*/
  • ยุทธเขาศูนย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : by_1010@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2012-06-06
  • จำนวนเรื่อง : 17
  • จำนวนผู้ชม : 50555
  • จำนวนผู้โหวต : 13
  • ส่ง msg :
  • โหวต 13 คน
เพลง ทีนี้ไม้เรียง- เขาศูนย์

ภาพประกอบเพลงทั่งหมดเป็น บรรยากาศของทะเลหมอกเขาศูนย์ ต.ไม้เรียง อ.ฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพลงประกอบโดย ยุทธ ธรฤทธิ์

View All
วันพฤหัสบดี ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556
Posted by ยุทธเขาศูนย์ , ผู้อ่าน : 2506 , 17:18:25 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน BlueHill โหวตเรื่องนี้

การค้นพบแร่บนเขาศูนย์

 

               เมื่อประมาณ ปีพ.ศ. 2510  นายกรีด คงศิลป์ ราษฎรหมู่ที่ 2 ตำบลไม้เรียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช อาชีพเกษตรกร ได้ขึ้นไปจับจองที่ดินป่าสงวนบนเขาศูนย์เพื่อทำสวนยางพารา ขณะเตรียมการปลูกยางพาราก็ได้ประกอบอาชีพอื่นๆ เลี้ยงครอบครัว คือ รับจ้างตัดไม้ ปลูกผัก และเลี้ยงหมู ประมาณเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2512  ขณะที่นายกรีด  คงศิลป์  กำลังขุดหลุมปลูกยางพารา เขาได้พบก้อนหินลักษณะแตกต่างจากก้อนหินปกติ  กล่าวคือ มีน้ำหนักมากกว่าหินธรรมดาที่มีขนาดเดียวกัน ผิวเรียบ  สีดำ  มีประกายวาวเมื่อกระทบแสง ด้วยความสงสัยจึงนำก้อนหินนั้น ไปให้นายปลอบ มะศรี ดู แต่ทั้งคู่ก็สรุปไม่ได้ว่า  วัตถุแปลกก้อนนั้นคืออะไร ต่อมานายกรีดได้นำหินก้อนนั้นไปให้ผู้รู้ที่บ้านคลองจังช่วยดูให้ จึงได้ทราบว่าก้อนหินนั้นคือแร่วุลแฟรม ซึ่งเป็นก้อนแร่ที่มีราคา สามารถนำไปขายได้และกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดแร่ต่างประเทศ 

ก้อนแร่ที่นายกรีดพบนี้เป็นก้อนแร่วุลแฟรมที่นักเลงแร่เรียกกันว่า “ลูกพลัด”  กล่าวคือ  เป็นเนื้อแร่วุลแฟรมล้วน ๆ ไม่มีหินปะปน  และจุดที่พบคือบริเวณที่เรียกกันในเวลาต่อมาว่า “เขตหน้าเมือง”  ซึ่งเป็นบริเวณที่มีแอ่งแร่กระจุกใหญ่ และมีแร่ลูกพลัดผุดลอยขึ้นมาให้เห็นมากที่สุด

               ในเวลาไล่เลี่ยกันนี้บริษัทของนายอุดม เย็นฤดี  ได้นำเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณี นครศรีธรรมราช  และเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณีจากจังหวัดตรัง  มารังวัดที่ตั้งแต่บริเวณบ้านกำนันคล้อยขึ้นไปจนถึงบนเขาศูนย์ เพื่อทำการสำรวจและขอสัมปทานจากทางการ  ครั้งแรกได้ทำการสำรวจบริเวณแปลงสวนยางของนายกรีด  คงศิลป์  ตั้งแต่บริเวณหน้าเมืองไปถึงกะเปียด  ซึ่งเป็นเขตแดนต่อเทือกเขาศูนย์  ในช่วงที่มีการทำรังวัด  ชาวบ้านรู้ข่าวก็ชวนกันไปหาแร่ตามลำห้วย  แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปขายที่ไหน 

               สมบูรณ์  มะศรี  ให้ข้อมูลว่า “ลูกพลัด” มีลักษณะเป็นก้อนกลมๆ รี ๆ ขนาดเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง แต่มีน้ำหนักมาก ชาวบ้านเคยเห็นลูกพลัดตามลำห้วย แต่ไม่มีใครรู้จัก หลังจากที่นายกรีดพบแร่ “ลูกพลัด” ชาวบ้านต่างก็ไปหาเก็บกันตามห้วยจนหมด

               ปกครอง  คงศิลป์  ทายาทของกรีด  คงศิลป์ เล่าว่า  เมื่อทราบว่าวัตถุที่พบเป็นแร่วุลแฟรม  นายกรีดจึงชวนภรรยาและลูก ขึ้นไปเก็บลูกพลัดบริเวณที่เป็นสวนยางของตน  โดยใช้จอบและชะแลงคุ้ยเขี่ย โดยไม่ได้แพร่งพรายให้คนรู้เพราะกลัวจะมีความผิด  เมื่อหาลูกพลัดได้ก็ช่วยกันใช้ค้อนทุบแล้วตำด้วยครกเหล็กจนเป็นผงแร่  ใส่เถาปิ่นโต  4  ใบ ขึ้นรถไฟไปขายที่ตลาดคลองจัง  มีพ่อค้ารับซื้อกิโลละ  38  บาท  นายกรีดปฏิบัติเช่นนี้อยู่ประมาณ  1  สัปดาห์  ก็เริ่มมีข่าวแพร่กระจายออกไป  นายกรีดจึงเริ่มชวนญาติพี่น้องและเพื่อน ๆ ในละแวกบ้านเดียวกันขึ้นไปขุดหาแร่  โดยแบ่งพื้นที่บริเวณสวนยางของตนให้จับกลุ่มกันขุด

               ปี พ.ศ. 2513  ซึ่งเป็นปีถัดมาในการขุดหาแร่ ที่คนในท้องถิ่นเริ่มหลั่งไหลขึ้นไปนั้น  ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปชี้แจง หรือให้ข้อมูลทางกฎหมายบ้านเมืองให้ชาวบ้านเข้าใจ  เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม  ท่านพระครูโสภณคณาภิวัฒน์  เจ้าอาวาสวัดหาดสูง  ให้ข้อมูลว่า นายอำเภอฉวาง  เคยรายงานต่อกระทรวงมหาดไทยเช่นกัน แต่มีข่าวกลับมาว่า ผู้ใหญ่จากกระทรวงแจ้งว่าถ้าชาวบ้านเป็นคนพบแร่ก็ให้ชาวบ้านขุดกันไป  โดยมอบหมายให้นายอำเภอเป็นผู้ดูแล การขุดแร่บนเขาศูนย์จึงดำเนินการเรื่อยมาโดยเจ้าหน้าที่บ้านเมืองไม่สามารถจัดการอะไรบนเขาศูนย์ได้

               นายกรีด  ขุดแร่อยู่ได้ไม่นานก็ถูกลอบยิง เพราะมีคนต้องการแย่งหลุมแร่

               “พ่อขุดแร่กับลูกน้อง  ไม่มีมือปืนคุ้มกัน  ขุดไปเรื่อยๆ ได้เงินมาก็เก็บไว้ให้ลูกๆ ทั้ง  8 คน  ปี พ.ศ. 2514  ผมอายุได้ 12 ปี  พ่อถูกยิงตาย  พอพ่อตาย หลุมของพ่อถูกยึดและเกิดการแย่งชิงพื้นที่แหล่งแร่กันวุ่นวาย  มีคนตั้งตัวเป็นผู้จัดการจัดสรรเวลาและแบ่งคนให้ลงไปขุดในหลุมของพ่อทีละกลุ่ม  กลุ่มละ10 – 20 คน โดยให้เวลา  3  ชั่วโมงแล้วต้องรีบขึ้นมา ไม่ว่าจะได้แร่มากน้อยแค่ไหน ถ้ากลุ่มไหนไม่ขึ้นมาก็จะถูกยิงตาย ส่วนญาติพี่น้องผมก็ต้องลงจากเขาศูนย์” 

               ปกครองกล่าวถึงชีวิตบั้นปลายของพ่อและเปรียบแร่ที่ค้นพบเสมือนเป็น  “ทุกข์ลาภ”              

               ด้วยเหตุที่ชาวบ้านนับพันคน ซึ่งเป็นคนในท้องถิ่นมีความตั้งใจขึ้นไปประกอบอาชีพ ความยากลำบากในการเดินขึ้นเขาตอนเช้าและลงจากเขาตอนเย็นทุกวัน  คือ  เหตุผลประการแรกที่ชาวบ้านเริ่มมีการปลูกที่พักอาศัยอย่างง่าย ๆ และนอนค้างคืนบนภูเขาเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับ ประการต่อมา เพราะเหตุที่ขุดแร่ซึ่งได้มากขนลงไม่หมดในวันเดียว จึงต้องนอนบนเขาศูนย์เพื่อเฝ้าแร่ ทั้งเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของหลุมแร่  ประการสุดท้ายมีชาวบ้านจำนวนมากที่ขึ้นไปขุดแร่เป็นกลุ่มใหญ่และแบ่งเวลากันขุดทั้งกลางวันกลางคืนโดยใช้เทียนไข ไฟฉาย และตะเกียงน้ำมันส่องทางคุ้ยเขี่ยหาแร่

               การค้นพบแร่บนเขาศูนย์  ซึ่งเริ่มต้นที่นายกรีด  คงศิลป์  ได้พบแร่วุลแฟรมโดยบังเอิญ และทำให้ “แร่ลูกพลัด”  เป็นชีวิตใหม่ของชาวบ้านอำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ต่างขึ้นไปยึดพื้นที่บนเขาศูนย์เป็นบ้านแห่งที่สอง เพื่อสร้างฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว  จนลืมความโหดร้ายของมหาวาตภัย ปี พ.ศ. 2505  ไปอย่างสิ้นเชิง

               การขุดแร่ในยุคแรกของชาวบ้านดำเนินการโดยการแบ่งปันที่ดิน  และใช้วิธี “ปักกำ” เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ  ชาวบ้านเริ่มต้นการขุดแร่ด้วยการเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับ โดยเดินเท้าหรืออาศัยรถไถนาบริการขนส่งคน  อัตราค่าบริการคนละ  5  บาท  ความลำบากและการเสี่ยงภัยในการเดินทางทำให้ชาวบ้านเริ่มสร้างที่พักอาศัยเพื่อค้างคืนบนเขาศูนย์ และใช้เวลาที่เหลือขุดแร่ไปด้วย  อุปกรณ์การขุดแร่ในยุคแรก  คือ  จอบ  เสียม  อีเตอร์ (ไอ้โฉ้ง)  ชะแลง  ค้อน  ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบอาชีพในชีวิตประจำวันของชาวบ้านตามปกติ

วันต่อไปจะเสนอเรื่องราคาแร่ วิธีการขุด 

ยุทธ เขาศูนย์

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจากคู่มือศึกษา ประวัติการขุดแร่บนเขาศูนย์/ ผศ.จันทรา  มาศสุพงศ์



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ยุทธเขาศูนย์ วันที่ : 18/02/2013 เวลา : 13.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/btt-tour

จริงแล้วคือแร่วุลแฟรม แต่บ้านไม่รู้จักในยุคแรกๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
BlueHill วันที่ : 15/02/2013 เวลา : 12.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

มีภาพ “แร่ลูกพลัด” ไหมครับ
อยากชม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน