*/
  • เด็กชาย-เด็กหญิง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-30
  • จำนวนเรื่อง : 300
  • จำนวนผู้ชม : 737202
  • จำนวนผู้โหวต : 302
  • ส่ง msg :
  • โหวต 302 คน
<< กรกฎาคม 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม 2552
Posted by เด็กชาย-เด็กหญิง , ผู้อ่าน : 5299 , 10:50:38 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

กุศลที่มีอานิสงส์มากต้องประกอบด้วยเจตนาครบ ๓ กาล

การระลึกถึงกุศลด้วยจิตที่เป็นกุศล จะต้องอาศัยโยนิโสมนสิการ(ปัญญาพิจารณาใส่ใจในอารมณ์ที่เป็นกุศล) พิจารณาว่าความดีที่ทำนั้น ได้ทำประโยชน์สุขให้แก่ผู้อื่น โดยรู้ว่ากรรมนี้มีผล และทำประโยชน์ให้แก่ตนเองด้วย

คือทำเพื่อละกิเลสของตนให้หมดไป ถ้าพิจารณาอย่างนี้ก็จะเป็นมหากุศลญาณสัมปยุติ(มหากุศลที่ประกอบด้วยปัญญา) แต่ถ้าเป็นกุศลญาณวิปปยุติ(กุศลที่ไม่ประกอบด้วยปัญญา) ก็เพียงแต่ยินดีในกุศลที่ทำแล้ว ชื่อว่าระลึกถึงกุศลด้วยจิตที่เป็นกุศล

ทานํ ทตฺวา สีลํ สมาทิยิตฺวา อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ปจฺจเวกฺขติ

ผู้มีศรัทธาถวายทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้ว

พิจารณาถึงกุศลนั้นด้วยมหากุศล.

ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ปจฺจเวกฺขติ

พิจารณาถึงความประพฤติดีในกาลก่อนทั้งใกล้และไกล

ด้วยมหากุศล.

การพิจารณาถึงกุศลที่ทำแล้วจะเป็นปัจจัยช่วยให้มีความสุขในวัยชรา ซึ่งเป็นวัยที่ร่างกายเสื่อมโทรม มีทุกข์มาก

เพราะฉะนั้น กุศลที่ทำ ถ้าจะให้ได้ผลมาก ต้องประกอบด้วยเจตนาครบ ๓ กาล คือ....

๑. ก่อนทำบุญ (บุพพเจตนา) ต้องมีจิตเลื่อมใสในบุญนั้น บุพพเจตนานี้จะให้ผลดีในวัยเด็ก ในชาติต่อไป

๒. กำลังทำบุญ (มุญจเจตนา) ต้องมีใจยินดีโสมนัสในบุญนั้น มุญจเจตนานี้จะให้ผลดีในวัยหนุ่มสาว ในชาติต่อไป

๓. ทำบุญแล้ว (อปรเจตนา) ครั้นทำแล้วนึกถึงบุญทีไร จิตก็ผ่องใสปลื้มปีติยินดีในบุญนั้น อปรเจตนานี้จะให้ผลดีในวัยชรา ในชาตินี้และชาติต่อไป

บุญที่ทำครบ ๓ กาลย่อมได้อานิสงส์มาก ถ้าเป็นทาน วัตถุที่ทำจะมากหรือน้อยไม่สำคัญ

ข้อสำคัญอยู่ที่เจตนาต้องครบทั้ง ๓ กาล วัตถุที่ทำต้องได้มาด้วยความบริสุทธิ์ ผู้ให้มีใจบริสุทธิ์ จึงต้องสมาทานศีลก่อน

ผู้รับก็เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อให้ถึงความบริสุทธิ์ ทานที่ให้แล้วอย่างนี้ย่อมได้อานิสงส์มาก

แต่ว่าข้อสำคัญของการทำบุญ จะต้องทำเพื่อชำระขันธสันดานให้สะอาด

ทำบุญเพื่อให้หมดจดจากกิเลส ไม่หวังผลตอบแทน เพื่อจะได้เป็นปัจจัยแก่การพ้นทุกข์ จึงต้องมีโยนิโสมนสิการให้เกิดปัญญาอยู่เสมอ.


การเลือกทักขิณาทาน และพระทักขิไณยบุคคล(ผู้ควรแก่การรับทาน)แล้วจึงให้ทาน

พระสุคตเจ้าทรงสรรเสริญ ทานที่บุคคลถวายในพระทักขิไณยบุคคล

มีพระพุทธเจ้า เป็นต้น

ซึ่งมีอยู่ในสัตว์โลกนี้ ย่อมมีผลมาก เหมือนพืชที่หว่านลงในนาดี ฉะนั้น


Permalink : http://www.oknation.net/blog/pierra



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 12.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

สวัสดีค่ะ
คิดถึงน้องดอกไม้ด้วยเหมือนกันค่ะ สงสัยเธอคงยุ่ง ไม่ได้อัพบล็อคเลย
เดี๋ยวแวะไปฝากข้อความไว้ในบ้านเธอดีกว่าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 03/07/2009 เวลา : 22.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

มาทบทวนพระอภิธรรมที่ได้เรียนมาอีกครั้งค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 03/07/2009 เวลา : 19.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

กลับมาอ่านอีกครั้งค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 03/07/2009 เวลา : 15.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ปิติค่ะที่ได้เข้ามาอ่าน
สาธุ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
auguzzy วันที่ : 03/07/2009 เวลา : 12.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

อ่านไป3 รอบ

กว่าจะพอเข้าใจ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เด็กชาย-เด็กหญิง วันที่ : 03/07/2009 เวลา : 11.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boy-girl
จงเลิกยึดติดในวัตถุนิยม...และกลับมาเป็นจิตนิยม...โดยการอบรมรักษาจิตใจให้ตั้งมั่นในทางที่ดี...ที่ประเสริฐ.......โลกอันจิตย่อมนำไป...อันจิตย่อมเสือกไสไป...โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่ง...คือ..."จิต"...

ผู้ใดให้ทานแก่ท่านผู้มีธรรมได้แล้ว
ผู้บรรลุธรรมด้วยความเพียรและความหมั่น
ผู้นั้นจักล่วงเลยเวตรณีนรกของพระยายมไปได้
แล้วจักเข้าถึงทิพยสถาน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เด็กชาย-เด็กหญิง วันที่ : 03/07/2009 เวลา : 11.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boy-girl
จงเลิกยึดติดในวัตถุนิยม...และกลับมาเป็นจิตนิยม...โดยการอบรมรักษาจิตใจให้ตั้งมั่นในทางที่ดี...ที่ประเสริฐ.......โลกอันจิตย่อมนำไป...อันจิตย่อมเสือกไสไป...โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่ง...คือ..."จิต"...

"ทาน" ท่านผู้รู้สรรเสริญโดยส่วนมากก็จริง
แต่ว่าบทแห่ง"ธรรม"แล ประเสริฐกว่าทาน
เพราะว่าสัตบุรุษในครั้งก่อน หรือในครั้งก่อนกว่านั้นอีก
ท่านมีปัญญาเจริญวิปัสสนาแล้วได้บรรลุพระนิพพานทีเดียว.

เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น