*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2947
  • จำนวนผู้ชม : 5472379
  • จำนวนผู้โหวต : 5009
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5009 คน
coffee

coffee

View All
<< พฤษภาคม 2007 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันจันทร์ ที่ 14 พฤษภาคม 2550
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 4487 , 01:27:40 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ระวัง! คนไทย อย่าสับสนระหว่างธาตุแท้นายทุนกับความเป็นตำรวจโลก(จับผิดคนจน)

ดร. จิราพร ลิ้มปานานนท์ หน่วยปฏิบัติการวิจัยเภสัชศาสตร์สังคม 

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จากความเห็นของดร. จิราพร ลิ้มปานานนท์ ต่อกรณี CL ไทย

ดิฉันใคร่ขอรวบรวมเป็นภาพรวมของเรื่องนี้ดังนี้

การหากินกับชีวิตผู้ป่วยของธุรกิจยาข้ามชาติ

ขอยกตัวอย่างEfavirenz (ยารักษาเอดส์)ซึ่งมีบริษัทผู้ผลิตอยู่ 2 บริษัทคือ MSD และ BMS (Bristol Myers)

Efavirenz (brand names Sustiva® and Stocrin®) is a non-nucleoside reverse transcriptase inhibitor (NNRTI) and is used as part of highly active antiretroviral therapy (HAART) for the treatment of a human immunodeficiency virus (HIV) type 1.

Stocrin® MSD

Sustiva® Bristol Myers

บริษัทยายักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ เป็นธุรกิจที่ทำกำไรสูงมาก 21.2–58.6% ซึ่งสูงกว่าธุรกิจชนิดอื่นๆ อย่างมาก โดยใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาเฉลี่ยเพียงแค่ 13.9% เท่านั้น กลยุทธ์ที่ธุรกิจยาข้ามชาติสามารถทำกำไรได้สูงขนาดนี้ คือ การผูกขาดตลาดภายใต้ระบบสิทธิบัตร

สหรัฐฯ พ่ายแพ้ในเวทีการเจรจาองค์การการค้าโลก (WTO) จึงทำให้ข้อตกลงทรัพย์สินทางปัญญาขององค์การการค้าหรือข้อตกลงทริปส์ มี “ช่องหายใจ” เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดจากระบบผูกขาดทรัพย์สินทางปัญญานั่นคือ มาตรการยืดหยุ่น (TRIPs’ Flexibilities) ของการใช้สิทธิตามสิทธิบัตรยาเพื่อสร้างปัญหาความสมดุลย์ระหว่างการทำกำไรที่เกินเลยกับการช่วยชีวิตคน

แม้ว่าข้อตกลงทริปส์จะมีผลมากว่าสิบปีแล้ว แต่ประเทศกำลังพัฒนาและด้อยพัฒนาไม่ได้ใช้มาตรการนี้ในการแก้ปัญหาการเข้าถึงยา เนื่องจากกลัวแรงกดดันทางการค้าของสหรัฐฯ แต่เมื่อปัญหาการเข้าถึงยาของประเทศกำลังพัฒนา-ด้อยพัฒนาและปัญหาสาธารณสุขถึงจุดสูงสุด ประเทศเหล่านี้เริ่มใช้มาตรการใช้สิทธิตามสิทธิบัตรยา เพื่อแก้ปัญหา ในภูมิภาคอาเซียนเริ่มจากมาเลเซีย

ธาตุแท้ของอันธพาลธุรกิจยาข้ามชาติ

เกิดอะไรขึ้นเมื่อไทยประกาศใช้มาตรการใช้สิทธิตามสิทธิบัตรยา ธุรกิจยาข้ามชาติสหรัฐฯ สั่งสอนประเทศไทยด้วยท่าทีแข็งกร้าวและรุนแรงเพื่อปรามไม่ให้ประเทศอื่นๆ ทำตาม โดยใช้ทุกวิถีทางด้วยอำนาจของธุรกิจยาข้ามชาติที่อยู่เหนือการเมืองและเศรษฐกิจสหรัฐฯ จึงไม่น่าแปลกใจที่รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้มาตรา 301 พิเศษ เป็นเครื่องมือในการข่มขู่, การใช้บริษัทล็อบบี้ยิสต์ในคราบของบริษัทประชาสัมพันธ์ และเอ็นจีโอเก๊ อย่าง “ยูเอสเอ ฟอร์ อินโนเวชั่น” ในการสื่อสารบิดเบือนข้อมูลทั้งในไทยและสหรัฐฯ, ทุ่มซื้อทั้งสื่อบุคคล สิ่งพิมพ์ และอินเตอร์เนต

รวมถึงการใช้ชีวิตผู้ป่วยเป็นตัวประกันด้วยการขอถอนคำขอขึ้นทะเบียนยา 7 รายการออกจากการพิจารณาของ อย. ทั้งหมดล้วนแสดงชัดถึงจุดยืนของประโยชน์ทางการค้าอยู่เหนือชีวิตคน

การบิดเบือนข้อมูลของธุรกิจยาข้ามชาติ

1.มาตรการใช้สิทธิตามสิทธิบัตรยาของไทยขัดกับข้อตกลงทริปส์

ข้อเท็จจริง คือ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เลขาธิการองค์การอนามัยโลก และนักวิชาการด้านทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหลาย ได้ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ไทยทำถูกต้องตามข้อตกลงทริปส์ข้อ 31 บี

2.รัฐบาลจากการรัฐประหารของไทย ฉีกสิทธิบัตรเพื่อประหยัดงบประมาณยานำไปซื้ออาวุธ 

ข้อเท็จจริง คือ ความพยายามในการก้าวพ้นการผูกขาดยาที่ไม่เป็นธรรมโดยใช้สิทธิตามสิทธิบัตรยา ได้ก่อตัวในสังคมไทยมาเกือบสิบปีแล้ว และหลังสุดในรัฐบาลทักษิณ สำนักงานหลักประกันสุขภาพ (สปสช.) ได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการซึ่งประกอบไปด้วยข้าราชการจากหลายกระทรวง นักวิชาการ นักวิชาการชีพ องค์กรพัฒนาเอกชน และองค์กรภาคประชาชน และต่อมา คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่มีนายพินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประธานคณะกรรมการในขณะนั้นได้มีมติให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรยาของยาเอฟฟ่าไวเรนส์ ซึ่งรัฐมนตรี พร้อมจะลงนาม แต่ก็ถูกรัฐประหารก่อน เมื่อการดำเนินการอย่างรอบคอบและถูกต้องมาถึงมือนายแพทย์มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีสาธารณสุขคนปัจจุบัน ทุกอย่างจึงเกิดขึ้นได้ และการที่ สปสช. สามารถหายาได้ถูกลง ก็สามารถเพิ่มจำนวนผู้ป่วยให้เข้าถึงยาได้มากขึ้น ไม่ได้เอางบประมาณส่วนนี้ไปซื้ออาวุธ งบประมาณสาธารณสุขได้รับมากเป็นอันดันสองรองจากการศึกษา และงบประมาณที่ประหยัดได้กำลังจะถูกนำไปใช้การการรณรงค์ป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์รายใหม่

3.ยาจีพีโอเวียร์ขององค์การเภสัชกรรมห่วย ไม่ผ่านการรับรองขององค์การอนามัยโลก

ข้อเท็จจริง คือ ยานี้คิดค้นโดยองค์การเภสัชกรรมและได้รับอนุสิทธิบัตร มีคุณภาพดี สามารถรักษาชีวิตผู้ติดเชื้อในขณะนั้นได้เป็นเรือนแสน และนำไปสู่การที่ระบบหลักประกันสุขภาพจ่ายยาต้านให้ผู้ติดเชื้อได้ เพราะราคายาลดจากวันละสองพันกว่าบาทมาเป็นสี่สิบบาทเท่านั้น 

ขอแบ่งผู้เล่นเรื่องนี้เป็นสองผู้เล่นด้วยกันคือ

องค์การเภสัชฯ และ บริษัทลอบบี้ยิ้สต์/บริษัทยา

1.ผู้เล่น องค์การเภสัชฯ

ปัญหาของผู้บริโภค การผูกขาดยาปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก

ปัญหายาราคาแพงจากการการผูกขาดหรือเนื่องจากระบบทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะระบบสิทธิบัตร เป็นปัญหาที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก โดยเฉพาะองค์การอนามัยโลกที่มีมติชัดเจนมาหลายปี ว่า ต้องไม่เห็นความสำคัญของการค้ามากกว่าสุขภาพของประชาชน และยอมรับว่าข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศ เช่นข้อตกลงว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา เป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงยาของประชาชน หรือแม้กระทั่งการประชุมในเวทีการค้าอย่างเช่นองค์การการค้าโลก(WTO) ยังต้องหาหนทางในการแก้ปัญหาเรื่องนี้และได้มีมติให้ประเทศสมาชิกสามารถบังคับใช้สิทธิโดยการให้ประเทศอื่นๆ ผลิตยาที่จำเป็นให้ได้เพื่อใช้ในประเทศ จากการประชุม WTO ที่เมืองโดฮา ประเทศการ์ตา หรือความล้มเหลวของแคนคูณ ทำให้ประเทศพัฒนาแล้วกลับหลังหันมาเจรจาแบบตัวต่อตัวเพิ่มขึ้น หรือจัดทำข้อตกลงการค้าเสรีของสองประเทศ (Free Trade Agreement) โดยเฉพาะกับประเทศสหรัฐอเมริกาที่กรอบข้อตกลงมีการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มงวดและเกินขอบเขตข้อตกลงระหว่างประเทศ เช่น ขยายการคุ้มครองสิทธิบัตรจาก 20 ปี เป็น 25 ปี การจำกัดการใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิ หรือการคุ้มครองข้อมูล(Data Exclusivity) เป็นต้น

ในประเทศไทยรูปธรรมที่เห็นได้ชัดเจน ว่า การผูกขาดยาทำให้ผู้บริโภค ผู้ป่วย ผู้ติดเชื้อ ไม่สามารถมีโอกาสใช้ยาได้ หรือได้รับยาที่จำเป็นต่อการมีชีวิต เช่น กรณียาต้าน ไวรัส ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพียงประมาณ 3,500 คน ได้รับยาจากการสนับสนุนจากรัฐ ในปี 2544 - 2545 เพราะค่าใช้จ่ายต่อคนต่อเดือนประมาณ 10,000 บาท หรือ 120,000 บาทต่อคนต่อปี แต่เมื่อองค์การเภสัชกรรมผลิต GPO-VIR ทำให้ค่าใช้จ่ายลดลงเหลือ 1,200 บาทต่อเดือนต่อปี

ยานี้เป็นยาค๊อกเทล ซึ่งหมายถึงเป็นสูตรผสม เพื่อผลทางการรักษา

ถึงแม้ค่าใช้จ่ายจะลดลงมาก แต่ผู้ติดเชื้อที่สามารถร่วมจ่ายค่ายาต้านภายใต้โครงการต่าง ๆ ทั้งของรัฐและเอกชน ในปัจจุบันมีประมาณ 1,000 ไม่นับรวมผู้ป่วยที่ไม่เปิดเผยตนเอง หรือไม่ต้องการให้ญาติและครอบครัวรับรู้ว่าติดเชื้อและต้องรับภาระจ่ายเงินเองทั้งที่บางคนอาจจะมีหลักประกัน เช่น เป็นพนักงาน หรือข้าราชการ เฉพาะโรงพยาบาลที่เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรงมีจำนวนประมาณ 3,000 คน แต่ในปีงบประมาณ 2547 ทั้งจากการผลักดันของกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวีเอดส์ องค์กรพัฒนาเอกชนด้านเอดส์ และประกอบกับราคายาที่ถูกลงมาก ทำให้กองโรคเอดส์ กรมควบคุมโรคติดต่อ สามารถมีงบประมาณสนับสนุนให้ยาต้านกับผู้ติดเชื้อ ได้มากถึง 50,000 คน (รวมผู้ป่วยที่ได้รับงบประมาณจากกองทุนเอดส์โลก 8,000 คน) แต่อย่างไรก็ตามจำนวนผู้ติดเชื้อที่ควรได้รับยาต้าน คาดการณ์ว่าประมาณ 120,000 –140,000 คน ยังมีผู้ป่วยมากถึง 70,000 -90,000 คนที่ยังไม่ได้รับยาในปัจจุบันหรือในปัจจุบันที่ยาต้านไวรัสยังไม่รวมอยู่ในสิทธิประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพราะปัญหาเรื่องราคายาเป็นสำคัญ ทั้ง ๆ ที่งานวิจัยในต่างประเทศ พบหลักฐานชัดเจน ว่า ผู้ติดเชื้อเอชไอวีสามารถมีชีวิตยืนยาวได้นับจากวันที่ติดเชื้อไม่ต่ำกว่า 15 ปี หากได้รับยาต้านไวรัสและได้รับการดูแลที่ดี หรือกรณีโรคฉวยโอกาสอื่น ๆ เช่น การป้องกันและรักษาโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อรา ซึ่งใช้ยาฟูโคนาโซล(Fluconazole) จากเดิมที่มีผู้ผลิตและจำหน่ายเพียงรายเดียว ราคายาอยู่ที่เม็ดละประมาณ 265 บาท ต่อมาเมื่อมีผู้ผลิตรายอื่น ราคายาก็ตกลงมาอยู่ที่เม็ดละประมาณ 10 บาท

นอกจากปัญหาในเรื่องการผูกขาดขาดยาแล้วในฐานะผู้บริโภคยังมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคยา การสั่งยา การจ่ายยาไม่เหมาะสม ซึ่งเป็นปัญหาในหลายระดับ เช่น ผู้บริโภคบางคนได้รับยามากเกินความจำเป็น หรือน้อยเกินความพอดี หรือปัญหาสถานบริการขนาดใหญ่ และเอกชน มีระบบยาสองมาตรฐาน ทำให้ขาดความเชื่อมั่นในยาที่ได้รับจากระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือปัญหาการควบคุมการส่งเสริมการขาย การโฆษณา และช่องทางในการโฆษณาที่สามารถดำเนินการได้มากขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพฤติกรรมการใช้ยาตามข้อมูลที่ได้รับจากการโฆษณา ปัญหาการขาดความรู้ในการใช้ยามีน้อยมาก แม้กระทั่งการใช้ยาจำเป็นพื้นฐาน และทัศนคติของผู้บริโภคที่มองว่า "ยา" เป็นสิ่งที่ดี มีประโยชน์

ปัญหาจากระบบยา เช่น การขึ้นทะเบียน จัดหา จัดซื้อยา ควบคุมคุณภาพและติดตามปัญหาความปลอดภัยจากการใช้ยา(Safety Monitoring Program) ยังไม่มีประสิทธิภาพ เช่น ยาที่อันตรายยังมีการจำหน่ายอยู่ทั่วไป แม้กระทั่งร้านขายของชำ หรือปัญหาการร้องเรียน การพิสูจน์ความผิดที่เกิดขึ้น จากการใช้ยาทำได้ลำบาก ขาดกลไกที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง หรือแม้แต่ปัญหาการพึ่งพิงยาจากต่างประเทศที่มีมากขึ้น

  • องค์การเภสัชกรรม เกิดขึ้นจากการรวมกันของโอสถศาลา(พ.ศ. 2544) กับ โรงงานเภสัชกรรม (พ.ศ. 2482) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อ การวิจัยและพัฒนาเพื่อการผลิตยาสำหรับใช้ภายในประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการพึ่งพิงยาจากต่างประเทศ

  • นอกจากนี้ ยังมีภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุข ที่จะต้องรักษาระดับราคายาและเวชภัณฑ์ไม่ให้สูงเพิ่มขึ้น รักษาคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐาน จัดหาและสนองความต้องการด้านยาและเวชภัณฑ์ให้แก่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น โดยได้รับสิทธิพิเศษ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ ข้อ 60,61 ที่ให้หน่วยงานของรัฐต้องซื้อยาจากองค์การเภสัชกรรม จะหายไป

  • การทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสได้รับยาเพิ่มขึ้นจากราคายาที่ถูกลง เห็นได้ชัดจาก ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพียงประมาณ 3,500 คน ได้รับยาจากสูตรยาที่ถูกที่สุดเพราะมียาของบริษัทข้ามชาติ ภายใต้การสนับสนุนจากรัฐ ในปี 2544 - 2545 เพราะค่าใช้จ่ายต่อคนต่อเดือนประมาณ 10,000 บาทหรือ 120,000 บาทต่อคนต่อปี แต่เมื่อองค์การเภสัชกรรมผลิต GPO-VIR ทำให้ค่าใช้จ่ายลดลงเหลือ 1,200 บาทต่อเดือนต่อปี ทำให้จำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 50,000 คนในปีงบประมาณ 2547

  • การควบคุมราคายาและสามารถผลิตยาได้ราคาถูกกว่า เช่น

- การผลิตยา เอแซดที (Zidovudine) ตั้งแต่ปี 2538 ขององค์การเภสัชกรรม มีผลทำให้ราคายานี้ในท้องตลาดลดลงจากเม็ดละ 40 บาท เหลือเม็ดละประมาณ 12 บาท

- ยาเม็ด ddI ของบริษัท BMS ขนาด 100 mg ราคาประมาณ 40-45 บาท/เม็ด ส่วนราคายาผง ddI ขององค์การเภสัชกรรม ขนาด 115 mg ราคาประมาณ 20 บาท/ซอง

- ราคายาเม็ด stavudine capsule ของบริษัท BMS ขนาด 30 mg ราคาประมาณ 85-90 บาท/เม็ด ส่วนราคา stavudine capsule ขององค์การเภสัชกรรม 30 mg ราคา 3.50 บาท/capsule

4.จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดล ยาจีพีโอเวียร์ทำให้เกิดการดื้อยาสูงระหว่าง39.6–58%

ข้อเท็จจริง คือ บิดเบือนข้อมูลทางวิชาการนำไปสู่การตีความผิด การศึกษานี้ต้องการรู้ว่าการดื้อยาที่มาจากโครงสร้างของตัวยาเป็นอย่างไร ยาจีพีโอเวียร์ประกอบด้วยตัวยาสามตัว คือ ลามิวูดีน สตาวูดีน และเนวิราปีน ดังนั้นไม่ว่ายายี่ห้อใดที่ประกอบด้วยตัวยาเช่นเดียวกับยาจีพีโอเวียร์ ก็ทำให้ดื้อยาในอัตราเดียวกัน ไม่ได้เป็นเฉพาะกับยาจีพีโอเวียร์ 

วงจรอุบาทแห่งความกลัวและตกเป็นทาส: การแก้ไขกฎหมายสิทธิบัตร

เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว สหรัฐฯ ก็ใช้มาตรา 301 กดดันไทย ให้แก้ไข พรบ. สิทธิบัตร ด้วยการเพิ่มการคุ้มครองผลิตภัณฑ์ยา และขยายอายุสิทธิบัตรจาก ๑๕ ปี เป็น ๒๐ ปี โดยใช้วิธีการเช่นเดียวกับในปัจจุบันทุกอย่าง ตั้งแต่การบิดเบือนข้อมูลว่า ประเทศไทยเป็นโจรปล้นทรัพย์สินทางปัญญาด้านยา ทั้งๆ ที่ในขณะนั้นไทยให้การคุ้มครองการประดิษฐ์คิดค้นยาในกระบวนการผลิต แต่ไม่ให้สิทธิผูกขาดอย่างสมบูรณ์ในผลิตภัณฑ์ยา จึงเป็นตัวกระตุ้นให้มีการคิดค้นกระบวนการผลิตยาที่หลากหลายเพื่อให้เกิดการแข่งขันในตลาดยา เมื่อถูกขู่จากสหรัฐฯ ในการตัดจีเอสพี ไทยจึงยอมแก้กฎหมายตามที่สหรัฐฯ ต้องการ ในปี 2535 ซึ่งในฉบับแก้ไขนี้ได้มีกรรมการสิทธิบัตรยาเพื่อควบคุมราคายาสิทธิบัตร ต่อมาสหรัฐฯ ก็กดดันอีกด้วยมาตรการเดิมให้ไทยแก้กฎหมายสิทธิบัตรตัดกรรมการสิทธิบัตรยาออก ด้วยความกลัวเช่นเดิม ในปี 2542 มีการแก้ไขเอากรรมการสิทธิบัตรยาออก และในคราวนี้ไทยก็ถูกกดดันอีกเช่นเดิม ด้วยกลยุทธเดิมๆ แล้วเราจะยอมเป็นทาสไปตลอดหรือ ถึงเวลาแล้วที่ไทยต้องรวมพลัง ใช้บทเรียนจากอดีต ร่วมกันต่อต้านการเอารัดเอาเปรียบและเอาชีวิตคนเป็นเดิมพันเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ทางการค้า เราทำซีแอลอย่างถูกต้อง และพร้อมจะยืนหยัดการต่อสู้ด้วยข้อมูลที่เป็นจริง ฉีกหน้ากากบริษัทยาข้ามชาติ

2.ผู้เล่น บริษัทยาและล๊อบบี้ยีสต์

USA for Innovation จับแพะชนแกะ ใช้มาตรการก่อกวนให้ไทยไขว้เขวทำ CL "หมอวิชัย" หาช่องกฎหมายเล่นงานกลับ หลังพบลงโฆษณาบิดเบือนยาต้านไวรัส "จีพีโอเวียร์"

ขององค์การเภสัชฯ อดีตผู้แทนการค้าสหรัฐซัดไทยจนตรอก ขู่ระยะยาวกระทบแน่ ธุรกิจข้ามชาติไม่ลงทุนเพราะกลัวหัวหมอ ไม่วายซัดชื่อเสียงไทยเน่าเพราะรัฐประหารและนโยบายไม่เอื้อการลงทุน อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาหลงคารมทีมเจรจาอเมริกันไม่ตัด GSP ไทย

องค์กร USA for Innovation ที่อ้างว่าเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร เล่นงานรัฐบาลไทยต่อ โดยใช้แผนซื้อหน้าโฆษณาในหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษในไทย มีจุดประสงค์เพื่อโจมตีไทยว่าขโมยเทคโนโลยีทางการแพทย์ของชาวอเมริกันและยุโรปโดยใช้คนป่วยและคนยากจนเป็นเครื่องแลกเปลี่ยน สิ่งที่โฆษณาเต็มหน้าในหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นเน้นคือคำอ้างว่าการกระทำของ นพ.มงคล ณ สงขลา รมว.สาธารณสุข ส่งผลเสียต่อการจ้างงาน, การลงทุน และการเข้าถึงยาที่ปลอดภัยของประชาชนไทย

USA for Innovation แสดงความผิดหวังที่ รมว.สาธารณสุขไทยใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตร (Compulsory Licensing หรือ CL) โดยละเมิดสนธิพันธกรณีตามสนธิสัญญาของไทยภายใต้องค์การการค้าโลก

ทั้งนี้ เนื้อความของคำโฆษณาที่องค์กรจากสหรัฐแห่งนี้ลงตีพิมพ์ในหน้าหนังสือพิมพ์ไทยมีดังนี้ "ใบสั่งยาผิดสำหรับประเทศไทย ไทยกำลังบอกปัดเทคโนโลยีทางการแพทย์ของชาวอเมริกันและยุโรปโดยใช้คนยากจนและคนป่วยในไทยเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน การกระทำเหล่านี้เสียหายต่อการจ้างงานและการลงทุนในไทย ปัจจุบันนี้ไทยเป็นเพียงประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อยู่ในรายชื่อประเทศที่ต้องจับตาเป็นพิเศษของรัฐบาลสหรัฐ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนในไทยดิ่งลงนับแต่มีคำประกาศบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรยาอเมริกันและยุโรป กลุ่มต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาต้องการให้เก็บภาษีและลงโทษสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย เช่น กุ้งและอัญมณี"

คำโฆษณายังกล่าวต่อว่า "ที่เลวร้ายกว่านั้น การกระทำเหล่านี้ได้ทำร้ายผู้ป่วยชาวไทยเอง ผู้ป่วยเอดส์ส่วนใหญ่ของไทยจะไม่ได้เข้าถึงตัวยาที่ดีที่สุดของโลก โดยรัฐบาลไทยจะจัดหายาที่ผลิตเองในประเทศที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติจากองค์การอนามัยโลกมาแทนที่ ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดลในปี 2548 พบว่า ยา GPO-vir ซึ่งเป็นยาเลียนแบบยาต้านไวรัสเอชไอวีที่ผลิตโดย GPO มีอัตราการดื้อยาในผู้ป่วย 39.6-58% ซึ่งถือเป็นกรณีการดื้อยาต้านไวรัสเอชไอวีที่เลวร้ายที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ชาวไทยสมควรได้รับยาที่ปลอดภัยกว่าและนโยบายสาธารณสุขที่ดีกว่านี้จากบรรดาผู้นำของพวกเขา เราขอเร่งเร้าผู้นำเพื่อการปกป้องประชาชนชาวไทย"

คำโฆษณาดังกล่าวนำไปสู่การตอบโต้ของกระทรวงสาธารณสุขไทย นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานคณะกรรมการบริหารองค์การเภสัชรรม (อภ.) แถลงข่าวว่า ข้อมูลตามที่ USA for Innovation เผยแพร่ออกมานั้น ไม่เป็นความจริง เป็นการนำข้อมูลมาจับแพะชนแกะ ยืนยันว่ายาจีพีโอเวียร์ของ อภ.ได้มาตรฐาน และไม่ได้ดื้อยามากตามที่กล่าวหา

ประธาน อภ.ชี้แจงว่า การพัฒนายาจีพีโอเวียร์ให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นกับผู้ใช้ยาชื่อสามัญที่ผลิตในประเทศ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการศึกษาชีวสมมูล (Bioequivalence Study) เทียบกับยาต้นแบบ พบได้ผลดีเท่ากัน หากต้องการทราบตัวเลขอัตราการดื้อยาจีพีโอเวียร์จริง จะต้องมีการศึกษาติดตามกลุ่มผู้ป่วยที่ใช้ยาทั้งกลุ่มจำนวนมากพอสมควร เช่น 100-200 ราย และตรวจการดื้อยาเป็นระยะ เช่น 1-2-3 ปี จึงจะได้ตัวเลขดื้อยาที่แท้จริง ซึ่งมีการศึกษาแล้วที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล พบว่าได้ผลดี ไม่แตกต่างจากยาต้นตำรับแต่อย่างใด และรายงานนี้ได้ตีพิมพ์ในจดหมายเหตุทางการแพทย์จากแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ

"การทำเช่นนี้ เป็นมาตรการก่อกวน และให้เราหวั่นไหว ไขว้เขวในการทำ CL แต่จุดยืนหลักของเราก็ยังอยู่ที่ทำให้คนไทยได้เข้าถึงยา และจะไม่ดำเนินการตอบโต้ทุกประเด็นที่เขาออกมากล่าวหา ซึ่งขณะนี้ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายศึกษารายละเอียดว่าข่าวที่ออกมาส่งผลกระทบอย่างไรแค่ไหน จากนั้นอาจทำหนังสือเพื่อขอให้ระงับการเสนอข่าวหรือฟ้องร้องต่อไป" นพ.วิชัยกล่าว

ด้าน รศ.ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าหน่วยไวรัสวิทยาและจุลวิทยาโมเลกุล ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ข้อมูลของ USA for Innovation ที่นำมาเผยแพร่นั้น เป็นข้อมูลที่ศูนย์ทดสอบการดื้อยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อ พ.ศ.2548 ซึ่งเก็บข้อมูลตั้งแต่ปี 2543 โดยตัวเลขการดื้อยาจากการเก็บตัวอย่างผู้ป่วย 300 คน ในอัตรา 39.6%-58% นั้น เป็นผู้ป่วยที่รับประทานยาต้านไวรัสหลายชนิด และผู้ป่วยบางคนทานยาต้นแบบ ที่นำเข้าจากบริษัทเจ้าของสิทธิบัตร ไม่ใช่ผู้ป่วยที่รับประทานยาจีพีโอเวียร์ ขององค์การเภสัชกรรมเพียงอย่างเดียว

ภญ.อัจฉรา เอกแสงศรี รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา องค์การเภสัชกรรม ชี้แจงว่า ยาต้านไวรัสสูตรค็อกเทลขององค์การเภสัชกรรมนั้น ได้ทำการศึกษาชีวสมมูล (Bioequivalence Study) เทียบกับยาต้นแบบที่คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง พบได้ผลดีเท่ากัน

นอกจากนั้น ยังมีการทำการวิจัยทางคลินิก พบว่า สัปดาห์ที่ 52 ที่ผู้ป่วยได้รับยา สามารถกดเชื้อไม่สามารถตรวจเชื้อได้ 96% สัปดาห์ที่ 76 สามารถกดเชื้อได้ 98% ซึ่งถือว่าเป็นผลที่น่าพอใจ เพราะสามารถกดเชื้อได้ต่ำมาก โดยตัวเลขผู้ป่วยดื้อยาจีพีโอเวียร์ที่องค์การยูเอสเอฯ กล่าวหานั้น เป็นการบิดเบือนผลการตรวจ เนื่องจากข้อมูลที่ได้เป็นการตรวจเฉพาะผู้ป่วยที่สงสัยว่าจะดื้อยา จึงทำให้ตัวเลขสูง

ขณะที่ นพ.สมบัติ แทนประเสริฐสุข ผู้อำนวยการสำนักโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ยาจีพีโอเวียร์เป็นยาสูตรค็อกเทล ประกอบด้วยยา 3 ตัว ได้แก่ เนวิราปีน (Nevirapine หรือ NVP) + ลามิวูดีน (Lamivudine หรือ 3Tc) + สตาวูดีน (Stavudine หรือ d4T) ใช้รักษาผู้ป่วยโรคเอดส์ในกลุ่มของยาสูตรพื้นฐานในโครงการเข้าถึงยาต้านไวรัสเอดส์ของ สธ. เพื่อสะดวกในการกิน และลดปัญหาการดื้อยา

ภก.วันชัย ศุภจัตุรัส รอง ผอ.อภ. กล่าวว่า การดำเนินการของ อภ.เพื่อให้ยาจีพีโอเวียร์ได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์การอนามัยโลก จากเดิมที่ได้รับคำแนะนำในการปรับปรุงทั้งสิ้น 70 ข้อ ขณะนี้ปรับปรุงแล้วเหลืออีกเพียง 10 ข้อ โดยเฉพาะในส่วนของการปรับปรุงโรงงานเดิมที่ถนนพระรามหก จะดำเนินการปรับปรุงระหว่างเดือน ต.ค. 2550-ม.ค. 2551 และจะเชิญเจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลกมาตรวจอีกครั้งประมาณต้นปี 2551 ส่วนโรงงานใหม่ที่จะทำการก่อสร้าง ขณะนี้กำลังดูราคากลาง ถ้าต่ำกว่างบประมาณที่ได้รับการจัดสรร จะจัดประกวดราคาทันที แต่หากสูงกว่าจะต้องเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี เพื่อขออนุมัติงบประมาณเพิ่มขึ้น

การต่อรองครั้งนี้กับอเมริกา(นายทุนบริษัทยาและบริษัทล๊อบบี้ยิสต์)ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เขาเหล่านั้นพยายามกดดันรัฐบาลด้วยข้ออ้างที่ เป็นการจับผิดจากช้อบกพร่องส่วนหนึ่งของยาตัวหนึ่ง แต่จะเอาความบกพร่องนี้ตีขรุมเพื่อครอบงำการผูกขาดเรื่องสิทธิบัตรยาตัวยาอื่นๆ และ CLของไทย

เราต้องทำความเข้าใจและอย่าไขว้เขว ที่เขาโจมตีเรื่อง การดื้อยาของตัวยา ซึ่งเป็นการจับแพะชนแกะโดยสิ้นเชิง ไม่มียาตัวไหนที่perfect และการจับผิดกดดันครั้งนี้ เราคงไม่โดเดี่ยว เพียงแต่คนไทยทุกคนอย่าไขว้เขว

บทความอ่านเพิ่มเติม และที่เกี่ยวข้อง เรียงลำดับก่อน-หลัง
ถ้าไทยแพ้เมื่อไหร่ประเทศกำลังพัฒนาทั้งหมด ก็จะสิ้นหวังไปด้วย .... 

“หมอวิชัย”โต้สหรัฐฯ ประกาศเลิกโง่ซื้อยาแพง – พี่น้องค่ะ เรามาร่วมประกาศเลิกโง่ซื้อยาแพงกับหมอวิชัยเถอะค่ะ 

ใบสั่งยาผิด หรือใบสั่งผิด(ปกติ)ค่ะ 

คุณNrad6949http://www.oknation.net/blog/nrad6949 ธรรมชาติบริษัทยาปรากฏแล้ว! 

คุณสุทธิชัย 

ฝรั่ง Ken Adelman อาละวาดต่อ, เปิดเว็ปไซท์ "โกหกไทย ๆ"

Blog Talk...ฝรั่ง Ugly American รุกต่ออีก...ทำจดหมายฟ้องไทยถึงสภาคองเกรส http://www.oknation.net/blog/black/2007/05/10/entry-4

Ugly American ตัวจริงเสียงจริง http://www.oknation.net/blog/black/2007/05/11/entry-2

Reference:

ไทยโพสต์ วันที่ 12/05/2007

และ http://www.ftawatch.org/news/view.php?id=11473

http://www.ftawatch.org/autopage1/show_page.php?t=11&s_id=87&d_id=88


การอภิปรายร่างกฎหมายสิทธิบัตร-ในมุมนักวิชาการด้านเภสัชศาสตร์ 

ผู้บรรยาย : รศ.ดร.จิราพร ลิ้มปานานนท์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

26/10/06 

American Pie.mp3

American Pie

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 67 (0)
มาลีรัตน์ วันที่ : 16/07/2008 เวลา : 15.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maleerat

ข้อมูลแน่นมาก พยายามแกะจากพื้นฐานตอนเป็นส.ว.และดร.จิรพร เคยมาอธิบายให้ฟัง +๑

ความคิดเห็นที่ 66 (0)
แม่หมู_de_mascot วันที่ : 20/05/2007 เวลา : 23.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/optimsticheart
(สาระ)กวน ป่วนใจ ราย(ร่าย ร้าย)สะดวก

มาแล้วอ่ะจ้า คุณfeng_shui ที่ว่า "หนักนิด" นี่ หนักจริงค่ะ หนักแน่นด้วยเนื้อหา และเป็นประเด็นที่หนักเอาเรื่อง ซึ่งอ่านแล้วย่อมหนักใจ ว่าเออหนอ โลกเรานี้ มันช่างบังอาจ อ้างเรื่องสิทธิมนุษยชน เพื่อผลประโยชน์ โดยไม่คำนึงถึงความเป็นมนุษย์ตาดำๆ กันเลย
(เรื่องราวเช่นนี้แม่หมูเองก็มิได้เข้าใจลึก แต่จะพยายามศึกษาให้เข้าใจต่อไป เพื่อสามารถบอกกล่าวต่อผู้อื่น(นอก นknation)ให้ได้เข้าใจกันต่อไป)

อย่างไรก็ดี ในแง่ของความเห็นแก่ได้ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนของ อเมริกา ที่ทั้งบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร การอ้างถึงสิทธิมนุษย์ชนอย่างด้านๆ ที่ว่า ไทยปิดกั้นการเข้าถึงยาที่มีคุณภาพ(ของมาน) โดยใช้ยาของเรารักษาผู้ป่วยนี่ สุดๆแล้ว

คิดในหลายๆแง่มุม หลายสิ่งหลายอย่างที่อเมริกาได้กระทำต่อชาติใดๆ ในโลก ล้วน...เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน แอบแฝงทั้งสิ้น ..เกินบรรยายจริงๆ เรื่องสงครามเอย เรื่องเศรษฐกิจเอย ฯลฯ อยากเป็นนักใช่ไหมนี่ "มหาอำนาจ"
ไม่มีใครมอบโล่ห์ให้เป็น อย่างเป้นทางการ..ก็เหมือน เป็นอยู่แล้ว ยังจะ..อเมริโกย มันทุกเรื่อง

ดังนั้นเมื่อเราได้ทราบถึงเนื้อแท้ของมานแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าคนไทยด้วยกันเองอย่างเรานี่จะหลุดพ้นจากความเห้นแก่ประโยชน์ส่วนตน ได้หรือไม่อย่างไร
เพราะดูๆแล้ว ตราบใดที่คนไทยเราเองยังหวั่นเกรงในเรื่องเศรษฐกิจ การลงทุน ฯลฯ อะไรต่อมิอะไรที่มานสรรหาจะมาบิดเบือน จะมาขู่ แล้วทำให้คนไทยส่วนหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นกลุ่มชั้นนำ (elite) เห็ยแก่ประโยชน์ส่วนตนและรวมหัวกันกลับมาบีบทีท่าของรัฐบาล ให้ตอ้ยอมสยบแทบเท้ามานละก็...เศร้ายิ่งกว่าเศร้าละคราวนี้

เชิญคุณfeng_shui ร่วมวิเคราะห์อเมริกา แบบลำลองได้นะคะ
http://www.oknation.net/blog/optimsticheart/2007/03/27/entry-3

ความคิดเห็นที่ 65 (0)
ยุวดี วันที่ : 16/05/2007 เวลา : 14.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yuwym

ขอบคุณค่ะ ผลประโยชน์ทางการเมืองคุกคามแม้แต่เรื่องสุขอนามัยของประชาชน

ความคิดเห็นที่ 64 (0)
preechasan วันที่ : 16/05/2007 เวลา : 11.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/preechasan
"นัตถิ  ปัญญา สมาอาภา "  แสงสว่างใดจะเสมอเหมือน "แสงสว่างแห่งปัญญา "ไม่มี

ขอบคุณ สำหรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อคนไทยส่วนรวมครับ สุดท้ายแล้วธาตุแท้ของบริษัทยาข้ามชาติก้ถุกเปิดเผย
คนไทยซื้อยาแพงมานานแล้วครับ
สิทธิบัตรเป็น ระบบการผูกขาดอย่างหนึ่งสร้างผลกำไรมหาศาลจากราคายาที่สูง

แต่การที่เราใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรยา ก็เป็นการถูกต้องแล้ว และเป็นสิ่งที่กระทำได้ ทำให้ราคายาถูกลง
เพื่อการเข้าถึงยาของชีวิตผู้ป่วย ทำให้เกิดความยุติธรรมสำหรับผู้ป่วยในการเข้าถึงยาที่ราคาถูกลง

ทุกคนมีสิทธิทีจะซื้อยาราคาแพงได้นั่นคือ"ความเสมอภาค"
แต่จะมีผู้ป่วยสักกี่คนที่สามารถซื้อยาราคาแพงนั้นได้ การใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรยา อย่างถูกต้องทำให้ราคายาถูกลง ทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาได้ นั่นแหละคือ"ความยุติธรรม"

ความคิดเห็นที่ 63 (0)
feng_shui วันที่ : 16/05/2007 เวลา : 01.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

คุณโก๋เก่า

ขอบคุณมากค่ะเหนี่อยค่ะแล้วก็เครียดแต่อยากให้ มีข้อมูลกันไว้ค่ะ
ส่วนยา 3 ตัวเดี๋ยวจะมีภาคต่อ ค่ะ เป็นด้านการตลาาดโปรดติดตามนะคะ

คุณPostAmorndern
คุณเป็นผู้ที่มีคุณูปการทางด้านการให้ความคิดเห็นต่อดิฉันเป็นอย่างมากค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

คุณWatchpuppy
ข้อมูลเยอะมากจนมึนไปหน่อยนะคะ แต่เพื่อชาติค่ะ

คุณpookcl

ข้อมูลจากความจริงค่ะ

คุณแมงเมา

คุณสายสืบภาคประชาชน

คุณวิตามินบี

คุณฝนเดือน

คุณทวิน

คุณย่าดา
คุณไก่อบฟาง

คุณผึ้งนรก

คุณnancho

คุณท่าน้ำนนท์

คุณAS_tiny

คุณลานเทวา ขอบคุณทุกท่านค่ะ


ความคิดเห็นที่ 62 (0)
โก๋เก่า วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 22.24 น.

อ่านแล้วต้องขอบคุณข้อมูลของคุณ เฟิงสุ่ยมากครับที่ตังใจรวบรวมข้อมูลทุกแง่มุมมาให้อ่าน คงเหนื่อยพอดู
อยากให้คนไทยเห็นใจอเมริกามากๆ ว่าใจดำอย่างไร จะได้ไม่งมงายคิดว่ามันเป็นพระเจ้า อืรักทุกวันนี้ตายกันนับแสน ผู้คนต้องพรัดพราก บ้านเมืองถูกถล่มลุกเป็นไฟ ก็เพราะความมีมนุษยธรรมของมัน เพียงเพราะต้องการควบคุมราคาธุรกิจน้ำมันของมัน มันทำได้ถึงเพียงนั้น เพราะฉนั้นการที่มันจะโจมตีไทยด้วยการบิดเบือนข้อมูล จึงเป็นเรื่องธรรมดามากครับ ว่ามั๊ย
ว่าแต่ว่าถ้ามีเวลา ช่วยบอกหน่อยได้มั๋ยครับ ว่ายา 3 ตัวที่ GPO เอามารวมกัน เราได้สูตรยาแต่ละตัวมาอย่างไรครับ

ความคิดเห็นที่ 61 (0)
PostAmorndern วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 21.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/amorn

ก่อนอื่น เข้าใจว่า ภายใต้ระบบทุนนิยม แน่นอนว่า กำไรเป็นส่วนหนึ่งของการต่อยอดในเรื่องดังกล่าว
อย่างไร เท่าที่ผมทราบ มีการเจรจาในเรื่อง CL เมื่อสองปีก่อน แต่ปัญหาคือการเจรจาระหว่างบริษัทยากับประเทศไทย ยังไม่ได้ข้อตกลงร่วมอย่างถึงที่สุด แต่เราจึงประกาศใช้ CL ไปก่อน ดังนั้น จึงเกิดการตอบโต้ในเรื่อง GSP
แน่นอนว่า มาตรการนี้ย่อมส่งผลเสียหายต่อผู้ส่งออก (ซึ่งเขาไม่รู้อิโหน่อเหน่)
ในเชิงมนุษยธรรม ผมเห็นด้วยครับ ที่ผู้ป่วยควรได้รับการเยียวยาและค่ารักษาที่เขาสามารถสู้ได้
แต่ในเวทีระหว่างประเทศ มารยาทและความเป็นมืออาชีพ ประเทศไทยควรจะมีเช่นกัน
อย่างไร เราควรฟังข้อมูลทั้งสองฝ่ายให้มากขึ้น ถามว่า ทั้งหมดคือความขัดแย้งใช่หรือไม่ คำตอบคือใช่
แต่ต้องพิจารณาเสียก่อนว่า ต้นตอของความขัดแย้งคืออะไร แล้วเราจะจัดการกับความขัดแย้งดังกล่าวอย่างไร ที่ละขั้น ทีละเปลาะ
หวังว่า คงมีทางออกสำหรับเหตุการณ์นี้ ไม่อยากให้เราฟังความเพียงข้างใดข้างหนึ่งเท่านั้น
สิ่งสำคัญที่ควรยึดมากที่สุด คือ หลักธรรมาภิบาลในการทำธุรกิจ ที่ควบคู่ไปกับ "มนุษยธรรม" ก็จะทำให้สังคมโลกนี้อยู่ด้วยกันได้

ความคิดเห็นที่ 60 (0)
Watchpuppy วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 18.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/watchpuppy

มีคนไม่ได้ มีคนได้...
ข้อมูลเยอะมากจนมึนไปเลย...

ความคิดเห็นที่ 59 (0)
pookcl วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 16.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pookcl
Why am I feeling so strange

ข้อมูลแน่นจริงๆ
อั๊กลี่ อเมริกัน

ความคิดเห็นที่ 58 (0)
แมงเมา วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 16.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mangmaow

ธงคือ ต้องทำ 3 กับ 4 ให้กระจายไปในทุกชุมชน ทำให้เป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายและวิเคราะห์เป็น...ธงนี้ ผู้รู้ท่านว่า อย่าไปพึ่ง หรือหวังเอากับนักการเมือง เพราะพวกนี้มีธงอยู่ที่เดียวที่มันต้องการคือ ทำอย่างไรจึงจะชนะการเลือกตั้ง ธงนี้คือธรรมชาติเดิมแท้ของพวกมัน...ธงนี้ มุ่งไปที่ปราชญ์ชาวบ้านเถอะ นั่นแหละเป็นที่พึงหวังได้

ความคิดเห็นที่ 57 (0)
สายสืบภาคประชาชน วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 16.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Anti-Corruption

ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องยามากนัก
จึงขอสงวนคำแปรญัตติไว้ก่อน (อิอิ)
แต่ชอบและเชียร์ หมอวิชัย หนึ่งในวีรบุรุษผู้ร่วมเช็กบิล "คดีทุจริตยา" อย่างหาญกล้าจนกลายเป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์ที่นักการเมืองระดับรัฐมนตรี (รักเกียรติ สุขธนะ และลูกน้อง) ถูกจำคุกโดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ความคิดเห็นที่ 56 (0)
แมงเมา วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 16.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mangmaow

1.คนโง่ 2.คนฉลาด 3.คุณธรรม 4.ความรู้...มี 2 กับ 1 แต่ไม่มี 3 กับ 4 2 จึงครอบงำ 1 เลี้ยง 1 ไว้เป็นทาส...ในสนามการเมืองโลก 1 คือนักการเมืองของเรา แม้จะแสนฉลาด แต่โลภจึงโง่ 2 คือนักการเมืองอเมริกาสามานย์ 3 คือหลักธรรมทุกศาสนา 4 คือโอกาสเข้าถึงแหล่งข้อมูลและการศึกษา

ความคิดเห็นที่ 55 (0)
วิตามินบี วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 15.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


ข้อมูลแน่นมากๆค่ะ กำลังอยากรู้อย่างละเอียดอยู่พอดี
ต้องอ่านหลายรอบหน่อยเพื่อทำความเข้าใจให้มากยิ่งขึ้น
หลายๆท่านที่เข้ามา อย่าปล่อยให้ข้อมูลนี้รอดผ่านสายตาไปนะคะ เรื่องจำเป็นที่เราคนไทยทุกคนควรรู้เท่าทันต่างชาติ ไม่ใช่เพื่อใคร ก็เพื่อความอยู่รอดของเราเองในอนาคตค่ะ

ความคิดเห็นที่ 54 (0)
ฝนเดือน วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 14.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fontree

อเมริกาเดินทางกระตุ้น ยุแหย่ และเปิดฉากสงครามขึ้นทั่วโลก เพื่อค้าอาวุธ และความตายของชาวโลก นอกจากสงคราม ความหายนะของโลก และผู้บริสุทธิ์แล้ว

อเมริกา ยังค้าชีวิตมนุษย์ด้วยการค้ายารักษาโรค ค้าความเป็นความตายของชาวโลก ด้วยกฎหมายลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร ซึ่งพยายามครอบคลุมให้เหนือหัวชาวโลก

เราฆ่าหมอยาพื้นบ้านทิ้ง เราทำลายคัมภีร์ใบลานเภสัชกรรมปรุงยาโบราณทิ้ง เปิดป่าให้ต่างชาติเข้าศึกษา ขโมยทรัพยากร สมุนไพร และภูมิปัญญาของบรรชนไป เพื่อต่างชาติจะนำกลับมาฆ่าเราด้วยกฎหมายสิทธิบัตรยา และยารักษาโรคราคาแพง

ผมขอประณามความชั่วช้าในความคิดจิตใจของชาวอเมริกัน และขอเรียกร้องให้คนไทยเร่งศึกษาวิจัย พัฒนาสมุนไพรไทย การแพทย์แผนไทย ให้สามารถรองรับโลกแห่งโรคภัยและสุขภาพที่หลากหลายของมนุษยชาติ เราต้องพึ่งตัวเองให้ได้ ด้วยสติปัญญาของเราเอง...และเรียนรู้กลโกงของต่างชาติที่คิดแสวงประโยชน์จากเราครับ

ความคิดเห็นที่ 53 (0)
ทวิน วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 14.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/twin

ผลประโยชน์ล้วน ๆ ครับ บริษัทยาทำธุรกิจก็ต้องการกำไรจากการดำเนินธุรกิจเป็นธรรมดาครับ ถ้าไม่มีเงินบริษัทยาก็ไม่มองอยู่แล้วละครับ
ผมเองชื่นชมคุณหมอท่านหนึ่งที่ได้ให้สัมภาษณ์รายการจับเข่าคุย ของคุณสรยุทธ ทางช่อง 3 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งคุณหมอได้ไปสอนให้ชาวบ้านยากจนในแอฟริกาสามารถผลิตยาขึ้นได้เอง น่าชื่นชมนะครับ
ป.ล. คุณเฟิงสุ่ย ต้องเป็นเภสัชกรแน่ ๆ เลยใช่ไหมครับเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 52 (0)
ย่าดา วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 13.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

คำว่าศิลธรรมมันสะกดกันไม่เป็นกันแล้ว
เอหรือว่าไอ้กันไม่มีคำนี้
ระวังเถอะนรกจะกินหัว

ความคิดเห็นที่ 51 (0)
ไก่อบฟาง วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 13.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/story
***โลก สด ใส กับ ไม้ ใกล้ ฝั่ง***

ผลประโยชน์อีกตามเคย

ความคิดเห็นที่ 50 (0)
ผึ้งนรก วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 13.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bee
กินไม่ได้แต่เท่ส์..

ดีมากเลยอ่านแล้วเห็นภาพรวม เข้าใจว่าทำไม ต่างชาติดิ้นรนซะขนาดนั้น เพราะเสียผลประโยชน์ ยาราคาเม็ดละ 260 เหลือ ราคา 10 บาท มันก็ดีกับคนที่เขาป่วยแล้ว ไม่ใช่คนเรามันจะรวยทั้งหมด คนที่ต้องตายเพราะไม่มีเงินจ่ายค่ายาเพียงพอมีไม่รู้เท่าไหร่

บริษัทยาหาผลประโยชน์เอาจากความตายของคนป่วย ทุเรศ ชัด ๆ เจ๋งมาก รวมบทความนี้

ความคิดเห็นที่ 49 (0)
nancho วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 12.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nancho

วันก่อนดูรายการจับเข่าคุยรีเทิร์นทำให้รู้สึกอยากให้เรามียาถูกๆ ใช้กันบ้าง

ความคิดเห็นที่ 48 (0)
PostAmorndern วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 12.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/amorn

รับทราบข้อมูลนะครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร อย่างไร ช่วงเย็น ๆ จะลองอ่านแบบเต็ม ๆ และพูดถึงนิดหน่อยครับ

ความคิดเห็นที่ 47 (0)
ท่าน้ำนนท์ วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 11.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sup

..จริง ๆ แล้ว พวกเราคนไทยทุกคนควรคว่ำบาตรกับทางสหรัฐอเมริกาด้วยการไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่บริโภคสินค้าของสหรัฐอเมริกาในตอนนี้เลย โดยแสดงชื่อเจตจำนงค์กันให้ชัดเจนแล้วค่อย ๆ ขยายวงไป เพื่อกดดันเอาคืนมันบ้าง คุณเฟิงสุ่ยว่าดีไหมครับ..

ความคิดเห็นที่ 46 (0)
AS_tiny วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 11.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/atasit
bIgHmEe

มันซับซ้อนกันจริง ๆ เลย คนธรรมดาอย่างเราเข้าใจยากเหมือนกันนะ คงต้องทำให้ง่ายแก่การเข้าใจอีกนะ

ความคิดเห็นที่ 45 (0)
ลานเทวา วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 11.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

อเมริกา มหาอำนาจชาติอสรพิษ

มันผู้ไม่เคยคิดจริงใจกับชาติชนใดในโลกใบนี้

ความอัปรีย์ทั้งหลายที่เป็นเหตุให้เกิดทุกข์แก่นานาประเทศ

ล้วนเกิดแต่ อเมริกาทั้งนั้น


ความคิดเห็นที่ 44 (0)
feng_shui วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 10.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ขอบคุณค่ะคุณ เสดพีร์
การหวงวิชาความรู้ที่ตัวเองคิดได้ ไม่อยากให้คนอื่นรู้หรือได้ประโยชน์จากสิ่งที่ตัวเองรู้หรือคิดค้นได้ เพราะฉะนั้นต้องแสวงหาประโยชน์จากความรู้ที่คิดได้
อันนี้ดิฉันคิดว่าเป็นธรรมชาติของมนุษย์ มิฉะนั้นมนุษย์ทุกคนคงตรัสรู้หมดแน่นะคะ
ดังนั้นจึงมีพวกregulationเหล่านี้ มาคุ้มครองผู้คิด ประดิษฐ์ค่ะ ซึ่งก็ต้องตามดูรายละเอียดแต่ละแขนงไป
กรณีสิทธิบัตรยา เป็นกรณีของความกดดันจากผู้ได้ประโยชน์ซึ่งเป็นพวกมีเงินทุน เป็นเรื่องของผลประโยชน์โดยเอาโรคภัยของคนจน ทาเป็นตัวประกันค่ะ
ส่วนกรณี ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร แต่ละแขนง ก็จะเป็นกรณีแขนงใดแขนงนั้นนะคะ คุณ เสดพีร์ ให้แง่คิดที่ดีมากค่ะ
............................................................
คุณo-lacดิฉันแวะไปตามลิ้งค์เรียบร้อยแล้วค่ะ
ขอบคุณ


ความคิดเห็นที่ 43 (0)
o-lac วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 09.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/o-lac

ยาสำเร็จรูป อ่าน http://www.oknation.net/blog/o-lac/2007/04/27/entry-1

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
o-lac วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 09.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/o-lac

นื่งยานี่ ยังมีระเบิดอีกลูกนึงฝังอยู่ ในพระราชบัญญัติยาครับ ดูเรื่องยาสำเร็จรูปที่ขายยากันระเบิดเถิดเทิง http://www.oknation.net/blog/o-lac/2007/03/30/entry-1

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
เสดพีร์ วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 09.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chao
*+* เพียงแวะเข้าไปทัก..เราก็แอบฮักคุณอยู่ ในใจ._/|\_.

ขอต่อจากความคิดเห็นที่ 18-19-20 ครับ

ผมทราบว่าสิทธิบัตรต่างจากลิขสิทธิ์ครับ

เพียงแต่จะบอกว่ามันมีลักษณะคล้ายกันของ 2 เรื่องนี้ คือการหวงวิชาความรู้ที่ตัวเองคิดได้ ไม่อยากให้คนอื่นรู้หรือได้ประโยชน์จากสิ่งที่ตัวเองรู้หรือคิดค้นได้ เพราะฉะนั้นต้องแสวงหาประโยชน์จากความรู้ที่คิดได้

ถ้าพระพุทธเจ้าคิดแบบนี้หลังตรัสรู้ ความจริงทั้งหลายคงยังไม่ได้เปิดเผยต่อชาวโลกแน่นอน ใครอยากรู้ต้องไปทดลองด้วยตัวเอง

แต่ความเป็นจริงคือ พระองค์ไม่ได้หวงวิชา หากแต่ทรงปรารถนาจะให้คนอื่นๆ ได้รู้ความจริงที่มีอยู่ในธรรมชาติ ที่พระองค์ค้นพบแบบหมดสิ้น ใครอยากรู้ก็ไปทูลถาม พระองค์จะทรงสอนตามสติปัญญาของผู้รับ ไม่ได้ทรงหวงวิชาไว้ว่าเดี๋ยวเขาจะรู้มากกว่าพระองค์ หรือเขาจะได้ดีกว่าพระองค์

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 08.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/derreiser
เพื่อชาติ และเป็นคนดีของชาติ

เยี่ยมมากครับ พึ่งจะรู้ ว่า พินิจ เกือบ เอาบ่วงผูกคอ พี่น้องไทย อีกแล้ว ครับท่าน

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
ป้าไม่อยู่ปู่เข้าเวบ วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 07.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pakapoo
“ป้ากะปู่กู้อีจู้ ”ไดอารี่ เปื้อนหมึก ..นอกประวัติศาสตร์และกาลเวลา..  สงบนิ่งกับอณู...ทุกสรรพสิ่งอันดีงาม... ...ตลอดไป... . 

อเมริกา อเมริโกย

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
มีนา วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 22.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

เดี๋ยวจะตามไปอ่านลิงค์ที่คุณเฟิงสุ่ยให้ไว้ต่อนะคะ
ข้อมูลเยี่ยมจริงๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
BlueHill วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 19.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

คุณ feng_shui ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูลดี ๆ อย่างนี้ โดยเฉพาะประเด็น"เป็นการจับผิดจากช้อบกพร่องส่วนหนึ่งของยาตัวหนึ่ง แต่จะเอาความบกพร่องนี้ตีขรุมเพื่อครอบงำการผูกขาดเรื่องสิทธิบัตรยาตัวยาอื่นๆ และ CLของไทย"
เป็นการจุดประเด็นให้สังคมได้ขบคิดกันต่อไปครับ


ความคิดเห็นที่ 36 (0)
กรวดแก้ว วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 18.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tfriend
 อย่าเครียดกับอะไรที่มันไม่ได้ดั่งใจเรา ถ้าวันนี้ไม่ใช่ก็ทำใหม่^^

ข้อมูลเรื่องนี้น่าคิดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
คนกันเอง วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 18.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tt
...  Memory Blog  ... 

จริง...เราไม่ควรตื่นตูมกันมากเกินไป อย่าไปกลัว ที่ผ่านมาเราให้ความสำคัญกับมาเฟีย (โลก) พวกนี้กันมากเกินไปแล้ว อย่าไมสนใจอยากเห่า ๆ ไป ไม่ต้องทำอะไรไม่ต้องตอบโต้ เราทำถูกแล้ว ให้มันชักดี้นชักงอไปคนเดียว

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
ปุถุชน วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 18.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/putushon
บล็อกอย่างเป็นทางการของปุถุชน > http://putushon.wordpress.com

เราตกเป็นเมืองขึ้นของอเมริโกยตั้งแต่เมื่อไร?


ความคิดเห็นที่ 33 (0)
u วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 17.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/unussorn
รวมเรื่องสั้นสีเขียว

มหาอำนาจ...
ที่น่ารังเกรียจ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
feng_shui วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 17.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ขอบคุณnaitiwaค่ะ ที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับหนังสือ ท่านสามารถdownload วิด๊โอ การสัมนาของอาจารย์จิราพรได้นะค่ะ ขนาดfile 43Mค่ะ เพราะดิฉันเชื่อว่ามีเนื้อหาสาระ ที่เราต้องติดตามในรายละเอียด ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควรนะคะ ใครที่netเร็วๆ Downloadเก็บในเครื่องดีกว่าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
naitiwa วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 17.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naitiwa
...ที่เห็น ที่เป็นไป ใช่ ไม่ใช่ ไม่สำคัญ...

สวัสดีครับ แหะ แหะ
เคยเขียนแนะนำหนังสือเล่มนี้ไว้
นำมาฝากที่นี่เสียเลยครับ

.....................

.........กระชากหน้ากากธุรกิจยาข้ามชาติ.............

คุณเชื่อไหมว่า ในสหรัฐอเมริกา “อุตสาหกรรมธุรกิจยา” ทำ “กำไรสูงสุด” เป็นอันดับหนึ่ง มากกว่าธุรกิจแขนงอื่น ๆ ?

แน่ล่ะ คุณอาจจะไม่เชื่อ ตราบเท่าที่เรายังคิดว่า “ยา” เป็นเรื่องของ “มนุษยธรรม-คุณธรรม-จริยธรรม” ไม่ใช่เรื่องของ “ธุรกิจ” เพื่อแสวงกำไรสูงสุด

ทว่า ! ความจริงไม่ได้งดงามเช่นนั้น....

ตรงกันข้าม ความจริงของ “ธุรกิจยา” กลับเต็มไปด้วยความลับที่มืดดำ อัปลักษณ์ และซับซ้อนซ่อนเงื่อน อยู่ใน “วงจรอุบาทว์” โดยสิ้นเชิง

ทั้งหมด วนเวียนอยู่กับคำว่า อำนาจ เล่ห์เหลี่ยม กลโกง การผูกขาด และสินบน !

“ยา” ในอุตสาหกรรมยา ถูกบริษัทยายักษ์ใหญ่รวมหัวกัน ทำให้เชื่อว่า มีต้นทุนสูงลิบลิ่ว จากการ “ศึกษา-วิจัย” เพื่อค้นพบ “นวัตกรรม” ในการรักษาชีวิต ของมวลมนุษยชาติ
แต่ความจริงที่คุณไม่รู้ก็คือ “ต้นทุน” จากการศึกษาวิจัย ไม่ได้สูงเช่นนั้น

โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบส่วนต่าง ระหว่าง “ต้นทุน” ค่าใช้จ่าย ในการ “วิจัย” กับ “ค่าการตลาด-การบริหาร” ที่ส่วนหลังมากกว่าส่วนแรก ถึง 2 เท่าครึ่ง

แล้วอะไร ทำให้ “ยา” มีราคาแพงลิบลิ่วขนาดนั้น ?

คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมบริษัทยา จึงทำให้ราคายาแพงมาก

คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมยาบางชนิด จึงถูกสั่งจ่ายยาอย่างแพร่หลายและกว้างขวาง ทั้งที่ราคายาสูงลิบลิ่ว

คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมจึงต้องเปลี่ยนการใช้ยา จากชนิดหนึ่งไปเป็นอีกชนิดหนึ่ง หรือต้องเพิ่มปริมาณมากขึ้น ถี่ขึ้น นานขึ้น และต้องจ่ายมากขึ้น ในขั้นตอนสุดท้าย

คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมรัฐและอำนาจทางการเมือง รวมทั้งกลไกของกฎหมาย จึงไม่สามารถเข้ามาควบคุมดูแล ให้ราคายาต่ำลง และมีคุณภาพตามที่ควรจะเป็น

ความจริงก็คือ “อุตสาหกรรมยา” มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ นับจากปี 2523 หลังจากที่ “โรนัลด์ เรแกน” ชนะการเลือกตั้ง

2503-2523 มูลค่าการสั่งยาค่อนข้างคงที่ เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ

ขณะที่ 2523-2543 มูลค่าการสั่งยา เพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า
และนั่นก็คือ “จุดเริ่มต้น” ของนโยบาย “เข้าข้างฝ่ายธุรกิจของรัฐบาล”

ปี 2545 ปีเดียว “อุตสาหกรรมยา” ได้รับเงินค่ายาจากคนสหรัฐฯ ถึง 2 แสนล้านเหรียญ

โดยมีอีก 2 แสนล้านเหรียญ ที่ “อุตสาหกรรมยา” ได้รับจากทั่วโลก

และทั้ง ๆ ที่ ปี 2545 อยู่ในภาวะเศรษฐกิจซบเซา บริษัทยายักษ์ใหญ่ ก็ยังมีผลกำไรลดลงเพียงเล็กน้อย จาก 18.5 % มาอยู่ที่ 17 % ของยอดขาย

คุณเชื่อไหมว่า บริษัทยา 10 บริษัท จากรายชื่อการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์จูน 500 อันดับ ในปี 2545 มีผลกำไรรวมเท่ากับ 3 หมื่น 5 พันล้านเหรียญ

ผลกำไรที่ว่านี้ ยังมากกว่า บริษัททั้ง 490 อันดับที่เหลือ รวมกันเสียอีก

คุณเชื่อไหมว่า เฉพาะปี 2545 ปีเดียว “อุตสาหกรรมยา” ใช้ “ล็อบบี้ยีสต์” ถึง 675 คน จากบริษัทรับล็อบบี้ 138 แห่ง มากที่สุดในกรุงวอชิงตัน และมากกว่าจำนวนสมาชิกรัฐสภา คิดเป็นค่าใช้จ่าย มากกว่า 91 ล้านเหรียญ

คำถามก็คือ บริษัทยาใช้เงินจำนวนนี้ จ้าง “ล็อบบี้ยีสต์” ให้ไปใช้เงินอีกจำนวนเท่าไรในวงการเมือง เพื่อประโยชน์ที่จะได้รับกลับมา สำหรับ “ธุรกิจยา” ?

ยังมีอะไรที่คุณไม่รู้ และควรต้องรู้ อีกหรือไม่

คำตอบก็คือ มี และมีอีกมากมายก่ายกอง เช่น.....

-“ยาใหม่” ไม่ใช่ “นวัตกรรม” แต่เป็นการดัดแปลง “ยาเก่า” ที่เรียกว่า “ยาต่อ-ท้าย”

-“ธุรกิจยา” ไม่ใช่ “ธุรกิจเสรี” แต่เป็น “ธุรกิจผูกขาด” ผ่าน “สิทธิบัตร” และกลไกแทรกแซงอื่น ๆ

-“บริษัทยา” ไม่ได้ทำ “งานวิจัย” แต่ซื้อสิทธิงานวิจัย ของมหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานวิจัยของรัฐ หรือบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ แล้วผูกขาดผ่าน “สิทธิบัตร” เป็นของบริษัทยา

-ตัวอย่างยาแจกฟรี คือการ “โฆษณาชวนเชื่อ” โดยบวกราคาไว้ ในยาที่จะจำหน่ายจริง

-“บริษัทยา” ใช้เงิน และค่าตอบแทนรูปแบบต่าง ๆ ให้แก่รัฐ ฝ่ายการเมือง แพทย์ และ ฯลฯ เพื่อแลกกับกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ , สิทธิผูกขาดยาวนาน , การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหน่วยงาน เพื่อลดทอนการตรวจสอบ , ยอดจำหน่ายยา , ผลกำไรสูงสุด และ ฯลฯ

“เราจะไม่ยอมรับความล้มเหลว ตราบใดก็ตาม ที่เรายังสามารถจัดการเงื่อนไขทางการเมืองได้ทั้งหมด”

นี่เป็น “อหังการ” ของ “บริษัทยา” ผ่านปากของ “อลัน เอฟ. โฮลเมอร์” ประธานสมาคมผู้ผลิตและวิจัยยาของอเมริกา ที่พูดต่อที่ประชุมประจำปี 2545

ที่เจ็บปวดคือ ความจริงนี้ถูกยอมรับโดย “เบอร์นาร์ด แซนเดอร์ส” สมาชิกสภาผู้แทนฯ จากรัฐเวอร์มอนต์ ที่ว่า...
“องค์กรหนึ่งที่ไม่เคยแพ้เลยในรัฐสภา มีแต่ชนะนับร้อยครั้ง องค์กรนั้นคือ อุตสาหกรรมยา”

นี่เป็นเรื่องราวบางส่วน ที่ปรากฏในหนังสือ “กระชากหน้ากากธุรกิจยาข้ามชาติ” ของ แพทย์หญิงมาร์เซีย แอนเจลล์

เพื่อไขปมดำมืด “วงจรอุบาทว์” ของ “ระบบฉ้อฉล” ใน “อุตสาหกรรมยา”

และมันก็ไม่ได้จำกัดวงแค่สหรัฐฯ หากแต่ยังหมายถึงทุกประเทศทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศของคุณเอง !!!

................................


ความคิดเห็นที่ 30 (0)
ชาวป่า วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 16.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/forester

ไปกลัวอะไร กับประเทศที่ต้องพึ่งพาอาหารจากต่างประเทศอย่างไอ้กัน

ในเมื่อบ้านเราไม่เคยอดอยากข้าวปลา อาหาร แม้คนไม่มีเงินซักบาทไปวัดก็มีข้าวกินแล้ว เราส่งออกอาหารเลี้ยงคนครึ่งโลก

ชิปคอมพิวเตอร์ไอ้กัน กินแทนข้าวไม่ได้หรอก


ความคิดเห็นที่ 29 (0)
เจเจค่ะ วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 16.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jj
Completely support 137 


ขออนุญาตบันทึกข้อมูลนะคะ

ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
คีตพจน์ วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 15.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tcmc
ประเทศถิ่นแผ่นดินสยามงาม เลื่องลือนามว่าไทยดีหนักหนา                วัฒนธรรมประเพณีแต่เดิมมา สิ่งล้ำค่าเอกลักษณ์ความเป็นไท******************************************************เกิดเป็นไท รักเมืองไทย ใช้เลขไทย  และภาษาไทยให้ถูกต้องนะครับ             เชิญแวะเที่ยวชม blog  ดนตรีไทย  ของคีตพจน์ครับ http://www.oknation.net/blog/tcmc                                                    ขอให้ทุกคนที่ความสุข  สำราญ  รื่นรมย์  โสมนัส  ปรีเปรม ปราโมทย์  ทั่วหน้ากันครับ

คุณเฟิงเร็วมากเลย ผมเพิ่งลงเสร็จ คุณก็มาเลย แน่จริง ๆ ขอบคุณสำหรับข้อมูลข่าวสารที่ส่าสนใจและน่าใส่ใจครับ เป็นเรื่องใกล้ตัวมาก ๆ ในสังคมไทย ไม่จะเป็นว่าจะเป็นเรื่องยาเรื่องเดียวครับ แต่ผมว่าน่าเป็นห่วงในทุกเรื่องเลยครับ ช่วยกัน ช่วยกัน ชาติจะได้ไม่ถูกกลืนโดยไม่รู้ตัวครับ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
มองการณ์ใกล้ วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 15.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/visionary

เอาใจช่วยอาจารย์จิราพร
ล้มนายเคนให้ได้นะอาจารย์ แฉมันเข้าไป

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
pran วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 15.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pran

http://www.oknation.net/blog/pran/2007/05/14/entry-2

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
compile วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 15.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/compile
.: Nobody_Perfect :.


ข้อมูลแน่นเสมอนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
สุภาพบุรุษแห่งสยาม วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 14.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/manofsiam
ถ้าต้องเหมือนใครๆ ก็คงมิใช่ฉันแน่ๆ

แล้วจะเข้ามาเยี่ยมเยียนบ่อยๆนะครับผม

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ครูคอม วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 14.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yongyuth

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
Chaiyon วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 14.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Akemongkol

มะกันก็เอาเปรียบประเทศด้อยพัฒนาอย่างเราๆ อยู่แล้วละ ต้งสนับสนุนกลุ่มว้าแดงทำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เด็ดๆ ทำเพ็คเกจจิ้งให้สวยๆ ส่งเข้าไปขายในอเมริกาเยอะ แบบไม่หวงลิขสิทธิ์ เมื่อนั้นจะรู้สึกว่ายาของใครดีกว่ากัน 5555

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
หมอซ้ง วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 13.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/servo

...อาหาร...มันก็บีบ
...เสื้อผ้า.. เครื่องนุ่งห่ม มันก็แกล้ง
...ยารักษา(ชีวิต)โรค.. มันก็เอาเปรียบ
...ที่อยู่อาศัย(ประเทศ)...มันกำลังเผา
อเมริกาพันธมิตรใคร...???

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
feng_shui วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 12.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ก่อนอื่น ขอเรียนว่า มีความแตกต่างระหว่าง ลิขสิทธิ์ กับสิธิบัตรยานะคะ
1. ลิขสิทธิ์คืออะไร

ลิขสิทธิ์เป็นผลงานที่เกิดจากการใช้สติปัญญา ความรู้ความสามารถ และความวิริยะอุตสาหะในการสร้างสรรค์งานให้เกิดขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่ง ลิขสิทธิ์หมายถึงสิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะกระทำการใดๆ เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้น

2. ประเภทของงานสร้างสรรค์

งานสร้างสรรค์ที่มีลิขสิทธิ์ ประกอบด้วยงานต่างๆ ดังนี้

2.1 งานทั่วไป ได้แก่

งานวรรณกรรม เช่น หนังสือ จุลสาร สิ่งเขียน สิ่งพิมพ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์
งานนาฎกรรม เช่น งานเกี่ยวกับการรำ การเต้น การทำท่า หรือการแสดงที่ประกอบเป็นเรื่องเป็นราว การแสดงโดยวิธีใบ้
งานศิลปกรรม เช่น งานด้านจิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม ภาพพิมพ์ภาพประกอบแผนที่ โครงสร้าง ศิลปประยุกต์ ภาพถ่าย และแผนผัง ของงานดังกล่าว
งานดนตรีกรรม เช่น เนื้อร้อง ทำนอง โน๊ตเพลงที่ได้แยกแยะเรียบเรียงเสียงประสานแล้ว
งานโสตทัศนวัสดุ เช่น วีดีโอเทป แผ่นเลเซอร์ดิสก์ เป็นต้น
งานภาพยนต์
งานสิ่งบันทึกเสียง เช่น เทปเพลง แผ่นคอมแพคดิสก์
งานแพร่เสียงแพร่ภาพ
งานอื่นใดในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
2.2 งานสืบเนื่อง ได้แก่

งานดัดแปลง หมายถึง การทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมโดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์
งานรวบรวม หรือประกอบเข้าด้วยกัน โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์
3. สิ่งที่กฎหมายไม่คุ้มครอง

สิ่งที่กฎหมายไม่คุ้มครอง ได้แก่

แนวความคิด หลักการ การค้นพบ หรือ ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์
ขั้นตอน กรรมวิธี ระบบ วิธีใช้ หรือการทำงาน
4. สิ่งที่ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์

ผลงานดังต่อไปนี้เป็นผลงานที่ไม่ถือว่ามีลิขสิทธิ์

ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่างๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร
รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
ประกาศ คำสั่ง ระเบียบ คำชี้แจง ของหน่วยงานรัฐหรือท้องถิน
คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
คำแปล และการรวบรวมสิ่งต่างๆ ข้างต้น ที่หน่วยงานของรัฐหรือท้องถิ่นจัดทำขึ้น

5. การได้มาซึ่งลิขสิทธิ์

สิทธิในลิขสิทธิ์จะเกิดขึ้นโดยทันทีนับตั้งแต่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างผลงานโดยไม่ต้องจดทะเบียน ซึ่งมีลักษณะการได้มา ดังนี้

คุ้มครองทันทีที่ได้มีการสร้างสรรค์งานนั้น
กรณีที่ยังไม่ได้มีการโฆษณางาน ผู้สร้างสรรค์ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยหรือมีสัญชาติในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญา ว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ที่ประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย
กรณีที่มีการโฆษณางานแล้ว ต้องเป็นการโฆษณาครั้งแรกได้ทำขึ้นในราชอาณาจักรหรือในประเทศที่เป็นภาคีฯ
กรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล ต้องเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย

6. ใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์

ผู้ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ได้แก่ บุคคลหรือกลุ่มบุคคลดังต่อไปนี้

ผู้สร้างสรรค์งานขึ้นใหม่ ซึ่งอาจเป็นผู้สร้างสรรค์งานด้วยตนเองเพียงผู้เดียว หรือผู้สร้างสรรค์งานร่วมกัน
ผู้สร้างสรรค์ในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง
ผู้ดัดแปลงหรือผู้รวบรวม โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของ
ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานที่จ้าง เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
กระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานของรัฐหรือท้องถิ่น
ผู้รับโอนสิทธิ
ผู้พิมพ์โฆษณางานที่ใช้นามแฝงหรือนามปากกาที่ไม่ปรากฎชื่อผู้สร้างสรรค์

7. สิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์

เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะกระทำการใดๆ ต่องานอันมีลิขสิทธิ์ของตนดังต่อไปนี้ มีสิทธิ์ในการทำซ้ำ ดัดแปลง จำหน่าย ให้เช่า คัดลอก เลียนแบบทำสำเนา การทำให้ปรากฏต่อสาธารณชนหรืออนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิของตน โดยมีหรือไม่มีค่าตอบแทนก็ได
นอกจากสิทธิที่เจ้าของลิขสิทธิ์จะได้รับความคุ้มครองในรูปของผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจดังกล่าวแล้ว กฎหมายยังคุ้มครองสิทธิที่เรียกว่า ธรรมสิทธิ์ หรือ สิทธิในทางศีลธรรมด้วย โดยกำหนดว่าผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะแสดงตนว่าเป็นผู้สร้างสรรค์และห้ามผู้อื่นมิให้กระทำการบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลง หรือกระทำการให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของผู้สร้างสรรค์
8. อายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์

งานทั่วๆ ไป ลิขสิทธิ์จะมีตลอดอายุผู้สร้างสรรค์ และจะมีต่อไปอีก 50 ปี นับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย กรณีเป็นนิติบุคคล ลิขสิทธิ์จะมีอยู่ 50 ปี นับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น
งานภาพถ่าย โสตทัศนวัสดุ ภาพยนต์ หรืองานแพร่เสียง แพร่ภาพ ลิขสิทธิ์มีอยู่50 ปี นับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น
งานที่สร้างสรรค์โดยการจ้างหรือตามคำสั่ง มีอายุ 50 ปี นับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น
งานศิลปประยุกต์ ลิขสิทธิ์มีอยู่ 25 ปี นับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น
กรณีได้มีการโฆษณางานเหล่านั้น ในระหว่างระยะเวลาดังกล่าวให้ลิขสิทธิ์มีอยู่ต่อไปอีก 50 ปี นับแต่โฆษณาครั้งแรก ยกเว้นในกรณีศิลปประยุกต์ ให้มีลิขสิทธิ์อยู่ต่อไปอีก 25 ปี นับแต่โฆษณาครั้งแรก

9. ผลภายหลังลิขสิทธิ์หมดอายุ

งานนั้นตกเป็นสมบัติของสาธารณะ บุคคลใดๆ สามารถใช้งานนั้นๆ ได้โดยไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

ส่วนสิทธิบัตรยา มีไว้เพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ให้ผู้ผลิตยาค่ะ
ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
เสดพีร์ วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 12.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chao
*+* เพียงแวะเข้าไปทัก..เราก็แอบฮักคุณอยู่ ในใจ._/|\_.

ไหงพิมพ์ผิด domail ไปได้?

ขอแก้เป็น domain ครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
เสดพีร์ วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 12.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chao
*+* เพียงแวะเข้าไปทัก..เราก็แอบฮักคุณอยู่ ในใจ._/|\_.

ใช่อเมริกาหรือไม่ที่ไปบีบคอให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกออกกฎหมายลิขสิทธิ์เมื่อประมาณ 10 กว่าปีก่อน?

เพราะกฎหมายลิขสิทธิ์ของทุกประเทศมีเนื้อหาเกือบเป็นพิมพ์เดียวกัน เช่น

- หลังเจ้าของลิขสิทธิ์เสียชีวิตแล้ว 50 ปี ผลงานตกเป็นสาธารณะ (public domail) ม.19

ฝากท่านผู้รู้ช่วยยืนยันด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
Peaceful วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 11.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Peaceful
      พ่ อ แ ม่ คื อ พ ระ อ ร หั น ต์ ข อ ง ลู ก       

ขอบคุณมากครับ เนื้อหาละเอียด ได้ข้อมูลเยอะ กำลังค่อยๆ อ่าน ครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
เสดพีร์ วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 11.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chao
*+* เพียงแวะเข้าไปทัก..เราก็แอบฮักคุณอยู่ ในใจ._/|\_.

ผมตั้งข้อสังเกตไว้ว่า

"ขอตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่าถ้าเอาหลักมัจฉริยะ 5 ไปจับ เราจะไม่แปลกใจเลยที่เห็นชาติมหาอำนาจ ซึ่งทำตัวเป็นตำรวจโลกอย่างสหรัฐอเมริกา เต็มไปด้วยความขัดแย้ง ทั้งในประเทศเองและบนเวทีโลก เพราะเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยความใจแคบทั้ง 5 ข้อ นโยบายต่างประเทศที่ออกมาล้วนแล้วแต่ออกมาเพื่อเพิ่มพูนและปกป้องความตระหนี่ทั้ง 5 ข้อนี้"

มัจฉริยะ 5 คือสิ่งที่ต้องพยายามลดลง เพื่อลดความขัดแย้งของมนุษยชาติลงทัศนะของพุทธศาสนา

ถ้าสนใจอ่านเพิ่มเติมเชิญแวะไปที่นี่ครับ (มีเพลงเพราะๆ เสียงร้องของคนแคนาดา ให้ฟังขณะอ่านด้วย)
http://www.oknation.net/blog/chao/2007/05/11/entry-1

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
Invisible-Ink วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 11.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/victor

Well done. Keep on your great jobs.

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
feng_shui วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 11.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

เรียนเพื่อนๆสมาชิกที่รักทุกท่าน
ดิฉันใคร่ขอชี้แจงสักเล็กน้อนค่ะว่า หากท่านไม่มีเวลาพอที่จะอ่านและวิเคราะห์ตาม ท่านสามารถ เข้ามาใหม่อีกครั้ง โดยดิฉันใคร่ขอให้ท่านเก็บรายละเอียด ทุกตัวอักษร รวมทั้ง วิโอ อภิปรายด้วยนะคะ เพื่อเราจะได้มีประเด็นในการแลกเปลี่ยนวิเคราะห์กัน
ส่วนเพลง ดิฉันใช่american pie ซึ่งเป็นเพลงยุคบุปผาชน แสดงออกถึงเสรีภาพด้านดนตรี(ฮิปปี้)และวัฒนธรรม รวมถึงlifestyleยุคนั้น ดูสิค่ะ เขายังมีเสรีภาพกันได้ ประเทศไม่รวยอย่างบ้านเราจะต้องถูกควบคุมให้อยู่เบื้องล่างตลอดไปหรือค่ะ?

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
บินหลาหาดใหญ่ วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 10.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/witphoto
APICHART AMMUAY Photographer Journalist

ข่าวข้นดีครับพี่เฟิงสุ่ยhttp://www.oknation.net/blog/witphoto/2007/05/14/entry-1

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
slipknot วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 10.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/slipknot
ถึงเป็นผี...ก็เป็นผีมี..หัวใจ...นะเฟร้ยยยยยย

ผมเคยไปช่วยร้านยารู้จักร้านหนึง.....พอจะทราบว่ายานั้น
กำไรอย่างน้อย60-100% มีครีมตัวหนึ่ง....จำไม่ได้รักษาอะไร....แตราคา75บาท แต่ต้นทุนยาอยู่ที่42บาท...กำไรเกือบเท่าตัว....ยานั้นมีค่ากว่าอัญมณีอีกคับ...

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
pierra วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 09.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pierra
สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ...ธรรมทาน ย่อมชนะทานทั้งปวง

ธุรกิจอย่างหนึ่ง...มนุษย์ธรรมอย่างหนึ่ง ทุกอย่างในโลกย่อมมีของคู่กัน อย่างกรณีนี้ เป็นบาป กับ บุญ ต้องเลือกเอา..

ขออภัยที่มาสาย เจ๊เฟิง

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
naive วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 09.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wickedgirl

หากินกับความเจ็บป่วยของคน..กรรมคงสนองสักวัน เหมือนที่สหรัฐฯขายอาวุธง่ายๆก็ยิงกันตายแบบไร้สาเหตุง่ายๆเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
มะอึก วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 08.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

เบี้ยล่าง

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
su วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 08.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suwest

ไม่เป็นหรอก แค่เคยโดนจับตามองแบบธรรมดา เปลี่ยนมาเป็นแบบถลึงตาใส่ เราชินแล้วละ.

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ปุ๊บปั๊ป วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 07.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/champions

ได้อ่านทั้งหมด ทำให้เข้าใจชัดเจนค่ะ จากตอนแรก พอเข้าใจแค่คร่าวๆ แค้น+เศร้า อ่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
แมวเหมียว วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 06.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wassanok

ยาเป็นสิ่งสำคัญในชีวิต
ไม่อยากให้ใครมาหากินกับความเจ็บป่วยของคน
ลำพังแค่เขาเจ็บป่วยก็ทุกข์พออยู่แล้ว ยังจะต้องมาทุกข์เรื่องค่ายาแพงอีก เฮ้อ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
รัฐศิริ วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 05.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rutdy

ไทยต้องออกมาต่อสู้เรื่องนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
phanasGook วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 02.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phanasGook
สะกด...คำพูดดีๆไม่มีไว้ขาย

นายเคน ทำเรื่องที่ทำเพื่อตนเอง แต่ละเลยเรื่องมนุษยธรรมที่ต้องเผื่อแผ่ให้ส่วนรวมบ้าง แต่เค้ากลับใส่ร้ายไทยอย่างร้ายแรง เพื่อเศษเงินที่ตายแล้วเอาไปไม่ได้ มาจุนเจือตนเอง

คนป่วยโรคเอดส์ต้องทนทุกข์เข้าถึงยาต้านเชื้อเอดส์ไม่ได้ เพราะนายทุนที่หน้าเลือดค้ากำไรอย่างเดียว

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Darth_Prin วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 02.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whatsoevermization
Fear not the dark side, for it was long infested within us..................  ::::::::::::::::::::::::::::]|==='==='===|[::::::::::::::::::::::::::::

ยอดเยี่ยมครับ แต่น่าจะแบ่งช่วงนิดนึง แล้วใส่กราฟช่วย สำหรับข้อมูลตัวเลข จะทำให้คนอ่านจำได้ดีกว่า คนอ่านอย่างพวกผมจะได้เอาไปเล่าไปบอกต่อได้

เรื่องแปลกเหมือนกัน มุมมองพลังงาน อเมริกานี่ก็คือตัวก่อปัญหา ในมุมสิ่งแวดล้อม อเมริกาก็คือตัวก่อปัญหา เรื่องคุณภาพชีวิต (อย่างเรื่องนี้) อเมริกาก็คือตัวก่อปัญหา ประเทศนี้มันเป็นตัวปัญหาของโลกเลยนะครับ ว่ามั๊ย

ปล ขอเอาบทความนี้ไปโพสในเมล์โรงงานนะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
กำปงพิราเทวี วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 01.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kampong
  ก ร ะ เ ป๋ า ห ม า ก แ ห่ ง ก า ร เ ดิ น ท า ง ข อ ง ห ม่ อ ม   

คืนนี้กรึ่มๆ กับวิสกี้เข้าไป (เพื่อนมาเยือน) เลยยังไม่ได้เนื้อเรื่องในตอนนี้ เพราะหม่อมมึนเล็กน้อย อิอิ มาลงชื่อไว้ก่อนจ้า ^^



ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แป้งร่ำ วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 01.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pangwanlaya

ข้อมูลปึ๊ก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน