• บุหลันรมัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : supat2549@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2014-06-14
  • จำนวนเรื่อง : 138
  • จำนวนผู้ชม : 84750
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
รอยไถของจักรวาล
จินตนาการครุ่นคิดถึงชีวิตและสรรพสิ่งรอบตัว
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bulanramai2
วันพฤหัสบดี ที่ 12 กันยายน 2562
Posted by บุหลันรมัย , ผู้อ่าน : 248 , 09:13:24 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

ข้าว ‘สาร’ ในการรับรู้ทั่วๆ ไปคือ ข้าวที่ผ่านการตำขัดสีและฝัดเปลือกออก จนได้เมล็ดเนื้อข้างในพร้อมนำมาหุงหา ซึ่งการ ‘สาร’ สีข้าวเปลือกถือเป็นวัฒนธรรมการอยู่การกินที่สำคัญ สำหรับผู้คนที่กินข้าว (กินปลา) เป็นอาหารหลัก

นักภาษาศาสตร์บางท่านเชื่อว่า ‘สาร’ เป็นคำยืมจากภาษามอญ-เขมร เช่นอ้างอิงจากบทความเรื่อง “คำเรียกข้าวในภาษาตระกูลออสโตรเอเชียติก: ที่มาและการกระจาย” เขียนโดย มิเชล แฟร์ลูซ (Michel Ferlus) นักวิชาการอิสระ อดีตนักภาษาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญประจำสภาวิจัยแห่งชาติ ประเทศฝรั่งเศส ค.ศ. 2010 แปลโดย ภัททิยา ยิมเรวัต อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ค.ศ. 2014 (คุณจำนงค์ ทองภิรมย์ แนะนำบทความ) คัดมาท่อนหนึ่งความว่า

“จะเห็นได้ว่าคำศัพท์ต่างๆ ที่บอกสภาพต่างๆ ของข้าวนั้นจะเป็นคำผสม เช่น kha:w C1 plɨak D1 “เมล็ดข้าวตามธรรมชาติ” ซึ่งเป็นคำผสมระหว่างคำว่า kha:w C1ตามด้วยคำว่า plɨak D1 “เปลือก” และเช่นเดียวกับคำว่า kha:w C1 sa:n A1“ข้าวสาร” คำว่า sa:n A1มาจากภาษาโปรโต มอญ-เขมร *sa:l “ปอกเปลือก” ภาษาเกอเนียง คือ sa:l และภาษาขมุคือ ha:l (h- < *s-) ส่วนในภาษาแสก คือ ɣaw 6 sa:l 2 (Gedney, 1993) ซึ่งยังคงรักษา เสียง *l ในตำแหน่งพยัญชนะท้ายไว้ จะเห็นได้ว่าตัว r (ร) ที่เป็นพยัญชนะท้ายในตัวเขียนภาษาไทยสยามนั้น น่าจะเป็นการเขียนตัวสะกดผิดจากคำเดิม”

โดยพวกไท-ไตมีการใช้คำว่า ข้าว ‘สาร’ (husked rice) ดังนี้         

ซาปา (Sapa) ว่า sa:n A1/สาน/

บ่าวเอียน (Bao Yen) ว่า tha:n A1 /ถาน/

เกาบัง (Cao Bang) และลุงโจว (Lungchow) ว่า ɬa:n A1 /หลาน/

 ไย้ (Yay) ว่า θa:n A1 /ดซาน/

และแสก (Saek) เรียก sa:l A1 /สาล/

สืบสร้างเป็นคำไท-ไตโบราณ (Proto-Tai) ว่า *sa:l A /สาล/

(อาจารย์พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์ ค.ศ. 2009 หมายเลข 174)

ในบทความเรื่อง ‘How many independent rice vocabularies in Asia ?’ เขียนโดย Laurent Sagart นักภาษาศาสตร์ชื่อดังแห่งประเทศฝรั่งเศส ค.ศ. 2011 ผู้เสนอแนวคิดว่าไท-กะไดเป็นส่วนหนึ่งของออสโตรนีเซียน ได้โต้แย้ง Michel Ferlus ในเรื่องที่มาของคำว่า ข้าว ‘สาร’ ดังนี้

“Proto-Puluqish (a SE Formosan subgroup) *qaSaN 'rice in husks'. This is based on Amis 'asad 'grains in husks mixed with rice' (Pourrias and Poinsot, undated) and Paiwan qasal 'chaff' (Ferrell 1982). Puyuma asal 'cut rice, before threshing' (Cauquelin 1991) must be a loan from either Paiwan or Amis (Expect Puyuma zero for proto-Austronesian *S).  The final syllable in Papora sesal, sisal 'rice' (Ino 1998) also reflects proto-Austronesian -SaN, suggesting a 'root' *-SaN with rice-related meaning. To these, compare proto-Tai (Pittayaporn 2009) *sa:l A 'dehusked rice'. The sound correspondences between the proto-Tai and Austronesian forms agree with what is known (Ostapirat 2005). The above etymology for proto-Tai *sa:l A is more likely, despite the difference in meaning, than the Austroasiatic origin suggested to the writer by M. Ferlus (p.c. 27/08/2002): the Tai word would originate in Khamou hal < earlier *sal 'to peel off', a form of limited distribution. Moreover the actions of peeling off (with a knife) and husking (by pounding) are very dissimilar from a motor point of view.”

แปลความได้ว่า:

คำโบราณของพวกปุลุคิสว่า *qaSaN /คาซัล/ หมายถึงข้าวสาร ซึ่งอ้างจากคำของพวกอามิสว่า asad /อาซัด/ สีข้าวเปลือก และพวกปัยวันว่า qasal /คาซัล/ แกลบ ส่วนคำที่พวกปุยุมาใช้ว่า asal /อาซัล/ ข้าวยังไม่ได้นวด ต้องเป็นคำยืมจากปัยวันหรือไม่ก็อามิส และพยางค์ท้ายในคำว่า sesal /เซซัล/ หรือ sisal /ซีซัล/ ข้าว ซึ่งเป็นคำของพวกปาโปรา สะท้อนคำดั้งเดิมของออสโตรนีเซียนว่า *–SaN ที่ชี้ถึงรากคำที่เกี่ยวข้องกับข้าว ความพัวพันระหว่างคำไท-ไตโบราณและออสโตรนีเซียนเป็นที่ทราบ คำไท-ไตโบราณข้างต้นว่า *sa:l A /สาล/ ก็เป็นเช่นนั้น แน่นอนว่า แตกต่างจากต้นคำออสโตรเอซียติกที่เสนอไว้โดย มิเชล แฟร์ลูซ ว่ามาจากคำของขมุ hal /ฮัล/ และคำเก่ากว่า *sal /ซัล/ ปอกลอกออก (ด้วยมีด) ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการสารข้าว (ด้วยการตำ)

นอกจากนั้น ข้าว ‘สาร’ ยังพบในคำของพวกข้า/ขร้าด้วย (ไท-กะไดสาแหรกหลักข้างหนึ่ง) เช่น

เกอหล่าว (Gelao) ว่า su A1 /สุ/

ลาหา (Laha) ว่า saal A1 /สาล/

ปู้เบียว (Pubiao) ว่า θaan A1 /ดซาน/

สืบสร้างเป็นคำข้า/ขร้าโบราณ (Proto-Kra) ว่า *sal A /สัล/

(อาจารย์วีระ โอสถาภิรัตน์ ค.ศ. 2000)            

ในความเห็นของผม เมื่อมองจากมุมของรากคำพยางค์เดียว (monosyllabic roots) คำว่า ข้าว ‘สาร’ ควรพัฒนาลงมาจากรากคำร่วมไท-กะไดและออสโตรนีเซียนว่า *Ri/*ri/*li ผู้มีความหมายดั้งเดิมว่า ‘บางสิ่งผลิแตกเปิดเผยตัวออกมาจากการปกปิดปกคลุมไว้’ (to sprout, to expose) และเป็นโคตรเหง้าของคำต่างๆ มากมาย รวมถึงคำว่า ‘วัน’ *waRi (sun/day) และ กระ ‘ดูก’ *duRi (bone/thorn/spike)

เช่นการเทียบเคียงได้กับคำโบราณโอเชียนิกว่า *sali /ซาลี/ ฉีกดึงใบออกจากกิ่งก้าน และ *saRi /ซารี/ ฉีกกัดปอกเปลือกมะพร้าวด้วยฟัน หรือแม้แต่คำออสโตรนีเซียนดั้งเดิมว่า *suli /ซูลี/ กลับด้าน หรือคำมาลาโย-โพลีนีเซียนโบราณว่า *suli หน่ออ่อน และคำมาลาโย-โพลีนีเซียนสาขาตะวันตกโบราณว่า *seli /เซอลี/ หน่ออ่อน หมายถึงการฉีกแหกหรือการดึงเปลือกใบกลับด้านลงมาจนหลุดออก ก็เพื่อให้หน่ออ่อนเนื้อในหรือเรียวก้านโผล่พ้นโดดเด่น โดยไม่มีสิ่งใดมาปิดบังปกคลุม สอดคล้องกับนามธรรมของรากคำ *Ri/*ri/*li ที่ขับเน้นการผลิโผล่แทงขึ้นมาของหน่ออ่อนแก่นแกน มากกว่าเปลือกกระพี้ที่ห่อหุ้มอยู่ภายนอก

สอดรับเป็นอย่างยิ่งกับการ ‘สาร’ ข้าว ซึ่งเป็นการทำให้เปลือกแกลบที่หุ้มห่อร่อนออก เพื่อให้ได้เมล็ดข้าวอ่อนข้างใน ขับขานไปบนแนวทางเดียวกับคำจำกัดความของพจนานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ว่า “น. ข้าวที่สีหรือตำเอาเปลือกออกแล้ว เรียกว่า ข้าวสาร.”

ดังนั้น อาจหมายถึงว่า คำมอญ-เขมรโบราณว่า *sa:l ตามที่ Michel Ferlus เคยเสนอไว้ ไม่น่าใช่คำต้นทางของคำว่าข้าว ‘สาร’ *sa:l A ในพวกไท-ไตและ *sal A ในพวกข้า/ขร้า หากเป็นในทางกลับกันว่า พวกมอญ-เขมรได้ยืมไปจากพวกไท-กะได ในความหมายว่าปอกลอก (peel off)

ในขณะเดียวกัน ตามที่ Laurent Sagart ได้เสนอแย้งว่า ควรมาจากรากคำออสโตรนีเซียน *-SaN ซึ่งเกี่ยวกับข้าว รวมถึงการตำข้าวเปลือก (husk) บางทีคำเหล่านี้ก็อาจพัฒนามาด้วยกันกับคำออสโตรนีเซียน เช่น *suli, *seli, *sali และ *saRi จนถึงคำไท-กะไดว่า *sal A และ *sa:l A ก่อนที่จะลงไปเป็นการตำสีข้าว ที่ล้วนเกิดจากรากคำพยางค์เดียว *Ri/*ri/*li ‘บางสิ่งผลิแตกเปิดเผยตัวออกมาจากการปกปิดปกคลุมไว้’ ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

จึงขอเสนอเป็นข้อสังเกต เพื่อการถกเถียงไว้ ณ ที่นี้

 

สุพัฒน์ เจริญสรรพพืช

จันทบุรี 3 กันยายน 2562  

(ภาพปรับปรุงจากวิกิพจนานุกรม)





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน