*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2826
  • จำนวนผู้ชม : 5228371
  • จำนวนผู้โหวต : 4976
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4976 คน
coffee

coffee

View All
<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม 2550
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 7854 , 12:38:51 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ไทย...กับทรัพย์สินภูมิปัญญา ความรู้ไม่ทันกลโกงของผู้ฉวยโอกาส

ประเทศไทยนั้นเป็นดินแดนที่อุดมมั่งคั่ง ทั้งด้านภูมิปัญญาและทรัพย์สินทางธรรมชาติ ทว่าผู้เป็นเจ้าของกลับไม่ใคร่สนใจดูแลรักษาอย่างจริงจัง จนบางประเทศมหาอำนาจมองเห็นช่องทางในการ ชิง สมบัติเหล่านั้นไปครอบครองและหาผลประโยชน์ โดยละเลยเรื่องความชอบธรรม

เราเพิ่งจะชนะในการทวงภูมิปัญญาไทย “ฤาษีดัดตน” จากญี่ปุ่นที่ดอดไปจดทะเบียนลิขสิทธิ์กลับคืนมาได้ แต่ถ้าย้อนกลับไปในอดีต ประเทศไทยอยู่ในสภาพ “ผู้พ่ายแพ้” ในสงครามทำนองเดียวกันนี้มาแล้วหลายหน วันนี้ยังมีบางกรณีเกิดขึ้นและเวลาตัดสินยังมาไม่ถึง ทั้งยังมีแนวโน้มว่า เราอาจเข้าสู่สงครามแย่งชิงทรัพย์สินและภูมิปัญญาไทยอีกหลายครั้งในอนาคต

ทรัพย์สินและภูมิปัญญาไทยซึ่งถูกต่างชาติ (จ้องจะ) ฉกฉวยไปมากที่สุดนั้นเห็นจะไม่พ้นพันธุกรรมพืช

จัสติมาผู้ฆ่าข้าวหอมมะลิ

การแย่งชิงพันธุกรรมพืชระหว่างประเทศนั้นเกิดขึ้นมาเนิ่นนานแล้ว นับตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคม เมื่อประเทศมหาอำนาจพยายามกอบเก็บทรัพยากรจากดินแดนที่ตนครอบครอง ทรัพยากรเหล่านั้นหมายความรวมถึง พันธุ์พืชต่างๆ ซึ่งมหาอำนาจนำออกไปแพร่พันธุ์ในต่างดินแดน เช่น อังกฤษนำชาไปปลูกที่ศรีลังกาเพื่อให้เป็นแหล่งผลิตป้อนให้กับอังกฤษ เป็นต้น

เดิมนั้นการแย่งชิงพันธุกรรมคือ การนำเมล็ด ส่วนขยาย หรือต้น เพื่อไปปลูกต่างถิ่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปพร้อมกับเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น การปรับปรุงพันธุ์พืชกลายมาเป็นวิธีแย่งชิงพันธุกรรมหนทางใหม่ ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า “โจรสลัดทางชีวภาพ (Bio-piracy)” ไม่เพียงเป็นการโจรกรรมพันธุกรรมของพืช แต่ในศตวรรษนี้จะมีทั้งสัตว์ จุลินทรีย์ หรือแม้แต่พันธุกรรมมนุษย์ที่จะถูกนำไปทำวิจัย

คดีเด็ดของการโจรกรรมทางชีวภาพที่ไทยตกเป็นผู้เสียหายเห็นจะไม่พ้นเรื่องของ “ข้าวหอมมะลิ” 9 ปีที่แล้ว ข้าวไทยพันธุ์หอมมะลิ (Jasmine Rice) ถูกนักวิจัยชาวอเมริกันนำไปปรับปรุงพันธุ์ใหม่ เพื่อให้ปลูกได้ในสภาพภูมิอากาศซึ่งแตกต่างไปจากประเทศไทย ก่อนจะยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าชื่อ “จัสติมา (Jastima)” โดยแอบอ้างว่าเป็น “ข้าวหอมมะลิที่ปลูกที่เทกซัส” เมื่อปี 2541

เมื่อรู้ตัวรัฐบาลไทยจึงยื่นฟ้อง แต่ถูกปฏิเสธโดยอ้างว่า การกระทำดังกล่าวไม่ผิดกฎหมายสหรัฐ ต่อมาในปี 2543 มีการจัดประชุมทางไกล เพื่อหาทางลดข้อขัดแย้งและความไม่พอใจของประชาชนไทย เจ้าหน้าที่สหรัฐแนะนำให้ไทยใช้กฎหมายเครื่องหมายการค้า (Trade Mark) เพื่อปกป้องข้าวหอมมะลิ

ปีรุ่งขึ้น สถาบันวิจัยข้าวของสหรัฐอีกแห่งก็เริ่มโครงการปรับปรุงข้าวหอมมะลิเพื่อปลูกในสหรัฐ โดยนักวิจัยอ้างว่าได้พันธุกรรมข้าวหอมมะลิไปจากสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ แต่ไม่มีการลงนามในสัญญาการเคลื่อนย้ายพันธุกรรม แสดงถึงเจตนาที่จะจดสิทธิบัตรข้าวซึ่งปรับปรุงจากข้าวหอมมะลิ ซึ่งไม่อาจยอมรับได้ตามกติการะหว่างประเทศ

ความไม่พอใจของคนไทยทำให้มีการเดินขบวนไปชุมนุมหน้าสถานทูตสหรัฐ จากแรงกดดันนี้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจึงแจ้งมาว่า นักวิจัยได้แสดงจดหมายยืนยันอย่างเป็นทางการรับปากว่า จะไม่จดสิทธิบัตรพันธุ์ข้าวซึ่งปรับปรุงจากข้าวหอมมะลิของไทย

การปรับปรุงพันธุ์ข้าวหอมมะลิให้เพาะปลูกในประเทศอื่นได้จะเป็นผลเสียต่อไทย ทั้งเรื่องการตลาดและชื่อเสียงของข้าวไทย เมื่อข้าวหอมมะลิกลายเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล คนไทยทั้งในฐานะผู้นำเข้าหรือผู้จำหน่ายข้าวหอมมะลิอาจถูกฟ้อง ละเมิดสิทธิ เป็นการทำลายอนาคตของชาวนาไทย

ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ... อาจเป็นประโยคที่ใช้สำหรับกรณีนี้ ในเมื่อปัจจุบันยังมีความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะโจรกรรมสายพันธุ์ข้าวหอมมะลิไทย รวมทั้งวิธีการอันชอบธรรม เช่น ในเวทีการเจรจาเอฟทีเอ เป็นต้น

สมุนไพรไทย ขุมทรัพย์นับแสนที่น่าจารกรรม

เปล้าน้อย

เปล้าน้อยเปลือกแห้ง เปล้าน้อยต้น

ย้อนเวลากลับไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน “เปล้าน้อย” ไม้ยืนต้นขนาดเล็กของไทยก็ถูกฉกฉวยไปหน้าตาเฉย สมุนไพรไทยชนิดนี้พบตามป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ทุกส่วนของต้นมีประโยชน์

เรื่องเกิดขึ้นในช่วงปี 2513-2517 เมื่อไทยและญี่ปุ่นทำการศึกษาวิจัยเปล้าน้อยร่วมกัน พบว่า สมุนไพรนี้มีคุณสมบัติในการรักษาแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ ต่อมาในปี 2526 ญี่ปุ่นก็นำสารสกัดจากเปล้าน้อยไปจดทะเบียนกับองค์การอนามัยโลก (WHO) ภายใต้ชื่อ เปลาโนทอล (Plaunotol) ก่อนที่จะผลิตยาจากเปล้าน้อยออกจำหน่าย โดยใช้ชื่อการค้าว่า เคลเน็กซ์ (Kelnac) สร้างโรงงานอบใบเปล้าน้อยในไทย เพื่อส่งไปผลิตยาที่ญี่ปุ่นก่อนกลับมาขายบ้านเรา

แม้ทางญี่ปุ่นจะอ้างว่า ได้รับสิทธิบัตรในกรรมวิธีการสกัด ไทยยังคงใช้เปล้าน้อยเป็นสมุนไพรพื้นบ้านได้ แต่นี่นับเป็นการขโมยภูมิปัญญาพื้นบ้าน และยังปิดกั้นการวิจัยพัฒนาของไทย

ไม่กี่ปีหลังจากนั้น “กวาวเครือ” สมุนไพรไทยอีกชนิดที่ขึ้นชื่อในหมู่สาวๆ ที่รักสวยรักงาม โดยเป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่หมอพื้นบ้าน ในตำราไทยระบุว่า เป็นยาอายุวัฒนะ ก่อนจะพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรเสริมความงามมานานหลายสิบปี

กวาวเครือขาว

จู่ๆ สมุนไพรชนิดนี้ได้ถูกจดสิทธิบัตรโดยบริษัทเครื่องสำอางและยายักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ซึ่งได้รับอนุมัติเมื่อต้นปี 2545 ส่งผลกระทบต่อการวิจัยและพัฒนาสมุนไพรกวาวเครือของไทย รวมถึงการส่งออกผลิตภัณฑ์จากกวาวเครือออกไปจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ

กระทรวงสาธารณสุขรับยื่นฟ้องร้องเพื่อเพิกถอนสิทธิบัตร โดยมีหลักฐานเป็นตำราโบราณ ปี 2474 ของหลวงอนุสารสุนทร ทั้งยังมีการผลิตขายในประเทศไทยอย่างแพร่หลาย

อื่นๆ อีกที่ไทย (จะ) ถูกละเมิด(คงพอจำกันได้)

ทรัพย์สินและภูมิปัญญาของไทยที่ (กำลังจะ) ถูกละเมิด โดยต่างชาติชิงนำไปจดลิขสิทธิ์นั้นมีอยู่หลายชนิด รวมทั้งสัญลักษณ์การท่องเที่ยวไทยอย่าง รถตุ๊กตุ๊ก เมื่อในปี 2543 บริษัทสัญชาติอเมริกันชื่อ ตุ๊กตุ๊ก อินเตอร์เนชันแนล ขอยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า คำว่า “ตุ๊กตุ๊ก” ไว้ที่บริติช เวอร์จิน ไอส์แลนด์

กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงยื่นขอคัดค้านการจดเครื่องหมายการค้าดังกล่าว ไปยังสำนักงานทรัพย์สินสิทธิบัตรและการค้า เพื่อเพิกถอนเครื่องหมายการค้า เพราะตามกฎหมายและตามหลักสากล คำว่า “ตุ๊กตุ๊ก” เป็นคำสามัญ เช่นเดียวกับคำว่า “แท็กซี่” ซึ่งจะไม่สามารถนำไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้

ยังมีกรณีของสูตรต้มยำกุ้ง ผัดไทย ฯลฯ ซึ่งมีข่าวว่าจะถูกนำไปจดสิทธิบัตร รวมถึงพืชอีกหลายชนิดซึ่งถูกจดสิทธิบัตรไปแล้ว โดยไม่เป็นที่รับรู้ต่อสาธารณะ เช่น กรณีชุมเห็ดเทศ โกฐจุฬาลัมเพา ข่อย เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีกรณีมูลนิธิต่างประเทศมาทำสัญญาใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาชนพื้นเมืองปกากะญอ ขณะที่มหาวิทยาลัยที่อังกฤษพยายามครอบครองเชื้อราที่เก็บมาจากชายฝั่งทะเลของไทย รวมทั้งการจดสิทธิบัตรไวรัสสายพันธุ์ไทยที่ต้านทานโรคใบด่างจุดวงแหวนในมะละกอ ซึ่งจะส่งผลให้มะละกอดัดแปลงพันธุกรรมที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำวิจัยในประเทศไทยทั้งหมด กลายเป็นกรรมสิทธิ์ของสหรัฐ

สดๆ ร้อนๆ คือกรณี “มังคุด” ซึ่งบริษัทสหรัฐยื่นจดสิทธิบัตรวิธีสกัดและน้ำสกัดจากมังคุดเป็นเครื่องดื่ม แม้หลายประเทศจะปลูกมังคุดได้ แต่ไทยเป็นต้นกำเนิด ทั้งยังส่งออกมังคุดมากที่สุดในโลก การจดสิทธิบัตรจะทำให้ไทยตกอยู่ในฐานะผู้ส่งออกวัตถุดิบเท่านั้น ไม่สามารถพัฒนาหรือแปรรูปผลิตภัณฑ์ได้เลย

อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจใคร

ความพ่ายแพ้ (และชัยชนะ) ของไทยในสงครามทรัพย์สินและภูมิปัญญาของชาติเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ...หากเผลอ ด้วยปัจจุบันมาตรการป้องกันการขโมยทรัพย์สินและมรดกของชาติยังไม่มีประสิทธิภาพ

ทางออกที่รัฐบาลไทยตั้งท่าว่าจะลงมือทำคือ ขึ้นบัญชีภูมิปัญญาไทยมากถึง 4.5 พันรายการ เพื่อดำเนินการให้กลายเป็นสมบัติของชาติ และประกาศให้ทั่วโลกได้รับรู้ ป้องกันภูมิปัญญาไทยถูกละเมิด พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีภูมิปัญญาสืบทอดจากบรรพบุรุษ เช่น ตำรับยาโบราณ ฯลฯ สามารถขึ้นทะเบียนเป็นภูมิปัญญาส่วนบุคคลได้

ในหมู่ประชาชนทั่วไป ต้องตื่นตัวเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ว่าจะเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร ฯลฯ ต้องเข้าใจถึงสาเหตุ รวมทั้งรู้จักที่มาของปัญหา สร้างความเข้าใจ การรู้เท่าทัน เพื่อการจัดการกับปัญหาได้อย่างเป็นระบบ ในส่วนของภาครัฐ องค์กรที่รับผิดชอบด้านนี้คือ สถาบันการแพทย์แผนไทย ซึ่งอยู่ในสังกัดกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

และโปรดอย่าลืม เรา ประชาชนชาวไทยทุกคน มีส่วนร่วมและมีบทบาทนี้ด้วย(Stakeholders)

อยากรู้จัก สถาบันฯ และองค์กรเหล่านี้ เชิญร่วมงาน

มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 4

29 สิงหาคม - 5 กันยายน 2550

ณ อิมแพค เมืองทองธานี

Hall 5-6 และห้องประชุมฟินิกส์

ชมวิดีโอ งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 3ปีที่แล้ว 2006

โปรด คลิกปุ่มเอชม และก่อนชมโปรดปิดเสียงเพลงที่เครื่องเล่นเพลง

ด้านล่างสุดก่อนค่ะ ความยาว 23 นาที 57.3 M

รอโหลด 1 รอบก่อนนะคะ แล้วจะได้ชมแบบไม่กระตุก

หมายเหตุ คัดย่อ พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย

มาให้อ่านกันค่ะ

โดย กลุ่มงานคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย สถาบันการแพทย์แผนไทย

นับแต่การเข้ามาของการแพทย์แผนตะวันตก หรือที่เรียกว่าการแพทย์แผนใหม่ ในสมัยรัชกาลที่ 5 การแพทย์แผนไทยก็เริ่มถูกลืมเลือนไปจากสังคมไทย และในขณะที่คนไทยส่วนใหญ่ ไม่เห็นคุณค่าของสมุนไพรไทย และตำรับยาโบราณ ชาวต่างประเทศจำนวนมากที่เข้ามาประเทศไทย ในรูปแบบต่างๆ ทั้งนักท่องเที่ยว นักศึกษา นักวิจัย นักธุรกิจ ได้กว้านซื้อตำรับยา-ตำรายาโบราณ และเก็บสมุนไพรจำนวนมาก กลับประเทศตัวเองอย่างเงียบๆ ว่าจ้างคนไทยไม่รักชาติบางคน แปลตำราเหล่านั้น พร้อมๆ กับทำการวิจัยสมุนไพรควบคู่กันไป

เมื่อได้ผลการวิจัยที่ชัดเจน ทั้งส่วนประกอบของตัวยา ปริมาณที่ใช้ และสรรพคุณ ทั้งหมดก็พร้อมที่จะนำมันเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรม เพื่อผลิตเป็น "ยาสมุนไพร" ที่พร้อมจะส่งขายทั่วโลก ทำกำไรให้บริษัท และประเทศนั้นๆ ปีละนับพันล้านดอลล่าสหรัฐฯ ในขณะที่ "ประเทศ" เจ้าของตำรับยา-ตำรายา และสมุนไพร ยืนมองอยู่เฉยๆ เพราะไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่ตัวเองมี และไม่เข้าใจว่า ชาวต่างประเทศจะให้ความใส่ใจต่อสุขภาพด้วยวิธีทางธรรมชาติและ "ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษของตน" มากมายขนาดนั้น

ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่ในสังคมไทย ยังไม่รู้และไม่เห็นคุณค่าของสมุนไพรไทย และภูมิปัญญาดั้งเดิมของบรรพบุรุษ แต่เนื่องจาก "สังคมชนบท" ยังไม่ล่มสลายไปจากสังคมไทย ผู้ที่ยังเห็นคุณค่าและพยายามอย่างยิ่งที่จะปกปักษ์รักษา สิ่งที่มีคุณค่าเหล่านี้ไว้จึงยังคงมีอยู่ เขาเหล่านั้นคือ เหล่าหมอพื้นบ้าน, พระสงฆ์, ผู้ปลูกสมุนไพร และผู้สนใจในวิชาการแพทย์แผนไทย

ความพยายามที่จะสร้างรั้วล้อมบ้าน เพื่อกันขโมยในชุดสูท ได้เริ่มก่อรูปขึ้นในเวลาหลายปีที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสสนับสนุน และคัดค้านจากผู้ที่เกี่ยวข้อง และไม่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครอง และส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ก็ได้ผ่านการพิจารณาจากรัฐสภา เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2542 และได้ประกาศใช้บังคับ ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2542

สำหรับข้อสงสัย และคำถามอันมากมายของประชาชนว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้ มีเนื้อหาสาระเป็นอย่างไร? รวมทั้ง "คุ้มครอง" และ "ส่งเสริม" อะไร? ด้วยวิธีใด? พระราชบัญญัติฉบับนี้มีช่องโหว่มากมายจริงหรือ? พระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นการยึดครอง ตำรับยา-ตำรายา และสมุนไพรจริงหรือ? ในฐานะผู้เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติฯ ฉบับนี้โดยตรง สถาบันการแพทย์แผนไทยจึงขอชี้แจง ถึงเนื้อหาสาระของพระราชบัญญัติฯ ดังนี้ พระราชบัญญัติคุ้มครอง และส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย มีหลักการสำคัญ 5 เรื่อง คือ

คณะกรรมการคุ้มครอง และส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย เป็นหัวใจสำคัญของพระราชบัญญัติฉบับนี้ เนื่องจากจะต้องเป็นผู้กำหนดนโยบาย และวิถีทางของการแพทย์แผนไทยทั้งหมด การออกกฎกระทรวง, ระเบียบกระทรวง, มาตรการการดำเนินงานด้านการคุ้มครองและส่งเสริม รวมถึงการพิจารณาวินิจฉัย อุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียน หรือผู้อนุญาต ที่มาของคณะกรรมการฯ ตามพระราชบัญญัติฯ จะมีอยู่ 2 ส่วนคือ 1. กรรมการโดยตำแหน่งซึ่งประกอบด้วย ข้าราชการรำดับสูง 10 คนซึ่งดูแลหน่วยงานระดับกรมหรือกอง ที่มีความเกี่ยวข้องกับงานด้านการแพทย์แผนไทย และ 2. คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ หรือประสบการณ์ทางด้านการแพทย์แผนไทย จำนวน 10 คน โดยทั้งสองส่วนนี้ จะมีปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานกรรมการ รวมเป็นคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ทั้งหมด 21 คน

ตำรับ และตำราการแพทย์แผนไทย ในข้อนี้ คือการให้ความคุ้มครองทั้งตำรับยาและตำรายา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตำรับและตำราเก่าแก่มีอายุหลายสิบปี รวมทั้งส่งเสริมให้มีการคิดค้นตำรับยาใหม่ๆ เพื่อมาจดทะเบียนสิทธิขอรับความคุ้มครองได้ ซึ่งผู้ที่มีตำรายาในครอบครองอาจจะไม่ต้องการจดทะเบียนสิทธิก็ได้ แต่พระราชบัญญัติฯ จะคุ้มครองเฉพาะภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ที่มาขึ้นทะเบียนไว้เท่านั้น ส่วนตำรับยา-ตำรายาที่มีความสำคัญมาก จะได้รับการประกาศให้เป็นตำรับยาแผนไทยของชาติ หรือตำราการแพทย์แผนไทยของชาติ รวมทั้งตำรับยา-ตำรายาที่มีการใช้อย่างแพร่หลายมาแล้ว ก็จะได้รับการประกาศให้เป็นตำรับยาทั่วไป หรือตำราการแพทย์แผนไทยทั่วไป ซึ่งจะมีผลให้เกิดการอ้างอิงได้ หากชาวต่างชาติจะนำสูตรยาเหล่านี้ไปขอสิทธิบัตร

สมุนไพรควบคุม หมายถึงสมุนไพรที่มีจำนวนน้อย ใกล้สูญพันธุ์หรือมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการฯ จะสามารถออกประกาศว่าสมุนไพรชนิดใดเป็นสมุนไพรควบคุม ซึ่งจะมีผลให้การดำเนินการต่างๆ เกี่ยวกับสมุนไพรควบคุมตัวนั้นๆ ต้องอยู่ภายใต้ระเบียบข้อบังคับของกฎหมาย แต่ในขณะเดียวกันทางสถาบันการแพทย์แผนไทยก็จะดำเนินการ ขยายพันธุ์สมุนไพรควบคุมตัวนั้นๆ ให้มีปริมาณมากพอในตลาดสมุนไพรแล้ว ก็สามารถประกาศยกเลิกสมุนไพรควบคุมตัวนั้นๆ ได้

กองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย เป็นกองทุนที่มีขึ้นเพื่อการระดมความร่วมมือสนับสนุนจากบุคคล ภาคเอกชน ชุมชน องค์กรรัฐที่เกี่ยวข้อง เข้ามามีส่วนร่วมในการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย และสมุนไพรไทย เงินทุนของกองทุนจะได้มาจาก เงินอุดหนุนจากรัฐบาล เงินหรือทรัพย์สินอื่นที่ได้รับจากภาคเอกชน จากรัฐบาลต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ รวมทั้งดอกผล และผลประโยชน์ที่เกิดจากกองทุน และรายได้อื่นที่เกิดจากการดำเนินการกองทุน

การส่งเสริมพื้นที่คุ้มครองสมุนไพร ในมาตรา 57 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ได้ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการคุ้มครอง และส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย จัดทำแผนปฏิบัติการเรียกว่า "แผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพร" เสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นแผนงานที่มีแนวทางการดำเนินงาน ในเรื่องของการจัดการพื้นที่บริเวณที่เป็นถิ่นกำเนิดของสมุนไพร, การกำหนดเงื่อนไขในการอนุญาตให้บุคคลใดเข้าไปในเขตอนุรักษ์, การสำรวจและศึกษาวิจัยสมุนไพรและถิ่นกำเนิดของสมุนไพร รวมถึงการตรวจสอบและติดตาม, ประเมินผลการดำเนินงานตามแผน เมื่อเกิดปัญหาการจัดการหรือทำลายสมุนไพร หรือพื้นที่สมุนไพร ก็สามารถขออนุมัติคณะรัฐมนตรี ให้กระทรวงสาธารณสุขเข้าดำเนินการได้ทันที รวมทั้งปัจเจกบุคคล ที่มีพื้นที่ถิ่นกำเนิดสมุนไพร ก็สามารถมาขอขึ้นทะเบียนเพื่อขอรับความช่วยเหลือได้

พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย เป็นพระราชบัญญัติที่มีลักษณะแตกต่างจากพระราชบัญญัติอื่นๆ อยู่หลายประการ เนื่องจากเป็นพระราชบัญญัติฉบับแรก ที่มีบทบัญญัติคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยที่มีอยู่เดิม และภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยที่มีคิดค้นขึ้นใหม่ รวมทั้งการคุ้มครองสมุนไพรในพื้นที่เขตอนุรักษ์, นอกพื้นที่เขตอนุรักษ์ ขอบข่ายการดำเนินงาน และพันธกิจของสถาบันการแพทย์แผนไทย จึงมีจำนวนมาก

ตามมาตรา 12 พระราชบัญญัติฯ ได้กำหนด ให้มีสถาบันการแพทย์แผนไทยในสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการต่างๆ เกี่ยวกับการคุ้มครองและส่งเสริมการศึกษา อบรมการศึกษาวิจัย และพัฒนาภูมิปัญญากาแพทย์แผนไทยและสมุนไพร และรับผิดชอบในงานธุรการ และงานวิชาการของคณะกรรมการ ซึ่งจะทำให้สถาบันการแพทย์แผนไทย สามารถปฏิบัติงานได้เหมาะสมกับพันธกิจ

การที่สถาบันการแพทย์แผนไทยย้ายไปสังกัด สำนักงานปลัดกระทรวงในครั้งนี้ ไม่มีการเพิ่มอัตรากำลังของเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด แต่จะรับโอนย้ายด้วยความสมัครใจ และสำหรับค่าธรรมเนียมท้ายกฎหมายนี้ เป็นค่าธรรมเนียมเพดานสูงสุด มิใช่เป็นอัตราค่าธรรมเนียมที่ตายตัว แต่เป็นการเตรียมอัตราสูงสุดไว้เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนได้ กฎหมายจึงจะไม่ล้าสมัย มิใช่อัตราแน่นอนอย่างที่หลายท่านเข้าใจ

หากเปรียบกฎหมายใหม่ฉบับหนึ่ง เสมือนเด็กแรกเกิดนั้น การคาดหวังให้เด็กแรกเกิดนั้นเป็นเด็กที่สมบูรณ์แบบในทุกด้าน กระทำทุกอย่างได้สำเร็จไร้ที่ตินั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย เป็นกฎหมายใหม่ที่มีลักษณะใช้บังคับ แตกต่างจากกฎหมายอื่นๆ ที่เคยมีมา หลายสิ่งหลายอย่างยังขาดความชัดเจนในทางปฏิบัติ เนื่องจากยังต้องรอรายละเอียดจากกฎกระทรวง และระเบียบกระทรวง รวมทั้งยังต้องมีการทดลองปฏิบัติ เพื่อปรับแก้ไขให้สมบูรณ์ขึ้นอีก

ผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายพยายามคัดค้าน เพราะไม่มีความเชื่อถือในตัวร่างพระราชบัญญัติฯ และเกรงว่า การที่พระราชบัญญัติยังไม่มีความสมบูรณ์แบบ จะทำให้เกิดผลเสียต่อวงการการแพทย์แผนไทย และสมุนไพรไทย แต่ท่ามกลางกระแสของการแย่งชิงทรัพยากร ระหว่างประเทศพัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนา หากเรายังไม่มีสิ่งใดที่จะบ่งชี้ว่า "นี่คือภูมิปัญญาของเรา นั่นคือสมุนไพรของเรา" ด้วยอำนาจรัฐ ที่อ่อนด้อยกว่าระบบการเมืองที่ไม่อาจคาดหวังสิ่งใดได้ และการที่คนในชาติยังไม่เห็นคุณค่า ของสิ่งที่ใครหลายคนพยายามปกป้อง เราก็ยังคงต้องรับรู้เหตุการณ์ที่เป็นดังเช่น "เปล้าน้อย" และ "ตำรากิโลกรัมละ 7 บาท" ต่อไป

ที่มา : ข่าวสารการแพทย์แผนไทย ปีที่ 4 ฉบับที่ 1 เดือนต.ค. 2542 - ม.ค. 2543 หน้าที่ 6-9

ดัดแปลงจากเค้าโครงเรื่องโดย เพ็ญแข สร้อยทอง

http://www.posttoday.com/newsdet.php?sec=magazine&id=182546 

ลาวเสี่ยงเทียน/ เทวัญ ทรัพย์แสนยากร

ใช้ฟังประกอบเรื่อง มิได้ใช้เพื่อการค้า

สนใจเพลงโปรดอุดหนุนสินค้าลิขสิทธิ์ค่ะ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 53 (0)
kaekyo วันที่ : 03/08/2007 เวลา : 16.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kaekyoko

คนไทย......สู้ๆๆๆๆๆ สู้โว้ย

ความคิดเห็นที่ 52 (0)
บ้านดวนน้อย วันที่ : 03/08/2007 เวลา : 09.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/banduannoi

แวะมาทักทายยามสายๆครับผม

ความคิดเห็นที่ 51 (0)
patijjachon วันที่ : 03/08/2007 เวลา : 09.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/patijjachon
ปฏิจจชน ... คนที่ยังเป็นหนี้แผ่นดิน

ยืนยันล่าสุดจาก นาย Mark Steven Kirk ส.ส.พรรครีพลับลิกัน รัฐอิลินอยส์ ที่โจมตีประเทศไทยเรื่องการบังคับใช้สิทธิบัตรยา ...
ผมเชื่อว่าหากเราคนไทยตื่นตัว และช่วยกันเต็มที่ จะช่วยกันป้องกันความเสียหายเรื่องดังกล่าวมิให้ลุกลามไปมากกว่านี้

ความคิดเห็นที่ 50 (0)
โนบิตะ! วันที่ : 03/08/2007 เวลา : 09.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sakda2009

ดีคับ แวะมาดูเรื่องใหม่ๆ.....ชอบมากคับ อัพบล๊อคแล้วด้วย

ความคิดเห็นที่ 49 (0)
ปิรันย่า วันที่ : 03/08/2007 เวลา : 08.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nanahahe
ฉันเป็นไม้ขีดหนึ่งก้าน จะขอจุดเทียนสักล้านเล่ม...

@-;-- น่าจะมีกลุ่มรักษ์ภูมิปัญญาไทยที่ดูแลโดยทางการ คอยรวบรวมเก็บข้อมูลภูมิปัญญาไทย ไปจดสิทธิบัตรไว้ให้หมดเลยนะคะ เราตามเขาไม่ค่อยทันหรอกค่ะคุณเฟิงสุ่ย

ความคิดเห็นที่ 48 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 03/08/2007 เวลา : 07.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

ทรัพยากรของไทยที่น่าหวงแหน และน่าเป็นห่วงยิ่งนัก
หากคนไทยไม่ช่วยกันดูแลแล้วใครจะช่วยไทย
นี่หากเป็นเช่นนี้อีก ตั๊กแตนทอก ดักแด้ทอด แมลงทอดต่างๆ เขามิต้องมาขโมยของเราไปรึนี่
ขอบคุณ อ.สุ่ยมากครับที่ทำให้เกิดความรู้สึกรักและหวงแหนสิ่งต่างๆที่เป็นของคนไทยมากขึ้นไปอีกครับ

ความคิดเห็นที่ 47 (0)
Jui วันที่ : 03/08/2007 เวลา : 06.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

แวะมาอ่านครับ ผมไม่เคยชื่นชมลิขสิทธิ์สิทธิบัตรเลย เพราะเป็นกติกาที่ตั้งโดยชาวต่างชาติ ประเทศพัฒนาที่มีระบบดีกว่า การจัดเก็บข้อมูลดีกว่าประเทศด้อยพัฒนาจะได้เปรียบ ถ้าลองใครเอาก๋วยเตี๋ยวไปจดลิขสิทธิ์ดูซิ วุ่นแน่ๆ

ความคิดเห็นที่ 46 (0)
แม่สีไฟ วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 23.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ting

ประเทศพวกนี้น่ะ
ทั้งอเมริกาและญี่ปุ่น
ประเภท "รู้เขารู้เรา"

ประเทศไทยเรา
รู้เรารู้เขาแค่ไหน

มองโลกในแง่ดี
เสียเปรียบอยู่เรื่อยไป

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ ค่ะ


ความคิดเห็นที่ 45 (0)
กฤษณกมล วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 22.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/benz
.

ต้องตามให้ทันโลก หรือไม่ก็ต้องก้าวให้ไกลกว่า เพื่อไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบอยู่เสมอ

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
suvitle วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 22.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suvitle
ชีวิตที่เรียบง่าย ของช่างบ้านนอก 

คนเราสมัยนี้ นี่รวมถึงคนทั่วโลกนะครับ จะไม่ค่อยมีจิตสำนึกที่ดี รู้ๆอยู่ว่าของๆคนอื่นยังจะเอามาเป็นของตัวอีก นี่อาจจะเห็นเป็นเรื่องความเห็นแก่ตัวสถานเดียว

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
ปรัตยา วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 22.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

ประเด็นการแอบไปจดสิทธิบัตรนั้น เป็นประเด็นที่ต่างชาติทำกันมานานแล้ว โดยเฉพาะประเทศที่บูชากฏหมาย และใช้กฏหมายเป็นเครื่องมือหากิน ประเด็นนี้เป็นปัญหาเวลาที่เราจะส่งสินค้าของเราเข้าไปขายในประเทศของเขา หรือวิจัยและพัฒนาต่อในแนวทางเดียวกัน จะติดปัญหาสิทธิบัตร นับว่าเป็นปัญหาอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง

สำหรับเรื่องอื่น ๆ ผมไม่ช่ำชองชำนาญเท่าไหร่นัก แต่มีเรื่องหนึ่งที่ค่อนข้างจะชัวร์ และกล้าฟันธงได้ว่าไม่น่าเป็นห่วงสักเท่าไหร่ (แต่ผมเห็นด้วยนะครับที่เราต้องเรียกร้องเอาคืนมา) นั่นคือข้าวหอมมะลิ

อเมริกันขโมยข้าวหอมมะลิไปจากไทย ด้วยที่ว่าข้าวหอมมะลิของไทย เป็นข้าวที่มีชื่อเสียงระดับโลก ทุกประเทศที่กินข้าวเป็นอาหารหลักชอบกินข้าวหอมมะลิของไทย อเมริกันเห็นว่าเป็นสินค้าขายดี จึงนำเอาพันธุ์ข้าวไปปรับปรุงพันธุ์ให้ปลูกได้ในอเมริกา โดยเลือกพื้นที่ปลูกให้ใกล้เคียงกับของไทย แต่คนทั่วโลกก็ไม่นิยมซื้อข้าวหอมมะลิของอเมริกัน เพราะมันไม่อร่อย ไม่หอมมัน เหมือนข้าวหอมมะลิไทย อเมริกันรู้ดีว่าปัญหาเกิดจากอะไร แต่เค้าไม่มีปัญญาทำ มันเป็นเรื่องที่อับจนปัญญาของเขา นั่นคือ

การที่ข้าวหอมมะลิไทยอร่อยนั้น ภูมิอากาศเป็นส่วนหนึ่ง ดินที่ใช้ปลูกก็เป็นอีกส่วนหนึ่งคือต้องปลูกในดินปนทราย และต้องเป็นดินปนทรายของภาคอิสานของไทยเท่านั้น อาจเป็นเพราะสัดส่วนแร่ธาตุในดินภาคอิสานบ้านเรามันได้สัดได้ส่วนที่พอดี ทำให้ได้ข้าวหอมมะลิที่หอมมัน อีกปัญหาหนึ่งที่อเมริกาแก้ไม่ตกก็คือ เกษตรกรอเมริกาเป็นเกษตรกรเศรษฐี ไม่ใช่คนยากจนที่เรียกว่ากระดูกสันหลังของชาติแบบของไทย ปัญหานี้เรียกว่าปัญหาการทำการเขตกรรม คือกรรมวิธีการเพาะปลูก ข้าวหอมมะลิเป็นข้าวนา ไม่ใช่ข้าวไร่ เกษตรกรอเมริกาไม่มีปัญญาทำข้าวนาหรอก เพราะค่าแรงมันแพง และมันลำบากมาก ถึงแม้ว่าทุกวันนี้ไทยเราจะพัฒนาการเพาะปลูกข้าวให้ปลูกแบบนาหว่านน้ำตมแล้วก็ตาม กรรมวิธีการทำนาแบบหว่านน้ำตมก็ต้องใช้แรงงานเยอะอยู่ดี ถ้าเป็นนาดำยิ่งแล้วไปกันใหญ่

ดังนั้นนักวิจัยของอเมริกาจึงพยายามปรับปรุงข้าวนาให้กลายเป็นข้าวไร่ ซึ่งโครงสร้างทางพันธุกรรมต่างออกไปจากข้าวนามาก เพื่อให้เข้ากับการเขตกรรมของเกษตรกรของเขาที่เคยชินกับการใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ในการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว นักวิทยาศาสตร์ของเขาอาจเอาชนะธรรมชาติได้บางเรื่อง แต่ไม่ได้ทุกเรื่องหรอกครับ ในที่สุดเค้าก็ปลูกข้าวหอมมะลิได้เป็นผลสำเร็จ แต่ปลูกไปก็ได้แค่หลอกขายคนอเมริกันด้วยกันเอง ในขณะที่ตลาดข้าวทั่วโลกร้องยี้ เพราะมันไม่อร่อย ไม่หอมมัน เหมือนข้าวหอมมะลิแท้จากไทย

เวียดนามเองก็เคยพยายามขโมยข้าวหอมมะลิจากไทยไปเหมือนกัน แต่ว่าทำไม่สำเร็จเพราะลักษณะดินในแถบชายฝั่งไม่เหมาะที่จะปลูกข้าวหอมมะลิ ถึงแม้เค้าจะมีวิธีเขตกรรมที่เหมือนเราก็ตาม คือปลูกได้แต่มันก็ไม่อร่อยเหมือนของไทย ปัจจุบันเวียดนามจึงหันไปพึ่งพาภูมิปัญญาของตนเองในการพัฒนาข้าวพันธุ์เบาออกสู่ท้องตลาด เนื่องจากปลูกได้บ่อยครั้งกว่า และเสนอขายราคาถูกตัดหน้าข้าวไทย ในตลาดล่างแทน แต่ตลาดบนก็ยังคงเป็นข้าวหอมมะลิของไทยครับ

ประเทศที่น่ากลัวที่สุดที่จะเป็นคู่แข่งในการผลิตข้าวหอมมะลิกับไทยคือลาว คนลาวได้พันธุ์ข้าวหอมมะลิจากไทย โดยไม่ต้องขโมย เพราะพี่ไทยเอาใส่เรือน้อยข้ามไปขาย ทำกันตามหมู่บ้านตามแนวชายแดน นปข. จับได้ทุกปี แต่ก็ไม่เข็ดหลาบ ที่ลาวน่ากลัวที่สุดก็เพราะ มีลักษณะชุดดินเดียวกับภาคอิสานของไทย และมีวิธีเขตกรรมที่เหมือนไทย แต่ตอนนี้ยังอีกห่างไกลครับที่ลาวจะตามไทยทัน

จีนก็เป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่ขโมยพันธุ์ข้าวหอมมะลิของไทยไปปลูกในแถวภาคใต้ของจีน แต่ก็เจอปัญหาอากาศเย็นเกินไป ข้าวที่ได้คุณภาพด้อยกว่าของไทยเราเยอะ มีอย่างเดียวที่จีนทำสำเร็จในการขโมยพันธุ์ไปจากไทยคือลำไย โดยฝีมือของคนไทยนี่แหละที่ส่งกิ่งพันธุ์ไปขายจนร่ำรวยกัน จนตอนนี้ผู้ปลูกลำไยต้องประสพชะตากรรมผลผลิตขายไม่ได้ ไม่ว่าจะอบหรือไม่อบ


อันที่จริงเราก็ขโมยพันธุ์ชาวบ้านเค้ามาปลูกเหมือนกันนะครับ อย่าไปว่าแต่คนอื่น เพียงแต่ไอ้การเอาไปจดสิทธิบัตรเนี่ย มันน่าเกลียดเกินไป


พล่ามมายาว เกรงใจคุณเฟิงสุ่ยว่าจะรำคาญ เลยเอวังด้วยประการฉะนี้


ความคิดเห็นที่ 42 (0)
ในฝัน วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 22.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dream


ความคิดเห็นที่ 41 (0)
street วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 21.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/streetvoice

http://www.oknation.net/blog/siamwood
คงต้องช่วยกันดูแล สอดส่อง แจ้งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
มีนา วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 21.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

มีผลิตภัณฑ์หลายๆ ตัวที่ถือว่าไทยถูกฉกไปโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย เรื่องนี้ ภาครัฐคงต้องยื่นมือเข้าไปแสดงบทบาทให้ทันเหตุการณ์มากขึ้นนะคะ


ความคิดเห็นที่ 39 (0)
ew*-* วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 20.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/witita
...ต้นไม้ที่แข็งแรง ก็ย่อมมากจากรากที่ฝังแน่นในพื้นดินประเทศชาติที่เข้มแข็ง ก็ย่อมมาจากวัฒนธรรมที่แข็งแรงด้วย... (โหมโรง)

ของไทยนี่แหละดีที่สุด

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
ก.ปั้นมณี วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 20.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aodphoto

วันนี้ผมใช้เวลาอยู่กับเฟิงสุ่ย(บล็อก)นานเป็นพิเศษ...ไม่ได้เข้ามานานงานยุ่งมากจริงๆมีแต่โปรแกรมเดินทาง.....พูดถึงเรื่องการจดสิทธิบัตร..อะไรพวกนี้แล้ว.....มันต้องโทษไอ้พวกนักวิชาการคนไทยขายชาติที่เลวๆบางคน..ที่ไปช่วยพวกต่างชาติมันโกงสิทธิ์อันชอบธรรมไปจากคนไทย.....ถ้าคนในสายโจรมันไม่เปิดประตูออกไป....มีหรือที่โจรมันจะย่องเข้ามาขโมยเอาสมบัติชาติไปได้

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
nobody007 วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 20.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nobody007
The slower u go, the more u see the movement of life. ; ) :M.M. Prishvin. 


นับถือในความลึก-รู้จริงเสมอ

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
nobody007 วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 20.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nobody007
The slower u go, the more u see the movement of life. ; ) :M.M. Prishvin. 


เจ๋งนิรันดร์

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
เจเจค่ะ วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 19.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jj
Completely support 137 


อ่านซะยาวเลย

อย่าไว้ใจใคร !!



ความคิดเห็นที่ 34 (0)
แมวเหมียว วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 19.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wassanok

ตกบล็อคไปหลายวัน กลับมาตามเก็บเกี่ยวความรู้ยังแน่นเหมือนเดิมนะคะ คุณเฟิงสุ่ย

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
กรวดแก้ว วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 19.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tfriend
 อย่าเครียดกับอะไรที่มันไม่ได้ดั่งใจเรา ถ้าวันนี้ไม่ใช่ก็ทำใหม่^^

ต้นเปล้าน้อยตามมาหลอกมาหลอนกรวดแก้วถึงในบล็อคเชียวรึเนี่ย
เพิ่งจะสอบเรื่องนี้ไปเมื่อตอนบ่ายค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
แม่น้องฯ วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 19.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MAENONGDD
นักการเมืองยื่นปลา พระราชายื่นเบ็ด นักการเมืองแจกแท็บเล็ต กษัตริย์แนะเคล็ดวิชา นักการเมืองห่วงอำนาจ มหาราชห่วงประชานักการเมืองสร้างสัญญา องค์เจ้าฟ้าสร้างสรรธรรม นักการเมืองหาเรื่องกิน องค์ภูมินทร์หาเรื่องทำ นักการเมืองยุให้รำฯ ในหลวงย้ำให้ทำดี นักการเมืองมักแบ่งขั้ว องค์เหนือหัวไม่แบ่งสี นักการเมืองทำสี่ปี องค์ภูมีทำทุกวัน นักการเมืองชอบแบ่งเสียง พ่อพอเพียงชอบแบ่งปัน นักการเมืองคิดสั้นสั้น องค์ราชันย์นั้นคิดยาว(ขอบคุณผู้แต่งกลอนนี้)

ขอสนับสนุนให้ไทยจดสิทธิบัตรทุกอย่าง ที่เราคิดว่าเป็นภูมิปัญญาของไทยเรา ใครมีหน้าที่เกี่ยวข้องบ้างน๊า ตื่นๆ ทำงานกันได้แล้วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
naitiwa วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 19.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naitiwa
...ที่เห็น ที่เป็นไป ใช่ ไม่ใช่ ไม่สำคัญ...


หลาย ๆ ครั้ง ผมเคยรู้สึกว่า
"เรา" จะนึกถึงว่า มันเป็นภูมิปัญญาของเรา
ก็ต่อเมื่อมันถูกเอาไป
หลังจกที่เราไม่ได้ใส่ใจกับมัน

แหะ แหะ ขอรับ
สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
phiroj วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 18.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phiroj
"..... ฟุตบอลไม่ใช่ความเป็นความตาย... แต่มันมีความหมายมากกว่านั้น "  : บิล แชงค์ลี่ย์

เป้นไปได้ไหมครับว่า เราไห้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง ผมหมายถึงผู้มีอำนาจครับ ปล่อยปะละเลยมาตลอด ไม่เคยให้ความสำคัญ กับเรื่องภูมิปัญญาชาวบ้านนี่ก็สำคัญครับ
พอต่างชาติจดสิทธิบัตรทีก็ออกมาเรียกร้องที เฮ้อ เหนื่อยใจแทนชาวบ้านตาดำ เขาจะรู้ได้อย่างไรว่า สิ่งไหนควรหรือไม่ควรจดสิทธิบัตร เพราะบางอย่างเป็นสิ่งที่เขามี และใช้อยู่ทุกวันตั้งแต่บรรพบุรุษแล้ว

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
รัฐศิริ วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 18.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rutdy

พืชผักผลไม้สมุนไพรของไทยหลายชนิดถูกต่างชาติฉกฉวยไปน่าเสียดายครับ ...

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
BlueHill วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 18.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

คุณสุ่ย ผมไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องทรพย์สินภูมิปัญญาเท่าไหร่ครับ ได้แต่มาขอความรู้จากคุณสุ่ยครับ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
ส.สุทธิรักษ์ วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 18.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suthirux
บันทีก  ตนไร้ราก

สวัสดีตอนเย็นครับ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนไทยด้วยที่ไม่ค่อยสนใจจะอนุรักษ์ และสืบทอดให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา พอฝรั่งมาเห็นได้ประโยชน์ก็เลยขโมยเอาไป
ขอบคุณครับ...

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
สอนสุพรรณ วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 18.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phaen


กว่าจะเห็นคุณค่า เขาก็มาคว้าไปแล้ว...ครับ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
Dogstar วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 18.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dogstar

ยากจริงๆค่ะคุณสุ่ยพวกประเทศที่รํารวยนะคะ
เขาได้เปรียบมากๆเลยกว่าเราจะรุ้เรื่องสายไปแล้วทุกที
อย่างพวกสมุนไพร ชาวบ้านเป็นคนนําทางไปหาแหล่ง
ในป่าด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ด้วยซํ้าไป

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ไกอาร์ วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 18.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kulkomut

ลืมบอกไปวันนี้ผมเจอตุก ๆ คันจอดที่ที่จอดรถที่หาด คุณตาเพื่อนร่วมงานผม แกบอกแทกซี่ ๆ ผมบอกเอ้ยยตานี่อะตุก ๆ ไทยแลนด์เลย ทะเบียนมันยังเปนอักษรไทยเลย แกก้อยังยิ้ม ๆ และบอกผมอีกว่า แท็กซี่ ๆ เอ้อห่วยยยย

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ไกอาร์ วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 18.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kulkomut

สวัสดีครับ คุณสุ่ย จะบอกว่าไม่ว่าจะเป็นยุ่น มะกัน หรือคนยุโรป เค้าเหล่านั้นมองเมืองไทยก็แค่เส้นทางทำกิน ไอ้ที่จะมารักเมืองไทยจริง ๆ ก็มีแค่ หนึ่งในร้อยล้าน คนไทยไม่ใช่ไม่เก่งหรือรู้ไม่ทัน แต่บางทีเราก็กัดกันเองและเล่นกันเองซะเละไม่เป็นท่า รวมกันเราอยุ่ตัวใครตัวมันก้อโดนหมาหมู่อย่างนี้แหละ ความจริงที่ฝรั่งหรือชาติอื่นซะใจ แต่คนไทยนั้นไม่เคยจะเข้าใจ ว่าไป ๆ เดี๋ยวใครหมั่นไส้ก็ให้รางวัลผลอีก หะหะหะ ไปก่อนนะครับ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ล่างฟานหวิน วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 18.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/langfanvhin
ประตูสวรรค์ หิมะทองคำ เต่าทองแดง เขากิเลน หนวดมังกร เขี้ยวพยัคฆ์                         "ไม่มีที่อยู่ สำหรับคนอ่อนแอ" จอมยุทธ์ '

ตำรายา สมุนไพร โบราน ที่ใช้พืช ผัก หญ้า ราก หรือเรียกว่า ทั้ง 5 นั้น มีประโยชน์ และได้ ผลจริงๆ แพงแต่เมื่อก่อนไทย ยังไม่ศูนย์ วิจัย พืชสมุนไพร อย่างจริงๆ การสกัด ตัวยา ยังไม่ทันสมัย คนที่ฉลาด กว่า ฝรั่ง ที่ศึกษา เลย ถือโอกาส ขโมย ไปจดลิขสิทธิ์ ผลงานการ ค้นคว้า ของเขาไปเสีย กลายเป็นเราได้เสีย ภูมิปัญญาชาวบ้าน ดีๆ ตอบแทนด้วย การซื้อลิขสิทธิ์ แทน ครับ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
slipknot วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 18.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/slipknot
ถึงเป็นผี...ก็เป็นผีมี..หัวใจ...นะเฟร้ยยยยยย

+1.....

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
Watchpuppy วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 18.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/watchpuppy

ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา...
ไม่ถึงคราวหน้าก็ไม่ได้เริ่ม...

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
นายตะเกียง วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 17.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naitakeing

ไม่รู้นะ ของดีๆ ในบ้านเรา คนมักไม่เห็นคุณ ค่า แต่พอต่างชาติเอาไปทำ แล้วจดลิขสิทธิ์ ถึงได้ออกมาเต้นตาม เป็นอย่างนี้ทุกที

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
sat11 วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 16.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saturday11


โหวตให้นะคะ...คุณพี่ จุ๊บๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ภีษมะ วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 16.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/julydragon24

ทำนายดวงให้แล้วครับ ให้ส่งให้ทางใหนดีครับ หรือส่งเมลมาเมลผมก้อได้ เดี๋ยวส่งคำทำนายไปให้ครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
sat11 วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 16.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saturday11


เดี๋ยวนี้เค้าอยู่กันโดยใช้ทฤษฎีปลาใหญ่กินปลาเล็ก....ทุกอย่างเป็นเงินนำหน้าไปหมด...เรียกว่าโกงหน้าเหลี่ยมๆแบบไม่รู้สึกผิด...(หน้าด้านๆมันไม่สะใจ)

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
Invisible-Ink วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 16.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/victor

เรื่องนี้ยากมากครับ
ผมทำ licensee อยู่ ยังหนักใจมากๆ เลย
พวกเราอ่อนหัดมากๆ
ส่วนใหญ่จะแพ้เขา ตังแต่อยู่ในมุ้งแล้ว
Sorry for Thailand

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ตุ้มจิ๋ว วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 16.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namtan
simply9

แต่ทำใจไมได้จริงๆกับเรื่องข้าวหอมไทย.. เอากาแฟร้อนๆหอมๆมาฝากยามบ่ายแก่ๆนะค๊ะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
Boonjerm วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 16.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Boonjerm
Boonjerm's Army

สวัสดีพี่เฟิงสุ่ยพี่ร๊าก เจิมมาแล้ว ขอโทษทีห่างหายไปนาน มาบ้านนี้กี่ทีก็ข้อมูลแน่นเอี๊ยดทุกทีค่ะ คิดถึงนะคะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Dekthep วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 15.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dekthep
  บนเส้นทางมีจุดหมาย   ระหว่างจุดหมายมีเรื่องราว  

เก่งจังเลยครับที่หาเรื่องราวมาให้อ่านทุกวัน

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Hudjung วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 14.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hudjung

ทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ เป็นสิ่งที่ต่างประเทศกำหนด ส่วนไทยเราก็มี กฎหมายที่ห้ามนำต้นไม้ชนิดใดออกนอกประเทศ แต่จำได้ไม่หมด เช่น ต้นสัก ฯลฯ ทำไม่เราไม่กำหนดกฎหมายเราเองไม่ต้องพึ่งทรัพย์สินทางปัญญา ต้องคอยตามฟ้องตลอด ใครเริ่มต้นเอาออก คนนั้นผิด ไม่รู้ได้ไหมคะ มันเจ็บกระดองใจจริง ๆ คนไทยเราใจดี แล้วชอบโดนเอาเปรียบอยู่เรื่อยเลย

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
yongchan วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 14.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yongchan

คิดถึงคุณเฟิงสุ่ยเช่นกันนะคะ ขอบคุณที่แวะเวียนไปหากันบ่อยๆ

เรื่องทรัพย์สินทางปัญญานี่อ่านข่าวทีไร ปวดใจทุกทีนะคะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
skinhead วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 14.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/skinhead
          ส     กิ     น     เ     ฮ     ด         

เมืองไทยของดีเยอะแต่ขาดการเอาใจใส่ครับ...

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 14.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

ครับ
หลายคนรู้
แต่ คนไม่รู้มีมากกว่า
เสียดายว่า
หน่วยงานรัฐ ที่ควรทำหน้าที่ กลับไม่ทำ
ส่งผลเสียให้กับเรา(คนไทย)โดยรวม
แต่
ยังมีอีกมากครับ
ที่ เราสามารถช่วยกันได้
รีบๆหน่อยแล้วกัน

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
chompoopookha วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 13.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chompoopookha

การรักษาผลประโยชน์ของชาติ
ดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว บางครั้ง
ต้องรอจนกว่าชาวบ้านเค้าแอบอ้าง
เอาไปใช้สิทธิแล้ว ถึงค่อยมาตื่นตัว เฮ้อ...
.............................................

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
reallemons วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 12.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/reallemons

ต้องช่วยกันค่ะ. . ทรัพย์สิน ภูมิปัญญาคนไทย

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆค่ะ
reallemons

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Kati วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 12.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kati1789

สวัสดีครับ

ขอบคุณอย่างมากครับ สำหรับข้อมูลและกิจกรรมที่ดี ที่คนไทยทุกคนควรรู้ และมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะในบทบาทใดก็ตาม

ถือเป็นภารกิจแห่งอนาคตจริงๆครับ

การปกป้องภูมิปัญญาและทรัพยากรของแผ่นดินแม่ ที่คนไทยทุกคนควรตระหนักรับรู้ และเรียนรู้ว่า เราจะต้องทำอะไรสักอย่างในวันนี้ และต้องทำอีกมากในอนาคต สำหรับความฉ้อฉล ในโลกทุนนิยม

ขอบคุณอีกครั้งครับ สำหรับข้อมูลและเรื่องราวดีๆ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ภีษมะ วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 12.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/julydragon24

กฎของฝรั่งมีไว้ เพื่อให้เขาได้ประโยชน์ครับ

คนไทยแม้แต่คนมีการศึกษานักวิชาการหลายคน เห็นว่าเป็นของฝรั่งดีหมด เลยโง่ให้เขาหลอกทำลายประเทศตัวเองโดยไม่รู้ตัว

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
คนว่างงาน วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 12.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Cantona

ต้องช่วยกันรักษา

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปุ๊บปั๊ป วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 12.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/champions

โห...

จองเก้าอี้ไม่ทันพี่มหา

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
pierra วันที่ : 02/08/2007 เวลา : 12.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pierra
สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ...ธรรมทาน ย่อมชนะทานทั้งปวง

กะลังจะไปกินข้าวกลางวัน...หิววววว...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน