิ่งที่ควรเชื่อ

๗. ถีนะกิเลส ธรรมชาติที่เป็นความเศร้าหมองเร่าร้อน เพราะความหดหู่ท้อถอยจากอารมณ์

๘. อุทธัจจกิเลส ธรรมชาติที่เป็นความเศร้าหมองเร่าร้อน เพราะความฟุ้งซ่าน

๙. อหิริกกิเลส ธรรมชาติที่เป็นความเศร้าหมองเร่าร้อน เพราะความไม่ละอายต่อบาปทุจริต

๑๐. อโนตตัปปกิเลส ธรรมชาติที่เป็นความเศร้าหมองเร่าร้อน เพราะความไม่กลัวเกรงต่อบาปทุจริต

ธรรมที่ละกิเลส ๑๐

ปัญญาใน โสดาปัตติมัคคจิต  ละ ทิฏฐิ และวิจิกิจฉา

ปัญญาใน อนาคามิมัคคจิต  ละ โทสะ

ปัญญาใน อรหัตตมัคคจิต  ละ กิเลสที่เหลือ ๗ อย่างทั้งหมด

ฐานะของกิเลส จำแนกออกได้เป็น ๓ ขั้นตอน คือ...

๑. อนุสัยกิเลส เป็นกิเลสอย่างละเอียด ที่นอนเนื่องอยู่ในขันธสันดาน คือกิเลสที่ยังละไม่ได้

๒. ปริยุฏฐานกิเลส เป็นกิเลสอย่างกลาง ที่กรุ่นอยู่ภายในใจ

๓. วีติกกมกิเลส เป็นกิเลสอย่างหยาบ ที่แสดงออกทางกาย และวาจา


Permalink : http://www.oknation.net/blog/pierra



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
singlemom99 วันที่ : 16/04/2009 เวลา : 17.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MotherandSon



ความคิดเห็นที่ 26 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 16/04/2009 เวลา : 17.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....


ไม่มีเรื่องใหม่ให้อ่าน...
นานนนนนนนนนนนนนนนนนแล้ว...
จำศีลหน้าร้อน ?...

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
เคียงดิน วันที่ : 15/04/2009 เวลา : 21.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

เชิญตรวจสุขภาพ ที่บล๊อคค่ะ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
เคียงดิน วันที่ : 14/04/2009 เวลา : 20.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

สาธุค่ะ เมื่อวานนี้เก้าสูญเสียเพื่อนชาวนางเลิ้งไป สองคนค่ะ น่าเศร้าจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
forgive วันที่ : 14/04/2009 เวลา : 15.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tocare
Forgive others and you will be forgiven.

สวัสดีปีใหม่ค่ะหลานๆ

แถวบ้านหลานป้าปลอดภัยดีนะคะ...

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
forgive วันที่ : 13/04/2009 เวลา : 18.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tocare
Forgive others and you will be forgiven.

ช่วยกันนะคะพี่ชายใหญ่ และหลานป้า
http://www.oknation.net/blog/vanessa/2009/04/13/entry-1

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 13/04/2009 เวลา : 12.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....


อิ อิ
คู่แฝด...
เปียก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 13/04/2009 เวลา : 12.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....


ขออนุญาตรดน้ำขอพรปีใหม่ค่ะคุณพีระ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
raksanok วันที่ : 12/04/2009 เวลา : 09.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/raksanok
 raksanok เพราะควมสุขอยู่ทีใจ  www.sumbydesign.net

สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะท่านพี่

ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 10/04/2009 เวลา : 16.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....

เจ้าบ้านหายไปไหนน้อ ?

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
chronomist วันที่ : 09/04/2009 เวลา : 10.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prompzy

ปัญญาชี้ทางสว่าง

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ดอกไม้ในขุนเขา วันที่ : 08/04/2009 เวลา : 09.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebeautyofsunlight

มิได้ไปเข้ากรรมฐานมาหรอกเจ้า
ไปสัมมนานานาซาดมา อิอิ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ดอกไม้ในขุนเขา วันที่ : 07/04/2009 เวลา : 10.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebeautyofsunlight

หวัดดีจ้า
กลับมาแล้ว กลับมาแล้ว อิอิ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
forgive วันที่ : 05/04/2009 เวลา : 19.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tocare
Forgive others and you will be forgiven.


นำบุญจากการภาวนา
มาฝากหลานป้าด้วยความตั้งใจยิ่งค่ะ...

สาธุ.

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
raksanok วันที่ : 04/04/2009 เวลา : 18.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/raksanok
 raksanok เพราะควมสุขอยู่ทีใจ  www.sumbydesign.net

สบายดีค่ะ

แต่งานรุมเลยไม่ค่อยว่างเข้าบล็อกและเว็บเลย

พี่สบายดีนะค่ะ

รักษาสุขภาพด้วยนะ ช่วงนี้อากาศร้อนเดี๋ยวฝนตก

ปรับตัวไม่ค่อยทันเลย

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
chaiyassu วันที่ : 03/04/2009 เวลา : 17.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang


ความคิดเห็นที่ 11 (0)
feng_shui วันที่ : 02/04/2009 เวลา : 18.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

กิเลส ทำให้เกิดความเศร้าหมอง


สวัสดียามเย็น
หนีห่าว

.

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
เด็กชาย-เด็กหญิง วันที่ : 01/04/2009 เวลา : 14.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boy-girl
จงเลิกยึดติดในวัตถุนิยม...และกลับมาเป็นจิตนิยม...โดยการอบรมรักษาจิตใจให้ตั้งมั่นในทางที่ดี...ที่ประเสริฐ.......โลกอันจิตย่อมนำไป...อันจิตย่อมเสือกไสไป...โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่ง...คือ..."จิต"...

นิวรณ์ หมายถึงธรรมที่เป็นเครื่องกั้นความดี คือกุศลธรรมต่างๆที่เกิดขึ้น ถูกนิวรณ์ธรรมขัดขวางไว้ไม่ให้เกิดขี้น ก็เกิดขึ้นไม่ได้

ความเห็นส่วนตัว..ตามปกติที่อารมณ์ไม่ได้ทำกุศลธรรมต่างๆ หรือทำสมาธิ คงไม่มีนิวรณ์เกิดขึ้น
แต่ขณะที่เราจะทำกุศลอยู่นั้น เกิดความท้อแท้เบื่อหน่าย ไม่พอใจขึ้นได้
ทำให้ศรัทธา สติ ปัญญา เสื่อมถอยไป ก็อาจเป็นเหตุให้นิวรณ์ต่างๆเกิดขึ้นได้

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ดอกไม้ในขุนเขา วันที่ : 01/04/2009 เวลา : 13.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebeautyofsunlight

ขอบคุณค่ะพี่อาจาย์ แต่สงสัยไอ้เรื่องนิวรณ์เนี่ย ในอารมณ์ปกติไม่ได้ทำสมาธิ เมื่อจิตตามคิด ตามเคล้าคลึงไม่ยอมปล่อยอยู่ในอกุศลเช่นกามฉันทะ หรือโทสะ เรียกว่ากามฉันทะนิวรณ์ และพยาปาทะนิวรณ์หรือไม่ เพราะเห็นใช้คำนี้ในภาวนากุศลเสมอ...อยากรู้จริงๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
เด็กชาย-เด็กหญิง วันที่ : 01/04/2009 เวลา : 10.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boy-girl
จงเลิกยึดติดในวัตถุนิยม...และกลับมาเป็นจิตนิยม...โดยการอบรมรักษาจิตใจให้ตั้งมั่นในทางที่ดี...ที่ประเสริฐ.......โลกอันจิตย่อมนำไป...อันจิตย่อมเสือกไสไป...โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่ง...คือ..."จิต"...

คุณดอกไม้ฯ

ถีนะ และมิทธะ มีความหมายเดียวกันคือความหดหู่ท้อถอยจากอารมณ์
(ถีนะกิเลส องค์ธรรมได้แก่ ถีนะเจตสิก ที่ในอกุศลสสังขาริกขจิต ๕)
ต่างกันตรงที่ ถีนะเจตสิก เป็นองค์ธรรมของอกุศล ๒ กอง คือ นิวรณ์ และกิเลส
ส่วนมิทธะ เป็นองค์ธรรมของอกุศล ๑ กอง คือ นิวรณ์

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ดอกไม้ในขุนเขา วันที่ : 01/04/2009 เวลา : 10.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebeautyofsunlight

ไอ้ถีนะกิเลสเนี่ย..มีมิทธะด้วยหรือเปล่าจ๊ะพี่
เป็นธรรมที่แยกจากกันได้ด้วยเหรอจ๊ะ
สงสัย สงสัย อ่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
forgive วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 20.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tocare
Forgive others and you will be forgiven.

_/l\_ _/l\_ _/l\_ ค่ะ.

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 16.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....


ความคิดเห็นที่ 1 ...

_/l\_ _/l\_ _/l\_ ...
แปลว่า...
สาธุ สาธุ สาธุ
ค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เด็กชาย-เด็กหญิง วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 15.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boy-girl
จงเลิกยึดติดในวัตถุนิยม...และกลับมาเป็นจิตนิยม...โดยการอบรมรักษาจิตใจให้ตั้งมั่นในทางที่ดี...ที่ประเสริฐ.......โลกอันจิตย่อมนำไป...อันจิตย่อมเสือกไสไป...โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่ง...คือ..."จิต"...

"ปุถุชโน กมฺมหโก อิยํ"
ปุถุชน - ชนผู้หนา ผู้ไม่ฉลาดในทาง

ผู้มีกิเลสหนา, ผู้หนาด้วยคติทั้ง ๕ มีนิรยคติ,ติรัจฉานคติ เป็นต้น
ผู้สร้างสังขารอันหนาทั้ง ๓ มีปุญญาภิสังขาร เป็นต้น
ผู้ถูกโอฆะอันหนาทั้ง ๔ พัดไป มีทิฏโฐฆะ กาโมฆะ ภโวฆะ และอวิชโชฆะ
ผู้เร่าร้อนอันหนา เพราะราคะ โทสะ โมหะ
ผู้กำหนัดอย่างหนาแน่น ในกามคุณ ๕ คือรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส
ผู้ถูกนิวรณ์ ๕ อันหนาครอบงำ ปกปิดไว้ให้มืดมิด
ผู้หยั่งลงสู่ธรรมอันต่ำ
ผู้ปราศจากสาระธรรมทั้ง ๕ มีสัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ดอกไม้ในขุนเขา วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 12.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebeautyofsunlight

กราบสวัสดีค่ะ
หนูมารายงานตัวจ๊ะ
กิเลสข้างต้น...หนูมีครบทุกข้อเลยจ๊ะ อิอิ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เด็กชาย-เด็กหญิง วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 11.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boy-girl
จงเลิกยึดติดในวัตถุนิยม...และกลับมาเป็นจิตนิยม...โดยการอบรมรักษาจิตใจให้ตั้งมั่นในทางที่ดี...ที่ประเสริฐ.......โลกอันจิตย่อมนำไป...อันจิตย่อมเสือกไสไป...โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่ง...คือ..."จิต"...

อกุศลเจตสิก เป็นเจตสิกฝ่ายชั่ว, ที่หยาบ, ที่บาป, ไม่ดีงาม และไม่ฉลาด
เมื่อประกอบกับจิตแล้ว ย่อมทำให้จิตเศร้าหมองเร่าร้อน ตกเป็นอกุศลจิตไปด้วย
อกุศลเจตสิกนี้ จึงประกอบได้เฉพาะอกุศลจิต ๑๒ ดวงเท่านั้น
จะประกอบกับจิตประเภทอื่น(อเหตุกจิต ๑๘ หรือโสภณจิต ๕๙) ไม่ได้เลย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 11.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....

_/l\_ _/l\_ _/l\_

เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น