• บับเบิ้ล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yraksuwan@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-15
  • จำนวนเรื่อง : 180
  • จำนวนผู้ชม : 219618
  • ส่ง msg :
  • โหวต 79 คน
Bubble Ballthai
เสวนาเรื่องราวฟุตบอลไทย "บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยอยู่ในสายเลือด" ไทยไม่เชียร์ไทยแล้วใครจะเชียร์เรา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bubble
วันเสาร์ ที่ 15 กันยายน 2555
Posted by บับเบิ้ล , ผู้อ่าน : 1085 , 12:42:45 น.  
หมวด : กีฬา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

                สัปดาห์ที่ผ่านมาทั่วโลกมีความคึกคักในเกมระดับทีมชาติตามช่วงเวลา “ฟีฟ่าเดย์” ที่ สหพันธ์ฟุตบอลแห่งนานาชาติ ระบุให้เป็นเกมของนานาประเทศ

                น่าดีใจที่นักเตะ “ช้างศึก” มีเกมนานาชาติอย่างเป็นทางการเสียที หลังจากก่อนหน้านี้ว่างเว้นไปนานถึง 7 เดือนเต็มตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย นัดสุดท้ายกับ โอมาน เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์

                แม้คู่แข่งของไทยจะไม่ใช่ระดับเกรดเอหรือของขึ้นห้าง แต่อย่างน้อยการได้เล่นกับ ลาว ก็ยังถือว่ามีความเคลื่อนไหวและเป็นเกมอย่างเป็นทางการของทีมชาติไทย

                ถึงจะเจอกับลาวแต่ดีกว่าการระดมเอานักเตะ “สหประชาชาติ” ในไทยพรีเมียร์ลีกมารวมเป็นทีมแล้วเตะกันไปเมื่อนัดก่อนหน้านั้นแน่ๆ

                สำหรับไฮไลท์ของเกมนานาชาติเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาคงหนีไม่พ้น “ฟุตบอลโลก 2014” รอบคัดเลือกตามโซนต่างๆทั่วโลก

                ที่ใกล้ตัวคนไทยคือเกมรอบคัดเลือก โซนเอเชียที่ถึงตรงนี้ “ซามูไรบูลส์” ญี่ปุ่น ใกล้จะตีตั๋วไปเล่นรอบสุดท้ายเต็มที จากผลงานนัดล่าสุดที่เฉือนชนะ อิรัก 1-0 ทำให้พวกเขาเตะไป 4 นัดเก็บไปแล้ว 10 แต้ม

                สถานการณ์ของกลุ่มบีไม่น่ามีปัญหาสำหรับญี่ปุ่น แต่ทีมอันดับ 2 น่าจะได้ลุ้นกันสนุกสำหรับทีมที่เพิ่งเตะไป 3 เกมเพราะ จอร์แดน ดันหักปากกาเซียนเอาชนะ ออสเตรเลีย 2-1 ขยับแซงขึ้นไปเป็นรองจ่าฝูงมี 4 แต้ม

                ส่วน “ออสซี” กลายเป็น “จิงโจ้ลำบาก” ยังชนะใครไม่เป็นมีเพียง 2 แต้มเท่ากับ อิรัก และ โอมาน

                ขณะที่กลุ่มเอ “โสมขาว” เกาหลีใต้ นำเป็นจ่าฝูงมี 7 แต้ม ส่วนอันดับ 2-4 มี 4 แต้มเท่ากันทั้ง อิหร่าน กาตาร์ และ เลบานอน โดย อุซเบกิสถาน เป็นทีมบ๊วยมี 2 แต้ม

                นี่คือสถานการณ์ของการลุ้นชิงตั๋วไปฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายที่โซนเอเชียได้โควตามา 4 ทีมครึ่ง

                ทีมชาติไทยจำเป็นต้องสนใจเกมรอบคัดเลือก โซนเอเชีย เหล่านี้ เพราะทุกทีมจะเป็นคู่แข่งของทีมชาติไทยในทวีปเอเชีย  

                หาก “ช้างศึก” อยากไปลั้นลาในระดับเอเชียก็จำเป็นที่จะต้องผ่านทีมเหล่านี้ไปให้ได้ ดังนั้นข้อมูลหรือพัฒนาการของทุกๆชาติจำเป็นจะต้องมีอยู่ในฐานข้อมูลของฟุตบอลไทย ไม่ใช่ไม่รู้ว่าชาติอื่นเขาก้าวไปถึงระดับไหนกันแล้ว

                ส่วนทีมชาติไทยเองต้องเร่งพัฒนาการตัวเองด้วย ไม่ใช่นั่งดูแต่ความสำเร็จของชาวบ้าน

                อย่าลืมว่า สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ สมัครเข้าเป็นสมาชิกของ “ฟีฟ่า” ก่อนชาติอย่าง เกาหลีใต้ หรือ ญี่ปุ่น ด้วยซ้ำ แต่ ณ วันนี้ทั้ง “โสมขาว” และ “ซามูไร” แซงไทยไปหลายขุมแล้ว

                ตรงนี้ถือเป็นการแสดงให้เห็นชัดเจนว่าชาติอื่นพัฒนาไปได้เร็วกว่าไทย และเราเองควรจะมองย้อนกลับมาที่การพัฒนาวงการฟุตบอลไทยแบบจริงๆจังๆเสียที

                สิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกคือควรจะมองไปทีละสเตปๆหรือเป็นลำดับขั้นไป ไม่ใช่ตั้งเป้าหมายซะไกลแบบโก้หรูถึง “ฟุตบอลโลก” ที่ดูสภาพกับความเป็นจริงตอนนี้แล้วมันยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา  

                ไม่ต้องไปเถียงกันว่าฟุตบอลไทยพัฒนาช้าหรือย่ำอยู่กับที่จนชาติอื่นในอาเซียนเริ่มขยับมาใกล้หรือแซงไปแล้ว สิ่งที่บอกได้แน่ๆคือผลงานของทีมชาติไทยแย่ลงจริงๆ

                แชมป์ครั้งสุดท้ายของทีมชาติไทยต้องย้อนไปถึง 4 ปีในฟุตบอล “อกรีแบงค์คัพ” ที่เวียดนาม เมื่อปี 2551 ที่ ปีเตอร์ รีด ไปหอบแชมป์กลับมาได้

            หลังจากนั้น 4 ปีเต็มทีมชาติไทยไม่มีแชมป์อย่างเป็นทางการติดมือเลย!!!

                เกมระดับอาเซียนที่เคยได้แบบ “ขาประจำ” กลายเป็น “พลาดประจำ” ทั้งเกมชิงแชมป์อาเซียนอย่าง “ซูซูกิคัพ” หรือ ไทเกอร์คัพ เดิมที่ไม่ได้แชมป์มาแล้ว 10 ปีเต็มๆ

                รวมถึง “ซีเกมส์” ที่ตกรอบแรกมา 2 สมัยติด

                ดูจากผลงานเหล่านี้แล้วคงต้องบอกว่าเราทวงแชมป์อาเซียนกลับมาให้ได้ก่อนเถอะ แล้วค่อยคิดหวังที่จะไปซ่าในระดับเอเชียหรือฝันถึงฟุตบอลโลก

                เป้าหมายแรกของทีมชาติไทยคือ “ซูซูกิคัพ 2012” ปลายปีนี้ที่จะต้องทวงแชมป์กลับมาให้ได้ ไม่งั้นโอกาสจะเรียกความยิ่งใหญ่กลับคืนมาคงยาก

                ถึงตรงนี้ทีมชาติไทยมีเวลาอีกไม่ถึง 3 เดือนในการเตรียมทีม ทุกฝ่ายต้องรีบกันประคบประหงมแบบสุดๆ

                แน่นอนว่าปัญหาคือโปรแกรมการแข่งขันลีกที่ส่งผลต่อการเตรียมทีมชาติไทย ตรงนี้คงโทษใครไม่ได้นอกจาก สมาคมฟุตบอลฯ และ บจก.ไทยพรีเมียร์ลีก ที่ไม่เคยคิดวางแผนให้ดีมาตั้งแต่แรก

                ประเด็นนี้ทั้งติทั้งด่ามาเยอะแล้วคงไม่ต้องพูดซ้ำอีก แต่อยากจะบอกว่าหลังจากนี้ต้องไม่พลาดอีกแล้ว ไทยพรีเมียร์ลีก 2012 ต้องจบตามโปรแกรมวันที่ 28 ตุลาคมเพื่อให้ทีมชาติไทยมีเวลาเตรียมสัก 3-4 สัปดาห์

                จากนั้น สมาคมฟุตบอลฯ ต้องหาทีมระดับเกรดเอที่สร้างประโยชน์ให้กับทีมชาติไทยได้ลงเตะอุ่นเครื่องด้วย ไม่ใช่ทำแบบ “ขายผ้าเอาหน้ารอด” หาทีมอะไรก็ได้มาเตะให้เสร็จๆไป

                การเก็บตัว การเตรียมทีมต้องเน้นกันแบบสุดๆไม่งั้นโอกาสทวงแชมป์อาเซียนคืนลำบาก

                หลังจากนั้นแล้วในปี 2556 ทีมชาติไทยมีคิวลงเตะในรายการใหญ่ๆ 2 ทัวนาเมนต์ ทั้ง “เอเชี่ยนคัพ 2015” ที่ออสเตรเลียที่จะเริ่มเตะรอบคัดเลือกในช่วงกลางปี และ “ซีเกมส์ ครั้งที่ 27” ที่พม่าในช่วงปลายปี

                ถ้าฟุตบอลไทยยังไม่สามารถทำ “ปฏิทินลูกหนัง” ที่แน่นอนได้ก็ฟันธงตั้งแต่ตอนนี้เลยว่านักเตะ “ช้างศึก” จะไม่ประสบความสำเร็จในรายการใดๆเลย

                นอกเหนือจากการวางเป้าหมายที่ต้องเป็นทีละสเตปแล้ว การทำงานของ สมาคมฟุตบอล และ “ทีพีแอล” ก็จำเป็นที่ต้องมีระบบแบบแผนด้วย ไม่ใช่มั่วๆเหมือนที่ผ่านมา

                สิ้นปีนี้หวังว่าจะมีการระดมทีมสโมสร ฝ่ายจัดการแข่งขัน และทีมชาติไทยมาหารือกันเพื่อทำ “ปฏิทินลูกหนัง” อย่างเป็นทางการเพื่อให้ได้ประโยชน์ทั้งลีกและทีมชาติ

                ถ้าทำได้ตามนี้โอกาสที่ทีมชาติไทยจะกลับมาสร้างผลงานให้คนไทยชื่นใจก็มีความเป็นไปได้ ถึงตรงนั้นจึงจะค่อยกล้าหวังหน่อยว่าเราจะกลับมายิ่งใหญ่ได้ในอาเซียนเพื่อก้าวต่อไปสู่ระดับเอเชีย

                แต่ถ้าสภาพการบริหารจัดการฟุตบอลไทยยังไม่เป็นโล้เป็นพายแบบในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็กรุณาอย่าเพิ่งฝันข้ามขั้นไปถึง “ฟุตบอลโลก” เลย

                ไม่ต่างอะไรกับ “ซาเล้งอยากขับเบนซ์”

 

**** บับเบิ้ล...บ้าบอล ในคมชัดลึก สปอร์ตวาไรตี้ 15 ก.ย. ****




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน