• บับเบิ้ล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yraksuwan@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-15
  • จำนวนเรื่อง : 180
  • จำนวนผู้ชม : 221306
  • ส่ง msg :
  • โหวต 79 คน
Bubble Ballthai
เสวนาเรื่องราวฟุตบอลไทย "บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยอยู่ในสายเลือด" ไทยไม่เชียร์ไทยแล้วใครจะเชียร์เรา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bubble
วันเสาร์ ที่ 23 มิถุนายน 2555
Posted by บับเบิ้ล , ผู้อ่าน : 1789 , 18:48:21 น.  
หมวด : กีฬา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน



 แฟนบอลไทยหลายคนคงเกิดอาการละเหี่ยใจเมื่อ ทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 22 ปี อุ่นเครื่องแพ้ทีมในอาเซียนด้วยกันอย่าง พม่า และ เวียดนาม คาสนามราชมังคลากีฬาสถานแบบไม่เหลือลาย "เสืออาเซียน"

 ถึงวันนี้ฟุตบอลไทยคงใช้คำว่า "เสืออาเซียน" ไม่ได้จริงๆ แล้วครับ นักเตะทีมชาติไทยชุดใหญ่พลาดแชมป์เกมชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน "ซูซูกิคัพ" หรือ "ไทเกอร์คัพ" เดิมมาแล้ว 4 สมัยหรือ 8 ปีเต็ม

 ส่วนทีมน้องอายุไม่เกิน 23 ปีอย่าง "ซีเกมส์" เสียแชมป์ 8 สมัยร่วงตกรอบแรกในซีเกมส์มาแล้ว 2 สมัยรวดหรือ 4 ปีเต็ม

 ล่าสุดในระดับเยาวชน นักเตะอายุ 22 ปีแพ้เพื่อนร่วมอาเซียนคาบ้านอย่างที่กล่าวไป และทีม เยาวชนไทยอายุไม่เกิน 16 ปี เพิ่งออกไปอุ่นเครื่องเตะ 4 เส้าพ่าย ลาว กลับมาอีก

 ผลงานอย่างนี้ไม่ทราบว่า สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย จะรู้สึกรู้สาอะไรหรือเปล่า หรือคิดแบบเดิมๆ แค่ว่า "เคยได้แชมป์มาแล้วหลายสมัย" เพียงเท่านั้น 

 บอกตรงๆ ว่าสถานการณ์ของฟุตบอลทีมชาติไทยน่าเป็นห่วงจริงๆครับพี่น้อง เรื่องของทีมชาติไทยชุดนั้นว่ากันมาเยอะแล้ว แต่ยังไม่มีอะไรที่ดีขึ้นเหมือนเดิม

 "วินนี" วินฟรีด เชเฟอร์ ยังคงไม่ได้เกมอุ่นเครื่องอย่างเป็นทางการเสียที ตอนแรกว่าจะได้อุ่นเครื่องกับ "ทหารเสือราชินี" ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ที่เพิ่งหนีตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษได้สำเร็จ แต่ไปๆ มาๆ เกมล่มไม่ได้จัด

 ถึงตรงนี้เลยยังไม่รู้ว่าทีมชาติไทยจะได้อุ่นเครื่องเมื่อไร เพราะสมาคมฟุตบอลไทยมั่วได้ใจ วัน "ฟีฟ่าเดย์" เตะกันโครมๆ ไปทั่วโลกเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่พี่ไทยไม่คิดจะเตะกับใครเลย

 พอจะมีเกมอุ่นเครื่องทีก็ติ๊งต่างหลอกแฟนบอลว่า วันที่ 14 กรกฎาคม เป็นวัน "ฟีฟ่าเดย์" พร้อมระบุลงในปฏิทินลูกหนังประจำปีของตัวเองซะงั้น ทั้งที่ไม่ได้เป็น "ฟีฟ่าเดย์" 

 ยุคสมัยนี้แล้วจะมาหลอกแฟนบอลให้เชื่อทุกอย่างที่บอกไม่ได้หรอก แค่คลิกเข้าอินเตอร์เนตสามารถหาข้อมูลได้ทั่วโลก ลองกดเข้าไปที่ www.fifa.com ดูได้เลยแล้วจะเห็นว่า "ฟีฟ่า" ลงโปรแกรม "ฟีฟ่าเดย์" จนข้ามไปถึงปีหน้าไว้ตรงไหนบ้าง

 แค่ระบุวัน "ฟีฟ่าเดย์" ไม่ตรงชาวบ้านไม่พอ น่าตลกต่ออีกตรงที่ปฏิทินประจำปีของสมาคมฟุตบอลที่ระบุว่า 14 กรกฎาคม จะเป็นคิวเตะของทีมชาติไทยดันมีโปแกรม "ลีกคัพ" ลงไว้ในวันเดียวกันด้วย

 นี่ถ้าทีมชาติไทยได้คิวเตะวันที่ 14 กรกฎาคมแล้ว "ลีกคัพ" จะเตะกันได้อย่างไรก็ยังนึกไม่ออก สรุปคือมั่วได้ใจเหมือนเดิม

 ส่วนทีมเยาวชนที่ถือเป็นอนาคตของชาติน่าเป็นห่วงไม่แพ้กัน แม้ความพ่ายแพ้ พม่า และ ลาว ของทีมอายุไม่เกิน 22 ปีจะพออนุโลมได้บ้างว่าเป็นการอุ่นเครื่องฝึกซ้อมเท่านั้น

 แต่ต้องถามกันต่อว่า...แล้วทุกวันนี้ฟุตบอลเยาวชนของไทยแพ้ทีมในอาเซียนด้วยกันจะให้ถือเป็นเรื่องปกติหรือ ???

 สมาคมฟุตบอลต้องลงมาดูแล้วครับว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่ปล่อยให้ "วินนี" เป็นที่ปรึกษาแล้วให้ อเลกซานเดร "มาโน" โพลกิง ทำหน้าที่ผู้ฝึกสอนไปอย่างเดียว 

 เรื่องฝีมือของ "มาโน" ยังอาจจะต้องใช้เวลาพิสูจน์กันต่อไป แต่สมาคมฟุตบอลต้องเป็น "พี่เลี้ยง" ส่งทีมงานที่มีความเข้าใจในวงการฟุตบอลระดับเยาวชนเข้ามาร่วมคิดร่วมทำ

 แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องทำตอนนี้คือการเหลียวแล ทีมเยาวชนไทยอายุไม่เกิน 19 ปี บ้าง

 จริงๆ แล้ว สมาคมฟุตบอลควรจะให้ความสำคัญกับทีม 19 ปีมากกว่า 22 ปีด้วยซ้ำ เพราะรายการ "ยู-22 ปีชิงแชมป์เอเชีย 2013" เตะเสร็จแล้วก็จบๆ กันไปไม่ได้ไปไหนต่อ ไม่เข้าใจว่า "เอเอฟซี" สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย จะจัดตอนนี้ทำไม

 แต่ทีม 19 ปีมีคิวจะไปแข่งขัน "เยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปีชิงแชมป์เอเชีย 2012" ปลายปีนี้เพื่อลุ้นเป็น 4 ตัวแทนของเอเชียไป "เยาวชนโลก" 

 ความสำคัญอย่างไหนมากกว่ากันน่าจะดูออก แต่ที่ผ่านมาสมาคมฟุตบอลไม่ได้ให้ความสำคัญต่อทีม 19 ปีเลย ทั้งที่ผลงานในรอบคัดเลือกไม่ธรรมดาเอาชนะ เกาหลีใต้ และ เสมอ ญี่ปุ่น จนผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

 แต่หลังจากนั้น สมาคมฟุตบอลไม่ได้มีการเตรียมทีมอย่างต่อเนื่องเลย แถมยังไม่ให้ "น้าฉ่วย" สมชาย ชวยบุญชุม ที่ทำทีมไปเล่นรอบสุดท้ายได้ทำทีมต่อ ทว่ากลับให้ "มาโน" เข้ามารับผิดชอบทำทีมแทนแบบ "จับปลาสองมือ" ต้องดูทีมอายุไม่เกิน 22 ปีด้วย

 นโยบายทำทีมแบบนี้เคยล้มเหลวมาแล้วเมื่อครั้งที่ "สาดตีฟ" สตีฟ ดาร์บี ต้องทำซีเกมส์แล้วไปเป็นผู้ช่วยของ "ร็อบโบ" ไบรอัน ร็อบสัน ในเอเชี่ยนคัพ รอบคัดเลือกควบคู่กันกันไป ผลสุดท้ายตกรอบแรกทั้งคู่  

 ผลเป็นอย่างไรเห็นๆ กันอยู่ แต่ สมาคมฟุตบอล ดันเลือกที่จะกลับไปใช้นโยบายที่ล้มเหลวแบบเดิม เลยไม่รู้ว่าจะหวังได้ขนาดไหนกับทั้งที่ 19 และ 22 ปี 

 ถ้าพิจารณาให้ถ้วนถี่ต้องย้ำอีกรอบว่า สมาคมฟุตบอล ควรให้ความสำคัญกับทีม 19 ปีมากที่สุด เพราะน้องๆ นักเตะชุดนี้คืออนาคตของทีมชาติไทยอย่างแท้จริง

 คุณสมบัติของนักเตะทีมเยาวชนไทยอายุไม่เกิน 19 ปีชุดนี้คือเกิดพ.ศ.2537 นั้นหมายความว่านอกจากจะลุ้นไปเยาวชนโลกในปีนี้แล้ว ใน "โอลิมปิก 2016" ยังสามารถเล่นได้แบบยกทีม เพราะในรอบคัดเลือกใช้นักเตะที่เกิดตั้งแต่พ.ศ.2536

 หากฟุตบอลไทยอยากกลับไปเตะ "โอลิมปิก" รอบสุดท้ายต้องเริ่มเตรียมทีมกันตั้งแต่ตอนนี้เลย และทีมเยาวชนไทยอายุไม่เกิน 19 ปีชุดนี้น่าจะเป็นโครงสำหรับทีมโอลิมปิกครั้งต่อไปได้เป็นอย่างดี

 กูรูลูกหนังเคยทิ้งคำพูดที่น่าสนใจไว้ว่า "ลงทุนกับเยาวชนเท่าไรก็ไม่ขาดทุน เพราะเยาวชนคืออนาคตที่จะก้าวขึ้นมาเป็นทีมชาติไทย" 

 สมาคมฟุตบอลคิดได้อย่างนี้บ้างหรือเปล่าไม่ค่อยแน่ใจ แต่ถ้าดูจากการวางแผนระยะยาวแล้วไม่มีแน่ๆ หรือถ้ามีก็แค่โครงการที่ไม่ได้ลงมือปฏิบัติจริง 

 สภาพฟุตบอลทีมชาติไทยทุกวันนี้จึงเหมือนทำไปวันๆ ไม่ได้คิดมองถึงอนาคต หากพูดแบบภาษาบ้านๆ คงไม่ต่างคำว่า "เช้าชาม เย็นชาม" 

 จริงมั้ยครับพ่อแม่พี่น้อง....เฮ้ออออออ

**** บับเบิ้ล...บ้าบอล "คมชัดลีก สปอร์ตวาไรตี้" 23 มิ.ย. *****



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน