*/
  • chaiyassu
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : panyawat_mcu_br@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-21
  • จำนวนเรื่อง : 247
  • จำนวนผู้ชม : 320857
  • จำนวนผู้โหวต : 318
  • ส่ง msg :
  • โหวต 318 คน
<< เมษายน 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 5 เมษายน 2554
Posted by chaiyassu , ผู้อ่าน : 3799 , 05:57:22 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

          หลายวันก่อนได้อ่านเรื่องราวของ “บัน” สุนัขเพศเมียวัย ๒ ขวบที่ประสบเคราะห์กรรมถูกคลื่นซัดลงทะเลนาน ๓ อาทิตย์

          อาศัยเพียงเศษหลังคาบ้านลอยคออยู่ในทะเลเคว้งคว้างนาน ๓ สัปดาห์

          เห็นภาพที่เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยกำลังระดมช่วยเธอขึ้นมาจากท้องทะเล ทำให้รู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก

          ไม่ต้องถามว่า ๓ สัปดาห์เจ้าหมาตัวนี้ได้กินอะไรบ้าง และเธอมีชีวิตรอดท่ามกลางความเลวร้ายนั้นได้อย่างไร

          ถ้าพูดกันเพื่อให้จบง่าย ๆ ก็คงพูดได้แค่เพียงว่า “ปาฏิหาริย์”

          ไม่มีคำใดเหมาะสมเท่านี้อีกแล้ว

          วันนี้ มีข่าวลงเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยว่า บัดนี้ “บัน” เธอได้พบกับเจ้าของที่แท้จริงแล้ว ท่ามกลางความดีใจทั้งสองฝ่าย

          ในข่าวบอกว่า เธอกระโดดและกระดิกหางแสดงความดีใจ ขณะที่เจ้าของก็ให้คำมั่นสัญญา “เราจะไม่ทอดทิ้งเธอไปอีก”

          นี่ถ้าเป็นหนัง คงมีใครหลายคนแอบน้ำตาไหลตามเป็นแน่ อย่างน้อยก็คงนับผู้เขียนเข้าด้วยคนหนึ่งละ

          พูดถึงเรื่องสุนัข ผู้เขียนก็มีเรื่องราวประทับใจหลายเรื่อง จำได้ว่าเคยนำมาเขียนลงที่นี่แล้วครั้งหนึ่ง

          วันนี้ขอถือโอกาสส่งประกวดอีกเรื่อง เผื่อจะได้รางวัลสุนัขดีเด่นแห่งชาติกะเขาบ้าง แม้รางวัลดังกล่าวนี้ จะยังไม่เคยมีใครคิดประกวดก็ตาม

          เป็นเรื่องราวของความผูกพันระหว่างสุนัขกับคน และถือเป็นเรื่องประทับใจเรื่องหนึ่งสำหรับผู้เขียน

          แปลคัมภีร์เจอครั้งแรกเมื่อประมาณ ๒๕ ปีที่แล้ว จวบจนบัดนี้ ก็ยังจำภาพน่ารัก ๆ ที่ท่านพรรณนาไว้ไม่เคยลืม

          ในคัมภีร์ไม่ระบุว่า สุนัขตัวนี้ชื่ออะไร เล่าแต่เพียงว่า เป็นสุนัขเลี้ยงของชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง

          เจ้าของสุนัขตัวนี้ ได้ทำหน้าที่ดูแลบำรุงพระธุดงค์รูปหนึ่งที่อยู่ในป่าละแวกบ้าน ยามเช้า ๆ พระธุดงค์ออกมาบิณฑบาต เจ้าหมาตัวนี้ก็มานอนเฝ้า บางวันก็เดินวนไปเวียนมา แสดงอาการดีอกดีใจ บางครั้งก็วิ่งตามไปถึงป่าก็มี

          พระธุดงค์ท่านก็ใจดี เอ็นดูเจ้าสุนัขตัวนี้ไม่น้อยทีเดียว

          เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ท่านก็พรรณนาถึงว่า ยามไหนก็ตามที่เจ้าของบ้านมีภาระ ไม่สามารถไปนิมนต์พระได้ ท่านก็จะให้หมาตัวนี้แหละไปนิมนต์แทน

          ทำให้มีเรื่องเล่าน่ารัก ๆ

          ว่ากันว่า วันหนึ่ง เจ้าของบ้านมีงานบุญในบ้าน และต้องนิมนต์พระมาฉันภัตตาหารเช้า เผอิญว่า มัวแต่สาละวนจัดข้าวของเตรียม ทำให้ไม่มีเวลาปลีกตัว อีกอย่างวันนั้นก็สายพอสมควรแล้ว ถ้าไปเอง คงไม่ทันกาล จึงส่งสุนัขไปปฏิบัติหน้าที่แทน

          พอได้รับคำสั่งเท่านั้น เจ้าสุนัขแสนรู้ก็วิ่งเข้าป่า ถึงหน้ากุฏิพระก็เห่า ๓ ครั้ง เป็นสัญญาณบอกว่า “นิมนต์ครับหลวงพ่อ ได้เวลาแล้ว”

          ได้ยินเสียงเห่าของสุนัข หลวงพ่อก็ทราบโดยนัย จึงจัดแจงห่มจีวร ถือบาตรออกจากกุฏิเดินตามสุนัขไป

          ระหว่างทาง บางครั้งหลวงพ่อก็นึกสนุก ทำทีเดินไปทางอื่น เพื่อทดสอบว่าเจ้าสุนัขตัวนี้จะทำยังไง

เจ้าสุนัขเห็นหลวงพ่อไม่เดินตาม มันก็วิ่งกลับไปคาบชายจีวรหลวงพ่อ พร้อมกับดึงกลับมาทางเดิม  ลองหลาย ๆ เที่ยว สุนัขก็ทำเหมือนเดิม

ไม่เพียงเท่านั้น ระหว่างทางที่นำหน้าหลวงพ่อ ทางตรงไหนที่คิดว่าจะเป็นอันตราย มีสัตว์ร้ายอยู่ เจ้าสุนัขตัวนี้ก็จะตะคุ้ยดินเห่าส่งสัญญาณบอกหลวงพ่อ

เรียกว่า เป็นทั้งทูต เป็นทั้งมัคคุเทศก์ และเป็นทั้ง รปภ.ไปพร้อมกัน ๆ

ความผูกพันระหว่างสุนัขกับพระธุดงค์ ดำเนินไปอย่างแน่นแฟ้นด้วยประการฉะนี้

ตอนจบของเรื่องนี้ น่าเศร้าตรงที พอออกพรรษา พระท่านก็มาลาโยมจาริกไปที่อื่น

สุนัขนอนฟังเสียงสนทนาทราบความโดยตลอด พอพระธุดงค์เดินจากไป มันก็วิ่งตามไปส่งด้วยความอาลัย

กระทั่งพระธุดงค์ต้องหันมาเตือนว่า กลับบ้านได้แล้ว ที่ต่อไปนี้อาจจะไม่ปลอดภัยสำหรับเจ้า

สุนัขยืนมองพระจนสุดสายตา จึงวิ่งกลับบ้านด้วยอาการเศร้า หลังจากนั้นเป็นต้นมา ก็ไม่ยอมกินอาหาร นอนซมอยู่กับที่ สุดท้ายก็ตรอมใจตาย

ด้วยอานิสงค์ที่ได้ปฏิบัติต่อพระธุดงค์ด้วยความรัก และความซื่อสัตย์ จึงได้ไปบังเกิดเทวดาบนสรวงสวรรค์

นี่เป็นเรื่องราวที่ท่านเล่าไว้ในคัมภีร์

ท่านเล่าไว้เพียงเพื่อสอนให้เป็นคนมีสัจจะ ตรงไปตรงมา อย่ามีเล่ห์เหลี่ยม ที่สำคัญอย่าให้ “อายหมา”

บทสรุปของเรื่องจึงจบลงด้วยวรรคทองที่เป็นข้ออุปมาเปรียบเทียบระหว่างคนกับสุนัข แปลทีไรก็รู้สะท้านใจอยู่ลึก ๆ

“ชื่อว่า  สัตว์ดิรัจฉานทั้งหลายนั้น  เป็นสัตว์มีชาติชื่อตรง  ไม่คดโกง;   ส่วนมนุษย์   ใจคิดไปอย่าง ปากพูดไปอย่าง (ไม่ตรงกัน)”

จริงเท็จประการใด ฝากท่านทั้งหลายพิจารณา

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้.....

ขอบคุณภาพจาก มติชนออนไลน์

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
chaiyassu วันที่ : 30/04/2011 เวลา : 21.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang


ยังอยู่ดีมีสุขทุกประการ
เพียงแต่ตอนนี้
มีงานหลายต้องชำระสะสาง
เลยทำให้ต้องทิ้งบล๊อกไปชั่วคราว
ขอบคุณศิษย์กวง
ที่แวะมาถามไถ่
หวังว่า ศิษย์กวง และคุณเปิ้ล
คงสบายดีเช่นกัน



ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 30/04/2011 เวลา : 11.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

พระอาจารย์สบายดีไหมครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 12/04/2011 เวลา : 08.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

เทียบกันได้ยังไง
แม้เขียน..คำสองคำนี้ก็ไม่บังควร...

ตามlink....ค่ะ
http://www.oknation.net/blog/SiamBhikhunis/2011/04/11/entry-12

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
บ้านพระธรรม วันที่ : 11/04/2011 เวลา : 09.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sarattatham
บ้านพระธรรม


กราบหลวงตาเจ้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
บ้านพระธรรม วันที่ : 11/04/2011 เวลา : 09.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sarattatham
บ้านพระธรรม


กราบหลวงตาเจ้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Ananda วันที่ : 09/04/2011 เวลา : 17.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aplang

หมาได้ชื่อว่าเป็นสัตย์ที่ซื่อสัตย์ที่สุด

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 08/04/2011 เวลา : 15.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

วันที่นั่งดู....ก็ดีใจกะเจ้าบัน ด้วยเจ้าค่ะ
ก็นึกถึงเจ้าน้องหมาที่บ้านนะคะ

หลวงตาค่ะ..
น้องหมาบ้านเรา ที่ภาคใต้
น้องเขาเฝ้าเจ้าของ ที่บาดเจ็บ
เลียแผลให้เจ้าของ...เพราะมันรู้ว่าเจ้าของมันเจ็บมาก ไม่ทิ้งเจ้าของเลยค่ะ


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Payont วันที่ : 05/04/2011 เวลา : 06.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payont

เดี๋ยวนี้คนเขาไม่ค่อยจะอายหมากันดอกขอรับ พระคุณเจ้า

จนหมามันด่าว่าไอ้ชาติคน แล้วเขายังเฉยๆกันอยู่

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ชบาตานี วันที่ : 05/04/2011 เวลา : 06.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

อึ้ง ทึ้ง น้ำตาคลอเลยค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน