*/
  • เด็กชาย-เด็กหญิง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-30
  • จำนวนเรื่อง : 300
  • จำนวนผู้ชม : 737206
  • จำนวนผู้โหวต : 302
  • ส่ง msg :
  • โหวต 302 คน
<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม 2552
Posted by เด็กชาย-เด็กหญิง , ผู้อ่าน : 1487 , 13:54:51 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 การสืบสายบรรพบุรุษที่ไม่มีวันสิ้นสุด

พระพุทธองค์ทรงแสดงให้เราทราบว่า  ทุกคนที่เกิดมานี้ล้วนแต่มีบรรพบุรุษสืบสายกันมานับไม่ถ้วน  ทั้งทางฝ่ายมารดาและบิดา โดยทรงเปรียบเทียบกับผืนแผ่นดินใหญ่นี้ว่าถ้าเราจะเอาดินมาปั้นเป็นก้อนเล็กๆเท่าเมล็ดกระเบา  แล้วสมมุติให้ก้อนนี้เป็นมารดาของเรา  ก้อนนี้เป็นมารดาของมารดาเราเป็นลำดับไป มารดาของมารดาเราจะไม่ถึงความสิ้นสุด  แต่ดินบนผืนแผ่นดินใหญ่นี้จะพึงหมดไปเสียก่อน  แม้ในฝ่ายบรรพบุรุษของบิดาก็เช่นเดียวกัน

เราได้เสวยความทุกข์เดือดร้อน  ร้องไห้  คร่ำครวญกันมานานไม่น้อยเลย  พระพุทธองค์ตรัสว่า  น้ำตาของเราผู้ร้องไห้อยู่ในสงสารอันยาวนานนี้  ยังมากกว่าน้ำในมหาสมุทรทั้ง ๔ รวมกันเสียอีก  ร่างกายของเรานั้นเล่าก็นอนทับถมพื้นดินกันมานานมิใช่น้อย  จนนับประมาณมิได้

ตลอดเวลาที่เราท่องเที่ยวอยู่ในสงสารนี้  บางคราวก็จากโลกนี้ไปสู่โลกอื่น  บางคราวก็จากโลกอื่นมาสู่โลกนี้  เวียนวนไปมาอยู่อย่างนี้  โดยไม่อาจกำหนดที่สุดของการเกิดของเราได้เลย  ตราบเท่าที่ยังไม่เห็นอริยสัจ  ๔

ทุกข์นั้นมีมากมาย  แต่ไม่มีทุกข์อะไรที่น่ากลัวยิ่งกว่า  ทุกข์ในวัฏฏะ  อันมีการเวียนเกิดเวียนตายที่หาจุดจบมิได้  เกิดทีไรก็เป็นทุกข์ทีนั้น

การเกิดบ่อยๆ  จึงเป็นทุกข์  การไม่ต้องเกิดเป็นอะไรเลยเป็นความสุข

ทุกข์เหล่านี้มีตัณหาความอยาก  ความต้องการเป็นมูล  พระพุทธองค์ตรัสว่า  ผู้มีตัณหาเป็นเพื่อนสองท่องเที่ยวไปอยู่สิ้นกาลนาน  ย่อมไม่ก้าวล่วงสงสารไปได้   เพราะฉะนั้นการดับตัณหาอันเป็นมูลเหตุของทุกข์ทั้งมวลเสียได้  จึงเป็นความสุขอย่างยิ่ง

ตัณหาจะดับได้ก็เพราะได้ดำเนินตามทางสายกลางที่เรียกว่า อริยมรรคมีองค์ ๘ อันประกอบด้วย สัมมาทิฏฐิ ความเห็นชอบ ๑,  สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ ๑,  สัมมาวาจา การเจรจาชอบ ๑,
สัมมากัมมันตะ การทำงานชอบ ๑,  สัมมาอาชีวะ การเลี้ยงชีพชอบ ๑,  สัมมาวายามะ การเพียรชอบ ๑, สัมมาสติ การระลึกชอบ ๑,  สัมมาสมาธิ การตั้งใจมั่นชอบ ๑, จนบรรลุพระอรหัตต์เป็นพระอรหันต์เท่านั้น


ความเป็นมนุษย์ของเราจะสมบูรณ์ที่สุดก็เพราะได้เข้าถึง  อนุปาทิเสสนิพพานธาตุ อันเกษมจากโยคะ  หมดสิ้นทั้งกิเลสและขันธ์ทั้งปวง  ไม่ต้องเกิดมาพบกับความทุกข์อีก

(เกษมจากโยคธรรม - คือความพ้นภัยจากกิเลส)

( อาจารย์ประณีต ก้องสมุทร)


Permalink : http://www.oknation.net/blog/pierra




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
raksanok วันที่ : 04/05/2009 เวลา : 15.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/raksanok
 raksanok เพราะควมสุขอยู่ทีใจ  www.sumbydesign.net

สวัสดีค่ะ .....

ว่างบ้างมั้ยเอ่ย .......?

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เด็กชาย-เด็กหญิง วันที่ : 04/05/2009 เวลา : 10.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boy-girl
จงเลิกยึดติดในวัตถุนิยม...และกลับมาเป็นจิตนิยม...โดยการอบรมรักษาจิตใจให้ตั้งมั่นในทางที่ดี...ที่ประเสริฐ.......โลกอันจิตย่อมนำไป...อันจิตย่อมเสือกไสไป...โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่ง...คือ..."จิต"...

คุณดอกไม้(เจ้าปัญหา)

มนุษย์ยุคหน้าหมายถึงยุคพระศรีอริยเมตไตรยหรือปล่าว?
ถ้าเป็นยุคพระศรีอาริย์ฯ ก็น่าจะเกิดเป็นมนุษย์จะประเสริฐกว่า
เพราะยุคพระศรีอาริย์ฯนี้เป็นยุคของผู้มีบุญมากเท่านั้นที่จะมาเกิดได้

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ได้ศึกษาธรรมแล้ว
ไม่ว่าในยุคใหน ถ้าเลือกเกิดได้จะขอเกิดเป็นมนุษย์ดีกว่าการเกิดเป็นเทวดา
เพราะว่าการเกิดเป็นมนุษย์ทำกุศลได้ทุกชนิด
เช่นการให้ทาน การเจริญภาวนา เป็นต้น

พระพุทธเจ้าจะตรัสรู้อริยสัจ ๔ ก็ยังต้องมาเกิดในโลกมนุษย์

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ดอกไม้ในขุนเขา วันที่ : 04/05/2009 เวลา : 09.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebeautyofsunlight

สาธุค่ะพี่...
ความทุกข์...น้ำตา อย่าว่าแต่ในสังสารวัฏเลย แม้ในชาตินี้ก็ไม่อาจนับได้แล้ว
ว่าแต่...เป็นมนุษย์ยุคหน้า หรือเป็นเทวดา อันไหนจะดีกว่ากันจ๊ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เด็กชาย-เด็กหญิง วันที่ : 03/05/2009 เวลา : 18.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boy-girl
จงเลิกยึดติดในวัตถุนิยม...และกลับมาเป็นจิตนิยม...โดยการอบรมรักษาจิตใจให้ตั้งมั่นในทางที่ดี...ที่ประเสริฐ.......โลกอันจิตย่อมนำไป...อันจิตย่อมเสือกไสไป...โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่ง...คือ..."จิต"...

พระพุทธองค์ตรัสว่า...

บุคคลในโลกนี้ที่ไม่เคยเป็นญาติกันมาก่อน...ไม่มี.

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 01/05/2009 เวลา : 17.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....

เราได้เสวยความทุกข์เดือดร้อน ร้องไห้ คร่ำครวญกันมานานไม่น้อยเลย
พระพุทธองค์ตรัสว่า
น้ำตาของเราผู้ร้องไห้อยู่ในสงสารอันยาวนานนี้
ยังมากกว่าน้ำในมหาสมุทรทั้ง ๔ รวมกันเสียอีก
ร่างกายของเรานั้นเล่าก็นอนทับถมพื้นดินกันมานานมิใช่น้อย
จนนับประมาณมิได้
*************************************
สาธุค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Patui วันที่ : 01/05/2009 เวลา : 14.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aparat



ดีค่ะ.. ถ้าแต่ละท่านหันมาศึกษาเรื่องนี้บ้าง...
เมืองไทยคงสงบอีกเยอะ...


เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น