• บุหลันรมัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : supat2549@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2014-06-14
  • จำนวนเรื่อง : 140
  • จำนวนผู้ชม : 86215
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
รอยไถของจักรวาล
จินตนาการครุ่นคิดถึงชีวิตและสรรพสิ่งรอบตัว
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bulanramai2
วันศุกร์ ที่ 7 มิถุนายน 2562
Posted by บุหลันรมัย , ผู้อ่าน : 519 , 09:40:12 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

คำว่า ‘บิด’ เป็นคำไทยที่ถูกเรียกใช้กันทั่วไปในถิ่นลุ่มเจ้าพระยา ทั้งในลักษณะของคำแสดงอาการแบบเดี่ยวๆ และในลักษณะของคำร่วม อย่างเช่น บิดเบี้ยว บิดเบือน บิดพลิ้ว บิดขี้เกียจ เป็นต้น โดยมีความหมายหลักตามพจนานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 ว่า

‘(๑) ก. หมุนให้เป็นเกลียวอย่างบิดผ้า, หมุนไปทางใดทางหนึ่ง เช่น บิดลูกบิด

(๒) ก. เผล้ไปจากสภาพปรกติ เช่น ล้อรถบิด, ทำให้ผิดไปจากสภาพความจริง เช่น บิดข้อความ

(๓) ก. หลีกเลี่ยงเพราะความเกียจคร้านเป็นต้น เช่น บิดงาน บิดการ, เอานิ้วมือบีบเนื้ออย่างแรงทำนองแหนบแล้วหมุน เช่น บิดเนื้อ บิดหู

(๔) ก. กิริยาที่ปลากัดหรือปลาเข็มเอาปากต่อปากกัดกันจนติดแล้วกลับตัวไปมา.

(๕) น. ลักษณนามเรียกอาการที่ปลากัดหรือปลาเข็มเอาปากต่อปากกัดกันแล้วกลับตัวไปมาเช่นนั้นแต่ละยก ว่า ๒ บิด ๓ บิด.’

และยังเป็นคำที่ถูกเรียกหาเหมือนๆ กันในหลายกลุ่มของไท-ไตว่า bit DS1 ตั้งแต่พวก Siamese พวก Saek ขึ้นไปจนถึงย่านเวียดนามเหนือและจีนตอนใต้ เช่นพวก Cao Bang, Lungchow และ Shangsi บนความหมายว่า ‘twist’ หรือ ‘wring’ โดยมีการสืบสร้างคำไท-ไตโบราณ (Proto-Tai) ไว้ว่า *ɓit D (พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์ ค.ศ.2009 หมายเลข 579)

ที่น่าสนใจคือว่า รูปคำไท-ไต *ɓit D และความหมายในทำนองของการขันบิดไปมาอย่างเต็มเหนี่ยวจนขึ้นเกลียว ทำให้ป่ายไพล่ไปถึงรากคำพยางค์เดียว (monosyllabic roots) ของทางออสโตรนีเซียนบางราก ว่าบางทีอาจมีความเป็นมาร่วมกันอย่างลึกล้ำ ดังคัดจาก Austronesian Comparative Dictionary (www.trussel2.com) เช่น

รากคำ *-bid เขียนในภาษาอังกฤษว่า ‘twist, twine together’ การบิดและตีเกลียว พบในคำสองสามพยางค์ของพวกที่อาศัยอยู่ในหมู่เกาะฟิลิปปินส์ เช่น 

Sangir            เรียก lambideʔ  ใช้กับการขึ้นเกลียวสายเบ็ด

Maranao         เรียก sobid      ใช้กับการขึ้นเกลียวเชือก

Cebuano         เรียก tabíd       ใช้กับการถักเปียผม หรือจักสานไม้ไผ่

Kankanaey      เรียก túbid       ใช้กับการถักทอเส้นใยต่างๆ     

รากคำ *-bit1 เขียนในคำภาษาอังกฤษว่า ‘hook, clasp; grasp with fingers’ ตะของอเกี่ยวยันการหนีบจับ พบในคำสองสามพยางค์ของพวกของมาลาโย-โพลีนีเซียนเป็นส่วนใหญ่ เช่น  

Kadazan Dusun เรียก ambit      หยิบด้วยมือ

Iban               เรียก beribit     ถือด้วยการหนีบจับ

Old Javanese    เรียก bibit        เบ็ด และตกปลา

Malay             เรียก cubit       การบีบบางสิ่งด้วยนิ้วมือ

Indonesian       เรียก gubit       โบกมือเรียก

Kadazan Dusun เรียก haŋkavit  ขยุ้มเล็บ

Kayan            เรียก ivit         จับถือด้วยมือ

Malay             เรียก jimbit      ยกหยิบด้วยนิ้วมือ

Tagalog           เรียก kalabít     สัมผัสด้วยปลายนิ้ว

Malagasy        เรียก rávitra     ขยุ้ม

Iban               เรียก tambit     กลัดรัด

สืบสร้างเป็นคำมาลาโย-โพลีนีเซียนสาแหรกตะวันตกโบราณ (PWMP) ว่า*bitbit ‘hold by the fingertips’ ขยุ้มจีบด้วยปลายนิ้ว และ *cibit ‘hook, pinch, clasp’ ขอเกี่ยวคีบหนีบ คำฟิลิปปินส์โบราณ (PPh) *kebit ‘hook (with finger)’ เกี่ยวด้วยนิ้ว ขึ้นไปยังคำมาลาโย-โพลีนีเซียนโบราณ (PMP) *sa(m)bit ‘clasp, hook on’ ขอเกี่ยว จนถึงคำออสโตรนีเซียนดั้งเดิม (PAN) ว่า *kabit บนความหมายสามัญว่า ‘hook or tie together’ เกี่ยวหรือรัดไว้    

รากคำ *-pid เขียนในภาษาอังกฤษว่า ‘braid, wind together’ ถักทอขึ้นเกลียว พบได้ในพวกมาลาโย-โพลีนีเซียนจนถึงฟอร์โมซานบางเผ่า เช่น   

Kelabit            เรียก belipid     พันเกลียว

Kelabit            เรียก epid        ถักเปีย

Puyuma           เรียก Hupiz      จักสานหวายและไผ่

Amis             เรียก ʔopir       ถักเปียผมและขวั้นเกลียวเชือก

Kankanaey      เรียก ípid        ผนังหลังคา

Maranao         เรียก lampid     พัวพัน

Sundanese      เรียก rampid     การปั่นด้าย

Cebuano         เรียก sulápid    ถักทอ

สืบสร้างเป็นคำมาลาโย-โพลีนีเซียนสาแหรกตะวันตกโบราณ (PWMP) ว่า *salapid และสืบสร้างย้อนกลับขึ้นไปถึงคำออสโตรนีเซียนดั้งเดิม (PAN) ว่า *qapid บนความหมายเหมือนกันว่า       ‘braid’ ถักเกลียว

และอย่างเป็นพิเศษกับรากคำ *-pit ที่มีความหมายในภาษาอังกฤษว่า ‘press, squeeze together; narrow’ บีบอัดเข้าไว้ด้วยกัน เป็นรากคำที่มักถูกหยิบยกขึ้นอ้างอิงในเรื่อง ‘monosyllabic roots’ อยู่เสมอๆ เพราะเป็นตัวอย่างชั้นดีของรากคำพยางค์เดียวผู้แตกลูกแตกหลานสยายปีกครอบคลุมอย่างกว้างขวางในหมู่ออสโตรนีเซียน เช่น   

Kankanaey      เรียก agpít/alípit หอบหิ้ว

Malay             เรียก capit       ก้าม คีมคีบ

Ilokano           เรียก daípit      บดเบียด

Malay             เรียก dempit     บดอัด

Maranao         เรียก gimpit     บดอัด

Kambera         เรียก haŋgápitu คีบหนีบ

Malay             เรียก jepit        หนีบจับด้วยคีม

Javanese        เรียก jimpit      หนีบคีบ

Kambera         เรียก júmbitu    หนีบคีบ

Ifugaw            เรียก kuhípit     ทำให้แคบเข้า

Hiligaynon       เรียก lágpit      ที่ดักหนู

Sasak            เรียก lapit        แทรกหว่างกลาง

Malay             เรียก men-cepit หนีบ

Kambera         เรียก ŋápitu      หนีบคีบ

Manggarai       เรียก ŋgepit     คีม ก้ามหนีบ

Wolio             เรียก opi         จับอย่างแน่น

Ilokano           เรียก ópit        บดอัด

Malay             เรียก pen-cepit คีม ก้ามหนีบ

KADAYAN       เรียก pihit        คีบหนีบ

Bontok           เรียก pipʔit      เบียดเสียด

Kambera         เรียก ripitu       ขยุ้มจีบด้วยมือ

Javanese        เรียก sapit       คีม ก้าม

Casiguran Dumagat เรียก səlpet คีม ก้าม

Balinese         เรียก sripit       แคบ

Hanunóo         เรียก tipít        คีบรัด

Ifugaw            เรียก ukpít       หนีบด้วยศอกหรือเข่า

Gorontalo        เรียก wepito     แคบ

Bikol              เรียก yaʔpít      แคบคับ

Amis            เรียก ʔalapit      ปากคีบ ตะเกียบ

สืบสร้างเป็นคำมาลาโย-โพลีนีเซียนสาแหรกตะวันตกโบราณ (PWMP) ว่า *cupit ‘narrow’ แคบ, *diq(e)pit ‘join, fasten together, probably lengthwise’ รัดเข้าด้วยกัน, *gu(m)pit ‘pinch together’ หนีบรัด, *he(m)pit ‘press between two surfaces’ ถูกอัดอยู่ระหว่างกลาง, *higpít ‘pinch or squeeze between two surfaces’ ถูกบีบอัด, *ki(m)pit ‘press together’ บดอัด, *lupit ‘press between two flat surfaces’ ถูกอัดอยู่ตรงกลาง และ *se(m)pit ‘tight, narrow’ คับแคบ เป็นต้น

ขึ้นไปยังคำมาลาโย-โพลีนีเซียนโบราณ (PMP) *ga(m)pit ‘hold together’ จับไว้ด้วยกัน, *gepit ‘pinch, press together’ บดบีบอัด, *ka(m)pit ‘fasten thatch with slats; hold together’ คาดรัดหลังคา, *li(m)pit ‘press between two flat surfaces’ ถูกบีบอัดอยู่ระหว่างกลาง, *pitpit ‘pinch’ คีบหนีบ, *qi(m)pit ‘jammed, wedged close together’ ติดหนึบ, *sipit ‘squeeze, pinch, narrow’ บีบแคบคับ และ *zumpit ‘pinch, squeeze’ คีบบีบ เป็นต้น

จนถึงคำสองพยางค์ออสโตรนีเซียนดั้งเดิม (PAN) ว่า *ke(m)pit ‘hold together, clamp’ ถือจับไว้ด้วยกัน, *kupit ‘press together’ กดอัดเข้าหากัน และ *Sa(m)pit ‘hold together’ ยึดรวมเข้าไว้  

ซึ่งแม้ศาสตราจารย์ Robert Blust ได้แยกรากคำเหล่านี้เป็นเอกเทศ หากผู้เขียนอยากขออนุญาตถักขึงดึงขันจนขึ้นเกลียวว่า รากคำพยางค์เดียวทั้งสี่รากข้างต้น ล้วนเกี่ยวข้องพัวพันซึ่งกันและกันอย่างลึกซึ้ง ทั้งในแง่ของรูปเสียงขึ้นต้น *b- และ *p- ตามด้วยสระ *-i- เท่านั้น และตัวสะกดปิดท้าย *-d และ *-t ที่มีความใกล้ชิดกันอย่างยิ่งยวด จนได้รูปคำ *bid/*bit/*pid/*pit และความหมายที่สอดประสานในทิศทางชนิดร่วมสายน้ำ เช่นการบีบจับบิดบดเค้นปานเบียดแป้งด้วยปลายนิ้วยันอุ้งมือในชั้นต้น ขยายออกเป็นการขมวดตึงถึงเสียดแทรกในชั้นกลาง จนได้เกลียวเขม็งของสายเชือกไขว้ในชั้นปลาย ที่ว่าในบางอารมณ์อาจมีต้นเค้าแรกกำเนิดจากรากคำโคตรด้ำตัวเดียวกันก็เป็นได้

อันเป็นความพัวพันของรากคำพยางค์เดียว *bid/*bit/*pid/*pit ที่สะท้อนนัยยะอย่างเด่นชัดมาถึงไท-กะได ผ่านปากของพวกไท-ไต ผ่านคำว่า *ɓit D การขมวดปมเกลียว จนไม่อาจละสายตามองข้ามไปได้                

ยิ่งกว่านั้นเป็นไปได้สูงว่า ยังเกี่ยวก่ายร้อยรัดมาที่ชุดคำคล้ายทั้งรูปคำและความหมายอย่าง ‘เบ็ด’, ‘ผิด’ และ ‘ปิด’ ดังนี้

คำว่า ‘เบ็ด’ (fish hook):

พจนานุกรมไทยฯ ได้ให้คำจำกัดความไว้ว่า

          ‘น. เครื่องมือสำหรับตกปลา หรือ กุ้ง รูปเป็นขอสำหรับเกี่ยวเหยื่อ ส่วนมากมีเงี่ยง.’

ซึ่งพบว่ามีการใช้ในหลายพวกของไท-ไต เช่น  

          Siamese         เรียก bet DS1

          Cao Bang        เรียก bet DS1

         Sapa              เรียก bit DS1

          Bao Yen         เรียก bɤt DS1   

          Lungchow        เรียก bit 5      

สืบสร้างเป็นคำไท-ไตโบราณว่า *ɓet D (พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์ ค.ศ.2009 หมายเลข 379)

คำนี้แสดงความสอดคล้องของรูปคำและความหมายแห่งการเกี่ยวพันอย่างแจ่มชัด โดยเฉพาะยิ่งในชุดรากคำ *-bit ‘hook, clasp; grasp with fingers’ เป็นคำเก่าแก่ที่สะท้อนวิถีชีวิตในห้วงดึกดำบรรพ์ได้เป็นอย่างดีว่า ‘คนพูดไท’ และ ‘คนพูดออสโตรนีเซียน’ มีการใช้เครื่องมือตะขอตกล่าสัตว์น้ำ ที่เรียกขานด้วยคำเดียวกันมาเก่าก่อน     

คำว่า ‘ผิด’ (differ, unlike):

มีคำจำกัดความตามพจนานุกรมไทยฯ ว่า

‘ว. ไม่ตรงกับความจริงหรือที่กำหนดนิยมไว้, ไม่ถูก, ต่างไป, แปลกไป, เช่น ผิดกฎหมาย ของสิ่งนี้ผิดกับสิ่งนั้น.’

ให้สังเกตความหมายที่เหมือนกันกับคำว่า ‘บิด’ เช่นการบิดเบี้ยวหรือบิดเบือนไปจากความเป็นปรกติ แม้ไม่พบในคำศัพท์ไท-ไตพื้นฐานของอาจารย์พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์ หากเป็นคำไทโบราณที่ถูกจารไว้ตั้งแต่ยุคจารึกพ่อขุนรามคำแหง ในคำว่า ‘ผิดแผก’ ดังคัดจากด้านที่หนึ่งบรรทัดที่ 25 ความว่า

          คำจารึก:         ‘ูลกเจ๋า ูลก ุฃน ีผแล๋ ๋ ีผดแผกแสกวางกนน ๋

สวน ูด’

         คำปริวรรต:      ‘ลูกเจ้าลูกขุน ผิแลผิดแผกแสกว้างกันสวนดู’

คำว่า ‘ปิด’ (closed, cover up):

มีคำจำกัดความตามพจนานุกรมไทยฯ ว่า

‘(๑) ก. กันหรือกั้นไว้ไม่ให้เผยออก เช่น ปิดฝาหม้อ, กันหรือกั้นไว้ให้เข้าออกไม่ได้ เช่น ปิดถนน

(๒) ก. ติด เช่น ปิดประกาศ ปิดทอง

(๓) ก. โดยปริยายหมายความว่า หยุด เช่น โรงเรียนปิด, ทำให้หยุด เช่น ปิดพัดลม ปิดวิทยุ, ไม่เปิดเผย เช่น ปิดวิชา ปิดความ.’

สังเกตถึงความเข้ากันของอาการอึดอัดคับแคบของการถูกปกปิดและติดอยู่ในที่แห่งหนึ่งแห่งใด โดยเฉพาะกับรากคำ *-pit ‘press, squeeze together; narrow’

ซึ่งเป็นตัวอย่างคำที่ยกมาชนิดสังเขปพอประมาณ และคาดว่าน่าจะพบคำไท-ไตอื่นๆ ที่อยู่ในชุดคำคล้ายนี้อีก รวมไปถึงคำคล้ายในสาแหรกอื่นของไท-กะได

จึงขอสรุปเสนอไว้ ณ ปลายบรรทัดนี้ว่า ‘บิด’ (PT *ɓit D), ‘เบ็ด’ (PT *ɓet D), ‘ผิด’, ‘ปิด’ ของไท-ไต ควรเป็นชุดคำคล้ายที่มีความเป็นมาร่วมเหง้าเดียวกับกลุ่มรากคำพยางค์เดียว *bid/*bit/*pid/*pit ของออสโตรนีเซียน ผู้ดำรงสถานะของ ‘การบีบบิดเกลียว’ มาอย่างยาวนานแต่ชั้นบรรพกาล  

 

สุพัฒน์ เจริญสรรพพืช

จันทบุรี 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2562         





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน