*/
  • ยุทธเขาศูนย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : by_1010@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2012-06-06
  • จำนวนเรื่อง : 17
  • จำนวนผู้ชม : 48943
  • จำนวนผู้โหวต : 12
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
เพลง ทีนี้ไม้เรียง- เขาศูนย์

ภาพประกอบเพลงทั่งหมดเป็น บรรยากาศของทะเลหมอกเขาศูนย์ ต.ไม้เรียง อ.ฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพลงประกอบโดย ยุทธ ธรฤทธิ์

View All
วันจันทร์ ที่ 11 พฤศจิกายน 2562
Posted by ยุทธเขาศูนย์ , ผู้อ่าน : 1073 , 20:49:36 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน Chaoying , wullopp โหวตเรื่องนี้

เขาศูนย์ - เส้นทางสาดโหด ถนนสายประวัติศาสตร์(ตอน2)

 จุดนี้เป็นจุดเริ่มต้นตรงหน้าบ้านข้าพเจ้า ก่อนถึงศาลเทวดาเขาศูนย์ นี้เป็นบางช่วงที่สร้างไว้ได้แค่ 500 เมตร 

 

 

 

 

 

 

บางช่วง ก่อนถึง กม.3 ตรงหน้าผาหินดินแดง

   เสียงเครื่องจักรดังกระหึ่มไปทั่วภูไพรอีกครั้งวันนี้  เสียงดังบีบหัวใจราวกับฟ้าร้อง นานมาแล้วที่เสียงเครื่องจักรเงียบหายไปจากถนนเส้นนี้ ถนนสายเก่าที่ผ่านการใช้งานมายาวนานกว่า 30 ปี เปลี่ยนผ่านมาหลายยุค และส่งผู้คนเดินผ่าน ข้ามผ่านวันเวลา วันแล้ววันเล่า เล่าเรื่องราวจากชาวบ้าน และนักเดินทางท่องเที่ยวที่พเนจรข้ามน้ำข้ามทะเล เพื่อแวะมาที่นี้สักครั้ง ย้อนหลังไปในอดีตเขาศูนย์หรือหลายคนตั้งเคตยฉายาว่า แดนมิคสัญญี หรือแดนสนธยา หรือ แท็กซัสแดนใต้ หรือแหล่งรวมพลคนฝ้ายซ้ายหรือพื้นที่สีแดงบ้าง ครั้งเมื่อยุคความเจริญรุ่งเรื่อง บนถนนสายประวัติศาสตร์นี้ไม่เคยหลับเลยสักครั้งตั้งแต่  พ.ศ.2510จนถึงปี  2525 หลังจากนั้นถนนเส้นนี้เงียบลงสนิท  ไร้ผู้คนสัญจร มีแค่ดอกหญ้าเบ่งบานไปตามกาลเวลา ผ่านกาลเวลาวันแล้ววันเล่า ดอกหญ้ารายทางเบ่งบานเข่งกัน แทรกซึม ทำให้กอหญ้าแทรกพื้นถนนแตกแยกเป็นระยะรอการเปลี่ยนแปลง มีแค่ใครไม่กี่คนพูดถึง

นักท่องเที่ยวพารถเดินทางขึ้นเขาด้วยความยากลำบาก โดนเฉพาะจุดนี้ คือ กม 3 - 4 เป็นช่วงที่ลาดชันและมีเหวลึกมาก

ภาพนี้คือจุด ตรงหน้าผาหินดินแดง ก่อนถึง กม.3 ด้านบนเดินขึ้นไปมองเห็น 180 องศา

      จุดนี้เรียกว่า  ผาหินดินแดง ตรง กม 2กว่าก่อนถึง กม.3   

      ป้ายบอกทางจราจร ซีดไปตามเวลา  ไม่เหลือความเป็นป้ายบอกสัญญาณจราจร หลักกิโลที่เคยหนักแน่นก็แตกหักไปตามกาลเวลา  จากถนนที่เคยสร้างความรุ่งเรื่องก็กลายเป็นถนนร้างผู้คน บ้านเรือนถูกสั่งย้ายให้ลงจากภูเขาแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2524-2525  ตามคำสั่งของแม่ทัพภาคที่ 4 ในสมัยนั้นคือ พลเอกหาญ ลีลานนท์ เสียงเครื่องยนต์ เครื่องจักรกับดับไปกับสายลมแห่งกาลเวลา หลายปีต่อมา ถนนสายประวัติศาสตร์นี้ก็เริ่มชำรุดไปตามกาลเวลา มีแค่รถชาวบ้านไม่กี่คน ที่ยังดำรงชีพด้วยการทำสวนยาง และสวนผลไม้ ใช้สัญจรไปตามวิถีชาวบ้าน และถนนก็เป็นส่วนหนึ่งในการใช้งานของคมนาคมองค์การโทรศัพย์แห่งประเทศในการทำหน้าที่ต่อไป ชำรุดทรุดโทรมไปตามเวลา

นักท่องเที่ยวไม่ได้รับความสะดวกในช่วง 2-3 ปีมานี้ จนเป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ และเรียกร้องอยากให้มีถนน

          ฝนพร่ำบางๆ หมอกลงเกือบทุกเช้า ช่วงเดือน ตุลาคม 2526 เป็นต้นมา ได้ยินเสียงแว่วข่าวมาจากหน่วยงานหลายหน่วยงานที่รับผิดชอบ ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช  หลายคนทำงานภายใต้ความกดดันจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือนบอกถึงความเดือดร้อน ความไม่สะดวกในการเดินทางขึ้นเขา เพื่อนๆไปเยือนทะเลหมอก และ ร่องรอยบาดแผลจากการทำเหมืองแร่ วุลแฟลม หลุ่มแร่ที่ร้างไร้คนสนใจมานานนับเกือบ 30 ปีได้เปิดถ้ารอการมาสำรวจจากนักท่องเทียวชาวต่างถิ่น แบบลุยๆ กล้า เสี่ยงๆ โดนมีไกด์นำเที่ยวชาวบ้านไม่กี่คนที่พอรู้ทางเดินไปยังจุดนั้นจุดนี้ ใช้ความสามารถพิเศษ นั้นเป็นจุดเริ่มต้น ปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับการสนใจจากการท่องเทียวนครศรีธรรมราชมากนัก

จุดนี้เรียกว่า  หัวถนน เป็นจุดแรกที่ขึ้นมาถึงและเป็นจุดคิดรอสองแถวและมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ร้านค้าบ้านนายฉ่ำที่ขายน้ำบนเขาศูนย์

 

            เดือน พฤษจิกายน 2526 เครื่องจักรเริ่มสตาร์ดดั่งทั่วเขาศูนย์อีกครั้ง นี้อาจเป็นนิมิตรหมายที่ดี มาเยือนบ้านเราอีกครั้ง แต่ครั้งนี้น่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ไม่เหมือนหลายปีที่ผ่านมา ย้อนกลับไปเครื่องจักรทำงานทั่งคืน เสียงระเบิดจากหลุมแร่ ดังไม่ขาดสาย เสียงค้อน ชะแลง และเครื่องโรงโม่หิน ทำงานกันตลอด 24 ชม. เพื่อต้องการขุดทรัพย์ในดินนั้นคือ  วุลแฟลม ที่ทุกคนต้องการ   การเงินสะพัด การเดินทางสะดวก รถราส่งคนขึ้นภูเขา จากหน้าสถานีทานพอ ตรงไปยังสามแยกเขาศูนย์มุ่งหน้าขึ้นเขาประมาณ 5กิโลเมตกว่า ทำงานอยู่ตลอดเวลา สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ  รถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง รถสองแถว คิวรถยาวคนต่อแถวใช้บริการไม่ขาดสาย โดยปลายทางอยู่ที่ หัวถนน จุดๆหนึ่งซึ่งเป็นคิวรถรถตรงบ้านนายฉ่ำคนขายน้ำบนเขาศูนย์ และเป็นที่พักของคนเดินทางจุดแรกที่ขึ้นไปบนเขาศูนย์ จุดๆนี้จะมีสัญญาลักษณ์คือ ต้นหูกวาง ปัจจุบันน่าว่าจะโดนชาวบ้านโค่นทิ้งเสียแล้ว นึกๆก็น่าเสียดายซึ่งข้าพเจ้าจำภาพนั้นติดตาตลอดเวลา ปัจจุบันจุดนี้ชาวบ้านปลูกผลไม้แทน

                        ย้อนอดีตกันสักหน่อยครับจากที่เคยได้รับรู้จาก พ่อกับแม่ และผู้เขียนเองที่ได้ใช้ชีวิตบนถนนสายนี้มาตั้งแต่เกิด 2517 จนวันนี้ 2562 ยุคถนนสมัยแรกเป็นถนนลาดยางมะต๋อยชนิดแบบหินหยาบก้อนใหญ่ในยุคที่เขาศูนย์เริ่มสร้างทางขึ้นสู่ยอด โทรคมนาคม ปี 2512 และเป็นเส้นทางหลังสำหรับนักแสวงโชคใช้สำหรับเสี่ยงดวงและเป็นเส้นทางเศรษฐกิจในสมัยเขาศูนย์ได้รับความรุ่งเรื่องถึงปี 2525 แล้วก็ถึงยุคล่มสลายทางเศรษฐกิจ 

จุดนี้มองลงมาจากยอดเขาศูนย์ เรียกว่า  จุดต่อคอช้างคือเขาสองลูกมาเชือมต่อกัน

            หลังจากนั้น ถนนสายเขาศูนย์ ได้ถูกปรับปรุงอีกครั้ง ถ้าจำไม่ผิดราวปี พ.ศ. 2526 ได้ทำการซ่อมแซมทำเป็นถนนยาดลาใหม่อีกครั้ง แบบค่อนข้างมาตรฐานหินเล็ก และใช้งานมาจน ถึงปีปัจจุบัน 2562 และ ก็ได้งบประมาณมาสร้างถนนคอนกรีต มาแทนที่ ณ ปีปัจจุบันซึ่งกำลังเร่งก่อสร้างอยู่ ณ ตอนนี้

 จุดนี้เป็นจุด ปลายทางบนยอดเขาศูนย์ หลังเขาศูนย์ปิดตัวลง 2525 ภาพนี้ถ่ายตรงหลังโบส์ที่ประดิษฐ์ ปางนิพานอยู่่ภายใน

 ภาพนี้เป็นพุทธรูปปางห้ามญาติ ตั้งอยู่ตรงเนินผา ตรงจุดที่เรียกว่า ควนไอ้เปลือย ปัจจุบันชำรุดมาก ตรงจุดนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

       

ภาพนี้คือสภาพบ้านเรือนของคนเขาศูนย์ในสมัยที่เขาศูนย์รุ่งเรือง จากจุดลงรถหัวถนน กม.4กว่าๆ เป็นบ้านเรือนของชาวเขาศูนย์

   

ภาพนี้คือ ก่อน กม.2 ต้นยางใหญ่ยืนคู่ตรงหน้าผาใต้ควนไอ้เปลือนมานานถ้ามองจากตลาดทานพอจะเห็นชัด ตรงนี้รถตกเหวบ่อยครั้ง

ภาพนี้เป็นจุด ตรง กม.3 เป็นภาพตรงที่มองเขาศูนย์จากด้านล่างชัดมากๆ และเป็นจุดที่จะเริ่มขึ้นทางลาดชั้นสูงขึ้นเรื่อยในการเดินทาง

อยากให้เพื่อนๆได้รับรู้ของ ถนนเส้นประวัติศาสตร์ นี้ว่ามีความสำคัญอย่างไรบ้าง จุดไหนมุมไหน เรียกว่าอะไรบ้าง เริ่ม กม 0- กม.5 กว่ากิโล ว่าสถานที่สำคัญบนถนนสายนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง และเป็นจุดประวัติศาสตร์และเป็นที่น่าท่องเทียวจะได้รับความรู้ไปด้วย

  1. กม.ที 0   เทวดาเขาศูนย์ อยู่เริ่มจาก ก.ม. 1 เป็นจุดเริ่มต้นก่อนขึ้นเขาศูนย์ รถทุกคันที่ผ่านหน้าศาลเทวดาเขาศูนย์จะต้องทำความเคารพเจ้าป่าเจ้าเขา ยกมือไหว้เพื่อเป็นการเริ่มเดินทางขึ้นภูเขาศูนย์ อาจจะบีบแตรรถถวายเมื่อขับผ่าน จุดเริ่มต้นของถนนเส้นประวัติศาสตร์ เริ่มที่ สามแยกเขาศูนย์ ทางเดินทางมาจากตลาดทานพอ เลี้ยวซ้ายจะมุ่งหน้าไปยังถนนเอเซียสาย 41 ตรงมาหน่อยเบี่ยงซ้ายเช่นกันถนนจะมุ่งสู่ ตำบลปลายเส ควนนนท์ ถ้าตรงเบี่ยงขวานิดๆจะมุ่งหน้าขึ้นยอดเข้าศูนย์ ตรงมาประมาณ 200เมตรเจอศาลเทวดาเขาศูนย์อยู่ทางด้ายซ้ายมือติดกับบ้านข้าพเจ้าผู้เขียน ณ ปัจจุบัน
  2. กม.ที่ 1  ช่องหินดำ เลยศาลเจ้าเทวาดาเขาศูนย์ไปหน่อย ก่อนถึง กิโลเมตรที่ 1 เป็นช่องหินดำ  ซึ่งปู่ยาตายาย ถนแถวบ้านผมรู้จักดี เรียกมาตั้งแต่ผมเด็กๆ ว่าช่องหินดำ ปัจจุบันหญ้ารกปกคลุมสองข้างทางจึงมองไม่ค่อยเห็นว่าเป็นร่องช่องเขา ในสมัยทำทางขึ้นเขาศูนย์ยุคแรก พ่อ ปู่เล่าให้ฟังว่าจุดนี้การทำถนนหนทางลำบากมากเพราะ จุดนี้ต้องใช้ระเบิดหินเพื่อเปิดทางให้รถแทร็กเตอร์ ตัดผ่านมีความยาวราว เกือบ 100 เมตร หินแข็งพอระเบิดออกจะเห็นเป็น หินสีดำทั่งสองทาง ปัจจุบันหากรื้อหญ้าออกจะยังเห็นอยู่ ณ ปัจจุบัน จุนี้หากรื้อหินออกทั่งสองข้างทางเป็นช่องเขาขาดเล็กๆ สวยงามอีกจุด
  3. กม. 2 ควนไอ้เปลือย กับ พระปางห้ามญาติเป็นจุดที่มีการ ปล้นฆ่าชิงทรัพย์และรถแหกโค้งมากที่สุดเท่าที่ ปู่ยา ตายายเล่าต่อเนื่องกันมา บอกว่าจุดนี้เป็นจุดค่อยน่ากลัว และเป็นหน้าผาเหวสูงชั้น มีต้นไม้ใหญ่อยู่ในเหวเป็นต้นยางคู่มองเป็นจากตลาดทานพอแต่ไกล รู้ว่าจุดนี้ว่าคอนไอ้เปลือย สาเหตุที่ชาวบ้านเรียกว่าควนไอ้เปลือยนั้น เพราะพบศพนิรนาม ตายไม่ได้สวมเสือผ้าตรงจุดดังกล่าว จนทำให้ชาวบ้านเรียกจุดนี้ว่า ควนไอ้เปลือย และต่อมาชาวเขาศูนย์ก็ได้ทำ พระพุทธรูปยืนปางห้ามญาติไว้บนเนินเขาฝั่งซ้ายไว้เตือนใจ สำหรับเหล่าผู้ที่เดินทางผ่านจะได้ระมัดระวังในเรื่องการขับขี่รถ และเป็นการเตือนใจสำหรับผู้ขับขี่ ปัจจุบันพระพุทธรูปดังกล่าวทรุดโทรมหนัก แต่ยังเหลือซากอยู่ตรงเนินเขาขาดการบูรณะฝากหน่วยงานพ่อแม่พี่น้องช่วยกันฟื้นฟูต่อไปในอนาคต ณ จุดนี้ก็เคยมีการสร้างสำนักสงฆ์ชั่วคราวโดยมีพระภิษุมาจำวัดอยู่ไม่นาน และด้วยความศรัทธาของชาวบ้านก็ได้ริเริ่มก่อสร้างเจดีย์ แต่ไม่สำเร็จต้องล้มเลิกไป ตั้งแต่นั้นมา ยังคงทิ้งซากปรักหักพักและกลายเป็นสวนยางของชาวบ้าน ณ ปัจจุบัน
  4. กม.3 ผาหินดินแดง และเป็นจุดชมวิวตลาดทานพอสวยที่สุด เป็น จุดที่มีความสวยงามจุดหนึ่งในการ ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองทานพอ มองเห็นไกล 180องค์ศา ณ.จุดนี้ หากปีนขึ้นไปบนหน้าผาหินดินแดง มองไปเหมาะกับการถ่ายรูปนั่งชมวิวในยามค่ำคืน ทั่งกลางวันและกลางคืน จุด กม.3 นี้เป็นช่วงที่รถขึ้นมากจากด้ายล่างแล้วสบายที่สุดเพราะเป็นลาดเอียงค่อนข้างไม่ลาดชันนัก ณ จุดนี้ยังสามารถมองเห็น ภูเขาศูนย์จากด่านล่างได้อย่างชัดเจน เป็น กม.3 ที่ผู้เขียนชอบที่สุดบนถนนสายประวัติศาสตร์นี้ เป็นที่จุดรวมพลของเพื่อนๆ กลุ่มรักษ์เขาศูนย์ในยุคนั้น ราวปี 2537 ใช้รวมกลุ่มกันในตอนเย็นก่อนขอบฟ้าลาตะวัน
  5. กม.4 ต่อคอช้าง เป็นจุดที่ ภูเขาสองลูกเชื่อมต่อกัน เหมือนหันหน้าเข้าหากัน ถนนตรงจุดนี้มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยเช่นกันเพราะว่า รถที่ขับขึ้นเขามาจะตงลงเขาและเร่งความเร็วเพื่อไปขึ้นเขาอีกฝั่งหนึ่ง คล้ายกับตกทองช้างหลายครั้งรถก็เกิดอุบัติเหตุบ่อย หลายครั้งตัวข้าพเจ้าเคยขับมอเตอร์ไซด์ขึ้นลงก็ทำให้เสียวหน้าท้องได้เช่นกันบางครั้งหูอือ มันจะเกิดตอนที่เราเปลี่ยนจากที่ต่ำไปหาสูง จุดนี้ปัจจุบันมีชาวบ้านมาปลูกกระท่อมเล็กๆอยู่ซ้ายมือ ซึ่งผมเรียกแก่ว่า น้ารินทร์ เป็นเพื่อนของพ่อสมัยเขาศูนย์ ผมยังแวะคุยกินกาแฟน้ำชากับแก่บ่อย ณ ปัจจุบัน 2562 ยังอยุ่ที่เดิม และช่วง ก.ม. 3 ไปถึง ก.ม.4 เป็นช่วงที่ถนนค่อนข้างชั้นลากยาวเป็นกิโล ตรงนี้รถต้องใช้เกียร์ต่ำเกือบตลอด และช่วงก่อนถึง กม.4 เป็นเหวลึกมาก ปัจจุบัน เป็นสวนยางชาวบ้านหมดแล้ว สมัยก่อนจะเป็นป่าดงทึบ มีเสียงไก่ขัน        มีสายน้ำตากเล็กไหลผ่าน ตอนที่ข้าพเจ้าเดินขึ้นลงภูเขาลูกนี้อยู่บ่อย ตรง กม.นี้มีต้นมะขามป้อมเยอะและข้าพเจ้าแวะชิมตลอดเส้นทางที่เดินขึ้นลง แต่ภาพเล่านี้จางหายไปกับกาลเวลาแล้วเพราะชาวบ้านแผ้วถางเป็นป่ายางจนไม่เหลือร่องรอยของป่า

 

  1. กม.5 หัวถนน วินรถ และ ทางเข้าวัดเขาศูนย์ และหินก้อนมหึมา เป็นจุดสำคัญมากอีกจุดหนึ่งที่มาเรามาเยือนเขาศูนย์แล้วเราต้องเจอ และเป็นจุดแรกของการเริ่มต้นการเดินทางบนภูเขาลูกนี้ นั้นคือจุดที่เรียกว่า  หัวถนน ซึ่งมีต้นหูกวางใหญ่อยู่ติดถนน อดีตเป็นร้านค้าขายน้ำของนายฉ่ำ เป็นจุดศูนย์รวมของชาวเขาศูนย์ เป็น คิดรถสองแถวและรถมมเตอร์ไซด์จอดตรงจุดนี้ เป็นที่พบปะสังสรรค์กันเป็นที่แหล่งรวมข่าวสาร ปัจจุบันกลายเป็นสวยผลไม้แทบไม่เหลือร่องรอย ต้นหูกวางโด่นโค่นไปเมื่อหลายปีก่อน น่าเสียดายที่เราไม่อาจห้ามชาวบ้านได้ ย้อนไปนิดก่อนถึงหัวถนนตรงนี้ มีทางแยกไปยังวัดเขาศูนย์ ซึ่งอยู่ภูเขาอีกลูกหนึ่ง ซึ่งมีความสำคัญกับชาวเขาศูนย์เช่นกันเป็นที่ศูนย์รวมทางจิตใจให้กับพี่น้องชาวเขาศูนย์ในสมัยนั้น หายแยกเดินลงไปไม่ไกลนักก็จะพบกับหินก้อนมหึมา ใหญ่โตมาก อยู่ซ้ายมือ เป็นที่สวยงามยิงนักว่ามาได้อย่างไร และเป็นจุดที่มี การถ่ายทำภาพย์เรื่อง ลูกเจ้าพระยา โดย ชรินทร์ นันทนาครเป็นผู้กำกับ ในสมัยนั้น โดยโครงเรื่องของหนังถ่ายทำบนยอดเขาศูนย์และเหมืองแร่เกือบทั่งหมด และเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ตลาดทานพอ ชาวบ้านต่างก็แห่กันไปชมอย่างมากมาก แต่เรื่องจริงบนเขาศูนย์เขาบอกว่าน่ากลัวกว่าเยอะมากๆ

 

  1. กม.5กว่านิดๆ หัวลำโพง(สถานีทวนสัญญาณเขาทานพอ) และโบสถ์ พระพุทธไสยยาสตร์ปางนอน  เป็นจุดสุดท้าย คือ สถานีทวนสัญญาณเขาทานพอ ชื่อเต็มๆ แต่ชาวเขาศูนย์มักเรียก ว่าหัวลำโพง เพราะด้วยเหตุ มีจานส่งสัณณาณดาวเทียม มองไกลๆคล้ายกับดอกลำโพงที่เป็นเครื่องเสียงสมัยโบราณลำโพงท้ายห้วยโข่ง จึงเป็นที่มาว่า หัวลำโพง จุดนี้เป็นสิ้นสุดของการเดินทางสายประวัติศาสตร์ และยังเป็นที่ตั้งของ พระพุทธไสยยาสตร์ปางนอนที่สร้างในสมัยเขาศูนย์ เป็นที่ยึดเหนียวของชาวเขาศูนย์ในสมัยนั้นด้วยการร่วมแรงร่วมใจของการบริจาคเงินของพ่อแม่พี่น้องชาวเขาศูนย์ และพลเอก ขนอม กิจติขจรเป็นคนสร้างถวายดังป้ายจารึกที่ยังติดอยู่ข้างกำแพงโบสถ์ ณ ปัจจุบัน
  2.   ถนนสายนี้จะหวนกลับมา รอรับการกลับมาของผู้คน สู่ เขาศูนย์ อีกครั้งอีกหรือไม่นั้นเป็นคำถามที่น่าคิด หากวันนี้ผลประโยชน์จากเหมืองแร่ไม่มีแล้วยังไม่มีใครปลุกคืนชีพ และตัวข้าพเจ้าก็ไม่อยากให้มันตื่นมาเป็นเหมือนแบบเก่า มีแต่เสียงปืน ควันระเบิดและการรบราฆ่ากันเองเพื่อแย่ง แร่ ซึ่งทำให้คนหลายคนต้องเอาร่างมาฝากทิ้งไว้บนพิภพเขาลูกนี้ หลายคนยังหายสาบสูญไปกับกาลเวลาไม่รู้ชะตากรรม หากวันนี้ถนนสายประวัติศาสตร์นี้กลับคืนมาอีกครั้งก็อย่างให้ตื่นมา กับคำว่า เอาความเจ็บปวดจากในอดีตและความผิดพลาดในอดีตมาเป็นบทและแบบอย่างให้ผู้คนได้รับรู้และแปรสิ่งเหล่านี้มาเป็นข้อดีคือ การทำการท่องเที่ยวแบบเชิงอนุรักษ์ แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และเป็นแบบอย่างของชุมชม รอบๆเขาบ้านเรา

            เขาศูนย์ ไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง เขาศูนย์ เป็นของชาว นครศรีธรรมราช ทุกคนทุคนมีสิทธิ์ได้รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้อยากให้ปกป้อง ภูเขาลูกเล็กๆลูกนี้ไว้เท่านานแสนนาน

            วันนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ ทำงานบ้างไม่ทำงานบ้าง นั้นเป็นที่จิตวิญญาณเขารักบ้านแค่ไหน หลายโครงการละลายน้ำทิ้งไปกับการสร้างแล้วไม่มีผลประโยชน์ตอบแทนหรือบ้างครั้งไม่ได้ใช้งานจริงๆ งบประมาณเสียไปด้วยเปล่าประโยชน์ แต่ครั้งนี้ การซ่อมบำรุงทางใหม่นั้นได้รับอนุมัติงบประมาณมา ก็น่าเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยอย่างน้อยก็เป็นเครื่องกรุยทางให้เราได้รู้ว่า เขาศูนย์ ยังไม่หลับ เขาศูนย์เริ่มฟื้นจากบาดแผลใหญ่ในยุคที่ผ่านมา

            ไม่อยากยกยอใคร ไม่อยากจะด่าใคร ให้ได้ใจนะครับแต่ปรบมือดังๆเป็นกำลังใจสำหรับคนที่ สำนึกรักษ์บ้านเกิดเขาศูนย์ บ้าง ความดีที่ท่านๆ ยกมือผ่าน ให้เส้นทางเปิดจากหลับไหลมายาวนานกว่า 30 ปี ได้ทำให้เขาศูนย์ฟื้นคืนชีพอีกครั้งในรูปแบบการท่องเที่ยวมาดูทะเลหมอก มาเรียนรู้วิถีชุมชนเข็มแข่งของตำบล ไม้เรียง โดยมีลุง ประยงค์ รณรงค์ เจ้าของรางวัลแม็กไซไซ เป็นแบบอย่างที่ดีของชาวนครศรีธรรมราช และพี่น้องหลายหมู่บ้านรอบเขาศูนย์

            ความดีในการสร้างทำจักคุ้มครองสำหรับคนที่ทำดี ผลงานที่ท่านทำจะประจักษ์ต่อสายตา เทวดาเขาศูนย์ และพี่น้องนั้นจะส่งผลต่อท่านและครอบครัว เทวดาเขาศูนย์ มีจริงขอให้ท่านเป็นผู้ให้แล้วการจะได้รับการตอบรับหรือไม่นั้นเป็นการติดสินใจของพี่น้องเอง หวังว่าพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์จะคุ้มครองตลอดไป หลังจากถนนสร้างเสร็จแล้วหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราชาวนครศรีธรรมราช พร้อมรอการมาเยือนและพวกเรายินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่ เขาศูนย์ อีกครั้งแล้วสักวันคุณจะคิดถึงเขาศูนย์

ภาพเทวดาเขาศูนย์ จุดแรกก่อนขึ้นเขา ตรงหน้าบ้านข้าพเจ้า

 

ภาพนี้เป็นเป็นศาลาเทวดาเขาศูนย์ ก่อนเดินทางขึ้นเขา ตรง กม.0 แวะขอให้เดินทางปลอดภัยทุกๆครั้ง

ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก นักท่องเที่ยวและจากเฟสบุ๊คของนักท่องเที่ยวที่แวะไปเยือนเราวันแล้ววันเล่า วันนี้เล่าให้ฟังว่ากว่าจะเป็นเส้นทางสายเศรษฐกิจนั้นถนนเส้นนี้ผ่านอะไรมาบ้าง เส้นทางสายโหดนั้นเป็นแค่ตำนานไปแล้ววันนี้ปีนี้กลายเป็นถนนสายการท่องเทียวอย่างเต็มตัว

เขียนโดย ยุทธ ขาจร(เขาศูนย์) พย.2562



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Chaoying วันที่ : 12/11/2019 เวลา : 19.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

หวัดดีค่ะ คุณยุทธ
จำได้ว่า เคยอ่านเรื่องเขาศูนย์ที่คุณเขียนเมื่อสักสองปีมาแล้ว
ไปทานพอทีไร มองเขาศูนย์ทุกที น่าเกรงขาม เมื่อได้ฟังเรื่องราวจากคนใกล้ตัวและญาติซึ่งมีประสบการณ์บนเขาศูนย์ในช่วงนั้นแล้ว น่าสนใจมาก และอยากขึ้นไปเที่ยวสักที แต่ยังหาเวลาสะดวกไม่ได้
หากได้ไป จะนำมาเล่าให้ฟัง
ตอนนี้ก็ตามคุณมาเที่ยวไปก่อนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 12/11/2019 เวลา : 06.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ทุกวันนี้...
แถวๆ นครฯ

ดูจะเป็น
ที่ที่ มี อากาศดีที่สุดในไทย
(PM2.5-10 & มลพิษอากาศต่ำที่สุด)

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน