• บับเบิ้ล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yraksuwan@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-15
  • จำนวนเรื่อง : 180
  • จำนวนผู้ชม : 221517
  • ส่ง msg :
  • โหวต 79 คน
Bubble Ballthai
เสวนาเรื่องราวฟุตบอลไทย "บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยอยู่ในสายเลือด" ไทยไม่เชียร์ไทยแล้วใครจะเชียร์เรา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bubble
วันเสาร์ ที่ 7 กรกฎาคม 2555
Posted by บับเบิ้ล , ผู้อ่าน : 1146 , 15:02:44 น.  
หมวด : กีฬา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

            ฟุตบอล “ยูโร 2012” จบลงแล้วด้วยความสำเร็จของทีม “กระทิงดุ” สเปน ที่ใครต่อใครแอบหวังว่าอยากเห็นทีมชาติไทยเล่นสไตล์แบบนี้


            1 ในใครต่อใครที่ว่าคือตัวผมเองด้วย แต่นั้นเป็นความรู้สึกแค่เกมแรกที่ สเปน เสมอ อิตาลี ในนัดประเดิมสนาม 1-1 เท่านั้น


            เกมวันนั้น สเปน เล่นบอลสวยงามมาก ค่อยเคาะๆทำชิ่งต่อบอลหาช่องเข้าทำ เมื่อสบโอกาสจึงจ่ายบอลแบบ “คิลเลอร์ พาส” เข้าทำประตู


            สาบานว่า ณ วันนั้นผมนั่งดูด้วยความทึงในการต่อบอลที่เนียนตาของนักเตะ “แชมป์โลก” และแอบคิดว่าบอลไทยน่าจะใช้สไตล์นี้บ้าง


            นักฟุตบอลไทยรูปร่างเล็กไม่ต่างจาก สเปน ที่ไม่ได้มีนักเตะรูปร่างใหญ่โตอะไร แต่พวกเขามีความสามารถและทักษะที่ดีจนยึดตำแหน่ง “เบอร์ 1 ของโลก” ไปแล้ว


            ผมไม่ได้บอกว่าทีมชาติไทยจะเล่นได้เหมือน สเปน แต่บอกว่าทีมชาติไทยควรเล่นแบบนั้น ค่อยๆเคาะต่อบอลกันไม่ใช้ตะบี้ตะบันโยนใส่


            ถ้าทีมชาติไทยเน้นสไตล์เคาะต่อบอลเข้าทำแทนการโยนใส่แบบไม่ลืมลูกลืมตา ไม่แน่ “ซูซูกิคัพ 2012” อาจจะกระชากแชมป์กลับคืนมาได้


            ช่วง “ยูโร 2012” ผมนั่งดูแล้วคิดเปรียบเทียบกับฟุตบอลไทยอยู่บ่อยหน อยากให้คนไทยได้มีความสุขกับทีมชาติของตัวเองเหมือนพวกตะวันตกบ้าง


            แต่คิดไปคิดมาเริ่มทำใจ ทีมชาติไทยจะหาความสุขให้คนไทยได้อย่างไร ในเมื่อทุกวันนี้ “โปรแกรมอุ่นเครื่อง” ยังไม่มีเลย


            ทั้งที่ปลายปีนี้ทีมชาติไทยมีคิวลงเตะรายการใหญ่แท้ๆ แต่กลับไม่มีแผนการเตรียทีมระยะยาว


            พอผิดหวังพลาดแชมป์มาก็ไปโทษว่าการเตรียมทีมไม่ดี เพราะเน้นความสำคัญกับลีก โปรแกรมลีกเน้นจนไม่มีที่ว่างให้ทีมชาติอีกเหมือนเดิม


            ดูจากรูปการณ์แล้วเพลียหัวใจ คงจะหวังยาก


            พอจบจาก “ยูโร 2012” ไฮไลท์ของกีฬาโลกจับจองไปที่ โอลิมปิก 2012 “ลอนดอนเกมส์” ที่กำลังจะเริ่มในอีก 2 สัปดาห์เศษข้างหน้า


            หลายชาติคึกคักที่จะได้ชมและเชียร์นักกีฬาชาติตัวเองลงเล่น เกมที่มีการชิงชัยเพียงแค่ 1 เหรียญทองอย่างฟุตบอลก็ได้รับความสนใจมากมาย


            เมือติดตามข่าวกีฬาเห็นความเคลื่อนไหวต่างๆแล้วอดคิดถึงฟุตบอลไทยไม่ได้อีกเช่นกัน


            ฟุตบอลไทยกับโอลิมปิกไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ อดีตที่ผ่านมาฟุตบอลไทยไปโอลิมปิกมาแล้ว 2 สมัย


            ครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 1956 ในโอลิมปิกเกมส์ที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย และครั้งที่ 2 ในปี 1968 ในโอลิมปิกเกมสที่เม็กซิโกซิตี้


            นั้นคือ 2 ครั้งที่เป็นเกียรติภูมิของทีมฟุตบอลไทยในโอลิมปิกเกมส์ และผมยังหวังว่าไม่ใช่ครั้งสุดท้ายของนักเตะ “ช้างศึก”


            แต่สำหรับโอลิมปิกครั้งล่าสุดทีมชาติไทยตกม้าตายแบบน่าเขกกะโหลกตัวเองเมื่อส่งนักเตะผิดคุณสมบัติติดโทษแบนลงเล่น


            ทีมชาติไทยถูกปรับให้แพ้ ปาเลสไตน์ ในเกมแรก กระทั่งสุดท้ายร่วงตกรอบคัดเลือกไปแบบคนด่าทั้งประเทศ


            นั้นคือความผิดหวังของแฟนบอลไทยที่หาคำบรรยายแทบไม่ได้ แต่คนที่ควรจะรับผิดชอบกลับไม่ได้รู้อะไรนอกจากโยนความผิดให้คนอื่น


            ใครบางคนบอกว่ายื่นฟ้องต่อ “ศาลโลก” เพื่อให้พิจารณา เพราะมองว่าเป็นความผิดของ “เอเอฟซี” ที่ไม่แจ้งว่าใครติดโทษแบนบ้าง


            ประเด็นนี้มันจบไปนานแล้วแบบไม่มีอะไรในก่อไผ และไม่มีใครยืนยันได้ว่ามีการฟ้อง “ศาลโลก” ตามที่แก้ตัวหรือกล่าวอ้างหรือเปล่า


            แต่ที่หยิบยกเอามาพูดถึงอีกเพราะเป็นช่วงที่กระแสของ “โอลิมปิกเกมส์” กำลังถูกโหมอยู่พอดี


            ที่สำคัญคือพฤติกรรมแบบ “โทษคนอื่น” กำลังเกิดขึ้นกับวงการฟุตบอลไทยอีกครั้ง


            หากใครได้ติดตามข่าวสารของทีมชาติไทยที่ไปพ่าย “เจ้าภาพ” ลาว ก่อนจะตกรอบคัดเลือก “ฟุตบอลอายุไม่เกิน 22 ปีชิงแชมป์เอเชีย” คงพอทราบข่าวนี้


            เกมนัดที่แพ้ ลาว ไม่มีปัญหาไม่มีอะไร และไม่มีใครหน้าไหนออกมายืดอกรับผิดชอบบอกกับคนไทยเลยว่าเกิดขึ้นอะไรขึ้น


            แต่นัดทีโดน จีน ตามตีเสมอ 1-1 มีประเด็นของผู้ตัดสินเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะท่านเปาดันแจกใบแดงให้นักเตะไทยแบบไม่ควรจะโดน


            พอสุดท้ายทีมชาติไทยตกรอบแบบได้แค่อันดับที่ 4 เป็นรอง ลาว ที่มี 7 แต้มเท่ากันเลยทำให้ใครบางคนโยนความผิดไปให้ผู้ตัดสินในเกมเสมอ จีน


            ตามข่าวระบุว่า สมาคมฟุตบอลไทย จะยื่นเรื่องถึง “เอเอฟซี” ให้พิจารณาการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินชาวเกาหลีใต้ที่เป่าเกมนั้น


            เรื่องของการเรียกร้องความถูกต้องอาจจะเป็นอีกเรื่องนึ่ง แต่นั้นไม่ได้หมายความว่าทีมชาติไทยตกรอบเพราะลมเป่าของเชิ้ตดำ


            อย่าเบี่ยงประเด็นไปโยนความผิดหรือโทษคนอื่นว่าทำให้ทีมชาติไทยตกรอบ แต่ควรตักน้ำใส่กระโหลกชะโงกดูตัวเองว่าทำทีมได้ดีพอต่อการเข้ารอบแล้ว

หรือยัง


            ถึงตรงนี้ยังไม่มีใครหน้าในออกมาพูดว่าทีมชาติไทยไปแพ้ทีมที่มาตรฐานต่ำกว่าอย่าง ลาว ได้อย่างไร


            ความล้มเหลวจากการตกรอบคัดเลือกที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไรยังไม่เห็นมีใครออกมาพูดถึง รวมถึงไม่มีการบอกกล่าวว่าจะแก้ไขอะไรในอนาคตภายภาคหน้า


            ดีแต่ไปโทษคนอื่น แต่ไม่โทษตัวเองว่ามีระบบการบริหารจัดการดีพอหรือยัง โครงสารพัฒนาระบบเยาวชนเป็นอย่างไร


            การเตรียมทีมดีพอหรือไม่ หรือเลือกโค้ชที่มีฝีมือหรือมีความรู้ดีพอสำหรับทำทีมเยาวชนหรือเปล่าไม่ได้กล่าวถึงเลย


            ตำแหน่ง “ประธานพัฒนาเทคนิค” ที่ควรจะเป็นคนสำคัญในการกำหนดทิศทางต่างๆก็ไมมี แต่ไม่คิดจะทำให้มี


            สรุปคือพฤติกรรมของผู้บริหารฟุตบอลไทยยังคงเน้นการโทษคนอื่นเหมือนเดิม ตกลงเพราะส่งนักเตะผิดคุณสมบัติลงเล่นก็โทษคนอื่นว่าไม่บอก


            ทำบอลไปแพ้ลาวไม่ชนะจีนก็โทษกรรมการว่าเป่าไม่ดีเลยไม่ได้เข้ารอบสุดท้าย


            ทีมชาติไทยไม่มีเกมอุ่นเครื่องเตรียมทีมก็โทษโปรแกรมลีกในประเทศว่าแน่นจนหาคิวลงไม่ได้ ทั้งที่ตัวเองเป็นคนกำหนดโปรแกรมเตะเองแท้ๆ


            โทษแต่คนอื่นไม่เคยโทษตัวเองแล้วแก้ไขใหม่ เป็นเสียอย่างนี้จึงไม่แปลกที่ฟุตบอลไทยจะมีแต่คำว่า....สาละวันเตี้ยลงๆ


*** "บับเบิ้ล...บ้าบอล" คมชัดลึก สปอร์ วาไรตี้ *** 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ศุภฤกษ์ วันที่ : 07/07/2012 เวลา : 23.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suparurk

มาอ่านถึงนึกขึ้นได้ว่า ไทยมีฟุตบอลทีมชาติด้วยนี่นา
เงียบหายไปเลย ... คงมัวสนุกกับการหาเงินในไทยแลนด์ลีกอยู่มั้งครับ เรื่องทีมชาติเลยเก็บไว้ก่อน

โดยสรุปที่คุณบับเบิ้ลเขียนมานี่คืออยากบอกสั้นๆว่า คนดีชอบแก้ไข คน ... ชอบแก้ตัวหรือเปล่าครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เอกสิทธ์ วันที่ : 07/07/2012 เวลา : 20.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vasit
นายอ้วน - Study?& Learn

สังคมการบริหารจัดการในวงการฟุตบอลไทย คงแก้ยาก และคงเป็นไปอีกนานครับ เหมือนเป็นวัฒนธรรมไปแล้ว มีทายาทสืบต่อกันเป็นทอด ๆ
สำหรับบอลไทย ก็คงผีเข้าผีออกอยู่อย่างนี้แหละ ขึ้นอยู่กับช่วงไหน มีศูนย์หน้าเก่ง ปิดสกอร์ได้อย่างเอียนรัช หรือใครก็ได้ ที่ได้ลูกแล้ว เป็นต้องสกอร์ ช่วงนั้นบอลไทยก็เฮพักนึง แต่พอศูนย์หน้าตัวเป้าไม่ได้สกอร์เหมือนยุคนี้ บอลไทยทั้งหมดก็เป็นเช่นนี้ ฉะนั้น ตามใดที่ยังอาศัยศูนย์หน้าตัวเป้า บอลไทยคงเป็นเช่นนี้

เห็นด้วยเลยครับ เอาเป็นสเปน

จะพูดไป ผมเชียร์สเปนมา 4-5 ปีแล้ว เหอะ ๆ ๆ ทีมโปรดก็คือบาซ่าครับ ดูสเปน เหมือนดูทีมบาซ่าอย่างไงอย่างงั้น เหอะ ๆ ๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน