*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2938
  • จำนวนผู้ชม : 5454925
  • จำนวนผู้โหวต : 5004
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5004 คน
coffee

coffee

View All
<< พฤษภาคม 2007 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันจันทร์ ที่ 7 พฤษภาคม 2550
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 5139 , 07:19:35 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ดิฉันเก็บชิ้นข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์ (6 พฤษภาคม 2550 21:24 น. )

เกี่ยวกับเรื่องการตอบโต้ อเมริกาที่จัดไทยขึ้นแบล็กลิสต์ปัญหาสิทธิบัตร มาเป็นประเด็นของโพสต์นี้ค่ะ

นายแพทย์ วิชัย โชควัฒน 

นายประสาร มฤคพิทักษ์ 

นายอรัญ วงศ์อนันต์ 

“หมอวิชัย”โต้สหรัฐฯ ประกาศเลิกโง่ซื้อยาแพง

วอร์รูมรัฐบาล จับมือประธานองค์การเภสัช แถลงเดือดโต้มะกันจัดไทยขึ้นแบล็กลิสต์ปัญหาสิทธิบัตร “หมอวิชัย”เผย 8 พ.ค. เตรียมขอแรง “คลินตัน”กู้ศรัทธาคืน ยันไทยใช้ CL ผลิตยารักษาเอดส์ ตามหลักกฎหมายสากลหลังทนโง่ซื้อยาแพงมา 8 ปี “ประสาร”เชื่อ “ทักษิณ”กับลอบบี้ยิสต์รับจ้างมีเอี่ยวใส่ร้ายไทย

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 6 พ.ค. ที่ศูนย์แถลงข่าวทำเนียบรัฐบาล นายประสาร มฤคพิทักษ์ โฆษกคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ในภาวะวิกฤติและการประชาสัมพันธ์เชิงรุก(วอร์รูมรัฐบาล) นายอรัญ วงศ์อนันต์ ผอ.ศูนย์ประชาสัมพันธ์ภายในประเทศ (ศปชท.) และนายแพทย์ วิชัย โชควัฒน ประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม ร่วมกันแถลงข่าวต่อกรณีที่สำนักผู้แทน การค้าสหรัฐ(ยูเอสทีอาร์)ขึ้นบัญชีประเทศไทยให้เป็นประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ(PWL) ในเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาจากการที่ไทยประกาศใช้สิทธิบัตรหรือสิทธิบัตรหรือซีแอลกับยาเอฟฟาไวเรนซ์ยาคาเลตตราหรือยาต้านไวรัสเอชไอวี

นพ.วิชัย ในฐานะผู้แทนอย่างเป็นทางการของรัฐบาลไทย กล่าวถึงกำหนดการเดินทางลงนามร่วมกับ “มูลนิธิคลินตัน” ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อร่วมการจัดซื้อยารวมตั้งแต่วันที่ 7-10 พ.ค.นี้ ว่า จะมีการลงนามการซื้อยารวมและแถลงข่าวร่วมกับอดีตประธานาธิบดีคลินตันในวันที่ 8 พ.ค. เพื่อแสดงให้ต่างชาติเห็นว่าไทยมีความพยายามใช้ช่องทางอื่นนอกเหนือจากการประกาศบังคับใช้สิทธิในการลดภาระค่ายา อีกทั้งการประกาศบังคับใช้สิทธิเป็นเรื่องจำเป็นที่รัฐบาลดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาภาระค่าใช้จ่ายยาในการรักษาโรคเอชไอวีซึ่งมีราคาแพงมาก

ซึ่งภายหลังปี 2542 เป็นต้นมา ที่ไทยได้ถูกตัดสิทธิที่ควรได้ในเรื่องการจัดตั้งคณะกรรมการสิทธิบัตรยาเพื่อคุ้มครองดูแลราคายาและสิทธิการได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากประเทศผู้ผลิตยา ซึ่งการประกาศบังคับใช้สิทธิ์ทำให้สามารถลดราคาค่าใช้จ่ายยาจาก 1,400 บาทต่อหัว เหลือเพียง 670 บาทต่อหัว ขณะที่การประกาศบังคับใช้สิทธิดังกล่าวก็เป็นการกระทำอย่างถูกต้องตามข้อกำหนดที่มีระบุไว้ในสัญญาที่ทำร่วมกับองค์การการค้าโลกด้วย

“เพราะฉะนั้นที่มีการกล่าวหาว่าประเทศไทยละเมิดสิทธิบัตรยาจึงเป็นการกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง เราถูกบีบบังคับให้ต้องแก้ไขกฎหมายสิทธิบัตร ก่อนที่องค์การการค้าโลกจะกำหนด 8 ปี ทำให้เราต้องซื้อยาแพงถึง 8 ปี และที่สำคัญคือการพัฒนาอุตสาหกรรมยาในประเทศก็ถูกกัดเซาะ ถูกทำลาย เนื่องจากว่าเราต้องรอให้ยาหมดอายุสิทธิบัตรก่อนจึงจะสามารถพัฒนายาสามัญขึ้นในประเทศได้ และกลไกในการควบคุมราคายาก็ถูกตัดออกไปในปี 2542 เราจึงใช้ช่องทางกฎหมายที่มีอยู่ซึ่งเป็นกฎหมายที่ถูกต้องตามหลักสากล เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำไม่ใช่การละเมิด เป็นการใช้สิทธิ์โดยชอบธรรมตามกฎหมายซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของสากลทุกประการ เพราะฉะนั้นที่ประกาศว่าเราละเมิดจึงไม่เป็นความจริง” นพ.วิชัย กล่าวและว่าเตรียมจะชี้แจงข้อเท็จจริงเหล่านี้ต่อทางการสหรัฐฯ ในวันที่ 21-22 พ.ค.นี้ ที่กรุงวอชิงตันดีซี

พร้อมกันนี้ นพ.วิชัย นำหนังสือ “กระชากหน้ากากธุรกิจยาข้ามชาติ” เขียนโดย Marcia Angell M.D. อดีตบรรณาธิการวารสาร New England Journal of Medicine มาประกอบการชี้แจงว่า เนื้อหาในหนังสือดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงธุรกิจยาในสหรัฐฯ ที่ถูกผูกขาดในเรื่องสิทธิบัตรโดยสิ้นเชิง ดังนั้นการประกาศมาตรการบังคับใช้สิทธิของไทยจึงกระทบประโยชน์บริษัทยา ซึ่งสิ่งที่เขากลัวคือกลัวประเทศอื่นจะเอาอย่างประเทศไทยจึงมีการตอบโต้ขึ้นมา ขณะเดียวกันได้ระบุถึงเอกสาร “ข้อมูลความจริง 10 ประเด็นร้อน การใช้สิทธิโดยรัฐต่อยาที่มีสิทธิบัตร 3 รายการในประเทศไทย” จัดทำโดยกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เมื่อเดือนก.พ. 50 ว่า ได้จัดทำขึ้นเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว โดยภายในเอกสารเล่มนี้ได้รับคำรับรองจากบุคคลสำคัญ อาทิ สมาชิกสภาคองเกรส จำนวน 22 คน ลงลายมือชื่อเพื่อชี้แจงต่อหัวหน้าพนักงาน USTR ในสหรัฐฯ ถึงกรณีที่มีการกล่าวหาประเทศไทยว่าสิ่งที่ประเทศไทยทำมีเหตุมีผลสมควร เป็นไปตามหลักมนุษยธรรมและเป็นไปตามกฎหมายทุกประการพร้อมขอให้กลุ่มองค์กรผู้กระทำการหยุดการกดดันรัฐบาลไทยด้วย

ประธานฯองค์การเภสัช กล่าวอีกว่า กรณี เว็บไซต์ของยูเอสเอ ฟอร์ อินโนเวชั่น เผยแพร่บทความกล่าวหาว่ารัฐบาลไทยประหยัดงบประมาณในส่วนกระทรวงสาธารณสุขเพื่อมาเพิ่มเติมงบประมาณทางทหาร ว่า เป็นการกล่าวหาแบบจับแพะชนแกะ เนื่องจากในข้อเท็จจริงงบต่อหัวที่สปสช.ใช้จ่ายสำหรับประชากร 48 ล้านคนทั่วประเทศที่ไม่มีหลักประกันสุขภาพได้ปรับเพิ่มขึ้นในอัตราก้าวกระโดดถึง 240 บาท/คน/ปี จากงบปี 2549 อยู่ที่ 1,659 บาท มาเป็น 1,899 บาทในปี 2550

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความมั่นใจหรือไม่ว่าการไปชี้แจงต่อสหรัฐฯจะทำให้อันดับความน่าเชื่อถือของไทยปรับดีขึ้นได้ นพ.วิชัย กล่าวว่า ภารกิจหลักในการแก้ปัญหาดังกล่าวเป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการต่างประเทศ เนื่องจากข้อกล่าวหาที่ไทยได้รับเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิบัตรและเรื่องกฎหมายการค้า ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขจะชี้แจงข้อเท็จจริงในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นหลักฐานเชื่อมโยงในส่วนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

ด้านนายอรัญ ในที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กล่าวว่า คงเป็นที่ชัดเจนในข้อเท็จจริงและความจำเป็นของประเทศไทยในการประกาศใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรยา หรือ CL ตามที่นพ.วิชัย ชี้แจง จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายประเทศทั่วโลกแสดงความเห็นใจและเข้าใจสถาณการประเทศไทย และอีกไม่กี่วันเราคงทราบผลคืบหน้าจากการเยือนสหรัฐอเมริกาของทีมของ นพ.วิชัย

“ยังมีเรื่องที่น่าเป็นห่วงเรื่องหนึ่งคือเรื่องที่บางคนที่ดำเนินการเรื่องนี้มาโดยตลอดและเป็นที่ปรึกษาบริษัทประชาสัมพันธ์ที่มีคนไทยคนหนึ่งไปจ้างให้ทำประชาสัมพันธ์ให้ เรื่องนี้อยากให้สังคมไทยช่วยกันจับตามอง กรณีล่าสุดบริษัทประชาสัมพันธ์บริษัทได้ออกคำชี้แจงให้สื่อมวลชนในประเทศไทยบางฉบับตีพิมพ์โดยอ้างว่าการทำ CL เป็นความพยายามที่จะดึงงบประมาณในส่วนสาธารณสุข มาเป็นงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ซึ่งตนขอตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทที่ทำประชาสัมพันธ์ในอเมริกาสามารถเข้าใจกระบวนการคิดในการจัดทำงบประมาณของประเทศไทยได้อย่างไร” นายอรัญ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าการบอกเล่าดังกล่าวหมายความว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีมีความเกี่ยวข้องกับกรณีที่สหรัฐอเมริกายกประเทศไทยให้เป็นประเทศที่ถูกจับตามองพิเศษใช่หรือไม่ นายประสาร กล่าวชี้แจงว่า ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ยูเอสเอ ฟอร์ อินโนเวชั่น บริษัทอีเดิลแมน พับลิค รีเลชั่น เป็นผู้อำนวยการบริหาร ขณะเดียวกันบริษัทอีเดิลแมนฯ ก็มีนายเคน เป็นที่ปรึกษาอาวุโสด้วย ซึ่งบริษัทนี้รับจ้างทั้งพ.ต.ท.ทักษิณ และบริษัทแอบบอต ลาบาราทอรี่ ซึ่งเป็นบริษัทยาในประเทศอเมริกาที่สูญเสียผลประโยชน์จากการประกาศใช้สิทธิ์โดยรัฐต่อยาที่มีสิทธิบัตร CL

นายประสาร กล่าวอีกว่า กรณี นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ แถลงข่าวรับว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ว่าจ้างบริษัทดังกล่าวทำประชาสัมพันธ์ชี้แจงข้อมูลที่เขาใช้คำว่าถูกบิดเบือนใส่ร้าย ไม่ต้องการกล่าวหาโจมตีรัฐบาลหรือคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาตินั้น นายประสาร กล่าวว่า หากอ่านเอกสารหรือเปิดเว็บไซต์เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมาของยูเอสเอ ฟอร์ อินโนเวชั่น จะพบว่ามีบทความถล่มทางการไทยอย่างรุนแรงว่ามีสถานะเหมือนพม่าเป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เป็นรัฐบาลจากการยึดอำนาจ ไม่เคารพรัฐบาลที่ใช้งบประมาณมากมาย แต่กลับไม่ใช้งบประมาณเกี่ยวกับเรื่องยา นอกจากนี้ยังมีข้อความชื่นชมยูเอสทีอาร์ที่ประกาศเลื่อนอันดับการจับตาขึ้นมาเป็นการจับตาเป็นพิเศษ ซึ่งตรงนี้แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีความโยงใยค่อนข้างแจ่มชัด อีกทั้งยังมีประเด็นที่ตั้งข้อสังเกตว่าข้อความดังกล่าวไปปรากฏอยู่ในลักษณะเดียวกันบนหนังสือพิมพ์ต่างชาติฉบับอื่นด้วย 

ประเด็นก็คือในหนังสือเล่าอะไรไว้บ้าง?

เปิดหน้ากากบริษัทยาข้ามชาติ

ความเห็นเกี่ยวกับหนังสือ 

หนังสือ “กระชากหน้ากากธุรกิจยาข้ามชาติ” หนังสือเล่มนี้มี น.พ.วิชัย โชควิวัฒน เป็นบรรณาธิการ ต่อมามีข่าวเรื่ององค์การอนามัยโลก หรือ WHO สั่งย้าย นายวิลเลียม อัลดิส ผู้แทน WHO ในไทยไปอยู่อินเดีย ทั้งๆที่เพิ่งมาอยู่ได้แค่ 16 เดือนซึ่งปกติจะอยู่กันเทอมละ 4 ปี

เหตุผลที่ถูกย้ายข่าวบอกว่า เพราะสหรัฐฯไม่พอใจที่นายอัลดิส เขียนบทความลงใน น.ส.พ.บางกอกโพสต์

เมื่อเดือนมกราคมเตือนรัฐบาลไทยคิดให้รอบคอบเรื่องทำเอฟทีเอ-เขตการค้าเสรีกับสหรัฐฯ จะทำให้คนไทยต้องใช้ยาแพง กระทบต่อผู้ป่วยไทยหลายล้านคน

แค่อ่านบทนำของผู้เขียน พ.ญ.มาร์เซีย แอนเจลล์อดีตบรรณาธิการ วารสารการแพทย์ นิวอิงแลนด์ที่นิตยสารไทม์ เคยยกย่องให้เป็นผู้ทรงอิทธิพลของสหรัฐฯในเรื่องสุขภาพ ปัจจุบันเป็นอาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์สังคม คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ก็ต้องบอกว่า ตกตะลึงงันนึกไม่ถึงว่าวงการยาในสหรัฐฯจะเล่นกันโหดและสกปรกอย่างนี้

เมื่อแพทย์หญิงมาร์เซีย แอนเจลล์นำความจริงมาเปิดเผยว่า เมื่อปี 2544 บริษัทยาได้ประเมินค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนายาใหม่ออกสู่ตลาดต่อหนึ่งตัวยาสูงถึง 802 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 31,000 ล้านบาท เป็นการให้ข้อมูลที่เว่อมาก

จากการวิเคราะห์อย่างละเอียดของ องค์กรคุ้มครองผู้บริโภคในสหรัฐฯ ได้รวบรวมข้อมูลจำนวนยาใหม่ที่ออกสู่ตลาดในช่วงปี พ.ศ.2537-2543 เพื่อลดความแตกต่างในแต่ละปีแล้วเอาข้อมูลค่าใช้จ่ายการวิจัยของแต่ละปีเหล่านั้นมาใช้

ผลการศึกษาพบว่า ต้นทุนการวิจัยหลังหักลดหย่อนภาษีแล้วน้อยกว่า 100 ล้านเหรียญ หรือราว 3,900 ล้านบาท

แพทย์หญิงมาร์เซีย แอนเจลล์ แฉด้วยว่า ตัวเลข 802 ล้านเหรียญนี้ เป็นตัวเลขจากนักเศรษฐศาสตร์ชื่อ โจเซฟ

ดิมาสิ แห่งศูนย์การศึกษาการพัฒนายาทัฟท์ส เผยแพร่ในสื่อในเมืองฟิลาเดลเฟีย เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 โดยแพทย์หญิงมาร์เซีย ระบุว่า ศูนย์ศึกษาแห่งนี้ได้รับทุนสนับสนุนส่วนใหญ่จากอุตสาหกรรมยา(จึงต้องทำข้อมูลเข้าข้างบริษัทยา)สิ่งที่น่าตกใจก็คือ การตีพิมพ์งานวิจัยเรื่องยาตามวารสารวิชาการเรื่องยา และการแพทย์ต่างๆนั้น

มีผลงานวิจัยจำนวนมากที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรงจากการกำหนดอย่างตั้งใจของบริษัทยาเพื่อให้แพทย์เชื่อว่ายาใหม่ที่นำออกจำหน่ายมีประสิทธิผลสูงกว่าและปลอดภัยกว่าความเป็นจริง

Marcia Angell M.D.

ในหนังสือ The Truth About the Drug Companiesหรือพากย์ไทยว่า “กระชากหน้ากากธุรกิจยาข้ามชาติ” ว่าทุกวันนี้คนอเมริกันต้องจ่ายค่ายาที่ หมอสั่งสูงถึงปีละ 200,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 8 ล้านล้านบาทและต้องจ่ายเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 12 เปอร์เซ็นต์

นี่เป็นตัวเลขค่ายาเฉพาะที่จ่ายในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

ยังไม่รวมค่ายาที่ขายในตลาดต่างประเทศทั่วโลกอีกมากมายมหาศาลไม่รู้อีกกี่ล้านล้านบาท

อุตสาหกรรมยาสหรัฐฯจึงใช้ความมั่งคั่งและอำนาจดึงดูดทุกสถาบันที่อยู่บนเส้นทางของตนเข้ามาเป็นพวก ได้แก่ สภาคองเกรส สำนักงานอาหารและยา ศูนย์การแพทย์ในมหาวิทยาลัยและผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์ให้มาเป็นเครื่องมือของตนแพทย์หญิงมาร์เซีย แอน-เจลล์ แฉในหนังสือเล่มนี้ดังนั้น ไม่น่าแปลกใจที่การเจรจา เปิดเขตการค้าเสรีหรือ เอฟทีเอ ระหว่าง สหรัฐฯกับไทย เรื่อง “ยา” และ“สถาบันการเงิน”จึงเป็นสองหัวข้อหลักที่ชี้เป็นชี้ตายผลการเจรจานอกเหนือจากเรื่อง ซอฟต์แวร์

ยา-สถาบันการเงิน-นํ้ามัน เป็น 3ธุรกิจหลักที่ทำกำไรสูงสุดในสหรัฐฯหลังจากที่ชาวอเมริกันรู้ทันเล่ห์บริษัทยายักษ์ใหญ่ที่มีการบวกต้นทุนการวิจัยและพัฒนายาใหม่ๆแพงเกินจริงถึง 8 เท่าทำให้คนอเมริกันเริ่มต่อต้านการตั้งราคายาอย่างละโมบของอุตสาหกรรมยา

ดังนั้น ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาบริษัทยาจึงพยายามที่จะกล่อมลูกค้าด้วยข้อมูลข่าวสารต่างๆผ่านการประชาสัมพันธ์

และถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์ซํ้าแล้วซํ้าเล่าในเรื่อง“การวิจัย” และ “นวัตกรรมยา”เพื่อพัฒนาตัวยาใหม่ๆออกมารักษาโรค

แต่แพทย์หญิงมาร์เซีย แอนเจลล์ก็ได้แฉให้เห็นถึงความหลอกลวงของบริษัทยาว่ามีการวิจัยและพัฒนายาใหม่ออกมาน้อยมาก “ยาใหม่” ที่บริษัทยาผลิตออกมาขาย ส่วนใหญ่ “ไม่ใช่ยาใหม่”ที่แท้จริง แต่เป็นการ “ดัดแปลงยาเก่า”

ที่มีอยู่แล้วในท้องตลาด ยาพวกนี้เรียกว่า “ยาต่อท้าย” หรือ me-too drugโดยการฉกฉวยส่วนแบ่งตลาดของยาตัวที่ทำกำไรดีอยู่แล้วแล้วผลิตบางสิ่งบางอย่างที่คล้ายคลึงกับยาที่ขายดีที่สุดออกมาขายต่อ

ลิปิเตอร์

เครสเตอร์

แพทย์หญิงแอนเจลล์ได้ยกตัวอย่าง “ยาสแตติน” ซึ่งใช้ “ลดคอเลสเทอรอล” ปัจจุบันมีขายอยู่ในตลาดถึง 6 ชนิด คือMevacor, Lipitor, Zocor, Pravachol, Lescolและตัวใหม่ล่าสุดคือ Crestor ยาใหม่ทุกตัวล้วนปรับเปลี่ยนมาจากตัวแรกที่ขายดิบขายดี เห็นความเจ้าเล่ห์ของบริษัทยาหรือยัง ยาอย่างเดียวกันแต่ทยอยผลิตใหม่ออกมาเรื่อยๆ ใส่โน่นนิดใส่นี่หน่อย แล้วบอกว่าเป็นยาใหม่ดีกว่าเดิม ขายแพงกว่าตัวเดิม ดร.ชารอน เลไวน์ ผู้ช่วยประธานบริหาร กลุ่มการแพทย์ไกเซอร์เปอร์มาเนนเต ช่วยแฉกลวิธีสร้างยาใหม่ของบริษัทยาในหนังสือเล่มนี้ด้วยว่า

“ถ้าผมเป็นผู้ผลิต ผมสามารถเปลี่ยนโมเลกุลหนึ่งแล้วได้รับสิทธิบัตรยาต่อไปอีก 20 ปี และสามารถจูงใจให้แพทย์เขียนใบสั่งและให้ผู้บริโภคเรียกร้องต้องการรูปแบบถัดไปของยา...เพราะสิทธิบัตรยาเดิมของผมกำลังจะหมดอายุ

แล้วทำไมผมจะต้องจ่ายเงินให้ กับการหายาที่ใหม่จริงๆซึ่งมีความแน่นอนน้อยกว่า มากกว่าจะค้นพบ”

ดังนั้น “ยาใหม่” ที่เป็น “นวัตกรรม”ที่บริษัทยาอ้างว่าต้องใช้ ต้นทุนแพงมากในการวิจัยและพัฒนา จึงมีออกสู่ตลาดน้อยมาก และยาใหม่ ที่ออกสู่ตลาดส่วนใหญ่ก็เป็นยาที่เกิดจากการวิจัยของสถาบันวิจัยในมหา-วิทยาลัยและการวิจัยที่ใช้เงินจากภาษีของประชาชน ไม่ใช่เงินลงทุนโดยตรงของบริษัทยา ผมไปดูมาแล้วก็เพิ่งถึงบางอ้อ ยอมรับว่าหลายอย่างในหนังสือเล่มนี้เป็นความจริง ผมก็ได้แต่หวังว่า รัฐบาลไทยจะไม่ทำเอฟทีเอกับสหรัฐฯให้คนไทยต้องเป็นเหยื่อของบริษัทยาสหรัฐฯเหมือนคนอเมริกันขนาดอเมริกันด้วยกันเอง บริษัทยาเขายังไม่ละเว้น แล้วคนไทยจะไปเหลืออะไร

ที่มา : คอลัมน์ หมายเหตุประเทศไทย นสพ.ไทยรัฐ ฉบับประจำวันที่ 22-23 มิถุนายน 2549

ดิฉันใคร่ขอนำข้อมูลหนังสือมาให้พิจารณากันค่ะ

ชื่อหนังสื่อ : กระชากหน้ากากธุรกิจยาข้ามชาติ

แปลจาก : The Truth About the Drug Companied ของ Marcia Angell M.D. 

บรรณาธิการ : น.พ. วิชัย โชควิวัฒน

ผู้แปล : น.พ.วิชัย โชควิวัฒน,รศ.ดร.จิราพร ลิ้มปานานนท์,ภก.สรชัย จำเนียรดำรงการ,ผศ.สุนทรี วิทยานารถไพศาล,รศ.ดร.ภิญญุภา เปลี่ยนบางช้าง,ดร.ปิยะรัตน์ นิ่มพิทักษ์

ผู้พิมพ์ : แผนงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข(สวรส.)

จำนวน : 336 หน้า

เนื้อหาสรุปบางตอนจากหนังสือ

อุตสาหกรรมยาอ้างว่าเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง แต่ทุกๆปีบริษัทยามีผลกำไรสูงกว่าอุตสาหกรรมแขนงอื่น ๆ เมื่อเปรียบเทียบกันระยะยาว

อุตสาหกรรมยาอ้างว่ามุ่งงานด้านนวัตกรรมแต่มียาเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เป็นยาใหม่จริง ส่วนใหญ่เป็นเพียงยาดัดแปลงจากยาเก่า

ตรงข้ามกับที่เชื่อกันอย่างกว้างขวาง บริษัทยาใหญ่ ๆ ใช้จ่ายเพื่อการวิจัยและพัฒนาน้อยกว่าเพื่อการตลาดมาก

อุตสาหกรรมยามีอิทธิพลครอบงำแน่นหนาในรัฐสภาสหรัฐและทำเนียบขาว โดยมีนักล็อบบี้มากที่สุดในกรุงวอชิงตัน มากกว่าผู้แทนจากการเลือกตั้งทั้งหมดในรัฐสภา และเป็นผู้บริจาคก้อนโตให้แก่การรณรงค์ทางการเมือง

บริษัทยามุ่งกระพือโรคต่าง ๆ ให้เหมาะกับยาที่ตนเองจำหน่าย ชาวอเมริกันที่ปกตินับล้านพากันเชื่อว่าตนเองมีโรคอย่าง "โรควิตกกังวล" "โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ" "ความผิดปกติก่อนมีประจำเดือน" และ "โรคกรดในกระเพาะไหลย้อนขึ้น"

บริษัทยามีอิทธิพลมากมายเหนือสิ่งที่แพทย์ถูกสอนเกี่ยวกับเรื่องยาและการสั่งยา

บริษัทยามีบทบาทควบคุมอย่างสำคัญเกี่ยวกับการวิจัยเพื่อทดสอบยาของตนเองในมนุษย์ มีเหตุผลที่ดีที่เชื่อได้ว่าการวิจัยจำนวนมากที่ได้รับเงินสนับสนุนจากบริษัทยามีผลการวิจัยที่อคติ

Butterfly - 07 - เ...

เงิน เงิน เงน/บีตเตอร์ฟลาย

ทำไมนะ ทุกคนต้องทำทุกอย่างเพื่อ เงิน เงิน เงิน?

ขอบคุณ

FTA Watch และอินเตอร์เน็ต

http://www.ftawatch.org/autopage

1/

show_page.php?t=17&s_id=20&d_id=20

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
สิงห์หลบใน วันที่ : 08/05/2007 เวลา : 17.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yuth

ทรราชต้องฆ่าให้ตายถึงจะสิ้นฤทธิ์

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
คนกันเอง วันที่ : 08/05/2007 เวลา : 00.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tt
...  Memory Blog  ... 

ทำได้...น่าเกลียดมาก ไม่นึกเลยว่าจะกล้า

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
Tokyoboy วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 23.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tokyo
All Japan

ประเด็น ยาแพง นี่ มองให้ครบทั้งระบบครับ

การวิจัยยามีต้นทุนสูงจริง โรคที่ระบาดในกลุ่มโลกที่สาม ไม่มีบริษัท มาทุ่มวิจัยหรอกครับ

แต่ ต้นทุน ยาส่วนหนึ่ง(ส่วนใหญ่ด้วย) ไม่ใช่งบวิจัยที่เอามาบังหน้าหรอก
แต่เป็น เงินใต้โต๊ะ ที่จ่าย ตั้งแต่ ระดับ การเมืองของประเทศมหาอำนาจ

ไล่ไปจนถึง คนมีอำนาจในการสั่งจ่ายยาในประเทศด้อยพัฒนานั่นล่ะ

ยาเป็น สินค้าพิเศษครับ

คนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ
(คนไข้ไม่ได้เลือกเองว่าจะกินยาตัวไหน โดยเฉพาะยาแพงๆที่ต้องจ่ายแค่ตามรพ)

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
หยดน้ำ วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 23.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/diheart

นี่แหละ... ทุนนิยม !!


ความคิดเห็นที่ 40 (0)
TASAA วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 23.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TASAA

ผมขอร่วมประณาม พวกพ่อค้ายาข้ามชาติด้วยคน พ่อแม่ของพวกนี้ไม่เป็นเอดส์ก็แล้วไป หากได้เป็นเขาถึงจะรู้ว่ามันขมขื่นขนาดไหน แม่แต่พี่น้องคลานตามกันมาแท้ๆ เขายังรังเกียจเลย แล้วพ่อค้าพวกนี้เขายังจะเอาเปรียบพี่น้องชาวเอดส์ได้ลงคอเชียวหรือ หากท่านยังมีมนุษยธรรมอยู่ก็อย่ามารังแกประเทศไทยอีก เราจะขอบคุณท่านมากๆ แต่หากท่านยังรังแกประเทศของเราอีกเราก็จะขอสาปแช่งท่าน ให้พินาศทั้งหมดล่มจมไปเลย

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
PeePer วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 21.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeper
เริ่มต้นจากหลากหลายสุดท้ายเหลือเพียงหนึ่ง


มนุษยืควรได้รับสิทธิเท่าเทียมกันในการรักษาตัวเองจากโรคภัยไข้เจ็บ ไม่ว่าจะยากดีมีจน อันเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะจัดการ ดังนั้นผมจึงสนับสนุนการในครั้งนี้..จริงจังนะเนี่ย!

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
ปุ๊บปั๊ป วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 20.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/champions

สงสารประเทศไทยของเรา.......ต้องสู้ต่อไปเพื่อชาติ
ช่วยกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
แม่น้องฯ วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 20.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MAENONGDD
นักการเมืองยื่นปลา พระราชายื่นเบ็ด นักการเมืองแจกแท็บเล็ต กษัตริย์แนะเคล็ดวิชา นักการเมืองห่วงอำนาจ มหาราชห่วงประชานักการเมืองสร้างสัญญา องค์เจ้าฟ้าสร้างสรรธรรม นักการเมืองหาเรื่องกิน องค์ภูมินทร์หาเรื่องทำ นักการเมืองยุให้รำฯ ในหลวงย้ำให้ทำดี นักการเมืองมักแบ่งขั้ว องค์เหนือหัวไม่แบ่งสี นักการเมืองทำสี่ปี องค์ภูมีทำทุกวัน นักการเมืองชอบแบ่งเสียง พ่อพอเพียงชอบแบ่งปัน นักการเมืองคิดสั้นสั้น องค์ราชันย์นั้นคิดยาว(ขอบคุณผู้แต่งกลอนนี้)

มาสนับสนุนอีกหนึ่งเสียงค่ะ ไทยเราต้องพูดให้ดัง และต้อง ชัดเจน ด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
Rick วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 20.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/HomeLess

ขอลุยด้วยคนนะ

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
นายจักษ วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 19.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mong
 อ่านแล้วคิดสักนิดก็ยังดี

สงสารคนจนซื้อยาแพง ...
สงสารประเทศชาติที่ต้องเสียเงินทุนสำรองในการซื้อยาแพง ...
กว่าเราจะได้ยามา 1 กล่อง ไม่รู้ต้องเอาข้าวกี่กระสอบไปแลกมา ...

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
แป้งร่ำ วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 18.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pangwanlaya

สู้ๆ ร่วมด้วยคน

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
iNY วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 17.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/iNY
อย่ามากเกินไป แต่ก็อย่าน้อยเกินไป :-)...

สนับสนุนเต็มที่

สมัยเป็นเด็ก มีฐานทัพอยู่ที่โคราช
สมัยนั้นมีคำว่า อั๊กลี่ อเมริกา
ผมยังชอบคำนี้จนปัจจุบัน
นั่นแสดงให้เห็นว่า เป็นแบบนี้มานานแล้ว

ซาตานในคราบนักบุญ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
preechasan วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 17.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/preechasan
"นัตถิ  ปัญญา สมาอาภา "  แสงสว่างใดจะเสมอเหมือน "แสงสว่างแห่งปัญญา "ไม่มี

สนับสนุน เต็มที่กับการประกาศ "เลิกโง่ซื้อ ยาแพง" ครับ และเราซื้อยาแพงกันมานานแล้ว

ประเด็น เรื่อง การจดสิทธิบัตรยาใหม่ นั้น บางทีก้เอายาเก่าที่ใกล้หมด มาบอกว่า เปลี่ยนเวลาการกิน ขนาดการใช้ และใส่อะไรเพิ่มไปนิดหน่อย ก้สามารถจดสิทธิบัตรยาใหม่ได้ ไอ้ที่บอกว่ามาจากRESEARCH อะไรนั่น ก้เพื่อ ให้ หมอ มั่นใจในประสิทธิภาพของยา ให้แตกต่างจากคุ่แข่ง ผมว่าวงการยามีTACTICเยอะ เราจึงต้องใช้ยาที่แพง เพราะ บริษัทยาแต่ละบริษัท เอาแต่LOBBYยา ให้เข้าบัญชียา

สุดท้าย ชอบชื่อหนังสือครับ
"กระชากหน้ากากธุรกิจ ยา ข้ามชาติ"

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
aumpradya วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 16.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aumpradya

แวะมาทักทายจ้า

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
nulapak วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 15.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nulapak

อีกอย่างครับ ขอร้องให้ดูแลร้านขายยาที่มีพนักงานที่ขายยาเอง เค้ารู้มากแค่ไหน เจ้าของใบประกาศไปไหนทำไมให้คนอื่นมาขายแทน ใครจะรับผิดซอบครับ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
nulapak วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 15.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nulapak

ขอเป็นกำลังใจให้ครับ เราไม่ยอมเป็นเมืองขึ้นของมันเด็ดขาด ไม่ว่าคนที่เดินเกมการเมืองหน้าไหน โดยเฉพาะพวกหน้าเหลี่ยมเราก็จะไม่ยอมครับ ผมว่าเรื่องนี้เราทำถูกแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
แมนบางไทร วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 15.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/558855

เพื่อนๆๆ ครับ ร้านวิฑูลเพสัช แถวๆๆสพานควาย ขายยาถูกมากนะครับ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
Chaiyon วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 15.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Akemongkol

สมควรแล้วครับ ต่อสู้ให้ถึงที่สุดจะทำตัวเป็นนักเลงใหญ่ ทำเหมือนเป็นปลาใหญ่ จะมาเที่ยวกินปลาเล็กๆ เอาเปรียบประเทศเล็กประเทศน้อยไม่ได้หลอกครับ สู้ๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
ท่าน้ำนนท์ วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 14.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sup

..เห็นด้วยครับ ปลดแอกจากค่าโง่กันเสียที..

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
Hudjung วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 13.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hudjung

สมัยก่อนเราอยู่กันแบบไม่มีสิทธิบัตร มีความร่วมมือช่วยเหลือกัน คนที่จัดตั้งสิทธิบัตร ขโมยของเราไปมากมาย เราไม่ว่า คนไทยเรามีความสามารถและมีน้ำใจ การผลิตยาเราก็ไม่เป็นรองใคร สมุนไพรไทยมีเยอะมากมาย สำคัญแต่ว่าเราต้องทันเกมโลกไม่ให้ใครเอาเปรียบเวลาเราผลิตอะไรก็ตามขึ้นมา

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
mayjune วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 13.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/juney
 บ้านหลังที่ ๒ เลขที่ - - http://www.oknation.net/blog/emotions

ยกให้อีกสองมือค่ะ \[^o^]/

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ต.ประไพเพชร วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 12.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/noomdindang

ขอสนับสนุนสิ่งดีๆที่ให้แก่สังคม สวัสดี

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
กรวดแก้ว วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 12.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tfriend
 อย่าเครียดกับอะไรที่มันไม่ได้ดั่งใจเรา ถ้าวันนี้ไม่ใช่ก็ทำใหม่^^


ขอสนับสนุนอีกหนึ่งเสียงค่ะ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
auguzzy วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 12.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

นี่แหล่ะมนุษย์

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
aunt วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 12.15 น.

ทำไม USA ต้องเอาเปรียบประเทศที่ด้อยกว่ามันด้วยนะ ไม่รู้จักหลักเศรษฐกิจพอเพียง แง่เลย

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
วิตามินบี วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 11.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


อย่ายอมๆๆ ลุยๆๆ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
get_away วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 11.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/get

โหวตต่อต้านด้วยคนคร้าบบ

อย่าให้มันมารวยกว่าเรา! 5555


ความคิดเห็นที่ 17 (0)
เจเจค่ะ วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 11.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jj
Completely support 137 


ใช้มนุษยธรรมเป็นเครื่องต่อรอง

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
มองการณ์ใกล้ วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 11.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/visionary

มาประกาศตัวเลิกโง่ด้วยคนค่ะ
คนไทยก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกันนะเฟ้ย
ไม่ยอมให้ใครมากดหัวได้ตลอดไปหรอก

หมอมงคล หมอวิชัยสู้ๆ เดินทางปลอดภัยนะคะ
คุณหมอมงคลรักษาสุขภาพด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
มะอึก วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 11.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

สุ่ย..พี่เข้ามาสนับสนุน..และโหวตครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
phanasGook วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 11.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phanasGook
สะกด...คำพูดดีๆไม่มีไว้ขาย

สหรัฐกำลังเอาเปรียบประเทศเล็กๆหลายประเทศ ซึ่งประเทศที่ถูกเอาเปรียบทั้งหลายควรร่วมตัวกันแสดงพลังให้สหรัฐรู้ว่า การเห็นแก่ตัว จะทำให้ขาดเพื่อนที่อยากจะคบด้วย

เลือดนายทุนก็แบบนี้แหละครับ ไม่เห็นคุณค่าทางจิตใจ นึกถึงแต่ตัวเลข ดีแล้วครับ ที่ใช้มาตร ซีแอล สิทธิเหนือสิทธิบัตรยา

เพราะไทยกำลังบอกสหรัฐต่อเพื่อนๆที่กำลังทำแบบไทยด้วยว่า "กูไม่กลัวมึง!!!"

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ยาดำ วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 11.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yadum

ยาดำ ว่าโรคภัยไข้เจ็บบางชนิดนั้น บางทียามันจำเป็นสำหรับการต่อชีวิตมนุษย์ ถ้าแพงอย่างไรก็ต้องยอมควักเงินซื้อ ซึ่งธาตุแท้ของ USA. มองว่าเงินมันเป็นใหญ่กว่าความมีมนุษยธรรม
พญาอินทรีย์ ทำทุเรศอย่างนี้ต้องใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง
เราก็ส่งยาบ้าเข้าไป USA. บ้าง ช่วงแรกก็คิดราคาถูกๆ พอมันติดงอมแงม ก็ขึ้นราคาเม็ดละ 20 เหรียญ ไปเลยดีไหม แล้วเอากำไรกลับมาซื้อยามันอีกที

อ่านแล้วเครียด จึงอยากผ่อนคลาย ขออนุญาตไร้สาระสักครั้ง

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
แม่มด วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 11.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/deardog

มาร่วมสนับสนุนด้วยคนค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
NAT วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 11.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thrissawan
I AM WHAT I AM

เห็นด้วยค่ะ ลงชื่อด้วยคน +1 vote

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ธัญลักษณ์ วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 11.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanya
ธัญลักษณ์

ยกมือสนับสนุนเต็มที่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
มีนา วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 11.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

เห็นด้วยกับคุณปฏิจจชนค่ะ ไม่เฉพาะเรื่อง "ยา" เท่านั้นค่ะคุณเฟิงสุ่ย แต่เรื่อง "ยา" นี้เป็นเรื่องที่กระทบต่อคนยากคนจนมากจริงๆ นะคะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
loveismfk วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 11.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loveismfk


ใช่เลยครับ ยาแพง บางตัวนี่ออกมา หกปี

แล้วก็ออกตัวใหม่มาใส่อะไรลงไปใหม่นิดหน่อยแล้วขายแพงมาก

อย่าง claritin ยาแก้ Allergy นี่ออกมานานแล้ว พอมียี่ห้ออื่น
ออกมาก็เพิ่ม non drowsy เพิ่มราคาเข้าไปอีก
เด๋วนี้กินเม็ดเดียวอยู่ได้ 24 ชม แต่เม็ดละเกือบ 1 เหรียญ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
chandra วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 11.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chandra
"Spiritus intus alit"

ร่วมด้วย เบื่อโจรในคราบนักบุญมานานแล้ว

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 10.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/derreiser
เพื่อชาติ และเป็นคนดีของชาติ

The great destroyer number one of the world is USA.You are producer of killing machine and poisoning material to kill all mankind in the world.
We have to stop you USA.

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Invisible-Ink วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 10.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/victor

Fully agreed and support you guys.
Thanks for helping the poor.

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
patijjachon วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 09.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/patijjachon
ปฏิจจชน ... คนที่ยังเป็นหนี้แผ่นดิน

ผมขอร่วมเป็น ๑ ในหลาย ๆ เสียงในการต่อสู้ด้วยคนครับ ...
คงไม่เฉพาะเรื่อง "ยา" อย่างแน่นอน ที่ตำรวจโลก ประเทศนี้ ย่ำยี เอารัดเอาเปรียบ ประเทศที่ด้อยกว่าทั่วทุกหัวระแหงของโลกใบนี้

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
su วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 09.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suwest


ยู ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไอทำใม ต่อไปนี้ยา ไวอาก้า ก็จะแพงตามไปด้วย I"m sory.

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แมวเหมียว วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 08.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wassanok

ร่วมประกาศด้วยคนค่ะ
ไม่ชอบให้ใครมาหากินกับความเจ็บป่วย เพราะลำพังแค่ความเจ็บป่วยก็ทุกข์ใจทุกข์กายพออยู่แล้ว ยังต้องมาทุกข์กระเป๋าสตงค์อีก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ป้าไม่อยู่ปู่เข้าเวบ วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 07.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pakapoo
“ป้ากะปู่กู้อีจู้ ”ไดอารี่ เปื้อนหมึก ..นอกประวัติศาสตร์และกาลเวลา..  สงบนิ่งกับอณู...ทุกสรรพสิ่งอันดีงาม... ...ตลอดไป... . 

ปู่ขอสนับสนุนด้วยคนนะหลาน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน