*/
  • chaiyassu
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : panyawat_mcu_br@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-21
  • จำนวนเรื่อง : 247
  • จำนวนผู้ชม : 318930
  • จำนวนผู้โหวต : 318
  • ส่ง msg :
  • โหวต 318 คน
<< มกราคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 29 มกราคม 2554
Posted by chaiyassu , ผู้อ่าน : 1279 , 08:30:13 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

          ช่วงเช้าตื่นขึ้นมา เปิดพระไตรปิฎกอ่านเล่น ๆ ก็ไปเจอเรื่องราวของภรรยาคนจัณฑาลนางหนึ่ง

          นางกำลังตั้งครรภ์ และมีอาการแพ้ท้อง

          ขออนุญาต ขยายความคำว่า “คนจัณฑาล” นิดหนึ่ง เพื่อความเข้าใจตรงกันสำหรับท่านที่อาจไม่คุ้นเคยกับคำนี้

          สำหรับท่านที่คุ้นเคยดีอยู่แล้ว ก็ขออภัย

          โดยปกติ ในอินเดีย ได้มีการแบ่งชนชั้นวรรณะออกเป็น ๔ ระดับ คือ กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ และศูทร

          และก็ถือชนชั้นวรรณะกันอย่างเคร่งครัด ถึงกับเอาเป็นเอาตายกันเลย

          หนึ่งในจำนวนที่ว่านั้นก็คือเรื่องของการแต่งงานข้ามชนชั้น ถือเป็นเรื่องต้องห้าม หากล่วงละเมิด ลูกที่เกิดมาจะถูกคำสาปจากสังคมทันที

          คำสาปที่ใช้กันก็คือคำว่า “จัณฑาล” ซึ่งมีความหมายคล้าย ๆ กับคำว่า “ไพร่” ในภาษาไทย

          ถือเป็นบุคคลที่น่ารังเกียจ และเป็นที่ดูหมิ่นดูแคลนของคนในสังคม

          เรื่องราวที่ปรากฏในคัมภีร์พระไตรปิฎกเรื่องนี้ ปรารภถึงคนจัณฑาล ด้วยเหตุผลที่พระพุทธเจ้าต้องการยกเป็นกรณีตัวอย่างในการบัญญัติสิกขาบท

          ย้อนกล่าวถึงภรรยาของคนจัณฑาล เมื่อนางแพ้ทอง ก็ปรารภกับสามีว่า อยากของเปรี้ยว ๆ โดยเฉพาะมะม่วง

          สามีก็โอดครวญ จะหามะม่วงได้ที่ไหน นี่มันไม่ใช่ฤดูออกดอกออกผล

          ภรรยา ยื่นคำขาด ไม่ได้ทานมะม่วง สงสัยฉันตายแน่นอน

          เจอคำนี้เข้า สามีก็คิดหนัก ที่คิดหนักก็คือ แม้จะไม่ใช่ฤดูมะม่วง แต่ก็ใช่ว่าจะหาไม่ได้เลยซะทีเดียว เพียงแต่ว่า ต้องเสี่ยงนิดหนึ่ง

          ที่ว่าต้องเสี่ยงก็เพราะว่า ในวังมีมะม่วงที่ออกดอกออกผลตลอดปีด้วยเทคนิคพิเศษ จะเรียกว่าเป็นมะม่วง ๓ ฤดูอย่างบ้านเราก็น่าจะได้

          คิดไปคิดมาหลายตลบ ในที่สุด ผู้เป็นสามีก็ตัดสินใจเสี่ยงชีวิตเข้าไปขโมยมะม่วงในวัง

          แอบลักลอบไปจนได้ขึ้นไปบนต้นมะม่วงแล้ว กำลังจะลงมาอยู่แล้ว เจ้ากรรม พระเจ้าแผ่นดิน พร้อมด้วยปุโรหิตผู้เป็นอาจารย์ นึกครึ้มอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาเรียนหนังสือ บอกหนังสือกันที่ใต้ต้นมะม่วงนี้พอดี

          เลยลงจากต้นมะม่วงไม่ได้ ต้องแอบอยู่บนต้นมะม่วงชนิดแทบไม่หายใจกันทีเดียว

          ว่ากันว่า ขณะที่อาจารย์ (ปุโรหิต) และศิษย์ (พระราชา) กำลังเรียนมนต์กันอยู่นั้น คนจัณฑาลที่อยู่บนต้นมะม่วงก็สังเกตเห็นความไม่ชอบธรรม และถือเป็นเสียธรรมเนียมอย่างร้ายแรง ไม่อาจให้อภัยได้ระหว่างศิษย์กับอาจารย์คู่นี้

          กล่าวคือ

          คนจัดที่นั่งของลูกศิษย์สูงกว่าของอาจารย์ แล้วอาจารย์ก็ไม่ท้วงติง กลับนั่งสอนมนต์เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

          ลูกศิษย์ก็ไม่รู้สึกกระดาก นั่งเรียนมนต์กับอาจารย์หน้าตาเฉยเหมือนกัน

          โลกนี้มันเป็นอะไรไปแล้ว?!!? คนจัณฑาลคิด และตำหนิอยู่ในใจคนเดียวบนต้นมะม่วงว่า พระราชานี้ไม่เคารพธรรม นั่งสูงกว่าอาจารย์ ปุโรหิตผู้เป็นอาจารย์ นั่งที่ต่ำกว่าสอนธรรมแก่พระราชา ก็ได้ชื่อว่าไม่เคารพธรรมเช่นกัน

          คิดไปคิดมา นึกถึงตัวเอง

          ไอ้ตัวเรานี่ก็เลวพอ ๆ กัน ถึงกับแอบมาขโมยมะม่วง เพราะภรรยาเป็นเหตุ คิดไปคิดมาเกิดความละอาย จึงลงจากต้นมะม่วง พร้อมกับกล่าวเป็นบทกวีต่อหน้าพระราชา และปุโรหิตอย่างไม่เกรงกลัวอาญาว่า

          “ท่านทั้งสองไม่รู้อรรถ ท่านทั้งสองไม่รู้ธรรม

          คือ พราหมณ์ผู้สอนมนต์ก็ไม่เคารพธรรม

          ส่วนพระราชาผู้เรียนมนต์ก็ไม่เคารพธรรม”

          ปุโรหิตผู้เป็นอาจารย์ได้ยินเช่นนั้น ก็เกิดความรู้สึกละอายใจ จึงกล่าวตอบเป็นบทกวีเช่นกันว่า

          “เพราะเหตุที่

เราบริโภคข้าวสุกขัดสีขาวสะอาดผสมกับแกงเนื้อ

ทำให้มิได้ตั้งตนอยู่ในธรรม

ที่เหล่าอริยชนสรรเสริญแล้ว”

คนจัณฑาลได้ฟังคำของพราหมณ์ปุโรหิตเช่นนั้น จึงได้กล่าวเพิ่มเติม และถือเป็นบทสรุปของเรื่องนี้

ถ้อยคำของคนจัณฑาล เป็นบทกวีบาดใจ ถอดความได้ดังนี้

“ท่านพราหมณ์ เราติเตียนการได้ทรัพย์และการได้ยศ

เพราะนั่นเป็นการเลี้ยงชีพโดยความเป็นเหตุให้ตกต่ำ

และเป็นการเลี้ยงชีพโดยทางที่ไม่ชอบธรรม

จะประโยชน์อันใดด้วยการเลี้ยงชีพเช่นนั้น

ท่านจงรีบออกไปเสียเถิดท่านมหาพราหมณ์

แม้สัตว์ที่มีชีวิตเหล่าอื่นก็ยังหุงหากินได้

ความอาธรรม์ที่ท่านได้ประพฤติมาแล้ว อย่าได้ทำลายท่านดุจก้อนหินทำลายหม้อน้ำฉะนั้น”

ข้อความในคัมภีร์พระไตรปิฎกจบลงเพียงเท่านี้ พระพุทธเจ้าใช้กรณีตัวอย่างนี้ในการบัญญัติสิกขาบทห้ามพระแสดงธรรมแก่ผู้ที่อยู่ที่สูงกว่า ถ้าฝ่าฝืนก็ปรับโทษ

ปัจจุบันเพื่อรักษาธรรมเนียมดังกล่าว จึงนิยมสร้าง “ธรรมาสน์” ไว้ใช้สำหรับให้พระนั่งแสดงธรรมเป็นการเฉพาะ

 ผู้เขียนหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ส่วนหนึ่งนึกชื่นชมคนจัณฑาล ซึ่งแม้จะได้รับการตราหน้าจากสังคมว่าเป็น “ไพร่” แต่ลึก ๆ ของจิตใจ กลับรู้จักธรรมเนียมของสังคม เห็นพระราชากับพราหมณ์ปุโรหิตไม่เคารพธรรมเนียมก็กล้าแสดงตนมาชี้ให้เห็นถึงความถูกต้อง

และที่น่าชื่นชมยิ่งไปกว่านั้นก็คือ กล้าตำหนิตนเองที่ได้กระทำความผิด

ความจริงแกจะแอบอยู่ที่ต้นมะม่วง กระทั่งพระราชาและปุโรหิตแยกย้ายแล้วเอามะม่วงฝากภรรยาก็ได้ แต่ที่เลือกจะทำอย่างนี้ ก็แสดงว่า ลึก ๆ แล้วแกก็ยังมี “มโนธรรมสำนึก” ควรค่าแก่การชื่นชมอยู่เหมือนกัน

จากเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นหลักการสำคัญอย่างหนึ่งว่า ดีชั่วนั้นอยู่ที่การทำตัว ไม่ชาติตระกูล

เพราะบางคน “ชาติผู้ดี” แต่ทำตัว “ไพร่” ก็มีถมไป

 

         

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
chaiyassu วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 19.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang



ความคิดเห็นที่ 11 (0)
chaiyassu วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 19.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang


เรียกไม่ถูกเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
หนึ่งมิตรชิดใกล้ วันที่ : 29/01/2011 เวลา : 18.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/skylove
นิราศรักหน้าถ้ำ : ร่ายโคลงร่ำเมรัยอาลัยรัก / กลุ่มเขียนข้าว 

อ่านไปคิดไปไม่ใช้อารมณ์ ยิ่งได้ประโยชน์
สาธุ คนจะดีจะชั่วไม่เกี่ยวกับชาติกำเนิดจริงครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
โม้งหัวครก วันที่ : 29/01/2011 เวลา : 12.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/think49
ข้าราชฯ

เป็นสมณะ ก็เป็นและคิดแบบไพร่ ได้เช่นกัน สาธุ

สมณะบางคน คิดล้มสถาบัน ถือว่าเป็นอะไรครับ

สาธุ(คุณ)

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
chaiyassu วันที่ : 29/01/2011 เวลา : 11.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang


มีบางอย่างที่ทรงคล้อยตาม
มีบางอย่างทรงปฏิเสธ
ขณะเดียวกัน ก็มีหลายอย่างที่แสดงใหม่
กรณีตัวอย่างนี้
ถือเป็นธรรมเนียมที่สังคมสมัยนั้น
ให้การยกย่องครู เคารพครู
ให้ความสำคัญกับผู้ที่ทำหน้าที่เป็นครู
การปฏิบัติตัวระหว่างศิษย์กับครูจึงถือเป็นสิ่งสำคัญ
พิจารณาจากเรื่อง
พระราชาเองก็ถือว่าตนเป็นกษัตริย์
จึงนั่งสูงกว่าครู
ขณะเดียวกันครูก็ "เกรงใจ"
จึงปล่อยเลยตามเลย ซึ่งถือปฏิบัติไม่ถูกต้องทั้งสองฝ่าย
หลักการนี้ พระพุทธเจ้าก็ทรงเห็นด้วย
ข้อบัญญัติดังกล่าวนี้จึงเข้าลักษณะคล้อยตามสังคม



ความคิดเห็นที่ 7 (0)
chaiyassu วันที่ : 29/01/2011 เวลา : 11.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang


เจริญพร คุณกุ้ง...
ไม่ได้ทักทายกันเนิ่นนาน



ความคิดเห็นที่ 6 (0)
chaiyassu วันที่ : 29/01/2011 เวลา : 11.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang



ความคิดเห็นที่ 5 (0)
chaiyassu วันที่ : 29/01/2011 เวลา : 11.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang


จริง ๆ มีบาลีพระพุทธพจน์ตรัสทำนองนี้
เพียงแต่ อาตมาจำไม่ได้
จึงไม่ได้นำมาอ้างอิงไว้



ความคิดเห็นที่ 4 (0)
musachiza วันที่ : 29/01/2011 เวลา : 10.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ของคุณครับกับข้อมูล
แสดงว่าศาสนาพุทธ
ยังคงธรรมะข้อนี้ ...สืบเนื่องมาจากพราห์ม
ใช่ไม๊ครับ
..มิใช่เป็นกฏใหม่ที่พระพุทธองค์ทรงตั้งขึ้น
http://www.oknation.net/blog/dragonball

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
roselobster วันที่ : 29/01/2011 เวลา : 09.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Memyself
 º°” ไม่มีความรักใดในโลกจะยิ่งใหญ่เท่าคนไทย รักในหลวง””°

กราบมัสการหลวงตาค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
toondee วันที่ : 29/01/2011 เวลา : 08.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toondee
เกษียณแล้ว ไปไหน

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ สาธุ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
captain.Jack วันที่ : 29/01/2011 เวลา : 08.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Mafia

นมัสการพระคุณท่าน...
เพราะบางคน “ชาติผู้ดี” แต่ทำตัว “ไพร่” ก็มีถมไป


เห็นด้วยครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน