*/
  • chaiyassu
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : panyawat_mcu_br@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-21
  • จำนวนเรื่อง : 247
  • จำนวนผู้ชม : 316613
  • จำนวนผู้โหวต : 318
  • ส่ง msg :
  • โหวต 318 คน
<< มกราคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 23 มกราคม 2554
Posted by chaiyassu , ผู้อ่าน : 1138 , 07:36:21 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ting โหวตเรื่องนี้

ทายาทแห่งธรรม

 

          คำว่า ทายาทแห่งธรรมนี้ เป็นชื่อพระสูตรหนึ่งในมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ ท่านแปลมาจากคำว่า ธัมมทายาทสูตร

          ใจความของพระสูตรนี้ เล่าเรื่องราวพระพุทธเจ้าขณะที่พระองค์ประทับอยู่ที่วัดเชตวัน ซึ่งเป็นวัดที่อนาถปิณฑิกเศรษฐีสร้างถวาย ซึ่งอยู่ในเขตเมืองสาวัตถี ณ ที่นี้ พระพุทธเจ้าทรงรับสั่งให้ภิกษุมาประชุมกันแล้วก็ตรัสตักเตือนว่า

          “ภิกษุทั้งหลาย  เธอทั้งหลายจงเป็นธรรมทายาทของเรา อย่าเป็นอามิสทายาทเลย”

          ตรัสเช่นนี้ ก็เพราะมีพระประสงค์ต้องการให้พระสาวกของพระองค์ทำหน้าที่สืบทอดธรรม หรือเป็นผู้รับมรดกแห่งธรรม

          พูดง่าย ๆ ก็คือ บวชมาแล้ว หน้าที่ก็คือศึกษาในศีล สมาธิ ปัญญา ขัดเกลาตนเองเพื่อให้ได้เข้าถึงมรรคผลอย่างใดอย่างหนึ่ง

          ไม่ใช่เห็นแก่ปากแก่ท้อง บวชมามุ่งแสวงหาลาภ ยศ สรรเสริญ หรือสักการะ ซึ่งจะเป็นที่ติเตียนของวิญญูชน และก็ขัดกับพุทธประสงค์

          ในพระสูตรนี้ ทรงยกตัวอย่างความแตกต่างระหว่างภิกษุผู้เป็น “ธรรมทายาท” กับภิกษุผู้เป็น “อามิสทายาท” ไว้ดังนี้

          ภิกษุ ๒ รูป รับอาหารบิณฑบาต ฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่อาหารบิณฑบาตยังเหลือ ต่อมาเธอถูกความหิวครอบงำ มีความอ่อนเพลีย เธอทั้งสองปฏิบัติแตกต่างกัน กล่าวถือ

          รูปแรก ระลึกนึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าว่า อาหารบิณฑบาตดังกล่าวนี้จะฉันก็ได้ ไม่ผิดศีล แต่ถ้าไม่ฉันก็ให้เททิ้งเสีย แต่ด้วยความที่เธอประสงค์จะเป็นทายาทแห่งธรรม เธอจึงเทอาหารบิณฑบาตนั้นทิ้งเสีย ยังอัตภาพให้ผ่านพ้นไปด้วยความหิวและความอ่อนเพลียกระทั่งถึงรุ่งเช้าวันใหม่

          รูปที่สอง ระลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าเหมือนกัน แต่เลือกที่จะฉันอาหารบิณฑบาตนั้นอีกครั้ง เพื่อบรรเทาความหิวและความอ่อนเพลีย ยังอัตภาพให้เป็นไปอย่างนั้น

          บรรดาภิกษุ ๒ รูปนี้ ทรงสรรเสริญภิกษุรูปแรกว่า เป็นไปเพื่อความมักน้อย สันโดษ ขัดเกลา เลี้ยงง่าย ปรารภความเพียร และถือเป็นธรรมทายาทของพระองค์ ส่วนรูปหลังไม่ใช่

          หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นตัวอย่างให้ท่านทั้งหลายได้ใช้เป็นแว่นส่องดูความเป็นไปในปัจจุบัน

          เพื่อช่วยกันคัด แยก ธรรมทายาท และอามิสทายาท

          จะได้เลือกปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง

          ที่กล่าวเช่นนี้ เพราะในขณะเขียนบทความ ผู้เขียนได้รับเรื่องราวเกี่ยวกับพระธุดงค์ อย่างน้อย ๓-๔ กรณีตัวอย่าง

          ตัวอย่างแรก เป็นตัวอย่างที่โยมข้าง ๆ วัดมาฟ้อง ว่ามีพระธุดงค์มาปักกลดอยู่ที่สวนข้างบ้าน และใช้ให้ลูกชายคนโตของนำเหรียญมาขอแลกบุหรี่ในร้าน โยมท่านนี้ไม่ยอมแลกให้ พร้อมให้ลูกชายนำเงินเหรียญไปคืน ลูกชายนำเงินกลับไปคืน พระธุดงค์กลุ่มนี้ยังบอกให้กลับไปแลกของอย่างอื่น บอกว่า อะไรก็ได้ที่ฉันได้ โยมท่านนี้ยืนยันเหมือนเดิม คือไม่ยอมให้แลก

          กรณีที่ ๒ ผู้เขียนได้เดินทางไปร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพพระเถระชั้นผู้ใหญ่รูปหนึ่ง ในพิธีจะมีพระกลุ่มหนึ่งที่ทำตัวเป็นพระธุดงค์จรมาปักกลด และผสมเข้าร่วมพิธีโดยที่ไม่ได้รับนิมนต์ ถามว่ามาจากไหนก็ไม่ยอมบอก บอกแต่เพียงว่ามาร่วมเสริมบารมีหลวงพ่อ

          พระกลุ่มนี้ มักสัญจร (ไม่ขอเรียกว่าเดินธุดงค์ เพราะเป็นการให้เกียรติเกินไป) ไปตามที่ต่าง ๆ  โดยเฉพาะที่ที่มีงานพิธีใหญ่ ๆ เช่น งานพระราชทานเพลิงศพ งานผูกพัทธสีมา เป็นต้น เพราะงานใหญ่ ๆ นั้นนิยมนิมนต์พระเป็นจำนวนมาก การแยกแยกทำได้ยาก

          ชอบเดินไปตามถนนใหญ่ หรือทางหลวง บางครั้งก็อาศัยโบกรถข้างทาง เดินจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง

          ชาวบ้านที่ขับรถสัญจรไปมา นึกว่าพระธุดงค์ (แท้) ก็หยุดรถรับ บางรายใจบุญพาส่งถึงที่ก็มี

          กรณีที่ ๓ เป็นเรื่องราวจากหน้าหนังสือพิมพ์ นี่ตามข่าวก็บอกว่าเป็นพระธุดงค์  ที่สร้างความเสียหายก็คือเสพยาบ้าด้วย มีการนำผู้หญิงไปบำเรอกามในกระท่อมแลกกับค่ายา กระทั่งชาวบ้านแจ้งความดำเนินคดี

          ตัวอย่างทำนองนี้ มีให้เห็นเรื่อย ๆ

          พวกนี้ อาศัยผ้าเหลืองออกทำมาหากินกันเป็นอาชีพ บางครั้งก็เจ้าคณะผู้ปกครองในพื้นที่ก็ไม่ทราบ หรือกว่าจะทราบ ก็ไม่อยู่ในพื้นที่แล้ว เพราะคนกลุ่มนี้ จะไม่อยู่เป็นที่เป็นทาง อาศัยเดินทางไปเรื่อย ๆ

          พวกเราในฐานะเป็นชาวพุทธจึงต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา พบเห็นที่ไหน ถ้าไม่ชอบมาพากล ถ้าไม่รู้จะแจ้งที่ไหน ก็พึ่งตำรวจไว้ก่อน เดี๋ยวตำรวจจะประสานไปยังเจ้าคณะผู้ปกครองในพื้นที่เอง

          คนเหล่านี้ ถือเป็นเสี้ยนหนามของพระศาสนา เอาผ้าเหลืองมาห่ม ลวงชาวบ้านให้เข้าใจผิดว่าเป็นพระ และอาศัยประโยชน์จากผ้าเหลืองหารายได้เป็นกอบเป็นกำ ที่ช้ำใจยิ่งกว่านั้น บางครั้งก็ก่อเรื่องเสื่อมเสียให้เป็นข่าว สร้างภาพลบกับพระศาสนา พระสงฆ์ ตลอดศรัทธาชาวบ้านทั่วไป

          พวกหลังนี้ ไม่นับเป็นทายาทแห่งธรรม ควรเรียกว่า ทายาทแห่งอสูรแท้ เพราะเป็นภัยของพระพุทธศาสนา

          จงช่วยกันกำจัดภัย อย่าได้หลงส่งเสริม มิเช่นนั้น ก็ยังมีคนอาศัยช่องทางนี้หากินแบบนี้อยู่เรื่อย ๆ ไม่รู้จักหมดสิ้น

 

         


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 24/01/2011 เวลา : 08.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

ทายาทแห่งอสูร...
แยะ..ไปเจ้าค่ะ

นานไป
จะยิ่งมีมากขึ้น
อาจเป็นเพราะเศรษฐกิจ คนขัดสน เงินทอง
คนขาดศีลธรรม

และเพราะชาวพุทธเมืองไทย..ชอบทำบุญภายนอกมากจนเกินไป
จึงเป็นเหตุให้..ทายาทอสูรแพร่พันธุ์มากมายเช่นนี้

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ting วันที่ : 23/01/2011 เวลา : 23.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม

กราบนมัสการคะ

พูดยากนะคะเรื่องผู้ชายห่มผ้าเหลืองในสมัยนี้
ช่วงนี้กลัวมากคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน