• บักโก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : buggo@windowslive.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-17
  • จำนวนเรื่อง : 126
  • จำนวนผู้ชม : 157316
  • ส่ง msg :
  • โหวต 145 คน
วันอังคาร ที่ 14 กันยายน 2553
Posted by บักโก , ผู้อ่าน : 1508 , 15:18:01 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน



ช่วง 1-2 อาทิตย์ที่ผ่านมา พิพิธภัณฑ์แรงงานไทย ชวนผมไปร่วมกิจกรรมฝึกอบรมที่มีชื่อชวนปลื้มว่า “ทักษะการเขียนข่าวของนักสื่อสารแรงงาน”
 
ผมไม่ได้ปลื้มในชื่อเก๋ๆ นี้อย่างเดียวเท่านั้น แต่ลองนึกภาพแรงงานหญิง-ชายวัยฉกรรจ์ละมือที่เคยง่วนอยู่กับสายพานการผลิต เครื่องจักรโรงงาน หรือสถานประกอบการในย่านอุตสาหกรรม จากนั้นมากุมปากกาด้ามเล็กๆ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของตนให้เพื่อนพ้องและสังคมรับรู้

สารภาพตามตรงว่า วินาทีที่พวกเขาจับปากกา ให้ดูกี่ทีก็ไม่เบื่อ แต่ก่อนหน้านั้นที่ต้องสู้กับงานหนัก เงินน้อย หากพาไปดูสักทีอาจจะเบือนหน้าหนีเอาง่ายๆ
 
“ผู้ใช้แรงงานมีปัญหาในการสื่อสารกับสมาชิกและสังคมมาโดยตลอด เพราะขาดทักษะการสื่อสารประชาสัมพันธ์ เวลามีข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล หรือต้องการบอกเรื่องราวของตนเองมักถูกมองในแง่ลบ จะเห็นภาพข่าวก็ต่อเมื่อมีการชุมนุม แต่ปัญหาความเดือดร้อนเบื้องหลังของเราไม่มีการตระหนักรับรู้เท่าที่ควร”
 
คุณวิชัย นราไพบูลย์ ผู้จัดการโครงการพัฒนาสื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนขบวนการแรงงาน มูลนิธิพิพิธภัณฑ์ไทย
เล่าให้ผมฟังถึงสาเหตุที่ต้องมี “นักสื่อสารแรงงาน” พร้อม ตั้งความหวังว่า การฝึกอบรมนี้จะนำไปสู่การผลิตสื่อด้วยตนเอง ในรูปแบบของหนังสือพิมพ์รายเดือน วิดีโอ รวมทั้งเว็บไซต์ ซึ่งจะเป็นอีกทางที่ช่วยลดช่องว่างของการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ระหว่างผู้ใช้แรงงานด้วยกันเองและสังคมได้
 
โครงการนี้รับทุนสนับสนุนจากแผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยมีการฝึกอบรมให้กับผู้นำแรงงานจากจังหวัดต่างๆ ครั้งละประมาณ 25 คน โดยกลุ่มภาคใต้จัดฝึกอบรมที่ จ.ภูเก็ต ภาคตะวันออกจัดที่ จ.ฉะเชิงเทรา และสุดท้ายภาคกลางจัดที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมา
 
กระบวนการฝึกอบรม เริ่มต้นด้วยการให้นักวิชาชีพสื่อสารมวลชน ทั้งจากหนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์ อธิบายหลักการเขียนข่าว คุณค่าข่าว และจริยธรรมข่าว หลังจากนั้นเป็นเวทีเสวนา “เรื่องจริงจากพื้นที่” โดยมีผู้ใช้แรงงานที่ได้รับผลกระทบด้านต่างๆ มาถ่ายทอดประสบการณ์ให้ผู้ฝึกอบรมได้ฟัง พร้อมทั้งจับประเด็น และนำไปสู่การเขียนข่าว
 
ผมว่าไฮไลท์สำคัญของกิจกรรมก็คือการเล่าเรื่องจริงจากพื้นที่นี่แหละครับ
 
แรงงานหญิงคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า เธอต้องขัดไม้ พ่นสี ทำเฟอร์นิเจอร์ ในห้องที่ไม่มีระบบระบายอากาศที่ดีพอ ทำให้คนงานกว่า 400 คนต้องทำงานในสภาพฝุ่นคลุ้งตลอดเวลากว่า 2 ปี ผลของมันก็คือเธอและเพื่อนร่วมงานกว่า 100 คน ป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ ซ้ำยังถูกเลิกจ้างโดยไม่จ่ายเงินชดเชยความเจ็บป่วยจากการทำงานให้อีกต่างหาก
 
ส่วนแรงงานชายอีกคนเล่าว่า โรงงานของเขาประกอบกิจการเกี่ยวกับเหล็กลวด สกรู และสลักเกลียวส่งออกต่างประเทศ แต่สถานที่ทำงานนั้นมีกลิ่นเหม็นของสารเคมี อากาศไม่ถ่ายเท แสงสว่างไม่พอ อุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยไม่ได้มาตรฐาน มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเสมอ เช่น นิ้วขาด ตาบอด และหลายคนเจ็บป่วยซึ่งคาดว่าเกิดจากมลภาวะในการทำงาน เขาและเพื่อนจึงชุมนุมเรียกร้องให้แก้ไข แต่กลับถูกบริษัทข่มขู่ คุกคาม ทำร้ายร่างกาย และปลดแกนนำสหภาพแรงงานที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้อง
 
เรื่องจริงจากพื้นที่ยังมีกรณีของนายจ้างซึ่งหักเงินค่าประกันสังคมจาก ลูกจ้างไปแล้ว แต่ไม่ส่งสมทบกองทุนประกันสังคมติดต่อกันหลายเดือน เมื่อเจ็บป่วยจึงไม่ได้รับการคุ้มครอง รวมทั้งไม่สามารถเบิกค่าชดเชยจากกองทุนประกันสังคมได้
 
ยังมีมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่เรียกร้องให้มีการเพิ่มสวัสดิการให้กับแรงงานนอกระบบ รวมทั้งแก้ปัญหาการขาย “เสื้อผี” ที่บอกว่าเสื้อผีไม่ใช่เสื้อของคนตาย แต่หมายถึงเสื้อวินที่ขายต่อกันเองในราคาตั้งแต่ตัวละ 2 หมื่นจนถึงหลักแสน! ยังไม่รวมปัญหาการวิ่งทับเส้นทางจนนำไปสู่การทะเลาะวิวาทของผู้ประกอบอาชีพ เดียวกันอีก
 
เหล่านี้คือตัวอย่างปัญหาของแรงงานไทยในยุคปัจจุบัน แต่คุณวิชัยบอกกับผมว่า ไม่เฉพาะยุคนี้หรอกที่มีปัญหา เพราะตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาล แรงงานก็ไม่เคยได้รับการดูแลอย่างจริงจัง
 
“นอกจากปัญหาแรงงานไม่เคยมาก่อนสำหรับนักการเมืองแล้ว เรื่องราวของพวกเขาก็ไม่เคยเบียดแทรกอยู่ในสื่อกระแสหลักได้เลย เว้นเสียแต่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ถึงจะมีข่าวจำนวนแรงงานถูกปลด และผลประกอบการที่หดหาย หลังจากนั้นทุกอย่างก็กลับมาอยู่ในวังวนเดิม จนกว่าจะมีใครขึ้นไปปีนเสาไฟ หรือรวมตัวชุมนุมโน่นแหละ เรื่องราวของพวกเขาถึงจะถูกสนใจอีกครั้ง” เสียงความคิดของผมวาบขึ้นมา
 
ผมได้เห็นทักษะมากน้อยแตกต่างกันของผู้ฝึกอบรมในการเขียนข่าว แต่สิ่งที่เห็นแล้วสามารถคาดหวังได้ว่า พวกเขาจะทำหน้าที่ “นักสื่อสารแรงงาน” ที่ดีได้ในอนาคตก็คือ ทุกคนรู้ว่าตัวเองกำลังเขียนอะไร รู้ว่ากำลังเล่าอะไร รู้ว่าปัญหาแรงงานคืออะไร เพราะเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้นั่นเอง ภาพที่เห็นตลอดทั้งวัน คือแต่ละคนตั้งใจฝึกเขียนข่าวราวกับมันเป็นงานประจำมีราคาค่าจ้างตอบแทน อันเป็นสิ่งที่น่าประทับใจไม่น้อยเลย
 
หลังเสร็จงาน ผมพาร่างตัวเองเบียดเสียดกับผู้คนบนรถเมล์สายหนึ่งมุ่งหน้าสู่ห้องพัก พลางใช้สายตาหยาบๆ จำแนกผู้คนรายทาง หลายคนคงมีหน้าที่การงานอยู่ในตึกระฟ้า ส่วนอีกหลายคนคงเป็นเพียงคนก่ออิฐ ฉาบปูน สร้างตึกสูงเหล่านั้น ขณะที่อีกไม่น้อยยังสวมยูนิฟอร์มของโรงงานสักแห่ง  แล้วที่เหลืออีกนับไม่ถ้วนคงมีอาชีพหนักเบาแตกต่างกันไป
 
กระนั้น ทุกคนก็มีสถานะ “แรงงาน” เหมือนกัน ส่วนจะมีความสุข หรือประสบปัญหาในการทำงานแตกต่างกันอย่างไร สายตาหยาบๆ คู่เดิมสุดจะจำแนกได้
 
ผมนึกถึงหนังสือพิมพ์รายเดือน วีดิโอ รวมทั้งเว็บไซต์ที่กำลังจะเกิดขึ้นโดย “นักสื่อสารแรงงาน” เพื่อช่วยให้กลุ่มคนเสียงเบาเหล่านี้สามารถมีที่ยืนในนาวาข่าวสารได้ ไม่แน่ว่า ... คนที่ชูรักแร้ขอใช้พื้นที่ตรงนั้น อาจมีผมและคุณรวมอยู่ด้วยก็ได้




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ธีร์/อันมัย วันที่ : 28/09/2010 เวลา : 05.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/teeanmai
คนเช่นไร แสดงออกเช่นนั้น

เพลง rab คือ ตัวอย่างการสื่อสารของชนชั้นกรรมาชีพ

แรงงานเราก็น่าจะพอมีทางนะครับ
เพลง ลูกทุ่ง หมอลำ ก็คือ สื่อสาร
สติ๊กเกอร์ท้ายรถ ก็คือ การสื่อสาร
สกรีนข้อความบนเสื้อ คือ การสื่อสาร
พ่นกำแพง ผนังห้องน้ำ ก็คือ การสื่อสาร

แต่การมีโครงสร้างสังคมที่กดพวกเขาไว้อย่างนี้
ต้องช่วยกันสร้างพื้นที่ ตะโกนและเล่นแรง ๆ
ไม่งั้น พวกคนที่ขี่หลังคนมันไม่ได้ยินหรอก มันตาบอดหูหนวกกกันหมด
เสพสุขบนกองทุกข์คือวิถีของพวกมัน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หนังสั้น | เที่ยวหลังบ้าน

หนังสั้นเรื่องที่ 2 ในชีวิต เราคิด ทำ เหนื่อย และนานมาก ซึ่งผลของมันก็คุ้มพอตัว เมื่อเราสามารถคว้าอันดับ 2 จากการประกวดหนังสั้นของ ททท. "YCT Young Creative Film Festival 2004" มาครอง

View All
<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]