• บับเบิ้ล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yraksuwan@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-15
  • จำนวนเรื่อง : 180
  • จำนวนผู้ชม : 221306
  • ส่ง msg :
  • โหวต 79 คน
Bubble Ballthai
เสวนาเรื่องราวฟุตบอลไทย "บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยอยู่ในสายเลือด" ไทยไม่เชียร์ไทยแล้วใครจะเชียร์เรา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bubble
วันเสาร์ ที่ 18 สิงหาคม 2555
Posted by บับเบิ้ล , ผู้อ่าน : 768 , 15:52:17 น.  
หมวด : กีฬา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 กีฬาโอลิมปิก 2012 “ลอนดอนเกมส์” ที่เพิ่งจบลงไปแม้ฟุตบอลไทยจะไม่มีเอี่ยวไปร่วมแข่งขัน แต่ก็โดนกระทบชิ่งใส่อยู่ตลอด


            “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลไทย ที่สวมหมวกอีกใบไปทำหน้าที่ผู้ควบคุมการแข่งขันฟุตบอลหญิงดูจะโดนเต็มๆ


            ที่หนักสุดคงจะเป็นประเด็นที่ถูกลากโยงไปเปรียบเทียบกับ “เสธ.อ้าย” พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ นายกสมาคมมวยสากลสมัครเล่น


             “เสธ.อ้าย” ได้รับการชื่นชมว่าเป็นชายชาติทหารที่ลาออกจากตามคำสัญญา หลังนักชกไทยไม่มีเหรียญทองกลับบ้าน


            แต่ในความชื่นชมที่ว่า “บังยี” ถูกลากเข้าไปเกี่ยวด้วยในทำนองว่าไม่เห็นรับผิดชอบต่อผลงานของฟุตบอลไทยบ้าง


            บางคนเล่นหนักถึงขั้นบอกว่า “สมาคมนึงไม่ได้เหรียญทองในกีฬาระดับโลกแต่ลาออก ส่วนอีกสมาคมตกรอบแรกในระดับภูมิภาคแต่อยู่เฉย”


            ประเด็นตรงนี้ขออนุญาตไม่วิพาษก์วิจารณ์เพิ่มเติมนะครับ ท่านๆทั้งหลายใช้วิจารณญานพิจารณากันเองว่าเห็นด้วยหรือไม่อย่างไร


            นอกจากประเด็น “ลาออก” เพื่อรับผิดชอบต่อผลงานแล้ว ผลงานของทีมตัวแทนเอเชียอย่าง เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น ก็ต้องเข้ามามีเอี่ยวด้วย


            คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อเห็น “โสมขาว” และ “ซามูไร” ผ่านเข้าไปถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายลอนดอนเกมส์แล้วคงอดจะไม่คิดถึงฟุตบอลไทยไม่ได้


            บางคนถามไปถึงข่าวที่ว่ามีการยื่นฟ้อง “ศาลโลก” จากกรณีที่ทีมปรีโอลิมปิกไทยถูกปรับแพ้ ปาเลสไตน์ เพราะส่งนักเตะติดโทษแบนลงเล่น


            จริงๆประเด็นนี้จบไปนานแล้วว่า “ไม่มีอะไรในกอไผ่” แต่อาจเป็นเพราะใครยังไม่รู้เลยถามออกมาในช่วงที่เห็นชาติอื่นเตะโอลิมปิกพอดี


            นอกจากถามถึงเรื่อง “ศาลโลก” แล้วก็มีคำถามตามมาว่าแล้วเมื่อไรฟุตบอลไทยจะได้ไปโอลิมปิกกับเขาอีกบ้าง


            หรือไม่ก็ถามว่าเมื่อไรฟุตบอลไทยจะไล่หลัง เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น สองเพื่อนร่วมชาติในเอเชียได้ทัน เพราะตอนนี้ทั้ง 2 ชาติสปีดหนีไปไกลแล้ว


            ประเด็นนี้ถือว่าน่าสนใจครับ เพราะเป็นหน้าที่ของ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่จะต้องพัฒนาทีมชาติของตัวเองให้ก้าวหน้าต่อไป


            กรณีนี้โยงมาถึงเรื่องสุดท้ายที่ต่อเนื่องมาจากโอลิมปิกนั้นคือการ “อัดฉีด”


            แม้โอลิมปิกครั้งนี้นักกีฬาไทยจะพลาดเหรียญทองเป็นครั้งแรกในรอบ 16  ปี แต่ดูเหมือนการอัดฉีดคึกคักไม่แพ้ครั้งอื่นๆเลย


            สารพัดหน่วยงานและผู้คนให้ความสนใจแห่มาอัดฉีดนักกีฬาไทยในช่วงท้ายแบบจ่ายไม่อั้น


            บางรายถึงขั้นหอบเงิน 10 ล้านไปแจกถึงที่สนามบิน แบบที่หลายคนยังสงสัยว่าทำไมต้องรีบเร่งไปแจกกันถึงขั้นขนาดนั้น


            บรรดาพวก “กาฝาก” หรือพวกเกาะกระแสก็แสดงตัวกันให้พรึบในวันที่นักกีฬาไทยกลับบ้าน


            ถึงตรงนี้คนที่ทำกีฬาจริงๆเลยชวนให้สงสัยว่าตอนที่ลงทุนเตรียมนักกีฬาพวกนี้หายไปไหนหมด


            ที่โดนใจมากที่สุดคือ “คุณปู่ซู่ซ่า” เจริญ วรรธนสิน นายกสมาคมแบดมินตันที่ทวีตข้อความได้ถูกใจจริงๆ


            “ถ้าตอนเริ่มจับเด็กมาฝึก หาเงินส่งแข่งขัน ปลุกปั้นเด็ก มีคนฮือมาอัดฉีดแบบนี้ ป่านนี้ประเทศไทยได้เหรียญทองเท่าอังกฤษเจ้าภาพโอลิมปิกหนนี้ ชัวร์”


            นั้นคือข้อความจากทวิตเตอร์ของ “คุณปู่ซู่ซ่า” ที่ยิงแสกหน้าสังคมไทยได้อย่างชัดเจน


            ที่นี่วกกลับมาวงการฟุตบอลไทยบ้าง ประเด็นเรื่องของการอัดฉีดมีการพูดถึงมานาน โดยเฉพาะในยุคของ “บังยี”


            ต้องยอมรับว่า “บังยี” คือนายกที่กล้าสั่งอัดฉีดแบบไม่กลัวเจ๊งมากที่สุดนับตั้งแต่มีนายกสมาคมฟุตบอลมา


            แต่ถามว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้องและใช่เลยหรือไม่ คงต้องตอบตรงๆว่าไม่ใช่


            เหมือนกับที่ “คุณปู่ซู่ซ่า” ว่าไว้นั้นละครับ หากเอาเงินที่อัดฉีดมาเป็นทุนรอนในการเตรียมทีมน่าจะเกิดประโยชน์กว่ามั้ย


            สมาคมฟุตบอลฯไทยควรที่จะตระหนักและคิดถึงตรงนี้ด้วยเช่นกัน และควรจะเปลี่ยนนโบายในทำนองนี้ได้แล้ว


            การประกาศอัดฉีดเพียงอย่างเดียวก็เหมือนกับรอซื้อหวย ไม่รู้ว่าจะถูกหวยประสบความสำเร็จได้ตามเปล่าหรือไม่


            แต่การนำเงินงบประมาณมาลงที่การเตรียมทีมน่าจะเกิดประโยชน์มากกว่า


            เอาง่ายๆอย่างการเตรียมทีม ไม่เข้าใจว่าทำไมฟุตบอลไทยที่บุคคลากรทำงานถึงระดับโลกอย่าง “บังยี” ถึงมีปัญหาทุกที


            ล่าสุดเกมอุ่นเครื่องในวัน “ฟีฟ่าเดย์” ทำได้แค่เอานักเตะต่างชาติในไทยพรีเมียร์ลีกและดิวิชั่น 1 มารวมทีมเตะกับทีมชาติไทย


            ทั้งที่ไหนๆก็ยอมสลับโปรแกรมฟุตบอลถ้วยเพื่อให้ทีมชาติไทยได้เตะแล้ว แต่ทำไมไม่ลงทุนเชิญทีมดีๆที่มีคุณภาพมาเตะกับทีมชาติไทย


            การอุ่นเครื่องกับทีมปลาร้าปลาแจ่วอย่าง ออลสตาร์ไทยพรีเมียร์ลีก ที่เป็นแค่นักเตะเกรด 2 ของทีมไม่เห็นว่าจะเกิดผลประโยชน์อันใด


            คิดแล้วมันจึงแปลกใจ สมาคมฟุตบอลมีเงินประกาศอัดฉีดเยอะแยะมากมาย แต่ทำไมไม่แบ่งมาลงทุนเตรียมทีมบ้าง


            ไม่ใช่แค่ทีมชุดใหญ่ แต่ทีมน้องเล็กระดับเยาวชนทั้ง 16 และ 19 ปีมีปัญหาการเตรียมทีมเหมือนกัน


            ทั้ง 2 ทีมแทบไม่มีทัวนาเมนต์คุณภาพให้ได้ทดสอบฝีเท้า ทั้งทีมีคิวไปเตะเกมชิงแชมป์เอเชียเพื่อลุ้นไป “เยาวชนโลก” แท้ๆ


            ว่ากันว่าลงทุนกับนักเตะระดับเยาวชนยังไงก็ไม่เสียหายและขาดทุน เพราะในอนาคตน้องๆเหล่านี้จะก้าวขึ้นไปเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติชุดใหญ่


            ด้วยเหตุนี้คงต้องบอกว่าสมาคมฟุตบอลควรเป็นแนวคิดและนโยบายใหม่ ลงทุนไปที่การเตรียมทีมเยอะๆน่าจะดีกว่ามาทุนที่การอัดฉีด


            ดูแล้วไม่มีประโยชน์ครับ ต่อให้อัดฉีดเป็นล้านๆ แต่ถ้าเตรียมทีมไม่ลงทุนก็คงไร้ค่า


            ไม่ได้พูดเพราะคิดเอง แต่ผลงานของทีมชาติไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมามันเห็นๆกันอยู่ว่าอะไรคืออะไร....


***** บับเบิ้ล...บ้าบอล ในคมชัดลึก สปอร์ต วาไรตี้ 18 ส.ค. *****         




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน