*/
  • เด็กชาย-เด็กหญิง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-30
  • จำนวนเรื่อง : 300
  • จำนวนผู้ชม : 740709
  • จำนวนผู้โหวต : 302
  • ส่ง msg :
  • โหวต 302 คน
<< มิถุนายน 2009 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน 2552
Posted by เด็กชาย-เด็กหญิง , ผู้อ่าน : 2221 , 10:46:37 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ผลของกรรมมี ๓ อย่าง คือ... (๒)

๒. อานิสงส์ผล หมายถึงผลที่หลั่งไหลมาจากกรรมที่ทำในปัจจุบัน ให้ได้รับผลในปัจจุบัน เช่นคนมีศีลดี ย่อมมีคนรักใคร่นับถือไว้วางใจ มีเกียรติยศ ชื่อเสียง เป็นต้น

ถ้าเป็นคนทุศีลทำกรรมชั่ว ย่อมเป็นที่เกลียดชัง ถูกติเตียนด่าว่า เป็นต้น

นี้เป็นอานิสงส์ผลที่เกิดจากการทำดี ทำชั่วในปัจจุบัน ย่อมเห็นผลในปัจจุบัน ส่วนวิบากผลที่เกิดจากศีลต้องรอให้กรรมนั้นสุกจึงจะได้รับผล เช่นวิบากผลของศีล ทำให้ได้เกิดเป็นมนุษย์ หรือเทวดาในชาติหน้า และยังทำให้มีรูปสวย ผิวพรรณงาม เป็นต้น

ถ้าเป็นวิบากผลของกรรมในปัจจุบันก็มีได้ แต่ว่ามีผลน้อย เพราะเป็นผลที่เกิดจากชวนะดวงที่ ๑ (เสพอารมณ์ครั้งแรก)เท่านั้น เช่นคนทำแต่กรรมดีก็ทำให้จิตใจสบาย ถ้าทำกรรมชั่วใจก็เป็นทุกข์ ส่วนอานิสงส์ผลเป็นผลที่หลั่งใหลมาจากการทำกรรมในปัจจุบันนี้เท่านั้น

ตัวอย่างอานิสงส์ผลที่ได้ในปัจจุบันชาตินี้ เช่นการเข้าฌาณสมาบัติ เป็นอานิสงส์ของผู้ที่ได้ฌาณเป็นวสี(ความชำนาญในการเข้าฌาณ) ถ้าเป็นวิบากผลทำให้ได้เกิดเป็นพรหม การทำอภิญญา เป็นอานิสงส์ผลของผู้ที่ได้รูปาวจรปัญจมฌาณ จึงทำอภิญญาได้ แต่เป็นวิบากผลไม่ได้

ผลสมาบัติ เป็นอานิสงส์ผลของโลกุตตรจิตที่ประกอบด้วยฌาณ พระอริยะผู้ได้ฌาณย่อมเข้าผลสมาบัติได้ โดยมีพระนิพพานเป็นอารมณ์ พระอริยะที่ไม่ได้ฌาณย่อมเข้าผลสมาบัติไม่ได้

นิโรธสมาบัติ เป็นอานิสงส์ผลของพระอริยบุคคลที่เป็นพระอนาคามี และพระอรหันต์ที่ได้สมาบัติ ๘ ย่อมดับจิต เจตสิก จิตตชรูป ไม่รู้อารมณ์เหมือนผู้ปรินิพพานแล้ว

ปฏิสัมภิทา เป็นอานิสงส์ผลของปัญญาโลกุตตระ ต้องได้มรรค ผล จึงจะเกิดปฏิสัมภิทาได้

๓. สามัญญผล หมายถึงผลที่เกิดจากอริยมรรคมีองค์ ๘ ที่เป็นโลกุตตระ มีพระนิพพานเป็นอารมณ์ เป็นผลที่ทำให้เป็นพระอริยบุคคล มีพระโสดาบันบุคคล ตลอดจนถึงพระอรหันต์บุคคล เป็นต้น สามัญญผลไม่ใช่ผลของปุถุชน เพราะมีวิเคราะห์ศัพย์ว่า

สมณสฺส  อตฺโถ  =  สามญฺญณํ (ผลของสมณะ ชื่อว่าสามัญญผล)

สมณะ คือผู้สงบจากกิเลสแล้วตามมรรคที่ประหานกิเลสได้

สามัญญผล ให้ผลเฉพาะในปวัตติกาล(หลังปฏิสนธิ) ไม่ให้ผลในปฏิสนธิกาล เพราะเป็นผลที่ทำให้สิ้นภพชาติ.

(คู่มือการศึกษา คัมภีร์มหาปัฏฐาน โดยอาจารย์ปราโมช น้อยวัฒน์)


บุคคลควรคบสัตบุรุษผู้มีปัญญา เป็นพหูสูตร

บุคคลผู้คบบุคคลเช่นนั้น รู้ชัดเนื้อความแล้ว

ปฏิบัติอยู่รู้แจ้งธรรมแล้ว

พึงได้ความสุข

(จาก นาวาสูตร ขุททกนิกาย สุตตนิบาต)


Permalink : http://www.oknation.net/blog/pierra



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ทิพย์อาภา วันที่ : 08/06/2009 เวลา : 20.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rpa

เด็กชายเด็กหญิง ถามหาเพื่อนกวนๆ
ด.ญ.ติ๊บก็คิดถึงเพื่อนกวนๆ เช่นกันค่ะ
ป่านนี้คงกำลังเรียนหนังสือหัวปักหัวปำ
.
.

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
forgive วันที่ : 08/06/2009 เวลา : 20.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tocare
Forgive others and you will be forgiven.

คอมพ์หายเปื่อยแร้ว
แต่เด็กๆไม่ยักอยู่เล่นด้วยอ่ะ...

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
feng_shui วันที่ : 08/06/2009 เวลา : 19.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

สวัสดียามเย็นค่ะ


.

เก็บของกลับบ้านก่อน เด้อค่ะ

.

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ดอกไม้ในขุนเขา วันที่ : 08/06/2009 เวลา : 13.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebeautyofsunlight

สาธุ อนุโมทนาจ๊ะพี่

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
forgive วันที่ : 07/06/2009 เวลา : 19.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tocare
Forgive others and you will be forgiven.

ตามหนูเวลามา...

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
sodaaban วันที่ : 06/06/2009 เวลา : 09.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sodaaban

ผมเชื่อในกฎแห่งการกระทำ

ทำสิ่งใดไว้ย่อมได้สิ่งนั้นตอบ
ไม่ว่าดีหรือชั่ว

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
times วันที่ : 04/06/2009 เวลา : 18.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times




ตาม ย่าฯ มาค่ะ

สาธุค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เด็กชาย-เด็กหญิง วันที่ : 04/06/2009 เวลา : 14.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boy-girl
จงเลิกยึดติดในวัตถุนิยม...และกลับมาเป็นจิตนิยม...โดยการอบรมรักษาจิตใจให้ตั้งมั่นในทางที่ดี...ที่ประเสริฐ.......โลกอันจิตย่อมนำไป...อันจิตย่อมเสือกไสไป...โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่ง...คือ..."จิต"...

เพราะโลภะเป็นตัวสมุทัยเป็นตัวสร้างโลก สร้างทุกข์ให้เกิดขึ้นอยู่ทุกวัน
ดังนั้น โลภะเหตุเมื่อเกิดขึ้นแก่บุคคลใด จึงทำให้จิตใจมีกำลังกำเริบขึ้น
สามารถทำได้ทั้งสุจริต ทุจริต เพราะความอยาก และการที่อยากได้วัตถุต่างๆมา
ตัวเองก็ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองได้สะสมโลภะไว้แล้วในจิต
เมื่อมีแต่การสะสมไม่มีการทำลาย จึงเป็นการยากที่จะถอนเหตุปัจจัยออกได้โดยง่าย
ถ้าหากไม่ได้อาศัยคำสอนของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว
จะไม่มีใครทำลายเหตุปัจจัยได้เลย
เพราะว่าสัตว์ทั้งหลายได้ทำสังขารให้เป็นปัจจัยอยู่เสมอ คือให้เกิดขันธ์ ๕ อยู่ตลอดกาล
ก็เพราะไม่เข้าใจว่าชาติความเกิด คือขันธ์ ๕ นั้นนำทุกข์มาให้ และทุกข์ก็มาจากเหตุปัจจัยนี้เอง
เหตุปัจจัยจึงเป็นปัจจัยสร้างโลกที่สำคัญที่สุด

เหตุนี้พระพุทธองค์จึงทรงแสดง "เหตุปัจจัย" ก่อนเป็นอันดับแรก
เพราะว่าธรรมทั้งหลายย่อมเกิดจากเหตุ มีเหตุเป็นแดนเกิด
ถ้าดับเหตุเสียได้จึงจะพ้นจากชาติความเกิด คือพ้นจากทุกข์ทั้งปวง

(บางตอนจากปัจจัย ๒๔)

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
auguzzy วันที่ : 04/06/2009 เวลา : 13.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

กรรมชาตินี้ น่าจะลงโทษในชาตินี้เลยนะคับ

คนดีๆ เริ่มท้อกันแล้ว

เพราะกรรมดีมาช้าจนจะอดตายอยู่แล้ว

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เด็กชาย-เด็กหญิง วันที่ : 04/06/2009 เวลา : 11.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boy-girl
จงเลิกยึดติดในวัตถุนิยม...และกลับมาเป็นจิตนิยม...โดยการอบรมรักษาจิตใจให้ตั้งมั่นในทางที่ดี...ที่ประเสริฐ.......โลกอันจิตย่อมนำไป...อันจิตย่อมเสือกไสไป...โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่ง...คือ..."จิต"...

"จงอย่าประกอบในการงานที่ไม่สมควร"

คือจงอย่าประกอบในกิจทั้งหลายที่ไม่เกื้อกูลแก่การละกิเลส
และในกิจทั้งหลายที่เกื้อกูลแก่กิเลส

เหล่านี้ คือการพิจารณาสังขาร เป็นต้น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 04/06/2009 เวลา : 11.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....


สาธุค่ะ

แจ่มเลยค่ะ
ละเอียดขึ้นกว่าที่เคยรู้เพียงข้อแรกข้อเดียว
อนุฌมทนาสาธุค่ะ


อืมมมม
ปริ้นไว้อ่านแล้วค่ะ
เพื่อทำความเข้าใจให้ชัดขึ้น
และ
เพื่อให้จำได้ขึ้นใจ
สาธุค่ะ _/l\_

เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น