*/
  • chaiyassu
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : panyawat_mcu_br@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-21
  • จำนวนเรื่อง : 247
  • จำนวนผู้ชม : 320855
  • จำนวนผู้โหวต : 318
  • ส่ง msg :
  • โหวต 318 คน
<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 26 กันยายน 2553
Posted by chaiyassu , ผู้อ่าน : 1663 , 13:09:08 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สุวิริโย , ชายแม้น โหวตเรื่องนี้

จุก           : หลวงตา ๆ หลวงตาคิดอย่างไรกับคำว่า “พระพุทธศาสนาเป็นวิทยาศาสตร์” ?

หลวงตา    : เฉย ๆ

จุก           : หลวงตาไม่รู้สึกดีใจ หรือภูมิใจหรอกหรือ?

หลวงตา    : เฉย ๆ

จุก           : แล้วหลวงตาคิดอย่างไรที่มีนักวิทยาศาสตร์หลายคน หรือนักการศึกษาหลายท่านของตะวันตก หันมาให้ความสนใจพระพุทธศาสนา เพราะเขาเห็นว่า คำสอนของพระพุทธศาสนาสามารถตอนโจทย์ทางวิทยาศาสตร์ หรือปัญหาที่เขากำลังเผชิญอยู่ได้

หลวงตา    : เรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเรา

จุก           : เอะ หลวงตานี่ ยังไงกัน?

หลวงตา    : ทำไมจุก? เฉย ๆ ไม่คิดอะไร มันผิดด้วยหรือ?

จุก           : ไม่ผิดหรอกครับหลวงตา แต่อยากฟังความเห็นของหลวงตาบ้าง

หลวงตา    : เฉย ๆ นี่ก็เป็นความเห็นอย่างหนึ่ง แล้วเธออยากจะฟังความเห็นอะไรอีกละ?

จุก           : ที่มันมากกว่าเฉย ๆ นะครับ!

หลวงตา    : ก็แล้วทำไมต้องไปพูดว่า พระพุทธศาสนาเป็นวิทยาศาสตร์?

จุก           : ก็แหม หลวงตา โลกนี้ทั้งโลกเขายกย่องวิทยาศาสตร์กันทั้งนั้น พระพุทธศาสนาเป็นวิทยาศาสตร์ก็ฟังดูดีไม่ใช่หรือ?

หลวงตา    : พระพุทธศาสนาเป็นวิทยาศาสตร์นี่นา ฟังดูดี?

จุก           : หรือหลวงตาว่าไม่ใช่

หลวงตา    : ไม่หรอก!  ความ “ดูดี” ของพระพุทธศาสนา ไม่ได้อยู่ตรงที่เป็นวิทยาศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์รับรอง หากแต่อยู่ตรงที่เราสามารถเข้าใจ เข้าถึง และนำความรู้ความเข้าใจที่เราเข้าถึงมาแก้ปัญหาชีวิตได้ต่างหาก

จุก           : หลวงตาไม่ชื่นชมวิทยาศาสตร์หรอกหรือ?

หลวงตา    : วิทยาศาสตร์ก็เป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ พระพุทธศาสนาก็เป็นเรื่องของพระพุทธศาสนา ไม่เห็นต้องเอาไปเทียบเคียงว่า “เป็น” หรือ “เหมือน”

จุก           : มันเป็นผลดีไม่ใช่หรือครับหลวงตา?

หลวงตา    : ในดี มันก็มีเสียอยู่ในตัว จุกรู้ไหม การพูดว่า พระพุทธศาสนาเป็นวิทยาศาสตร์ มีข้อเสียยังไง?

จุก           : เสียยังไงครับหลวงตา?

หลวงตา    : เท่ากับเป็นการ “ลดทอน” พระพุทธศาสนาลงให้เหลือแค่ “เป็น” หรือ “เหมือน” วิทยาศาสตร์

จุก           : มีอะไรที่พระพุทธศาสนา “ไม่เป็น” หรือ “ไม่เหมือน” วิทยาศาสตร์หรือ?

หลวงตา    : นี่แหละประเด็นสำคัญจุก พระพุทธศาสนาหลายเรื่องแย้งกับวิทยาศาสตร์ หรือวิธีการทางวิทยาศาสตร์

จุก           : เช่นอะไรครับหลวงตา

หลวงตา    : ความดี ความงาม ความถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องถูกนำไปใช้ตรวจสอบพฤติกรรม อะไรที่ขัดแย้งต่อความดี ความงาม ความถูกต้อง พระพุทธศาสนาปฏิเสธ ท่าทีของวิทยาศาสตร์ต่อเรื่องนี้เป็นอย่างไร?

จุก           : ยังไงต่อครับหลวงตา?

หลวงตา    : วิทยาศาสตร์มีความพยายามอย่างยิ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตมนุษย์ แต่ขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นเช่นกันว่าได้ละเลยความดี ความงาม และความถูกต้อง หรือกล่าวแบบรวบยอดว่า บางครั้งวิทยาศาสตร์เองก็กระทำในสิ่งที่ละเลย หรือตรงกันข้ามกับจริยธรรม

จุก           : เช่นอะไรครับหลวงตา?

หลวงตา    : คุณหมอ และนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงในสหรัฐ ใช้ผู้ชายผิวดำมาเป็นหนูทดลองยา ภายใต้โครงการศึกษาโรคซิฟิลิส โดยที่ผู้ป่วยเหล่านี้ได้รับค่าตอบแทนเป็นการรักษาพยาบาลฟรีกับผลประโยชน์อื่นอีกเล็กน้อย ขณะที่ข้อเท็จจริงคือ โครงการนี้ไม่มีการรักษาอะไรเลย เป็นแค่เพียงการศึกษาพัฒนาการของโรค มีคนตายจากโครงการนี้ยี่สิบแปดคน และหนึ่งร้อยคนเกิดภาวะแทรกซ้อน ขณะที่ภรรยาสี่สิบคนกับทารกอีกสิบเก้าคนติดเชื้อไปด้วย กระทั่งหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งไปขุดคุ้ย นำมาตีแผ่ในความไม่ชอบมาพากล โครงการนี้จึงถูกระงับไป

               ช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ มีการทดลองทางวิทยาศาสตร์ โดยใช้นักโทษเป็น “หนู” ทดลอง วิธีการคือจับนักโทษไปแช่น้ำที่เย็นจัด จากนั้นก็ใช้ค้อนทุบเพื่อเช็กดูว่า แขนขาของนักโทษเริ่มแข็งชาเมื่อใด  การทดลองครั้งนี้เพียงเพื่อต้องการตอบตามหัวข้อวิจัย “วิทยาศาสตร์ของการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม”

               หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง มีการเอาช็อคโกแลตที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียแอนแทร็กซ์ให้เด็กจีนกิน เพื่อดูว่าเด็ก ๆ จะตายเร็วแค่ไหน[1]

จุก           : มีอีกไหมครับหลวงตา

หลวงตา    : ตัวนักวิทยาศาสตร์ของโลกหลายท่านที่เราชื่นชม บางครั้งชีวิตส่วนตัวก็มีมุมมืดที่ขัดกับความดี ความงาม และความถูกต้องทางศาสนา

จุก           : เช่น?

 หลวงตา   : ไอน์สไตน์ก็เป็นพ่อที่เฉยเมย และก็เป็นสามีที่ไม่ซื่อสัตย์ เขาหย่าขาดจากภรรยาคนแรก และทอดทิ้งลูกสาวที่พิการ เขามีครอบครัว แต่เขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจครอบครัว เพราะมัวสาลวนอยู่แต่กับการศึกษาค้นคว้า ขณะที่นิวตันก็เป็นคนอหังการในความมีชื่อเสียงของตน ครั้งหนึ่งเขาเคยกล่าวหาไลบ์นิชอย่างผิดว่า ๆ ว่าเป็นคนขโมยความคิดของเขา

จุก           : เป็นเพราะเรามองวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องเลิศเลอเกินไปหรือเปล่า?

หลวงตา    : อาจารย์ระวี ภาวิไล เคยเตือนพวกเราชาวพุทธในเรื่องนี้ หลวงตาจำไม่ได้ว่า ท่านเขียนไว้ที่ไหน แต่จำได้ว่าเคยอ่านเจอ ท่านพูดในทำนองว่า ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ หรือความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องของการลองผิดลองถูก ขณะที่คำสอนของพระพุทธองค์ไม่ใช่ ดังนั้นการพูดว่า พระพุทธศาสนาเป็นวิทยาศาสตร์ หรือเข้ากันได้กับวิทยาศาสตร์ จึงเป็นเรื่องที่เราจะต้องระมัดระวัง

จุก           : จะกลายเป็นการลดทอนพระพุทธศาสนาลงเหมือนอย่างที่หลวงตาว่า?

หลวงตา    : ถูกแล้วจุก!

จุก           : ผมพอจะเข้าใจแล้วครับหลวงตา ต่อไปผมจะระมัดระวังการใช้คำนี้ให้มากกว่านี้


[1] ข้อมูลดังกล่าวนี้ อ้างอิงจากบทความสนทนาระหว่างนักฟิกส์กับนักการศาสนา (มาติเยอ ริการ์ และตริน ซวน ตวน) จากหนังสือควอนตัมกับดอกบัว แปลโดย กุลศิริ เจริญศุภกุล และบัญชา ธนบุญสมบัติ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Ananda วันที่ : 27/10/2010 เวลา : 11.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aplang

เจตนาของผู้พูด ต้องการแสดงให้เห็นว่าพระพุทธศาสนา เป็นศาสนาแห่งเหตุผลพิสูจน์ได้ คงไม่ต้องการดิสเคดิสพระพุทธศาสนา แต่เรื่องที่ท่านเขียนเป็นเรื่องน่าพิจารณามากครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 28/09/2010 เวลา : 16.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile


ความคิดเห็นที่ 4 (0)
chaiyassu วันที่ : 27/09/2010 เวลา : 05.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang


โดยส่วนตัวแล้วก็ไม่ขัดข้อง
ถ้าพูดกันในรายละเอียดเป็นประเด็น ๆ ไป
แต่หากพูดแบบเหมาะรวม
อันนี้คงต้องพิจารณา และใส่ใจให้มาก

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
chaiyassu วันที่ : 27/09/2010 เวลา : 05.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang


อาจเป็นเพราะทุกวันนี้
ผู้คนชื่นชมวิทยาศาสตร์อย่างไม่ลืมหูลืมตา
ศาสนาจึงต้องไปยืนพิงวิทยาศาสตร์
เพื่อให้สร้างความเชื่อถือ
แต่บางครั้งก็เป็นการพูดแบบเหมารวม
ทำให้ละเลยรายละเอียด
ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ting วันที่ : 27/09/2010 เวลา : 02.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม

กราบนมัสการคะ
ผู้นำทางศาสนาคงต้องระวังการนำไปสอนใช่ไหมคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
musachiza วันที่ : 27/09/2010 เวลา : 00.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ผมเห็นด้วยกับหลวงตาครับ
วิทยาศาสตร์นั้น เป็นเรื่องของวิชาการ
สาขาหนึ่งเท่านั้น ไม่ต่างจาก กฏหมาย
ศิลปะ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ฯ
เป็นความรู้
แต่ ศาสนา นั้นเป็นสรณะและทางนำแห่งชีวิต

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน