• หนึ่งลมหายใจ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : child2511@yahoo.co.th
  • วันที่สร้าง : 2007-04-24
  • จำนวนเรื่อง : 23
  • จำนวนผู้ชม : 97727
  • จำนวนผู้โหวต : 34
  • ส่ง msg :
  • โหวต 34 คน
<< พฤศจิกายน 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 24 พฤศจิกายน 2551
Posted by หนึ่งลมหายใจ , ผู้อ่าน : 3187 , 21:53:02 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


               ที่ประเทศอิตาลีกฎหมายรับรองการแต่งงานของเพศเดียวกันชื่อ ‘Dico’ กำลังจะถูก
ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ  แต่  “ทันใดนั้น...ฤดูหนาวที่ผ่านมา” (อันเป็นที่มาของชื่อเรื่อง
Suddenly, Last Winter ) กฎหมายนี้ได้ถูกยกเลิกและถูกต่อต้านอย่างแรงจากนักการเมืองและ
ศาสนจักรโดยถูกให้เหตุผลว่ารักเพศเดียวกันเป็นบาป  ผิดธรรมชาติ และคู่รักเพศเดียวกันไม่ถือ
ว่าเป็นครอบครัว  นั่นเป็นเหตุให้กุสต๊าฟกับหนุ่มฅนรักชื่อลูก้าที่รักกันมานาน 8 ปี ลุกขึ้นมาถ่าย
ทำหนังเรื่อง Suddenly, Last Winter ออกสู่สาธารณะ

 กุสต๊าฟเล่าให้ฟังในเว็บไซต์ www.suddenlylastwinter.com ว่า  ‘ตอนที่ทราบข่าว
นี้ผมกำลังอยู่ในลิฟท์สกี  เวลานั้นผมตัดสินใจว่าผมควรจะทำอะไรสักอย่าง  สิ่งที่ดีที่สุดก็คือ
การทำหนังที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตส่วนตัว   ดังนั้นผมจึงขอให้แฟนผมชื่อลูก้าออกมาทำหนังที่
บอกเล่าเรื่องราวว่าเกิดอะไรขึ้น และเราได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง’

 Suddenly, Last Winter  จึงกลายเป็นหนังรักระหว่างผู้ชายกับผู้ชายที่เกี่ยวข้องกับ
การเมืองในอิตาลีอย่างตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม

  ‘เราออกมาจากโลกส่วนตัวที่ปลอดภัย  ติดอาวุธมือด้วยกล้องแฮนดี้แคม  เข้าไป
ตามเก็บภาพการถกเถียงในรัฐสภาสัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่าเราทำงานอย่างกระฉับกระเฉง แล้ว
ตามไปสัมภาษณ์การชุมนุมต่อต้านการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันของเพศเดียวกัน’

  กุสต๊าฟและลูก้าลงทุนเอาความสัมพันธ์ส่วนตัวในฐานะฅนรักของกันและกันออกเผย
แพร่ต่อสาธารณว่าเขาอยู่ด้วยกัน นอนเตียงเดียวกัน ใช้ชีวิตร่วมกันมา 8 ปีแล้วโดยใช้กล้อง
แฮนดี้แคมธรรมดา ๆ เก็บภาพเล่าเรื่องราวชีวิตประจำวันที่ทำให้ฅนดูซึมซับ (แกมอิจฉา) ว่า
ผู้ชายกับผู้ชายก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้ในฐานะคู่รักไม่ต่างจากคู่ชายหญิงที่มีให้เห็นกันอยู่
ดาษดื่นการที่ทั้งคู่เป็นนักข่าวยิ่งเป็นโอกาสดีที่ทำให้ทั้งสองได้เข้าไปตามเก็บบรรยากาศการถก
เถียงในรัฐสภาเกี่ยวกับการออกกฎหมาย Dico   ทั้งคู่ยังตามไปสัมภาษณ์นักการเมืองหัว
อนุรักษ์ที่ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายตัวนี้

 เท่านั้นยังไม่พอทั้งคู่ยังทำอะไรแสบ ๆ ด้วยการตามไปสัมภาษณ์ผู้ฅนตามท้องถนน
ว่าคิดเห็นอย่างไรกับกฎหมาย Dico ที่ถูกยกเลิก มันไม่ยุติธรรมสำหรับคู่รักเพศเดียวกัน ผู้ชาย
กับผู้ชายที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันก็เป็นสิทธิอย่างหนึ่ง  นอกจากจะเป็นการสัมภาษณ์แล้วยังเป็นการ
ให้การศึกษาทางอ้อมอีกด้วย

  แต่ที่เสี่ยงและท้าทายไปกว่านั้นก็คือ  ขณะที่กำลังถือไมค์สัมภาษณ์ผู้ฅนบนถนนเขา
ก็ใช้โอกาสนี้เปิดเผยกับผู้ถูกสัมภาษณ์ไปด้วยว่า “ฅนที่กำลังถือกล้องบันทึกภาพอยู่นั้นเป็นแฟน
ผมที่อยู่ร่วมกันมา ๘ ปีแล้ว คุณคิดยังไงครับ ?” ทำเอาผู้ที่ถูกสัมภาษณ์ตอบอะไรไม่ถูกต้องรีบ
เดินหนีไป

 สองหนุ่มคู่รักยังทำอะไรเสี่ยง ๆ กว่านี้เมื่อทั้งคู่ตรงไปยังจุดที่มีการชุมนุมต่อต้าน
กฎหมาย Dico แล้วสัมภาษณ์เหมือนกับที่เขาสัมภาษณ์ฅนอื่น ๆ พร้อมกับเปิดเผยว่าเขาทั้งคู่
เป็นคู่รักกันมานาน ๘ ปีแล้วเขาควรได้รับสิทธิทางกฎหมายเช่นเดียวกับฅนอื่น ๆ  เหมือนเดิมฅน
ถูกสัมภาษณ์หน้าเปลี่ยนสี ตอบว่ามันเป็นบาปแล้วรีบเดินจากไป

 ใครที่เคยชื่นชอบ Life is Beautiful หนังตลกอิตาเลี่ยนเสียดสีสงครามจนน้ำตาซึม
เมื่อหลายปีก่อน ก็น่าจะประทับใจไปกับ Suddenly, Last Winter  หนังเรื่องนี้ได้ตะหลบเอาชีวิต
เกย์มากลับด้านล้อเลียนเสียดสีสังคมได้อย่างเจ็บแสบ จนดูแล้วต้องขบขันและร้องไห้ในเวลา
เดียวกัน สังเกตว่าฅนอิตาเลี่ยนถนัดนักกับการทำหนังตลกเสียดสีแบบนี้

 มีฉากหนึ่ง (ที่จริงไม่น่าจะเรียกว่าฉาก เพราะเป็นการบันทึกภาพจากเหตุการณ์สด ๆ
จริง ๆ) ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี  เมื่อคู่รักจอมป่วนพากันไปสัมภาษณ์แม่ชีคริสต์สองท่านที่
เดินมาด้วยกัน แรก ๆ แม่ชีออกอาการดีใจที่มีนักข่าวมาสัมภาษณ์ (คิดว่าคงจะได้ออกทีวี) แต่
พอถูกยิงคำถามว่า “ท่านคิดว่ารักเพศเดียวกันเป็นบาปหรือไม่ครับ เพราะเราสองฅนรักกันมา ๘
ปีแล้ว” สองแม่ชีหน้าถอดสีพร้อมกับรีบถอยหลังเดินหนีไปทันทีโดยไม่กล่าวอะไรสักคำ
กฎหมาย Dico ในประเทศอิตาลีได้กลายเป็นประเด็นเผ็ดร้อนทางสังคมไปทั่วทุกทิศ ฝ่ายที่ไม่
เห็นด้วยออกมาว่ากล่าวโจมตีในทีวีอย่างรุนแรง  มีโปสเตอร์ต่อต้าน Dico แปะไปทั่วเมืองเพื่อ
รณรงค์ให้ฅนไม่ยอมรับกฎหมายนี้

 Suddenly, Last Winter  พยายามปอกเปลือกประเด็นโฮโมเซ็กช่วลในประเทศฝรั่ง
ผิวขาวให้เห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่า  แท้จริงแล้วฝรั่งผิวขาวก็ไม่ได้ยอมรับโฮโมเซ็กช่วลได้
ง่าย ๆ อย่างที่เราเข้าใจกัน  กฎหมายยอมรับเกย์เลสเบี้ยนให้แต่งงานกันไม่ได้เกิดขึ้นง่ายดาย
เหมือนปอกกล้วยเข้าปาก  แต่มีการถกเถียงต่อสู้กันมาเป็นสิบ ๆ ปีกว่าจะได้กฎหมายตัวนี้มา
ภาพงานเฉลิมฉลองพาเหรดเกย์ที่เราเห็นจากข่าวต่างประเทศบ่อย ๆ เป็นเพียงภาพลวงตาเล็กๆ
ที่แว้บเข้ามา ในขณะที่เราไม่เคยมีโอกาสเห็นภาพรวมใหญ่ ๆ ว่าฝรั่งผิวขาวในหลาย ๆ ประเทศ
ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงไม่ชอบเกย์  แต่การที่พวกเขาออกกฎหมายให้เกย์เลสเบี้ยนแต่งงานกัน
ได้อย่างถูกต้องก็เพราะมีเกย์เลสเบี้ยนออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องความเท่าเทียมให้เกิดขึ้น
ประเทศใดจะได้รับกฎหมายรับรองการแต่งงานของเพศเดียวกันจึงขึ้นอยู่กับสติปัญญาของ
รัฐบาลประเทศนั้น ๆ ไม่ได้เกี่ยวกับว่าประเทศนั้น ๆ ใจกว้างยอมรับเกย์อย่างล้นเหลืออย่างที่เรา
เห็นจากภาพข่าวเพียงชั่วแว้บ ๆ

 ที่ยากไปกว่านั้นก็คือถ้ารัฐบาลประเทศใดได้รับอิทธิพลวิธีคิดจากศาสนจักรมาก ๆ
และมีแนวโน้มว่านักการเมืองเป็นพวกเคร่งศาสนาและอนุรักษ์นิยมสุด ๆ การจะได้กฎหมาย
รับรองการแต่งงานของเพศเดียวกันยิ่งยากเป็นเงาตามตัว

 เหมือนอย่างที่อิตาลีเป็นประเทศอันเป็นศูนย์กลางของคริสตจักร  มีสำนักวาติกันตั้ง
อยู่ที่กรุงโรม มีพระสันตะปาปาประทับอยู่ที่นั่นด้วย การจะได้กฎหมายรับรองการแต่งงานของ
เพศเดียวกันจึงเป็นเรื่องที่ไม่ต้องพูดถึง

 การที่กุสต๊าฟและลูก้านำเอาความสัมพันธ์ส่วนตัวออกมาต่อสู้กับรัฐบาลและกลุ่ม
คริสต์อนุรักษ์นิยมในพื้นที่สาธารณะเช่นนี้  จึงเป็นเรื่องท้าทายต่อคริสตจักรในประเทศของตน
ไม่น้อย  ที่สำคัญก็คือมันเป็นเรื่องเสี่ยงต่อความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันที่สุขสงบและเป็นส่วน
ตัวของทั้งคู่  เพราะหลังจากที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำเสร็จได้ถูกนำไปฉายเกือบทั่วอิตาลี 
แทบไม่มีใครที่ไม่รู้จักกุสต๊าฟและลูก้าในฐานะสองพระเอกจากหนังเรื่อง Suddenly, Last Winter

 เรามักจะพูดว่าเกย์เป็นเรื่องส่วนตัวของบุคคล เราไม่ควรไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของฅนอื่น
แต่เมื่อเรื่องส่วนตัวของคู่รักเกย์คู่หนึ่งได้รับผลกระทบจากความไม่เสมอภาคที่รัฐบาลมีให้  เรื่อง
ส่วนตัวจึงกลับกลายเป็นเรื่องสาธารณะ  ใครเป็นเกย์-ไม่เป็นเกย์จึงไม่ใช่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไป

 เพราะในที่สุดแล้วมันคือเรื่องการเมืองอย่างที่กุสต๊าฟและลูก้าทำออกมาให้เห็น
อันเป็นเรื่องการเมืองอย่างที่สุดอย่างที่ฅนอิตาเลี่ยนทั้งประเทศก็ปฏิเสธไม่ได้.

……………………………………………………………………………………………………………………


 ต่อไปนี้เป็นบทสัมภาษณ์กุสต๊าฟทางอีเมล์ เป็นการสัมภาษณ์ความเคลื่อนไหวหลัง
จาก Suddenly, Last Winter   ออกฉายทั่วอิตาลี (สัมภาษณ์โดยหนึ่งลมหายใจ แปลโดย ท้อป,
Kicho, Rremly, PrincePP, Machojupitor จาก www.xq28.org)

*ฅนดูมีปฏิกริยาอย่างไรบ้างเมื่อดูหนังเรื่องนี้จบ

กุสต๊าฟ : ปฏิกริยาต่อภาพยนตร์เรื่องนี้ในอิตาลีเต็มไปด้วยความชื่นชมและเป็นไปในด้านบวก
ฅนดูหลายคนเข้ามาขอบคุณในความกล้าหาญของเรา แล้วบอกกับเราว่าตอนนี้พวกเขาเริ่มเข้า
ใจแล้วว่าสำนักวาติกันกำลังเข้าไปทำการแทรกแซงการเมืองของประเทศ หลาย ๆ ฅนรู้สึกโกรธ
ขึ้งและเดือดดาลเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศของเรา พวกเขาชื่นชอบการที่ภาพยนตร์มี
เนื้อหาเสียดสีกระแทกแดกดัน  เขาเรียกภาพยนตร์ของเราว่า Commedia Italiana  หรือ
ภาพยนตร์ที่หัวเราะขบขันทั้งน้ำตา

*สำนักวาติกันมีปฏิกิริยาอย่างไรบ้างกับหนังเรื่องนี้

กุสต๊าฟ : น่าเสียดายว่าไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ แม้แต่น้อยจากสำนักวาติกัน  แต่เราแน่ใจว่าพวกเขา
พอจะรู้เรื่องจากหนังสือพิมพ์ดัง ๆ หลายฉบับที่เขียนถึงหนังของเรา  เรายินดีมากหากสำนัก
วาติกันจะได้ดูหนังของเรา
 
*ชีวิตของคุณกับฅนรักเป็นอย่างไรบ้างหลังจากภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายทั่วอิตาลี

กุสต๊าฟ :  ถึงแม้ว่าเราจะไม่ต้องการเป็นฅนดัง แต่หนังเรื่องนี้ก็ทำให้ผมและลูก้ากลายเป็นฅนดัง
ขึ้นมา เมื่อไหร่ก็ตามที่สื่อของอิตาลีพูดถึงการแต่งงานของเพศเดียวกัน พวกเขาจะรีบโทรมา
สัมภาษณ์หรือลงภาพของเราในหนังสือพิมพ์พร้อมกับให้เครดิตว่า Luca Ragazzi และ Gustav
Hofer ผู้กำกับ-คู่รักชายกับชาย
  เรากลายเป็นต้นแบบสำหรับชายเกย์ในอิตาลี ทุกวันนี้เราได้รับอีเมล์จากฅนที่ไม่เคยรู้จักกันมา
ก่อนที่ได้ชมภาพยนตร์ของเรา และขอบคุณเราที่ช่วยให้พวกเขาเห็นชีวิตปรกติ ธรรมดาของคู่
รักชายกับชายที่ต่างจากคู่รักเกย์ในหนังหรือละครทีวียอดฮิตของอิตาลีที่ตัวละครเกย์มักจะเศร้า
-เหงา-โดดเดี่ยว และตายในตอนจบ
 
  ทุกวันนี้เรารู้สึกถึงความรับผิดชอบที่เราควรจะต่อสู้เพื่อสิทธิของเรา เราพยายามจะรักษาความ
รับผิดชอบนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

*หลังจากหนังออกฉายคุณกับลูก้าปลอดภัยดี ไม่มีใครทำรุนแรงใช่ไหม

กุสต๊าฟ : โชคดีที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเรา เราได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นตลอด

*มีปฏิกริยาอะไรบ้างจากผู้ฅนบนท้องถนนเวลาพวกเขาจำได้ว่าคุณคือนักแสดงในเรื่อง พวก
เขาทำร้ายหรือทำอะไรแย่ ๆ กับคุณบ้างมั๊ย

 กุสต๊าฟ : ไม่เลย จนถึงบัดนี้มีแต่เรื่องดี ๆ ผู้ฅนส่วนใหญ่เข้ามาขอบคุณพร้อมกับทักทายเราครับ

*แล้วพ่อแม่พี่น้องของคุณกับลูก้าล่ะ พวกเขารู้สึกหรือมีปฏิกิริยาอย่างไรหลังจากที่คุณทำหนังที่
สุ่มเสี่ยงเช่นนี้

กุสต๊าฟ : พ่อแม่ของเราสองฅนชอบหนังเรื่องนี้มาก พ่อของลูก้าเป็นผู้กำกับหนังมาก่อน ตัวท่าน
เองเป็นนักวิจารณ์หนังตัวยง หลังจากดูหนังเรื่องนี้ท่านกลับชอบหนังเรื่องนี้มากพร้อมกับบอกว่า
ไม่มีอะไรจะต้องวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนพ่อของผมโทรหาผมทันทีหลังจากดูหนังเรื่องนี้จากแผ่นดี
วีดีที่ผมส่งไปให้ (พ่อผมอยู่ภาคเหนือของอิตาลี) ท่านบอกผมว่าท่านภูมิใจที่เราสองฅนกล้า
หาญมาก แม่กับน้องสาวของผมได้ดูหนังเรื่องนี้ในงานเปิดรอบปฐมทัศน์เทศกาลหนังเบอร์ลิน
ท่านรู้สึกซาบซึ้งใจมากเข้ามากอดเราแล้วร้องไห้หลังจากหนังจบ
                 
   ทุกวันนี้พ่อแม่ของผมมีความสุขกับความสำเร็จของหนัง เพราะตอนนี้ทุกฅนทราบเรื่องดีแล้ว

และคำถามที่ว่าเมื่อไหร่ลูกชายจะแต่งงานซักทีก็ไม่มารบกวนท่านอีกต่อไป
  ส่วนพี่ ๆ น้อง ๆ ของผมและลูก้าต่างก็มีความสุขและภาคภูมิใจไปกับงานที่เราทำมันออกจะ
เป็นเรื่องน่าตลกสำหรับเรา เพราะขณะถ่ายทำหนังเรื่องนี้เรากลับรู้สึกเป็นธรรมชาติมาก
เราไม่ได้คิดเลยว่ามันเป็นอะไรที่กล้าหาญ    ขอบคุณสำหรับบทสัมภาษณ์  เราหวังว่าบท
สัมภาษณ์นี้จะเป็นประโยชน์สำหรับนักอ่านทุกท่าน
 
                                                                          กุสต๊าฟ และ ลูก้า
  

……………………………..................................................................................


ภาพยนตร์เรื่อง Suddenly, Last Winter เข้าฉายในเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 12
เดือนกันยาน 2551  ณ  หอศิลปะและวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ  ปทุมวัน กรุงเทพ ฯ  
และเข้าฉายอีกครั้ง ที่ โรงภาพยนตร์ลิโด้ในเดือนพฤศจิกายน 2551



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9
แรกฝัน_เอมนิกา วันที่ : 29/11/2008 เวลา : 14.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/emnika
-*- ในค่ำคืนของความรัก -*-  กลุ่มเขียนข้าว

(0)
หวัดดีลุง
ความคิดเห็นที่ 8
พลายพัทลุง วันที่ : 26/11/2008 เวลา : 20.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suphakara
 วัจนะกวีอิสระ:ถ้อยคำ เรื่องราวและนิยาย/กลุ่มเขียนข้าว   : http://www.oknation.net/blog/writerdao     นักเขียนของโลกฯ        >เพิงเพลงบ้านจันทร์ดาว http://www.oknation.net/blog/waraninstar

(0)
ความคิดเห็นที่ 7
ไนล์_รอยเคียว วันที่ : 25/11/2008 เวลา : 17.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wildseed

(0)
ตอนี้แถวบ้านผม (บ้านอก) มีเด็กๆ กระเทยเยอะมาก ซึ่งถ้าเมื่อก่อนสมัยผมยังเด็กจะถูกหัวเราะ รัวเกียจ และถูกแกล้งมาก แต่ปัจจุบัน ครอบครัวยอมรัยมากขึ้น

แต่กระนั้น ก็ยังไม่มีพื้นที่ให้เขามากพอเลย อยากทำหนังสั้นหรือหนังยาวต้นทุนต่ำๆ เกี่ยวกับชีวิต หรือ เรื่องราวเด็กกระเทย ชนบท บ้านผม

พอจะมีข้อมูล หรือ หนังให้ดูเป็นตัวอย่างไหมครับ

อยากขออนุเคราะห์หน่อย


ชอบคุณแต่เนิ่นๆ
ความคิดเห็นที่ 6
กวิศุภา วันที่ : 25/11/2008 เวลา : 11.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khienkhao
  เขียนข้าว  : จุลสารออนไลน์บน Blog รายสะดวก : กลุ่มเขียนข้าว

(0)
สวัสดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 5
นายไขเคว็ดบ้านโคกหม้อ วันที่ : 25/11/2008 เวลา : 08.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khokmaw
ตำบลชายคลอง บ้านโคกหม้อ : พันธะชีวา นยะสหคาม (Community Life)

(0)
......................................................................
ความคิดเห็นที่ 4
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 25/11/2008 เวลา : 07.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

(0)
๑๐ ธันวาปีนี้ สำคัญแค่ไหนครับ
ความคิดเห็นที่ 3
จันทร์วารี วันที่ : 24/11/2008 เวลา : 22.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/waranin
คือ..จันทร์วารี  : สวัสดี.. ม่านหมอกและหยาดน้ำค้าง/กลุ่มเขียนข้าว

(0)
ความคิดเห็นที่ 2
FlymetoPolaris วันที่ : 24/11/2008 เวลา : 22.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/FlymetoPolaris

(0)
ตอนดู Life is Beautiful ก็นอนคิดไปค่อนคืน
ฉากสุดท้ายที่เล่นซ่อนหา ทุกวันนี้ยังนึกถึงอยู่เลยค่ะ

เรื่องนี้ก็น่าสนใจนะคะ
ไม่รู้จะมีแผ่นหรือเปล่า
ความคิดเห็นที่ 1
หนึ่งลมหายใจ วันที่ : 24/11/2008 เวลา : 21.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Buddha009
ในลมหายใจมีเรื่องราว..***+มนุษย์ โลก ธรรมชาติ กาลเวลา สรรพสิ่ง+***เรื่องเล่า บทความ เกี่ยวกับ ศาสนา ภาพยนตร์ เหตุการณ์บ้านเมือง ความรัก เพศวีถี ทุกอย่างที่เกี่ยวกับมนุษย์  / กลุ่มเขียนข้าว

(0)
.............
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน