*/
  • chaiyassu
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : panyawat_mcu_br@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-21
  • จำนวนเรื่อง : 247
  • จำนวนผู้ชม : 316613
  • จำนวนผู้โหวต : 318
  • ส่ง msg :
  • โหวต 318 คน
<< กุมภาพันธ์ 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554
Posted by chaiyassu , ผู้อ่าน : 1471 , 11:23:50 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน sunsmile , อะหนึ่ง โหวตเรื่องนี้

หลอกพระเอาบุญ

          ที่มาของชื่อเรื่องนี้ ได้จากอรรถกถาธรรมบท ภาคที่ ๓

          เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระมหากัสสปะเถระและเทวดา ซึ่งมีความปรารถนาจะตักบาตร

          เรื่องมีอยู่ว่า

          ครั้งหนึ่ง เมื่อพระมหากัสสปะเถระออกจากนิโรธสมาบัติ ท่านประสงค์จะสงเคราะห์คนยากคนจน จึงครองจีวร ถือบาตรออกจากวัดเข้าไปยังหมู่บ้าน

          เหล่านางเทพอัปสร เห็นพระเถระเดินอุ้มบาตรเข้าหมู่บ้าน เกิดความเลื่อมใส จึงพากันเตรียมอาหารบิณฑบาตจำนวน ๕๐๐ ชุด มาตั้งเรียงดักหน้าทางเดินพระเถระ พร้อมกับเอ่ยปากนิมนต์

          พระเถระเห็นเช่นนั้นก็เอ่ยปากบอกว่า “วันนี้จะสงเคราะห์คนจน ท่านทั้งหลายกลับไปเถิด”

          เทพธิดาเหล่านั้น ไม่ยินยอม ยังคงวิงวอนให้พระเถระเปิดบาตรอาหารที่พวกนางเตรียมเอาไว้

          พระเถระยังคงยืนยันคำเดิมเป็นคำรบที่สอง

          เทพธิดาเหล่านั้นก็ยังคงคะยั้นคะยอ เชิงตัดพ้อว่า พวกนางเตรียมอาหารมามากมาย อย่าให้อาหารเหล่านั้นเสียหาย ขอได้โปรดสงเคราะห์สักครั้ง

          เมื่อเห็นว่า นางเทพธิดาเหล่านั้นยังดื้อดึงอยู่เช่นนั้น พระเถระจึงดีดนิ้ว พร้อมกับกล่าวสำทับเรียบ ๆ ไปว่า

          “พวกเจ้าไม่รู้จักประมาณตน หลีกไปซะ”

          เจอคำนี้เข้า นางเทพธิดาเหล่านั้นก็ไม่อาจยืนมองหน้าพระเถระต่อไปได้อีก จึงพากันกลับเทวโลก

          เทวสักกะผู้เป็นจอมแห่งเทพ เห็นเหล่าเทพธิดาเหล่านั้นก็ถามความเป็นมา

          นึกแปลกใจว่า ทำไมพระเถระไม่ยอมรับบาตรนางเทพธิดาเหล่านั้น จึงได้ถามว่า ตอนไปใส่บาตรพระเถระ พระเถระพูดว่าอย่างไร และพวกนางแต่งตัวแบบไหน

          ครั้นทราบความจริงเช่นนั้นแล้ว ท้าวสักกะจึงชวนนางสุชาดาผู้เป็นมเหสีไปใส่บาตรพระเถระ

          ท้าวเธอทั้งสองเนรมิตกายของตนเป็นคนแก่หลังโก่ง ผิวหนังเหี่ยวย่น พร้อมกับเนรมิตบ้านไม้เก่าซอมซ่อ นั่งทำงานงก ๆ ตามประสาผัวเมียอยู่ใต้ถุนบ้าน ผู้เป็นภรรยาก็นั่งทอหูกด้วยท่าทางที่ใครเห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้

          เมื่อพระเถระมาใกล้บ้าน สามีก็นัดแนะภรรยาว่า เมื่อพระเถระมาถึง ให้ทำท่าไม่เห็น ทุกอย่าง เดี๋ยวจะเป็นคนจัดการเอง

          ฝ่ายพระเถระ เดินบิณฑบาตมาตามปกติ เห็นสองตายายนั่งทำงานงก ๆ เงิ่น ๆ อยู่ใต้ถุนบ้านก็เกิดความสงสาร

          “โอ...ดูสิ สองตายายคู่นี้ แก่จนปานนี้ก็ยังนั่งทำงานงก ๆ เงิ่น ๆ เมืองนี้ทั้งเมือง คงจะหาคนยากจนเข็ญใจเกินสองตายายคู่นี้เห็นจะไม่มี เราจะสงเคราะห์ตายายคู่นี้แหละ” พระเถระคิดในใจ พลางหยุดยืนอยู่หน้าทางเข้าบ้าน

          สองตายายดำเนินตามแผนทุกประการ เบื้องต้น ทำเป็นไม่เห็น ปล่อยให้พระเถระยืนอยู่สักพักหนึ่งก็ทำท่ามองไปหน้าทางเข้าบ้าน แล้วก็หันมาพูดกับยายว่า ดูเหมือนจะมีพระคุณเจ้ามายืนหน้าบ้านเรานะยาย

          พูดพลางก็เดินออกไป ทำท่าเอามือเท้าเข่าทั้งสอง ผลุดลุกผลุดเงย จากนั้นก็เอามือป้องหน้า พร้อมกับเปรย ๆ ขึ้นว่า สายตาฝ้าฟาง มองไม่ค่อยถนัด เป็นพระคุณเจ้าองค์ไหนหนอ?

          แสดงท่าทางพอสมควรแล้ว ก็อุทานขึ้นด้วยความดีใจว่า “โอ! พระมหากัสสปะเถระเจ้า นาน ๆ จะเห็นสักที” 

          จากนั้นก็ตะโกนถามยายที่อยู่ใต้ถุนบ้านว่า มีอะไรพอใจใส่บาตรพระคุณเจ้าบ้างไหม?

          ฝ่ายยายจำแลงก็ไม่น้อยหน้า แสดงบทบาท ทำท่าเงอะ ๆ งะ ๆ เข้าไปในครัวสักพักหนึ่งก็ตะโกนออกมาว่า “พอมีอยู่จ๊ะตา”

          ฝ่ายตา เมื่อได้ยินยายตอบมาเช่นนั้น ก็กล่าวเชิงปรารภกับพระเถระว่า ขออย่าได้รังเกียจอาหารของคนยากคนจนเลยนะ ช่วยอนุเคราะห์รับบิณฑบาตโยมด้วย

          พระเถระนึกในใจว่า สิ่งของที่ตายายจะใส่บาตรวันนี้ เป็นอะไรก็ช่าง ก็จะอนุเคราะห์ จึงมอบบาตรไว้ในมือของตา

          ตาได้บาตรแล้ว ก็เดินงก ๆ เงิ่น ๆ หายเข้าไปในครัว ตักข้าว และอาหารใส่บาตรของพระเถระจนเต็มบาตร จากนั้นก็ออกมา พร้อมกับถวายบาตรในมือของพระเถระเหมือนเดิม

          ว่ากันว่า ขณะที่ตายายตักข้าวใส่บาตรนั้น กลิ่นอาหารหอมตลบอบอวนไปหมด ทำให้พระเถระเกิดเอะใจขึ้นมา

          เอ...สองตายายคู่นี้ ฐานะยากจน แต่ทำไมอาหารบิณฑบาตวันนี้ถึงมีอานุภาพมากถึงเพียงนี้

          เมื่อพิจารณาดูด้วยญาณก็ทราบว่า นี่ไม่ใช่คนธรรมดา หากแต่เป็นท้าวสักกะ จึงได้พูดเปรยไปว่า

          “วันนี้พระองค์แย่งสมบัติของคนจนไปเสียแล้ว พระองค์ทำกรรมหนักแล้ว”

          ท้าวสักกะได้ยินเช่นนั้นก็โอดครวญ พลางตอบพระเถระไปว่า “กระผมก็เป็นคนเข็ญใจเหมือนกันขอรับ”

          พระเถระได้ยินเช่นนั้นก็นึกแปลกใจ ทำไม เป็นถึงท้าวสักกะจอมเทพ ยังจะว่าเป็นคนเข็ญใจอยู่อีกหรือ

          ท้าวสักกะ ก็เล่าความจริงให้พระเถระทราบว่า ทรงเป็นจอมเทพก็จริง แต่ตำแหน่งนี้ก็ได้มาด้วยบุญบารมี ผู้ที่มีบารมีมาก แต่ไม่ได้เป็นท้าวสักกะก็มี

          ทรงเล่าถึงเทพบุตรอีก ๓ พระองค์ที่มีวิมานอยู่ใกล้ ๆ ทั้ง ๓ องค์นี้มีรัศมีเหนือท้าวสักกะ ยามที่เทพบุตร ๓ องค์นี้ออกจากวิมาน ท้าวสักกะจะต้องหลบเข้าวิมาน ไม่สามารถเผชิญหน้ารัศมีกายที่เปล่งออกมาได้ คิดแล้วมันก็น่าน้อยใจ อย่างนี้จะไม่เรียกว่าเข็ญใจได้อย่างไร

          จบถ้อยคำของท้าวสักกะ พระเถระก็เอ่ยปากว่า “ต่อไปอย่างทรงทำเช่นนี้อีก”

          ก่อนพระเถระจะเดินจากไป ท้าวสักกะก็ทรงถามว่า “โยมหลอกพระคุณเจ้าทำบุญเช่นนี้ โยมจะได้บุญไหม?”

          พระเถระตอบว่า “ได้”

          เมื่อพระเถระตอบเช่นนั้น ท้าวสักกะก็เอ่ยขึ้นว่า “เมื่อเป็นเช่นนั้น การทำบุญกุศลก็เป็นหน้าที่ของกระผม” จากนั้นก็ทรงไหว้พระเถระ แล้วก็พานางสุชาดาผู้เป็นพระมเหสีเหาะกลับสวรรค์

          เรื่องเล่าย่อ ๆ มีเพียงเท่านี้

          ถือเป็นการแต่ง เติม เพิ่มสีสัน ซึ่งพระอรรถกถาจารย์ต้องการอธิบายพระพุทธพจน์ที่ว่า

          “กลิ่นของผู้มีศีลทั้งหลาย เป็นกลิ่นชั้นสูง ย่อมหอมฟุ้งไปในเหล่าเทวดาและมนุษย์”

          มีประเด็นชวนวิเคราะห์หลายประเด็นในเรื่องนี้ แต่ขอทิ้งไว้เป็นภาระของผู้อ่าน เนื่องเพราะเวลาเนิ่นนาน และเห็นสมควรแก่เวลา

          ขอความเจริญในธรรมจงบังเกิดมี

 

         

         

         

         

         


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 17/02/2011 เวลา : 15.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile


ก้อนหินยิ้ม.....

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
chaiyassu วันที่ : 15/02/2011 เวลา : 19.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang


หลักการของพระพุทธศาสนา
ท่านสอนให้ "วิจัย" ทาน
คำว่าวิจัย มีความหมายอย่างไร
เป็นประเด็นที่ชาวพุทธเรา
ต้องตระหนัก และเรียนรู้

ขอให้ส่งความปรารถนาดี
แม้จะรู้ว่า สรรพสิ่งดำเนินไปตามเหตุปัจจัย
แต่ก็ขอ ขอ...
ให้คุณซัน ฯ หายวันหายคืน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
sunsmile วันที่ : 15/02/2011 เวลา : 10.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

กราบนมัสการพระอาจารย์

“กลิ่นของผู้มีศีลทั้งหลาย เป็นกลิ่นชั้นสูง ย่อมหอมฟุ้งไปในเหล่าเทวดาและมนุษย์”

ผมนึกไปถึง...ศีลสำเร็จได้ด้วยการไม่ทำ เลยสับสนนิดหน่อย...แต่ก็ผ่านไปด้วยดีแสดงว่าพอมีปัญญาอยู่บ้าง แต่ก็ยังสงสัยว่าทำไมพระต้องเลือกคนที่จะโปรด....

เอ้ออ....สงสัยอีกว่าในอดีตสมัยพุทธกาลพระออกบิณฑบาตร ห่มคลุมหรือหุ่มดอง(เรียกผิดหรือเปล่าไม่รู้คือเปิดไหล่ข้างหนึ่งและพาดสังฆาฏิ(พิมพ์ถูกหรือเปล่า ว๊า วันนี้งงไปหมด)

พระส่วนใหญ่ห่มคลุมมิดชิดออกบิณฑบาตร แต่มีอยู่สองรูป ที่ตลาดบ้านผม ห่มดองผิวพรรณขาวผ่องน่าศรัทธา เดินบิณฯ ตามตลาดสดแม่ค้าผักไม่มีอาหาร ก็ใส่กันแต่ปัจจัย ....เฮ้อออออ...จะบาบไหมเนี่ย ถามไถ่ว่าอยู่วัดไหน อ๋อมาจากวัดที่มีจานบินนี่เอง

สุขภาพไม่ค่อยดีครับช่วงนี้แต่คงไม่นานก็หายเป็นธรรมดาของเกิดแก่เจ็บตาย

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
chaiyassu วันที่ : 11/02/2011 เวลา : 12.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang


ประเด็นของคุณอะหนึ่ง
ก็น่าสนใจ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
chaiyassu วันที่ : 11/02/2011 เวลา : 12.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang


เห็นด้วยอย่างยิ่ง



ความคิดเห็นที่ 3 (0)
TaTee วันที่ : 11/02/2011 เวลา : 12.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poo

นมัสการพระคุณเจ้า....

ตราบใดที่ยังมีกิเลสอยู่ ก็มีสิทธิเป็นผู้เข็ญใจได้ทั้งนั้นครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 11/02/2011 เวลา : 03.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

เรื่องนี้ผมวิเคราะห์ประเด็นว่า
เป็นพระ อย่าเลือกที่โปรด...

ส่วนพระอาจารย์
วิเคราะห์เข้าการเมืองเลยนะขอรับ
v
v
v

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
chaiyassu วันที่ : 10/02/2011 เวลา : 11.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang

อ่านเรื่องนี้แล้ว
ทำให้นึกถึงอภิสิทธิ์
เป็นนายก
แต่ก็มีอำนาจที่เหนือกว่า
เบ่งทับรัศมีเนือง ๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน