*/
  • chaiyassu
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : panyawat_mcu_br@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-21
  • จำนวนเรื่อง : 247
  • จำนวนผู้ชม : 315952
  • จำนวนผู้โหวต : 318
  • ส่ง msg :
  • โหวต 318 คน
<< พฤศจิกายน 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน 2554
Posted by chaiyassu , ผู้อ่าน : 1266 , 13:23:17 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

โครงการชาดกศึกษา

เรื่องที่ ๑

๑. ชื่อชาดก            : อปัณณกชาดก

๒. สันติเกนิทาน     

๒.๑ สถานที่ปรารภชาดก: เชตวันมหาวิหาร

๒.๒ นิทาน 

          ปรารภสหายของอนาถปิณฑิกเศรษฐี ๕๐๐ คน ได้ฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว เกิดความเลื่อมใส ขอเข้ารีตในพระพุทธศาสนา แต่ครั้นพระพุทธเจ้าจาริกไปที่อื่น กาลเวลาผ่านไปก็กลับเข้ารีตเดิม ครั้นพระพุทธเจ้าเสด็จกลับมาอีกครั้ง อานาถปิณฑิกเศรษฐีจึงกราบทูลเรื่องราวให้ทราบ จึงทรงแสดงการที่บุคคลถือสรณะผิดแล้วไม่สามารถนำตนออกจากทุกข์ ประสบความพินาศในชีวิต

๓. ทูเรนิทาน

๓.๑ สถานที่ปรารภเหตุ: รัชสมัยของพระเจ้าพรหมทัต ครองราชสมบัติในเมืองพาราณสี แคว้นกาสี

๓.๒ นิทาน:

          พระโพธิสัตว์เดินทางไปด้วยคารวานเกวียนเพื่อค้าขายต่างเมือง แต่มีคารวานเกวียนกลุ่มอื่นจะไปทางเดียวกันด้วย ทรงเห็นว่าไม่ควรไปพร้อมกันทีเดียว เพราะจะทำให้ประสบความลำบาก จึงได้ปรึกษาว่าใครควรจะไปก่อนไปหลัง พ่อค้าเกวียนกลุ่มหนึ่งเห็นว่า การไปก่อนจะก่อให้เกิดประโยชน์หลายด้าน เช่น สามารถกำหนดราคาสินค้าได้ตามต้องการ วัวพาหนะก็สามารถเลือกกินหญ้าได้ตามปรารถนา เป็นต้น จึงอาสาไปก่อน ขณะที่พระโพธิสัตว์คิดว่า การไปทีหลังจะก่อให้เกิดประโยชน์หลายประการ เช่น ถ้าหนทางไม่สะดวก พื้นขรุขระ ก็จะปรับพื้นให้เสมอ หญ้าที่วัวพาหนะกลุ่มแรกกินแล้ว ก็จะงอกขึ้นใหม่ วัวที่ไปที่หลังก็จะได้กินหญ้าอ่อนมีรสเลิศ เป็นต้น จึงอาสาไปทีหลัง

          กลุ่มพ่อค้าที่เลือกไปก่อน ในระหว่างทาง หลงเชื่อถือถ้อยคำของยักษ์ จึงถูกจับกินเป็นอาหาร ขณะที่กลุ่มพ่อค้าพระโพธิสัตว์ มีวิจารณญาณ รู้จักไตร่ตรอง ไม่เชื่อถ้อยคำของยักษ์ จึงสามารถนำพาบริวารของตนพ้นภัย กลับบ้านด้วยความสวัสดี

๔. การเสวยพระชาติ

          ชาดกเรื่องนี้ พระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นพ่อค้า แต่ไม่ปรากฎนาม

๕. ปรัชญาและแนวคิดจากชาดกเรื่องนี้

          ๕.๑ ต่างคนต่างมุมมอง 

                   ชาดกเรื่องนี้สะท้อนให้โลกทัศน์ที่แตกต่างกันของพ่อค้าในการตัดสินใจเลือกเดินทางไปค้าขาย พ่อค้าผู้โลเลเลือกไปก่อน เพราะมองเห็นประโยชน์อีกมุมหนึ่ง ขณะที่พ่อค้าโพธิสัตว์เลือกไปทีหลังมองกรณีเดียวกันนี้อีกมุมหนึ่ง กรณีการเลือกไปก่อนหรือหลังนี้ คงไม่สามารถใช้เหตุผลตัดสินว่า ใครผิดใครถูก  เพราะลำพังเพียงเหตุผลยังไม่เพียงพอที่จะชี้ผิดชี้ถูกได้ ต้องอาศัยองค์ประกอบอื่นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลที่ตามมา

          ๕.๒ ผู้ถูกยักษ์จับกินเป็นอาหาร

                   พระพุทธเจ้าทรงใช้อุทาหรณ์จากชาดกเรื่องนี้สั่งสอนภิกษุให้สำรวมอินทรีย์ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เพื่อไม่ให้ตกเป็นไปในอำนาจของกิเลส เพราะผู้ที่ตกอยู่ภายใต้กิเลส ไม่ว่าจะเป็นกิเลสกาม หรือวัตถุกามก็ตาม ย่อมถูกกระแสแห่งกิเลสนั้นท่วมทับ หรือพัดเข้าสู่กองทุกข์เนือง ๆ  

                    เป็นที่น่าสังเกตว่า พระอรรถกถาจารย์ ผูกเรื่องยักษ์ขึ้นมาประกอบนิทาน โดยให้ยักษ์ทำหน้าที่ “กลืนกิน” บุคคลผู้ไม่สำรวมระมัดระวัง ซึ่งในกรณีนี้ก็คือกลุ่มของพ่อค้าที่เลือกเดินทางไปก่อน ยักษ์ได้ทำหน้าที่หลอกล่อให้กลุ่มพ่อค้าหลงเชื่อด้วยการแสดงให้เห็นว่าทางข้างหน้ามีน้ำ ซึ่งคล้าย ๆ กิเลสที่อยู่ในใจของเรา เมื่อได้จังหวะและโอกาส ก็ย่อมหลอกล่อให้ผู้นั้นเพลิดเพลิน ยินดี หลงไหล และยึดติด สุดท้ายก็ต้องตกอยู่ในอำนาจของกิเลสเหล่านั้น ไม่สามารถถอนตนออกจากทุกข์ได้

                   ยักษ์ในที่นี้เปรียบเหมือนคือกิเลสตัณหาที่คอยกลืนกิน และนำสัตว์ไปสู่การเวียนว่ายตายเกิดในภพน้อยภพใหญ่ เพราะผู้ถูกกิเลสตัณหาครอบงำแล้ว ย่อมถูกกระแสแห่งตัณหานั้นพัดพาไปตามใจชอบ แต่ผู้ระมัดระวังดีแล้ว ยักษ์ย่อมไม่สามารถทำอันตรายใด ๆ เหมือนกรณีพ่อค้าโพธิสัตว์ซึ่งเดินทางไปทีหลัง เมื่อยักษ์ไม่สามารถหลอกล่อได้ ก็หลีกไปตามทางของตน

          ๕.๓ ทุติยํ อาหุ ตกฺกิกา: ความรู้เชิงตรรกะยังไม่ควรวางใจ

                   ชาดกเรื่องนี้มองความรู้เชิงตรรกะเป็นเสมือนทางสองแพร่ง เหตุเพราะยังมีผิด-มีถูกอยู่ ความรู้ชนิดนี้ จึงเป็นความรู้ที่ยังไม่สามารถนำสัตว์ออกจากทุกข์ทั้งปวงได้ ทั้งยังไม่ควรวางใจ

                   อนึ่ง คำว่า “ตกฺกิกา” สำนวนแปลฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย แปลว่า “นักคาดคะเนทั้งหลาย”[1] ขณะที่สำนวนแปลฉบับมหามกุฎราชวิทยาลัยว่า “นักเดาทั้งหลาย”[2] ข้อนี้สะท้อนให้เห็นความจริงว่า ตรรกะเป็นเรื่องที่คาดคะเนตามหลักเหตุผล ทัศนะของพระพุทธศาสนาถือว่า ความรู้ที่ได้มาจากคาดคะเน แม้จะยึดหลักเหตุผล แต่ก็เป็นความรู้ที่ยังไม่สามารถวางใจได้ ในเกสปุตติสูตร จึงมีข้อความระบุถึงว่า อย่าปลงใจเชื่อเพราะตรรกะ อย่าปลงใจเชื่อเพราะอนุมาน[3] หมายถึงการคาดเดาตามหลักเหตุผล

 



            [1] ขุ.ชา. (ไทย) ๒๗/๑/๑.

            [2] ขุ.ชา.อ. ๓/๑/๑๖๖.

            [3] อํ.ทุก. (ไทย) ๒๐/๖๖/๒๕๗.


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน